คมสัน โพธิ์คง หารือเรื่องร่างหลักเกณฑ์การตรวจและเผยแพร่รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอหลักการตรวจสอบและแก้ไขรายงานให้ถูกต้อง และเสนอหลักเกณฑ์การตรวจและการเผยแพร่รายงานการประชุม
ขออนุญาตท่านประธานครับ คือยังมีตัวร่างหลักเกณฑ์การตรวจและเผยแพร่รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ นะครับ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้จัดทำเสร็จและคณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นชอบ แล้วมานำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา ถ้าอนุมัติจะใช้หลักเกณฑ์นี้ไปในแนวทาง การตรวจรายงานการประชุมและเผยแพร่ต่อครับ ขออนุญาตท่านประธานนำเสนอ ในเรื่องนี้ครับ
สำหรับร่างหลักเกณฑ์การตรวจรายงานเผยแพร่รายงานการประชุม เนื่องจากว่าคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการพบว่าในแง่ของการตรวจรายงาน การประชุมที่ผ่านมาพบว่ายังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ลงตัวแน่นอนนัก ทั้งในเรื่องของการที่จะ ใช้ถ้อยคำ ภาษา วรรณยุกต์ หรือว่าตัวไวยากรณ์ต่าง ๆ นะครับ มีปัญหาในการใช้คําทับศัพท์ นะครับ ซึ่งปรากฏว่าในการตรวจรายงานการประชุมที่ผ่านมานั้นหลักเกณฑ์นั้นก็จะใช้ แตกต่างกันตามแต่ละสภาจะใช้นะครับ คณะอนุกรรมาธิการก็เห็นว่าการดำเนินการ ดังกล่าวค่อนข้างจะเปึ้นอุปสรรค์ แล้วก็ใช้เวลาในการดําเนินการค่อนข้างเยอะ ก็เลยได้ จัดทำหลักเกณฑ์การตรวจและเผยแพร่รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา เพื่อให้ ที่ประชุมได้โปรดพิจารณานะครับ ซึ่งในเนื้อหาของรายงานการประชุม ในร่างหลักเกณฑ์ จะหมายถึงบันทึกรายละเอียด คําอภิปราย การดําเนินการของการประชุมสภาร่างฯ แต่ละคราว นะครับ รวมทั้งรายชื่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาประชุม ล่าประชุม ที่ขาดประชุม บันทึกการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละขั้นตอนนะครับ แล้วก็หลักการถือว่าเอกสารนั้น เปึ้นเอกสารในทางหลักฐานทางวิชาการที่จะต้องเก็บรักษาไว้ต่อไป ในการดำเนินงานนี่ได้ แบ่งงานออกเปึ้นทั้งหมด ๗ เรื่อง คือแนวทางการตรวจ การพิจารณา แนวทางการพิจารณา การตรวจรายงาน เกณฑ์การตรวจรายงานการประชุม การขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงาน การรับรองรายงาน การเผยแพร่แล้วก็เกณฑ์การทำงานของฝ์ายเลขานุการคณะกรรมาธิการ
สำหรับแนวทางการตรวจและการเผยแพร่รายงานการประชุมนะครับ คณะกรรมาธิการได้เห็นว่าแนวทางการตรวจและเผยแพร่ รายงานการประชุมนั้นมีไว้ เพื่อเปึนหลักฐานนะครับในการที่จะใช้ค้นคว้า เปึนเอกสารอ้างอิง แล้วก็เปึนเอกสาร ที่ใช้ในประโยชน์เพื่อการค้นหาเจตนารมณ์ของกฎหมาย รวมทั้งของรัฐธรรมนูญด้วย แล้วก็เปึ้นเอกสารที่เปึนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แล้วก็ใช้ในการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ ในทางวิชาการ สำหรับแนวทางในการตรวจรายงานการประชุมนะครับ ที่ประชุมได้วางหลักการ ว่าการตรวจรายงานการประชุมนั้นพิจารณาทั้งตรวจรายงานการประชุมที่มีการเป่ดเผย