สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐

ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หารือเรื่องสิทธิในการรับบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะสิทธิในการรักษาพยาบาลที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเรียกร้องให้เข้าใจตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ใช่ตามลายลักษณ์อักษร และต้องการเพิ่มสิทธิในการร่วมจ่ายเพื่อให้เหมาะสมกับงบประมาณและธรรมชาติ

นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง สสร. ๐๓๑ ครับ เนื่องจากการออกไปรับฟังความคิดเห็นของผมในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือและหลาย ๆ ส่วนนะครับ ก็มองดูแล้วเกี่ยวกับที่กรรมาธิการยกร่างฯ ยกร่างมานะครับ เรื่องสิทธิก็มีหลายอันที่ผมเห็นด้วยนะครับ และมีหลายท่านได้อภิปราย ไปแล้ว เปึนสิ่งที่ดีมากนะครับ จากที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ของผมได้ขอร้องมา ก็มีหลายสิทธินะครับที่ได้ แต่เนื่องจากเวลาจํากัดก็เลยคิดว่าเปึนส่วนมากนะครับ เกี่ยวกับเรื่อง ที่ผมมองดูอีก ผมในฐานะเปึนแพทย์นะครับ ได้ไปสอบถามจากทางสาธารณสุขด้วยนะครับ ก็มีสองสามเรื่องนะครับ ผมคิดว่าเรื่องการศึกษาก็มีแล้วนะครับ แต่การสาธารณสุขไม่มีนะครับ ผมคิดว่าคนเราจะอยู่ดีกินดีนั้นจะต้องมีองค์ประกอบทั้งร่างกายและจิตใจหรือสมองด้วยนะครับ ซึ่งสมองก็มีบรรจุไว้แล้วคือการศึกษานะครับ แต่ร่างกายยังไม่มีเลย ไม่มีพูดถึงครับ มีพูดถึง คนพิการก็เปึนสิ่งที่ดี เด็กก็ดีครับ แต่เรื่องสุขภาพของคนที่จะทำงานเปึนแรงงานของประเทศนี่ ยังไม่มีครับ แล้วก็จากเมื่อป้ ๒๕๔๐ ครับ ผมเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อป้ ๒๕๔๐ นั้น ผมก็ได้มีส่วนในการยกร่างเกี่ยวกับ เรื่องการสาธารณสุขนะครับ ผมเห็นว่ามาตราสองสามมาตราที่ร่างออกไปแล้วเจตนารมณ์ แบบหนึ่ง แต่คนเอาไปใช้อีกเจตนาหนึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาครับ ซึ่งความจริงก็ไม่มีปัญหา อะไรมากถ้าเข้าใจตามเจตนารมณ์ของตัวบท แต่เราไปถือตามลายลักษณ์อักษร แล้วก็ผมคิดว่า ควรจะต้องตัดลายลักษณ์อักษรบางตัวเพื่อให้เข้าใจให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจำเปึน จะต้องนํามาพูดในวันนี้ อย่างมาตรา ๕๒ บุคคลย่อมมีสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้ มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ตามกฎหมายบัญญัติ และก็อีกอันหนึ่งก็ การบริการทางสาธารณสุขของรัฐต้องเปึนไป อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน มีส่วนร่วมด้วยเท่าที่กระทำได้ การปัองกันและขจัดโรคติดต่ออันตราย รัฐต้องจัดให้แก่ประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าและทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ จุดที่เปึนปัญหาก็คือ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกัน ตรงคำว่า เสมอกัน นั้น อย่างสมมุติอยู่ที่บ้านป์าเมืองเถื่อน อนามัยอยู่ตรงจุดนั้นจะให้มาตรฐานเสมอกับโรงพยาบาลรามาฯ โรงพยาบาลอะไรต่าง ๆ นั้นเปึนสิ่งที่เปึ้นไปไม่ได้ แต่ให้ได้มาตรฐาน มาตรฐานอยู่ที่อนามัย มาตรฐานอยู่ที่โรงพยาบาล จังหวัด มาตรฐานอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย อันนั้นได้มาตรฐานแต่ละมาตรฐาน แต่ไม่ใช่ว่า เสมอกัน เพราะผมออกไปรับฟังและประชาชนบอกผมอยากให้มีความสามารถของโรงพยาบาล จำนวน หรือโรงพยาบาลยางตลาดเท่าเทียมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจุฬาฯ หรือมหิดล หรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งผมว่าอันนั้นถ้าไม่ตัดตัวนี้ออกจะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ นะครับ แล้วอีกอันหนึ่งเกี่ยวกับมาตรฐาน โดยมีการร่วมจ่าย ที่ผมคิดว่าอยากจะให้เพิ่มคือ ให้เข้าใจให้ถูกต้อง เพราะในนั้นบอกว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทาง สาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน ปรากฏว่าอันนั้นไม่ใช่แปลว่ารักษาฟรีนะครับ แปลว่ามีส่วนร่วมจ่าย เพราะว่ามีอีกวรรคหนึ่งบอกว่า ผู้ยากไร้มีสิทธิในการรักษาพยาบาลจากสถานบริการ สาธารณสุขของรัฐโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เดี๋ยวนี้เรารักษาฟรีไปหมดดีไหมครับ ดีครับ เพราะว่าเปึนสิทธิของประชาชน ผมเห็นดีด้วย แต่ด้วยความเปึนจริงแล้วมันฝ๋นกับความเปึนจริง งบประมาณไม่พอครับ ผมได้ถามกระทรวงสาธารณสุขแล้วเขาบอกงบมันไม่พอถ้าออกมา แบบนี้ ผมเลยคิดว่าจะเปึนปัญหา ถ้ามีส่วนร่วมจ่าย เพราะว่าใน พรบ. มาตรา ๕ ของ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อป้ ๒๕๔๕ ก็ได้บอกว่าให้มีส่วนร่วมจ่าย เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เพื่อให้กฎหมายแม่กับลูกเชื่อมโยงกันได้ถูก และก็ตามความเหมาะสม ตามความเปึนจริง ตามธรรมชาติที่เปึนอยู่ จ่าย ๑ บาทก็เปึนไปได้ หรือเท่าไรก็ได้เพื่อเปึ้นทางออกให้ในการบริหาร อันนั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณ แล้วก็แนวนโยบายของประเทศนะครับ และอีกมาตราหนึ่ง มาตรา ๘๒ รัฐต้องจัดและส่งเสริมการสาธารณสุขให้ประชาชนได้รับบริการที่ได้มาตรฐาน และประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง แต่ผมอยากให้เพิ่ม และเปึนธรรมแก่ทุกฝ์าย ครับ เพราะเปึ้นเรื่องของการใช้สิทธิ เราให้สิทธิแล้ว เราต้องสอนการใช้สิทธิของประชาชนด้วยนะครับ เพราะว่าเราปกครองโดยนิติรัฐ แล้วก็นิติธรรม นิติธรรมคือการดูแลสิทธิทั้ง ๓ ฝ์าย หรือฝ์ายที่มาเกี่ยวข้องครับ ให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย แต่ที่ผ่านมาเราให้สิทธิประชาชน ซึ่งเปึนสิ่งที่ดีครับ คุณพ่อผมเสียชีวิต ผมได้มาเรียนแพทย์ มาเพื่ออยากจะรู้ว่ามันอะไร คืออะไรวงการแพทย์ เข้ามาแล้วก็ได้รู้ว่ามีหลายอย่างครับ โรค รักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตายก็มี มันเปึนสิ่งที่หมอทุกคนจะต้องผ่าน เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดว่า เพื่อให้ไม่เกิดความแตกแยกสามัคคีในสังคมนะครับ ผู้ปฏิบัติงานกับผู้ได้รับการปฏิบัติและผู้ ควบคุมการปฏิบัติก็คือรัฐ ผู้ปฏิบัติงานคือแพทย์ พยาบาลต่าง ๆ และผู้ที่ได้รับการปฏิบัติคือ ประชาชน ให้มีความสมานฉันท์กันบนเมตตาธรรม ฐานเมตตาธรรมจะดีกว่าฐานของสิทธิครับ แต่ก่อนเราคบกันด้วยฐานเมตตาธรรม เดี๋ยวนี้เราคบกันด้วยฐานสิทธิ ซึ่งเรียกร้องสิทธิมาก ถ้า สิทธิฝ์ายเดียวก็แย่ครับ เหมือนประชาชนเราก็ต้องให้สิทธิเขา เพราะว่าประชาชนเปึนใหญ่ใน แผ่นดินนะครับ ผมก็เปึนประชาชน เปึนเอกชนด้วยและประชาชนด้วย แต่ผมคิดว่าควรจะต้องมี การใช้ดุลของอำนาจ หรือดุลของสิทธิ เพื่อให้สังคม ในโบราณที่ผ่านมาเขาก็ใช้แบบนั้นเขาอยู่ อย่างเปึนสุขสงบครับ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมอยากขอให้เพิ่ม ให้เปึ้นธรรมแก่ทุกฝ์าย ครับ อยากให้เติมในจุดนั้นลงไปนะครับ ไม่เช่นนั้นแล้วปัญหามันจะเกิดสิทธิฝ์ายเดียว ท่านสังเกตดู ไก่ แล้วก็วัวนม ถ้าได้รับการดูแลอย่างดีนะครับ มันจะให้น้ำนมดี ให้ไข่ดี หมอ พยาบาลได้รับ การดูแลดีก็ควรจะให้ผลผลิตออกมาดี เหมือนข้าราชการทุกหมู่เหล่า ที่ผมเปรียบเทียบนี่ทุกหมู่ เหล่าครับ ผู้ที่ให้บริการนะครับ แต่เราไม่ลืมสิทธิของผู้รับบริการ อันนั้นเปึนใหญ่ครับ ผมเน้น จุดนั้น แล้วก็มาตรา ๕๐ ครับ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการ หรือประกอบอาชีพ หรือการแข่งขันเสรีเปึ้นธรรม ผมอยากขอเพิ่ม บุคคลที่ปฏิบัติตามมาตรฐานและถูกต้อง ตามจริยธรรม จะต้องได้รับการคุ้มครอง อันนี้สำคัญครับ เพราะว่าการแข่งขันโดยเสรีเราต้อง มีธรรมาภิบาลครับ คือธรรมาภิบาลไม่ว่าจะเปึนการประกอบอาชีพอะไร ทางการแพทย์ ก็เช่นเดียวกันครับ ต้องมีการคุ้มครองผู้ปฏิบัติตามมาตรฐานและถูกต้องตามจริยธรรม จะต้องได้รับความคุ้มครอง ไม่เช่นนั้นแล้วผู้ที่ปฏิบัติจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ถ้าเขาเปึ้นโจร ก็ต้องจับ ถ้าเขาเจตนาไม่ดีก็ต้องจับ แต่ถ้าเขาทําตามทํานองคลองธรรมแล้วนะครับ ผมคิดว่าต้องช่วยเขาครับ เพราะหลายท่านเกิดขึ้นมา ข้าราชการ หรืออะไรต่าง ๆ ที่ได้รับ ความไม่เปึ้นธรรม เพราะตรงจุดนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้เพิ่มตรงบุคคลที่ปฏิบัติงาน ตามมาตรฐาน และถูกต้องตามจริยธรรมจะต้องได้รับการคุ้มครองครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งครับ มาตรา ๕๒ ขอเติมนิดหนึ่งครับ แป็บเดียวครับ