สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงหลักการของรัฐธรรมนูญปี 2540 และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ และแสดงความเห็นชอบต่อการลดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน แต่ไม่เห็นด้วยกับการลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลง

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมพยายามระมัดระวังว่าไม่ขอที่จะอภิปรายก่อน เพราะว่าเดี๋ยวจะ กล่าวหาว่าผมยกมือที่ไรท่านประธานก็เรียกทุกที ผมคิดว่าในกรอบนี้เปึนกรอบที่สำคัญ คือกรอบที่ ๒ และผมคิดว่าประชาชนสนใจในกรอบนี้ค่อนข้างจะมาก ผมพยายามศึกษา ดูว่ากรรมาธิการยกร่างฯ ได้ให้ความเห็น แล้วก็ความเห็นของอนุกรรมาธิการได้ให้ความเห็น อย่างไร ผมพยายามคิดในกรอบของผมเองว่าเราจะร่างรัฐธรรมนูญนี่ ๑. ก็คงจะต้องแก้ปัญหา บ้านเมือง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากจะแก้ปัญหาบ้านเมืองโดยใช้ความจำอันขมขื่นในระบอบ ทักษิณ โดยเพียงแค่คิดว่าที่ผ่านมามันมีปัญหาอะไร แล้วเราก็แก้ข้อข้องใจหรือข้อปัญหา ที่เกิดขึ้น แล้วเราก็เลยต้องสวิ่ง (Swing) ไปอีกด้านหนึ่ง แต่จริงครับ ในสมัยระบอบทักษิณ ที่มีอยู่ห้าหกป้ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญได้ถูกเจาะไช ถูกบิดเบือนไปอย่างมาก มากเสียจนจำเปึ้นที่จะต้องมี การแก้ไข ผมเห็นด้วย แต่เราทําอย่างไรที่เราจะต้องตั้งหลักว่าเราไม่ใช่เปึ้นรัฐธรรมนูญที่ แก้ไขปัญหาแต่เฉพาะหน้า แล้วก็ลืมหลักใหญ่ ซึ่งผมก็เห็นว่ากรรมาธิการท่านก็ทำงาน ได้ค่อนข้างดีนะครับ ท่านยึดหลักใหญ่อยู่ด้วยแล้วก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ด้วย เพียงแต่ว่า พวกเราคงจะมีความเห็นต่างกันออกไปเรื่อย ๆ รวมทั้งประชาชนที่ให้ความเห็นกับผมมา ก็มีความเห็น บางคนก็พยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพราะเห็นความเลวร้ายของ การบิดเบือนรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ก็พยายามจะอุดช่องว่าง แต่ขณะเดียวกันบ้างคนก็มอง หลักระยะยาวว่า แล้วถ้าเราไม่เจอคนที่ทั้งฉลาด ทั้งโกงเข้ามาบริหารประเทศ เราจำเปึนต้อง มีรัฐธรรมนูญที่จะต้องแก้ไขในรายละเอียดขนาดนั้นไหม ผมคิดว่าอันนี้คือความยากลําบาก ของคนร่างรัฐธรรมนูญ และผมก็เห็นใจกรรมาธิการยกร่างฯ ผมก็คิดว่าทั้งอนุกรรมาธิการ และทั้ง กรรมาธิการนี่ ท่านได้พยายามไว้ค่อนข้างดี แต่ผมก็คงจะมีบางประการนะครับที่อยากจะ ตั้งคำถามแล้วก็ตั้งข้อสังเกตว่า แต่ว่าผมต้องกราบเรียนนะครับ ผมนึกอยู่นาน ชั่งใจอยู่นาน ว่าจะพูดไหมว่าเรื่องนี้ประชาชนที่ผมไปฟังมาว่าอย่างไร จริง ๆ แล้วกรรมาธิการยกร่างฯ ท่านทราบแล้ว พวกผมนี่มารายงานอยู่ตลอดว่าพบก็มาเล่าให้ฟัง แต่ถ้าพูดออกไปประชาชน จะเข้าใจอีกอย่างหนึ่งว่าผมกำลังจะบีบกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ดูไม่งามเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผมจะละเว้นอะไรบ้างประการตรงนั้นนะครับ ผมต้องระมัดระวังประเด็นนั้นอยู่เหมือนกัน ท่านประธานครับ ผมดูแล้ว ผมเห็นว่ากรรมาธิการยกร่างฯ นั้นโดยสรุปนี่เท่าที่ผมเห็นใน กรอบที่ ๒ และกรอบที่ ๑ เขาพยายามยึดของดีป้ ๒๕๔๐ ให้คงอยู่ แต่ส่วนที่เปึ้นปัญหานี่ ได้แก้ไข ผมคิดว่าคำ ๆ นี้เราสามารถที่จะพูดได้ และไปอธิบายให้คนอื่นฟังได้ ใครถาม สสร. ทั้งหลายน่าจะช่วยกันพูดให้ชัดเจน เพราะว่าผมเห็นภาพอย่างนั้นจริง ๆ ว่าขณะนี้กรรมาธิการ ยกร่างฯ นั้นพยายามยึดของดีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ให้คงอยู่ แต่ส่วนที่เปึ้นปัญหา นี่ได้แก้ไข ท่านประธานครับ ประชาชนที่ผมไปรับฟังมานี่จำนวนไม่น้อยเลย คิดว่าป้ ๒๕๔๐ นี่ดี แล้วก็คิดว่ามีบางอย่างต้องแก้ไขเพราะถูกบิดเบือน ผมคิดว่าท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พยายามทำในแนวนี้ และผมคิดว่าเปึนข้อสรุป ถึงวันนี้ นาทีนี้ ผมพอจะสรุปได้ว่าของดี ป้ ๒๕๔๐ นั้นคงอยู่ แต่ส่วนที่ไม่ดี ส่วนที่เปึนปัญหาได้แก้ไข ผมรู้สึกอย่างนั้น ในประการแรก

ประการที่ ๒ นี่นะครับ ผมคิดว่าเรามีปัญหาในเรื่องอำนาจรัฐ ในช่วงระบอบ ทักษิณที่ผ่านมา เราเคยสวิ่ง ท่านประธานจำได้ ท่านประธานเองก็เปึนกรรมาธิการ เปึน สสร. เมื่อรุ่นที่แล้ว เราเคยแก้ปัญหาว่ารัฐบาลนี้ขาดเสถียรภาพ อยู่ได้ไม่นานก็ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถูกพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลเล่นกล ในที่สุดรัฐบาลก็ต้องล้ม ต้องยุบสภา ต้องลาออกกันบ่อย ๆ เมื่อ สสร. ชุดที่แล้วก็พยายามที่จะทําอย่างไรที่จะให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ก็ไปลดบทบาท ฝ์ายค้านในรัฐสภา นั่นเปึ้นเพราะว่าเราไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกเช่นกัน เราใช้รัฐธรรมนูญ ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ในที่สุดจะเปึนความโชคร้าย หรือจริง ๆ แล้วเปึ้นความพอดี แต่ไปเจอบุคคลพิเศษขึ้นมาที่ฉลาดแต่โกง ท่านประธานครับ พอเขาเห็นช่องตรงนั้น พอเข้ามา เสร็จเรียบร้อยเขาจึงควบรวมและซื้อพรรคอื่น ซื้อยกพรรคมารวม ในที่สุดสภาร่างฯ เปึนง่อย ตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย สมใจคนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะให้มีเสถียรภาพ ก็เลยได้การ มีเสถียรภาพตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญในชุดเมื่อป้ ๒๕๔๐ ได้ร่าง แต่พอไปสมประโยชน์ เรื่องหนึ่ง เรื่องการตรวจสอบก็พังพินาศ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับเราอยู่ในฐานะที่ลําบากมากที่จะทําอย่างไรให้เกิดความพอดี เราต้องแก้ไขปัญหา แต่ขณะเดียวกันขณะนี้ถ้าเราแก้ไขปัญหาโดยสวิ่งไปอีกด้านหนึ่ง ปัญหา มันก็เกิดอีกทางหนึ่ง ความพอดีจึงเปึนของสำคัญครับท่านประธาน หลายคนบอกว่า รัฐธรรมนูญคราวนี้ควรจะลดอํานาจรัฐ และเพิ่มอํานาจประชาชน ผมได้สํารวจตรวจสอบที่ กรรมาธิการยกร่างฯ ร่างมาทั้ง ๓ ร่าง ผมขออนุญาตพูดภาพรวมตรงนี้สักนิด ผมเห็นครับว่า ท่านได้เพิ่มอำนาจให้ประชาชนหลายต่อหลายอย่าง ท่านเพิ่มอำนาจให้ประชาชน ผมไม่ต้อง ชี้แจง