และก็รายงานการประชุมลับให้ถูกต้องตามความเปึนจริงที่ได้มีการอภิปรายกันไว้ในการประชุม สภา แล้วก็ดำเนินการแก้ไขรายงานการประชุมให้ถูกต้องตามหลักภาษาไวยากรณ์ แล้วก็ทำให้ ข้อความที่อ่านไม่ได้ใจความนั้นสามารถอ่านให้ได้ใจความได้โดยคงถ้อยคำสำนวนและรูปแบบ การอภิปรายของผู้อภิปรายแต่ละท่านให้มากที่สุดนะครับ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการได้มี แนวทางที่จะได้รับมอบหมายให้ตรวจรายงานการประชุมนะครับ จะพิจารณาศึกษารายงาน การประชุมโดยวิธีอ่านที่ละหน้าตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย โดยตรวจสอบกับสื่อทั้งหลายที่ มีการบันทึกไว้ เช่น สื่อบันทึกภาพ หรือเสียงรายงานการประชุมนะครับ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ชัดเจนนะครับ แล้วก็มาพิจารณาลงมติร่วมกัน ในการตรวจรายงานการประชุมแต่ละครั้งถ้ามี การกล่าวถ้อยคำใดที่ถูกถอนหรือถูกสั่งให้ถอน คณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการที่ได้รับ มอบหมายก็จะตรวจรายงานการประชุมร่วมกันว่าสมควรตัดคำหรือข้อความดังกล่าวออกไป หรือไม่ หากเห็นสมควรตัดออกก็ให้บันทึกว่ามีการถอนคำพูด หรือถูกสั่งให้ถอนคำพูด ส่วน ถ้อยคำที่ถูกตัดออกจากรายงานการประชุมนั้นก็จะไปบันทึกไว้ในรายงานการประชุมของ คณะกรรมาธิการหรือคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งทั้งนี้ก็เปึนไปตามข้อบังคับการประชุมสภานิติ บัญญัติ พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๒๖ หลักเกณฑ์นี้เปึนไปตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ สำหรับคณะกรรมาธิการหรือคณะอนุกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจรายงาน การประชุมจะดำเนินการตรวจรายงานการประชุมลับ พร้อมกับรายงานการประชุมเป่ดเผย พร้อมกันก็ได้ เมื่อเสร็จแล้วก็จะให้คณะกรรมาธิการเปึ้นผู้พิจารณาเรื่องการเป่ดเผยรายงานการ ประชุมลับและทำผลการพิจารณาเสนอสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้การรับรองหรือไม่รับรอง ต่อไป เมื่อได้ดำเนินการเสร็จแล้วคณะกรรมาธิการทุกท่านก็จะลงลายมือชื่อไว้ท้ายรายงานทุก ชุด แล้วก็ส่งให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งปฏิบัติหน้าที่เปึ้นสำนักงานสภาร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ ให้ดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนกรณีที่มีประเด็นเรื่องของศัพท์เฉพาะทางต่าง ๆ เช่น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง หรือเทคโนโลยีนั้นก็จะถือหลักตามหลักเกณฑ์การบัญญัติศัพท์ของ ราชบัณฑิตย์สถานที่ได้วางไว้ในแต่ละเรื่อง สำหรับเรื่องจำนวนก็จะวางหลักการเรื่อง การเขียนจำนวนตัวเลขเปึนภาษาไทยทั้งหมด ขอประทานโทษเลขไทยทั้งหมด แล้วก็ เขียนจำนวนลำดับที่แสดงลำดับสำคัญให้เปึ้นตัวเลข กรณีที่มีจำนวนอยู่หน้านาม หรือลักษณะนามร้องรับก็จะเขียนเปึนตัวเลขเช่นเดียวกัน ถ้าเปึนจำนวนอยู่หลัง หรือ หลังลักษณะนาม หรือไม่มีลักษณะนามร้องรับก็จะเขียนเปึนตัวหนังสือ แล้วก็ ข้อความที่เปึนข้อความในกฎหมายก็จะใช้เปึนตัวหนังสือ ซึ่งอันนี้เปึนไปตามหลักเกณฑ์ ที่ราชบัณฑิตย์ ได้วางหลักเกณฑ์ไว้ สำหรับตัวชื่อบุคคล การพิมพ์ชื่อบุคคลนั้นจะใช้ ยศ ฐานั้นดรศักดิ์ ราชทินนามตามประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้ง แล้วก็การพิมพ์ ชื่อบุคคลที่มีตําแหน่งวิชาการให้ใช้ตามความเหมาะสมของผู้อภิปราย ซึ่งตามหลักการ แล้วสามารถใช้ตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าวได้ หากผู้อภิปรายเรียกขานชื่อบุคคล ในระหว่างการประชุมไม่ถูกต้องตามยศ ฐานั้นดรศักดิ์ ราชทินนาม ก็ให้คงไว้ตามที่ผู้อภิปราย ได้กล่าว เว้นแต่จะมีการขอแก้ไขตามเกณฑ์ที่กำหนด การทับศัพท์ต่างประเทศก็จะใช้ การเขียนภาษาไทย แล้วก็ทับศัพท์ไว้ด้านหลังเปึนภาษาอังกฤษ มีการวงเล็บคำภาษา ต่างประเทศไว้ แล้วก็ใช้ครั้งแรกเท่านั้น ส่วนคำที่พูดคำย่อ เช่น คำว่า วีไอพี (VIP – Very lmportant Person) นั้นก็จะมีการวงเล็บคำย่อ และตัวความหมายเต็มไว้ด้วย ชื่อประเทศ ชื่อ เมืองหลวงจะยึดหลักการของราชบัณฑิตย์ ในเรื่องของประเทศดินแดนเขตปกครองและเมือง หลวง หากรู้จักกันดีอยู่แล้วก็จะไม่วงเล็บภาษาต่างประเทศไว้ แล้วก็หากศัพท์ภาษาต่างประเทศ คําใดมีความไม่ชัดเจนในการถอดความก็นําเสนอที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาใช้คํา ที่เหมาะสม โดยไม่ผิดความหมายรูปแบบที่ผู้อภิปรายได้กล่าว สำหรับการขอแก้ไขรายงาน การประชุมนั้น การขอแก้ไขในส่วนสาระสำคัญ ในหลักเกณฑ์นี้ถ้าที่ประชุมไม่ให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่ไม่ใช่ข้อความที่เปึนสาระสำคัญ เช่น ตัวเลขหรือมีการสะกดคำผิด มอบหมายให้ ฝ์ายเลขานุการนั้นสามารถดำเนินการแก้ไขได้ โดยหารือกับประธานกรรมาธิการและประธาน อนุกรรมาธิการ มิฉะนั้นแล้วจะต้องนำมาเสนอ ซึ่งจะเปึนรายละเอียดค่อนข้างมาก แล้วก็ค่อนข้างจะเสียเวลาที่ประชุม สำหรับการแก้ไขโดยท่านสมาชิกสามารถขอแก้ไขรายงาน การประชุมในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการได้ รวมทั้ง ในกรณีที่ผ่านแล้วก็สามารถที่จะขอแก้ไขได้โดยทำเปึ้นบันทึกขอแก้ไขรายงานการประชุม ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็จะนำรายงานการประชุมที่สภาร่างฯ ได้รับรองแล้วจัดทำไว้ ๓ ฉบับ จัดวางไว้ ณ สถานที่ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจพิจารณาได้ แล้วก็ท่านสมาชิกมีสิทธิที่ยืนยันขอแก้ไขได้ เพื่อขอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทั้งนี้ตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๒๗ ส่วนการ ข้อแก้ไขภายหลังก็สามารถที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ แต่ว่าจะต้องมีการแถลงต่อที่ประชุม สภาร่างรัฐธรรมนูญถึงการแก้ไขในเรื่องดังกล่าวโดยคณะกรรมาธิการและสมาชิก การแก้ไขรายงานการประชุมลับจะต้องมีการบรรจุระเบียบวาระเข้าไปในรายงาน การประชุมด้วย ในส่วนของการรับรองรายงานการประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อดำเนินการตรวจเสร็จเรียบร้อย คณะกรรมาธิการก็จะมีการลงลายมือชื่อไว้ท้ายรายงาน การประชุมทุกชุด แล้วก็ส่งต้นฉบับมายังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งปฏิบัติ หน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ แก้ไข แล้วก็เสนอความเห็นตามลำดับชั้นถึงท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่ออนุญาต ให้บรรจุวาระการประชุม เมื่อท่านประธานสภาได้อนุญาตแล้ว ก็จะมีการรับรองรายงาน การประชุมในที่ประชุมของการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญต่อไป เมื่อบรรจุรายงาน การประชุมแล้วสำนักงานเลขาธิการก็จะจัดวางสำเนารายงานการประชุมจำนวน ๓ ชุด ต่อการประชุม ๑ ครั้ง วางเปึนเวลาไม่น้อยกว่า ๓ วัน ณ ที่ซึ่งสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้ประกาศไว้ เพื่อให้ตรวจดูแล้วก็ขอแก้ไขได้ จะมีการป่ดประกาศ ให้ทราบโดยทั่วกัน อันนี้เปึนหลักการส่วนใหญ่ซึ่งจะอยู่ในเอกสารที่ได้นําเสนอต่อ ที่ประชุมในเอกสารแล้ว ส่วนการเผยแพร่ คณะกรรมาธิการเห็นว่าเนื่องจากการร่างรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้เปึนการร่างรัฐธรรมนูญที่มีความสําคัญ เนื่องจากมีการออกเสียงประชามติเปึน ครั้งแรกในประเทศไทย สมควรที่ประชาชนจะได้รับทราบ หรือรู้ถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก็เลยว่างหลักการว่าเมื่อได้มีการดําเนินการแล้ว ได้ผ่านการรับรองจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วสามารถเผยแพร่กับประชาชนได้ตามกฎหมายข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ต้องภายใน ๑๕ วัน นับจากที่ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ลงลายมือชื่อไว้เปึนหลักฐานเรียบร้อย แล้วก็ทําสําเนา เผยแพร่ในเบื้องต้น ณ สถานที่เป่ดเผยภายในรัฐสภาเพื่อให้ประชาชนได้ตรวจดู ส่วนการจัดพิมพ์รายงานเปึนรูปเล่ม นอกจากรายงานการประชุมลับ ก็ให้จัดพิมพ์ทุกฉบับ ยกเว้นแต่สิ่งที่เปึ้นรายงานการประชุมลับ แล้วก็ให้มีการเผยแพร่การประชุมสภาร่างฯ ซึ่งเปึนต้นฉบับที่สภาร่างฯ รับรอง และมีลายมือชื่อท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญไว้เปึน หลักฐานแล้วส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับงานจุดหมายเหตุ หอสมุด รัฐสภา รวมทั้งปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการบริหารจดหมายเหตุรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓ ด้วยการ ส่งต้นฉบับให้พิพิธภัณฑ์และหอจุดหมายเหตุของรัฐสภาต่อไป สำหรับการจัดพิมพ์รายงาน จะให้มีการเผยแพร่อย่างแพร่หลาย ภายใน ๕๐ วัน นับจากวันที่หมดวาระของสภาร่าง รัฐธรรมนูญแล้ว โดยเผยแพร่ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ และกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้ครับ ๑. ก็คือ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านจะได้รับรายงานการประชุมฉบับสมบูรณ์ ภายในช่วง ระยะเวลาดังกล่าว รวมถึงท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ที่ไม่ได้เปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย นอกจากนี้การเผยแพร่รายงานการประชุมดังกล่าวจะจัดเก็บไว้ ณ ศูนย์บรรณสารและ สารสนเทศ โดยมีการจัดส่งให้ที่สถาบันพระปกเกล้า หอสมุดแห่งชาติ สาขาของหอสมุด แห่งชาติ หอจุดหมายเหตุแห่งชาติ แล้วก็สาขาของหอจุดหมายเหตุแห่งชาติ ห้องสมุด