สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐

การุณ ใสงามนำเสนอเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปศาลยุติธรรมและองค์กรอิสระ เพื่ออำนวยความสะดวกและทำให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ องค์กรอิสระนี้อยากจะนำเสนออยู่สัก ๒ – ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ครับ ศาลยุติธรรม เมื่อกี้เพิ่งไปศาลยุติธรรมมาที่ศาลนนทบุรี พอดีท่านประธานไม่ให้ผมอภิปราย ผมก็เลยไปศาลนนทบุรีเสียเลย เรื่องศาลยุติธรรมนี้ ท่านประธานครับ เปึ้นไปได้ไหมว่าเราจะทําการปฏิรูปสักหน่อยหนึ่งในเรื่องใช้ประเพณี วัฒนธรรมโบราณของพวกเราที่เคยอยู่ร่วมกัน เปึนเด็กผมเคยเห็นเจ้าคุณ เจ้าอาวาสวัด เห็นมัคนายกวัด เห็นผู้เฒ่า ผู้แก่ในหมู่บ้านมาแก้ไขปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งในเรื่องคดีความ ไม่ว่าจะเปึนแพ่ง หรืออาญา ในระดับธรรมดาเล็กน้อยที่จะขึ้นสู่โรงศาล ที่รกโรง รกศาล แล้วก็ ความสมานฉันท์ ความรักสามัคคีของคนในหมู่บ้านก็ดีขึ้นเปึนลำดับ ทำอย่างไรเราจะทำการรับรองสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ หลายท่านอาจจะบอก ก็มีศูนย์ไกล่เกลี่ย แล้วนี่ทั้งแพ่ง ทั้งอาญา ผมคิดว่าคงไม่พอ ท่านประธาน การเข้าหาความยุติธรรมของพี่น้อง ประชาชนบางที่อาจจะยากลำบากมากพอสมควรในการที่จะเดินทางไปถึงศาล ไปแค่โรงพักนี้ เขาก็เดือดร้อนแล้ว จากโรงพักไปสำนักงานอัยการ จากสำนักงานอัยการไปศาล สู่ศาลแล้ว ขั้นตอนกระบวนวิธีพิจารณา ถ้าไม่เข้าใจจริง ๆ ก็ลำบาก พ่ายแพ้ พี่น้องที่อยู่ข้างทำเนียบขณะนี้ ท่านประธานท่านไปนั่งคุยเถอะ มีความเสียเปรียบจากกระบวนการขั้นตอนการบริหาร การยุติธรรมว่าด้วยเรื่องวิธีการพิจารณาต่าง ๆ เยอะ ท่านไปดู ไปฟังเกือบร้อยทั้งร้อย ผมว่า ถ้าเราไม่ทำการปฏิรูประบบสิ่งเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าสู่ หรือเดินเข้าไปหา แสวงหาความยุติธรรมได้โดยสะดวกและง่ายแล้วคงจะมีปัญหาในวันข้างหน้า เรื่องที่ ๒ ของการยุติธรรม ท่านประธาน อนุญาโตตุลาการ ท่านประธานเห็นเคยมีครั้งใดที่ อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยแล้วมันหยุดอยู่ตรงอนุญาโตตุลาการบ้างสักเรื่องไหม ไม่มี หกพันสองร้อยกว่าล้านบาท สุดท้ายก็ขึ้นศาลฎีกา ผมยังคิดอยู่ว่าบางที่ถ้าไม่ทบทวนเรื่องกระบวนการ ของอนุญาโตตุลาการแล้ว ไม่แก้ไขข้อขัดข้องในส่วนนี้แล้ว มีอนุญาโตตุลาการไป หรือมี พระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาก็ไม่เกิดผล เสียเวลา เสียความเปล่า ๆ เพราะมันมัวแต่เสียเวลา เสียความอยู่ที่ชั้นอนุญาโตตุลาการเปึน ป้ สองป้ สามป้ สุดท้ายก็คือขึ้นไปที่ศาลฎีกาอีก เสียเวลา เสีย ๒ จังหวะ ๒ รอบ ผมว่าอาจจำเปึนจะต้องมาทบทวนส่วนนี้เสีย เอาล่ะครับเรื่องการยุติธรรม ถ้าพูดยาวความไปก็จะมากไปเปล่า ๆ นะครับ เอาองค์กรอิสระอื่นครับท่านประธานครับ ผมสนใจปัญหาที่ขัดข้องจากการตั้งองค์กรอิสระที่ผ่านมานะครับ ไม่ว่าองค์กรอิสระที่ชื่อว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาที่ล้มเหลวอยู่ในวันนี้ องค์กรอิสระที่ชื่อ ปปช. ที่ทําการทุจริต ด้วยตัวของตัวเองขึ้นเงินเดือนก็ตาม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม ท่านประธานครับ ผมว่า อันแรกที่มีปัญหาที่สุดคือการสรรหา กระบวนการสรรหาขององค์กรอิสระที่ได้มานี้มีปัญหามาก จากกระบวนการสรรหาที่มีปัญหานี้แหละครับจึงทำให้ได้คนที่เข้าไปสู่องค์กรที่มีปัญหา คนที่เข้า ไปสู่องค์กรที่มีปัญหานั่นแหละครับจึงทำงานมีปัญหา และที่ผ่านมาก็คือทั้ง ๓ จุด ๓ ปัญหานี้ เกิดขึ้นทั้งสิ้น เท่าที่ดูกระบวนการสรรหาที่ทบทวนมานะครับ บอกว่าจะใช้กระบวนการสรรหา แนวทางคล้ายคลึงกันกับการสรรหาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่บอกให้มีกรรมการสรรหา ๕ คนอย่างที่ว่า มีประธานศาลฎีกา มีประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ผู้นําฝ์ายค้าน ผู้นําฝ์ายเสียงข้างมาก ผมว่ากระบวนการสรรหาในส่วนนี้ก็ไม่พอครับ แก้ไขไม่ได้ เราเคยเสนอพวกคณะนี้ มันไม่ใช่พูดลอย ๆ ครับท่านประธาน ตอนแก้รัฐธรรมนูญในกรณี สรรหากรรมการ ปปช. ที่เกิดเรื่อง ที่มีปัญหา ท่าน พลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ พวกผม พวกหลายคนที่เสนอกันบอกว่ากรรมการสรรหา กับ ปปช. ตอนนั้น ปรับปรุงแก้ไขใหม่ เสียให้หมด ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเปึ้นผู้สรรหา ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ อาจจะมีคุณสมบัติ อีกอย่างหนึ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนก็อาจจะเปึนบุคคลที่มีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่ง ปปช. กกต. ก็มีคุณสมบัติของเขาต่างหากแตกต่างกันไปเล็กน้อย ตามเหมาะตามควรกับการเข้าสู่ ตำแหน่งนั้น แล้วให้ฝ์ายตุลาการเปึ้นผู้สรรห้ามา สรรหามาเสร็จก็ให้ฝ์ายนิติบัญญัติเปึ้น ผู้รับรองให้ ให้ตุลาการสรรหา ให้นิติบัญญัติรับรอง ไม่ให้บริหารเกี่ยวข้อง เมื่อรับรองเห็นชอบ เข้าไปขึ้นทูลเกล้าฯ รับรองขึ้นมาใช้งาน กรณีพวกคนเหล่านี้ องค์กรอิสระมันเปึ้นเครื่องมือหนึ่ง ของ ๓ อํานาจ แต่ทุกวันที่ผ่านมาองค์กรอิสระเหล่านั้นพยายามจะสร้างอำนาจที่ ๔ ขึ้นมากัน นี่ก็เปึ้นปัญหา อีกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านจะต้องตัดวงจรการสร้างอำนาจที่ ๔ นี้ให้เขารู้ว่าเขาเปึนองค์กร อิสระนั้นอยู่ภายใต้อํานาจของการเปึนเครื่องมือชนิดหนึ่งของภายใต้อํานาจ ๓ อํานาจ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ท่านประธานก็รู้ดีนี่เวลาเข้ามาในงาน มาชี้แจง มาอภิปราย พรรณนาความ ตอนที่ยังไม่ได้เปึน กกต. ตอนที่ยังไม่ได้เปึน ปปช. เปึนอะไรต่าง ๆ คนเหล่านี้ ก็ดี แต่พอไปเปึนปัูบตั้งตัวเปึนรัฐอิสระตลอด หมดเวลา เราพบ เราเจอมาหมดแล้ว แล้วกลายเปึนว่าอะไรครับ มันจะมีปัญหาของการควบคุม ตรวจสอบ กำกับการบริหาร การทำงานการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระเหล่านั้น พากันไปเปึ้นองค์กรอิสระที่หลุดลอย