สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หารือเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยมีข้อเสนอให้รัฐคุ้มครองผู้พิการและผู้สูงอายุ พร้อมขอเพิ่มบทลงโทษในกรณีที่รัฐไม่ออกกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และแนะนำให้รัฐสภามีส่วนร่วมในการใช้อํานาจของรัฐภายนอกรัฐ โดยกำหนดกรอบว่าการทำสัญญาที่ผูกพันงบประมาณแผ่นดินต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน
อยู่ครับท่านประธาน ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สสร. ครับ ก็มีเรื่องที่ผมจะขอกราบเรียนอยู่สามสี่ประเด็นนะครับ ก่อนอื่นขอกราบเรียน ท่านประธานและที่ประชุมว่าสิ่งที่ผมจะนําเสนอต่อไปนี้ ก็คือสิ่งที่กระผมในฐานะที่เปึ้น ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคกลางและ กรุงเทพมหานครได้รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนมานะครับ
ประเด็นแรกที่จะขอกราบเรียนก็คือเรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่มีรัฐธรรมนูญรองรับไว้ ในกรณีที่มีกำหนดกรอบเวลาให้ต้องไปตรากฎหมาย เพื่อมารองรับ บทบัญญัตินั้น ๆ ขอให้มีการเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่รัฐไม่ออกกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญในเรื่องนั้น ควรจะ็ต้องมีเพิ่มบทลงโทษหรือมีทางออกที่จะให้บทบัญญัติ ในเรื่องดังกล่าวนั้นสามารถบังคับใช้ได้จริง
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการคุ้มครองผู้พิการและผู้สูงอายุ กรอบที่ทางกรรมาธิการ ได้นำเสนอนั้นจะมีประเด็นในเรื่องของการคุ้มครองผู้พิการและผู้สูงอายุอยู่ ฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในเรื่องของผู้ใช้แรงงาน เรามีการคุ้มครองแรงงานเด็ก เรามีการ คุ้มครองแรงงานสตรี แต่เรายังไม่มีการคุ้มครองแรงงานผู้สูงอายุนะครับ ก็ขอเสนอว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญน่าจะมีการคุ้มครองผู้ใช้แรงงานผู้สูงอายุ เนื่องจากในภาคเอกชนนั้น ผู้ใช้แรงงานจำนวนไม่น้อยที่ทำงานไม่มีวันเกษียณอายุครับ ต่างกับระบบราชการที่ว่า ๖๐ ป้ ก็จะมีการเกษียณอายุ เพราะฉะนั้นก็จะมีพี่น้องแรงงานกลุ่มหนึ่งซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ซึ่งอยู่ในวัยที่สูงอายุ แต่ยังคงต้องประกอบอาชีพในการใช้แรงงานอยู่ ตรงนี้เรายังขาดเรื่อง บทบัญญัติในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้แรงงานด้านผู้สูงอายุอยู่
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นสิทธิของบุคคลที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม กรอบที่ทางกรรมาธิการยกร่างฯ ได้นำเสนอก็คือจะเพิ่มสิทธิของเด็ก เยาวชนในกระบวนการ ยุติธรรมทางอาญา ผมกราบเรียนครับว่ากรอบตรงนี้ยังกว้างเกินไป สิทธิของเด็กและเยาวชน ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญานั้นหมายถึงอะไร อย่างน้อยที่สุดผมอยากจะให้ท่านประธาน และที่ประชุมได้เห็นภาพของการอำนวยความยุติธรรมในคดีที่เด็กและเยาวชนตกเปึนจำเลย นะครับ เรามีศาลแยกพิจารณาคดีของเด็กและเยาวชนอยู่ เรียกว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ครับ ศาลนี้ทำการพิจารณาในคดีที่เด็กและเยาวชนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและทางอาญา นอกจากนี้ยังพิจารณาคดีครอบครัวนะครับ สามีภรรยาจะหย่ากัน บิดามารดาจะแย่งกันขอใช้ อํานาจปกครองบุตรไปที่ศาลนี้ทั้งหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นศาลเยาวชนและครอบครัวนี้ จึงไม่ได้หมายความว่าจะพิจารณาแต่คดีเฉพาะเด็กและเยาวชนเท่านั้น เราพิจารณาทั้งคดี ครอบครัว ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ก็มีโอกาสไปใช้บริการที่ศาลนี้ด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นห้องพิจารณา เราไม่มีการแยกครับ ท่านประธานครับ เด็กและเยาวชนที่ตกเปึนจำเลยในคดีอาญาก็ใช้ ห้องพิจารณานั้น เด็กและเยาวชนที่เปึนคดีในคดีแพ่งก็ใช้ห้องพิจารณาเดียวกัน พ่อแม่ที่ไป ฟัองหย่ากันถกเถียงกันเรื่องเหตุหย่า แย่งกันเรื่องการใช้อำนาจปกครองบุตรก็ใช้ห้องพิจารณา เดียวกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะนำเสนอว่าสิทธิของเด็กและเยาวชนในการคุ้มครอง ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญานั้น เขาน่าที่จะได้รับการคุ้มครองโดยบัญญัติให้ชัดเจน เลยว่า การพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนนั้นต้องไม่ปะปนกับคดีอื่น และต้องแยกกันระหว่าง คดีแพ่งและอาญา ภาพของเหตุการณ์ที่เด็กและเยาวชนต้องไปนั่งแออัดกันในห้องพิจารณาคดี ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เขาได้เรียนรู้ครับ ได้เรียนรู้สิ่งที่เขาไม่พึงจะเรียนรู้ เขาได้เรียนรู้สิ่งที่ ผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อแม่ไปฟัองหย่ากัน แล้วเอาเหตุหย่ามาเป่ดเผยกันในห้องพิจารณาคดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเปึนประสบการณ์ที่มีผลกระทบต่อความรู้สึก มีผลกระทบต่อจิตใจของเด็ก รวมถึง มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก ก็กราบเรียนว่าตรงนี้น่าจะมีการคุ้มครองให้ได้รับการพิจารณา แยกต่างหาก
ประเด็นต่อไปครับ ประเด็นเรื่องของการใช้อํานาจรัฐที่กรรมาธิการได้เสนอ และเห็นด้วยว่าให้รัฐสภามีส่วนร่วมในการใช้อํานาจของรัฐภายนอกรัฐ โดยกําหนดกรอบ ว่าการทำสัญญาที่ผูกพันงบประมาณแผ่นดินกรณีที่สำคัญและมีผลกระทบต่อกฎหมาย ภายในหรือรอนสิทธิเสรีภาพ ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน ผมเห็นว่าแค่นั้น ยังไม่น่าจะเปึนการเพียงพอที่จะเปึนหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแผ่นดิน แล้วก็สิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็ขออนุญาตเพิ่มเติมว่าก่อนที่รัฐสภาจะให้ความเห็นชอบ หรือไม่ให้ความเห็นชอบต่อกรณีดังกล่าวนั้น ขอให้มีกระบวนการในการรับฟังประชาพิจารณ์ จากประชาชนก่อน เพื่อประชาชนได้มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็น แม้จะไม่ใช่เปึ้นประชามติ ก็ตาม ทั้งหมดเปึ้น ๔ ประเด็นที่ผมขออนุญาตกราบเรียนเสนอครับ ขอบพระคุณครับ