ประชาชนประจำจังหวัด จังหวัดละ ๑ ชุด ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีคณะรัฐศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ หรือคณะที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารมวลชนในสถาบันอุดมศึกษา แล้วก็ ห้องสมุดศูนย์เอกสารนานาชาติของกระทรวงศึกษาธิการ ห้องสมุดกฎหมายคณะกรรมการ กฤษฎีกา ห้องสมุดสำนักงานอัยการสูงสุด ห้องสมุดศาลฎีกา ห้องสมุดศาลอุทธรณ์ ห้องสมุด ศาลอุทธรณ์ภาค ห้องสมุดศาลแพ่ง ห้องสมุดศาลอาญา ห้องสมุดศาลรัฐธรรมนูญ ห้องสมุด สำนักงานศาลยุติธรรม ห้องสมุดสำนักงานศาลปกครองทุกระดับ ศาลปกครองสูงสุดกลางและ ศาลปกครองภาค รวมทั้งห้องสมุดของสำนักงานศาลปกครอง แล้วก็ห้องสมุดของศาลทหาร ด้วย ทีนี้หน่วยงานอื่นที่ ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวหากประสงค์จะขอรับ ก็ขอความ ประสงค์ขอรับจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึ้นอํานาจของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่จะ พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อไป
สำหรับในเกณฑ์การทำงานของฝ์ายเลขานุการนะครับ แล้วก็คณะกรรมาธิการ ที่มอบหมาย ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้วางหลักการว่า ก่อนการประชุมทุกครั้งฝ์ายเลขานุการ จะตรวจรายงานการประชุมร่วมกับสื่อภาพ แล้วก็เสียงให้ถูกต้องเสียก่อน แล้วก็จัดทำ บันทึกสรุปข้อมูลการตรวจอ่าน และเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ หรือคณะอนุ กรรมาธิการ เพื่อหารือ รับรอง แล้วก็พิจารณาลงมติในข้อความที่เปึนปัญหา โดยหลักการ ให้เสนอหลักการเปึนบันทึก เปึน ๔ เรื่อง คือ บันทึกมี ๔ แบบ แบบที่ ๑ เปึนเรื่องการแก้ไข คำทั่วไป แบบที่ ๒ เปึนเรื่องการแก้ไขจำนวน แบบที่ ๓ เปึ้นเรื่องคำทับศัพท์ต่างประเทศ และแบบที่ ๔ เปึนเรื่องการแก้ไขเกี่ยวกับชื่อตัวบุคคล ทั้งนี้ให้มีข้อความเดิม และข้อความที่ แก้ไขเรียงลำดับตามหน้า แล้วก็เลขานุการก็ได้รับมอบหมายให้ตรวจรายงานเปึ้นผู้ลงนาม กำกับการตรวจสอบในบันทึกดังกล่าว เมื่อมีข้อสรุปของคณะอนุกรรมาธิการ ฝ์ายเลขาฯ ก็จะรวบรวมในรูปของบันทึกการแก้ไขรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยประธาน คณะอนุกรรมาธิการเปึ้นผู้ลงนามและเสนอกรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม เมื่อกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วคณะกรรมาธิการทั้งหมดจะลงนามรับรองและ เสนอต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดระเบียบวาระเพื่อรับรองในที่ประชุมสภาร่าง รัฐธรรมนูญต่อไปนะครับ เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญได้รับรองแล้วก็อยู่ในการดําเนินงาน ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ดำเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ตามที่กำหนดในหลักเกณฑ์ดังกล่าว ต่อไป ซึ่งถ้าที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ความเห็นชอบ ก็จะได้นําหลักเกณฑ์นี้ไปใช้ ในการตรวจรายงานการประชุมทุกครั้ง และการเผยแพร่ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