ออกไปเปึนอํานาจอิสระไป ร้อยต่อตรงนี้ครับที่จะให้การควบคุม ตรวจสอบ กำกับนี้ จะต้องมีครับ นั่นคือฝ์ายนิติบัญญัติคืออำนาจหนึ่งในสามจะเปึ้นผู้ให้ความเห็นชอบองค์กร อิสระไป และให้องค์กรอิสระไปเปึนเครื่องมือในการช่วยงานทำการตรวจสอบ กำกับการบริหาร รัฐกิจ อำนาจนิติบัญญัติที่ให้ความเห็นชอบไปนั้นจะต้องมีร้อยต่อของการเชื่อมเข้าไปในการ สามารถควบคุม กำกับ ตรวจสอบองค์กรอิสระเหล่านั้นได้ ไม่ใช่เพียงเฉพาะแค่จะไปถอดถอน ในขณะเดียวกันฝ์ายตุลาการที่จะวินิจฉัยผิด วินิจฉัยถูก วินิจฉัยพิพากษาจำคุกคนก็ตาม จะจําคุกองค์กรอิสระที่กระทําความผิดบริหาร ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรืออะไรก็ตามนะครับ หรือร่ำรวยผิดปกติก็ตาม ตุลาการจะต้องมีส่วนที่สามารถเข้าควบคุมกำกับองค์กรอิสระที่ปฏิบัติ หน้าที่มิชอบและทุจริตได้ วันนี้ถ้าท่านบอกว่าไม่มีปัญหาในกรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ขึ้นเงินเดือนตัวเองก็ตามท่านประธาน จนบัดนี้ก็ยังเอาขึ้นศาลไม่ได้ ถ้าเรียกว่าไม่มีปัญหานี่ ท่านจะเรียกว่าอะไร ข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เราสอบสวนไว้ เมื่อ ๓ ป้ ๔ ป้ที่แล้ว เปึนลำดับ มาจนวันนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์เลยว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำผิดหรือทำถูก มีเพียง ปปช. ขึ้นไป ถ้ากระบวนการขั้นตอนเหล่านี้เรียกว่าไม่มีปัญหา เราก็ถือว่าแย่แล้วพวกเรา ต้องแก้ ถ้าไม่แก้ สิ่งเหล่านี้ หากไม่ปรับปรุงสิ่งเหล่านี้มีปัญหาต่อไปอีกแน่ นิติบัญญัติที่ให้ความเห็นชอบ ตุลาการที่กำกับ ดูแล ตรวจสอบ เอาคนเข้าคุก ทั้งหมดนี้จะต้องสามารถกำกับ ตรวจสอบ การบริหารการทํางาน การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระที่เปึ้นหนึ่งในเครื่องมือของรัฐได้ ร้อยต่อ ตรงนี้ไม่ปรากฏนะครับ ผมไม่พูดเอาไว้ก็ไม่มีข้อปรากฏตรงส่วนนี้เอาไว้ ถ้ามีปรากฏผมก็ไม่พูด ท่านประธานครับ ปัญหาที่เราพบในองค์กรอิสระต่อไปคืออะไรครับ คือองค์กรอิสระ ที่ผ่านกระบวนการสรรหาที่มันไม่ชอบ แล้วเข้าไปทําหน้าที่องค์กรอิสระนั้น ปรากฏว่าเมื่อมัน ไม่ชอบมันก็เลยไปรับใช้ความไม่ชอบด้วย นี่ที่เราพบ รับใช้ความไม่ชอบคือรับใช้ผู้มีอำนาจที่มี ส่วนช่วยให้ต้นเองได้เปึ้นองค์กรอิสระนั้น มันก็เกิดการทุจริต เกิดการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของ องค์กรอิสระนั้น ๆ อีก ความเสียหายของรัฐก็เกิดขึ้น การบริหารรัฐกิจแทนที่จะได้รับการ ตรวจสอบกำกับก็พังอีก เพราะฉะนั้นถ้าไม่สามารถทำองค์กรอิสระให้กำกับสิ่งเหล่านี้ ได้ ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ได้ ล้มเหลวอีก แก้ไม่ถูกจุดอีก ปัญหาต่อไปครับ คือปัญหาที่เรา เอาองค์กรอิสระไปเข้าคุกเข้าตะรางยากเหลือเกิน ผมเคยอภิปรายไว้ ปปช. ยากที่สุดในบรรดา ข้าราชการในแผ่นดินนี้ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในแผ่นดินนี้ รวมถึงนักการเมืองด้วย หมดเวลา ใช่ไหมครับ ผมหยุดอภิปรายได้ครับ