ท่านคงจะพูดได้ชัดเจนกว่าผมว่าท่านเพิ่มอำนาจให้ประชาชนอย่างไรบ้าง และเพิ่มจาก ป้ ๒๕๔๐ ผมรู้สึกอย่างนั้น ผมพอใจ ขณะเดียวกันบอกลดอํานาจรัฐ บางคนอาจจะไม่พอใจ เพราะคําว่า ลดอํานาจรัฐ แล้วรัฐไปลดอํานาจแล้วจะเปึนอย่างไร แต่ผมกราบเรียนครับ ผมได้ดู รายละเอียดแล้วผมคิดว่ากรรมาธิการยกร่างฯ นั้นได้ตรวจสอบอํานาจรัฐ พยายามเพิ่ม การตรวจสอบอํานาจรัฐ แล้วก็เพิ่มอํานาจประชาชน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคํานี้น่าจะเหมาะสม เพราะเร่งที่จะเห็นรัฐธรรมนูญนั้นสร้างเพื่อให้มีองค์กรและมีบุคคลเข้าไปตรวจสอบอํานาจรัฐ แล้วก็เพิ่มอำนาจให้ประชาชน ผมคิดว่าแนวนี้น่าจะเปึนแนวที่ทำให้เราพอมองเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทิศทางเปึนอย่างไร อันนั้นผมขอวางกรอบแรกไว้ก่อนนะครับ ในความรู้สึก ภาพรวมของผมก่อนว่าเปึนอย่างนี้ ผมก็ไม่ทราบว่ากรรมาธิการท่านจะรับได้ไหมในสิ่งที่ผมมอง ภาพเห็นพวกท่านเปึนอย่างนี้ ท่านรับที่ผมมองได้ไหม อันนั้นเปึนประการแรกนะครับ ทีนี้ผมจะขออนุญาตลงรายละเอียดสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน ในหมวดรัฐสภา ท่านพูดถึง เรื่องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ความเห็นของอนุกรรมาธิการในหมวดนี้ที่มีท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล เปึนประธาน บอกว่ามีอยู่ ๔๐๐ คน แล้วท่านบอกว่าเห็นด้วย กรรมาธิการเห็น ด้วย และถ้ามี สส. สัดส่วน ก็มี สส. ระบบสัดส่วนนั้น ๘๐ คน ผมยังสงสัยว่า ๘๐ บวก ๔๐๐ หรือใน ๔๐๐ ให้มี ๘๐ ซึ่งหมายความว่ามี ๓๒๐ มาจากเขต และอีก ๘๐ มาจาก สส. ระบบ สัดส่วนหรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมเองนั่งจับตาดู สส. เพราะว่าเราทำงานคู่กันระหว่าง วุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎร เราประชุมร่วมกันในห้องนี้ ท่านประธานก็เคยร่วมประชุมกับเขา ผมก็ร่วมประชุมกับเข้าในห้องประชุมแห่งนี้ ผมยอมรับครับว่า ๕๐๐ คนนี่มากจริง ๆ พวกผม ๒๐๐ คนที่เปึนวุฒิสภา เวลาจะทํางานที่หนึ่งมันก็เทอะทะใหญ่โตสําหรับวุฒิสภา แต่พอเจอ สส. ๕๐๐ ผมคิดว่าพวก ๕๐๐ นี่มันใหญ่เกินไป และคำว่า พวก ๕๐๐ นี่มันก็เปึ้นสิ่งที่ คนไทยเขาถือตั้งแต่ต้น ทีนี้คำถามก็คือว่าเท่าไรจะเหมาะสม ผมคิดว่าเราก็กลัวอีกเหมือนกันว่า ถ้าเราบอกว่าน้อยเกินไป พวก สส. ที่เขายึดพื้นที่อยู่เขาก็จะรู้สึกว่าเขาถูกกระทบ การเมืองนี่คือ เรื่องของการประนีประนอม เรื่องของอํานาจ เรื่องของการที่เราจะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรที่จะ ประสานประโยชน์ ประสานแนวคิดของกลุ่มบุคคลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้นในประเด็น ตรงนี้เราควรที่จะทําอย่างไร คือ ๓๒๐ บวก ๘๐ อย่างนี้ได้ไหม ผมคิดว่าถ้ารวมกันทั้งหมด ไม่เกิน ๔๐๐ มันน่าจะอยู่ในสิ่งที่พอจะรับกันได้ ท่านประธานครับ ระบบสัดส่วน เพื่อนสมาชิก สสร. หลายคนได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเปึนระบบที่นายทุนพรรคเข้ามาครอบงำ ผมคิดว่านั่นเปึ้น ความจริงครับกับพรรคบางพรรค และในระบอบที่ผ่านมาเราเห็นพรรคบางพรรค บางคนจ่าย ๗๐ ล้านบาท แล้วก็รู้ตั้งแต่ล่วงหน้าว่าตัวเองจะได้เปึ้นรัฐมนตรี ผมไม่ต้องบอกได้ไหมครับว่า รัฐมนตรีคนนั้นชื่ออะไร มาจากภาคธุรกิจ แล้วก็ไม่เคยสังกัดพรรคการเมืองมาก่อน แล้วอยู่ดี ๆ ก็เข้ามาแล้วก็จ่าย ๗๐ ล้านบาท และผมก็รู้ล่วงหน้าว่าเขาพูดไว้ว่าเขาจะได้เปึ้นรัฐมนตรี แล้วเขาก็ได้เปึนจริง ๆ เปึนความจริงอย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดเลย แต่ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอย่าเพิ่งสวิ่งได้ไหมครับ พอเราเจอปัญหาหนึ่งเราก็แก้ปัญหา ก็เหมือนลูกตุ้มนาฬิกาแก้ว่งขวาที่มีปัญหาเราก็แก้ว่งซ้ายเลย เพราะฉะนั้นเที่ยวนี้เราจะเลิกเลย หรือระบบบัญชีรายชื่อหรือระบบ สส. แบบสัดส่วน สส. แบบสัดส่วนไม่มีข้อดีอะไรเลยหรือ ผมฟังประชาชนมานะครับ ส่วนหนึ่งก็บอกว่านายทุนเข้ามาแทรกแซง แต่อีกส่วนหนึ่งเขาก็ บอกว่าถ้ามีบัญชีรายชื่อเขาพอจะเห็นว่าใครเปึนรัฐมนตรี ถ้า สส. บัญชีรายชื่อแบบสัดส่วน พอจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ทำงานเหมือนพรรคบางพรรคที่แอบเอาไปใส่บัญชี ๒ บัญชี ๓ แล้วเลยดูไม่รู้เรื่องเลยว่าบัญชีระบบสัดส่วนนี่คือคนที่เราพอจะรู้ว่าเขาจะไปเปึน ผู้บริหาร เปึ้นเรื่องที่ทำให้ประชาชนพอจะรู้ว่าเขาจะเลือกใครไปเปึนนายกฯ เขาจะเลือกใคร ไปเปึ้นรัฐมนตรี ซึ่งมีข้อดีนะครับท่านประธาน แต่ที่ผ่านมามันมีปัญหาก็เพราะว่ามันมีคนที่ ฉลาดแก้มโกง แล้วก็เลยทำให้มันมีปัญหา ท่านประธานครับ ยิ่งกว่านั้น เราทราบใช่ไหมครับว่า มีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่พร้อม หรือว่าคิดว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะลงเปึนเขต แล้วจะต้องเดินหาเสียง ท่านประธานก็ทราบ เพราะฉะนั้นระบบนี้ ระบบบัญชีรายชื่อหรือระบบสัดส่วนยังสามารถ ที่จะดึงคนดีเข้ามาได้ ก็เปึ้นอีกส่วนหนึ่ง ผมไม่อยากให้สภาของเรานั้นเหมือนลูกตุ้ม นาฬิกาที่แก้ว่งไปแก้ว่งมา ครั้งนี้เราจะไปแบบบัญชีรายชื่อ เราไปเจอปัญหาเราก็เลิกเลย หาทางได้ไหมครับว่าจะทำอย่างไรให้บัญชีรายชื่อยังสะท้อนความดีของมันได้และป่ดกั้น ท่านประธานครับ ถ้าบัญชีรายชื่อไม่อยู่ ผมถามว่านายทุนพรรคจะเปึนรัฐมนตรีได้ไหมครับ ได้เหมือนเดิม ผมยังมองไม่เห็นเลยว่านายทุนพรรคเขาไม่ได้ใส่ชื่อเขาเปึน สส. แต่เขาไม่ได้เปึ้น รัฐมนตรี เขาไม่ได้มาบริหารประเทศ เขายังมาบริหารประเทศได้เหมือนเดิม เพราะรัฐมนตรี ก็ไม่ได้บรรจุไว้ว่าจะต้องมาจาก สส. เท่านั้น ตกลงมันไม่ได้ช่วยเลยครับว่านายทุนพรรคเรา จะกีดกันนายทุน เพียงแต่เขาเปึนอีแอบมากขึ้น เราจับผีอยู่ในที่สว่างเสียเลยไม่ดีหรือ อย่างผม ยังรู้เลยว่า ๗๐ ล้าน เขาพูดมาก่อนเปึนใคร ลงปาร์ตีลิสต์เบอร์เท่าไร แล้วก็จับตาดูอยู่ว่า มันได้แห่ง ๆ อย่างนี้เปึนต้น นายทุนพรรคอีกคนหนึ่งเข้ามา ไปเปึนเลขาฯ พรรค ไปเปึน ปาร์ตีลิสต์เบอร์เท่าไร แล้วรู้แห่ง ๆ ว่าได้ แล้วได้จริง ๆ ท่านประธานครับ อะไรดีกว่าฝากท่าน ไปชั่งดูก็แล้วกัน ผมฟังประชาชนมาทั้ง ๒ ด้าน ผมก็เรียนอีกด้านหนึ่งครับ