สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐

สวิ่ง ตันอุด หารือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเรียกร้องการปฏิรูปที่ดิน โดยเสนอแนวคิดการกระจายการถือครองที่ดิน จัดตั้งธนาคารที่ดิน หรือภาษีที่ดินที่ก้าวหน้า เพื่อช่วยในการดำเนินการในแง่ของมาตรการการปฏิรูปที่ดิน นอกจากนี้ยังพูดถึงความสำคัญของการคุ้มครองพันธุกรรมพื้นบ้านของชาติ การปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศและข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยลงนาม การกระจายรายได้ของประเทศ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการต่างๆ

นายสวิ่ง ตันอุด

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด นะครับ ผมจะใช้ เวลาที่จํากัดนี้นะครับในการที่จะพูดถึง ๔ – ๕ ประเด็นนะครับ ที่ผมคิดว่ายังไม่ได้อยู่ในเรื่องที่ กรรมาธิการยกร่างฯ ได้เสนอมานะครับ ซึ่งผมคิดว่าเปึนประเด็นที่ค่อนข้างสำคัญนะครับ

อันแรกนะครับ ท่านประธานครับ ก็คือ ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ นี่นะครับ ได้พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ แต่ว่าเวลาเราไป รับฟังความคิดของประชาชนนี่นะครับ เขาก็จะเสนอว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี่นะครับ ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงถ้าจะสัมฤทธิผลได้ดีนี่นะครับก็ต้องมีมาตรการอื่นควบคู่ไปด้วยนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามีเรื่องหนึ่งที่อาจจะยังไม่ได้พูดถึงก็คือเรื่องของการปฏิรูปที่ดินหรือมาตรการ ในแง่ของการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ เขามีข้อเสนอด้วยนะครับว่า จริง ๆ แล้วนี่ การกระจายการถือครองที่ดินก็ดี หรือการจัดตั้งธนาคารที่ดินก็ดี หรือใช้มาตรการในแง่ของ ภาษีที่ดินที่ก้าวหน้าก็ดีนี่อาจจะมาช่วยในแง่ของการดำเนินการในแง่ของมาตรการ การปฏิรูปที่ดินได้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่ฝากผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ

เรื่องที่ ๒ นะครับ ก็คือเรื่องของความห่วงใยของประชาชนในเรื่องเกี่ยวกับ พันธุกรรมพื้นบ้าน ขณะนี้มีต่างชาติได้เข้ามาทำการวิจัยในเรื่องเกี่ยวกับพันธุกรรมทั้งพืช และสัตว์นะครับ แล้วก็ใช้กฎหมายในแง่ของสิทธิบัตรนี่นะครับ ในการจดสิทธิบัตร ดังนั้นจริง ๆ เรื่องนี้ก็เปึ้นเรื่องสําคัญว่ารัฐธรรมนูญจะทําอย่างไรถึงจะคุ้มครองเรื่องเกี่ยวกับพันธุกรรม พื้นบ้านของเราเองให้ชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญนะครับ เพราะว่า ขณะนี้เราเองได้ถูกกระบวนการทางด้านในการที่จะฉีกฉวยเอาสมบัติของเราเอง ไปเปึนกรรมสิทธิ์นะครับ ในส่วนของบริษัทก็ดี หรือเรื่องใดก็ดี ซึ่งผมคิดว่าต้องขอฝากเรื่องนี้ ให้กรรมาธิการได้รับไปพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับพันธุกรรม เรื่องนี้เปึนประเด็นสำคัญ เพราะว่า นั่นหมายถึงเรื่องเกี่ยวกับการพึ่งตัวเองของภาคประชาชน และถึงที่สุดนี่นะครับการแปลง พันธุกรรมก็ดี เรื่องของอะไรต่าง ๆ ก็ดี ถึงที่สุดนี่นะครับหัวใจสำคัญของระบบเกษตร ก็คือเรื่อง พันธุ์พืช เรื่องของระบบพันธุกรรม ถ้าสมมุติระบบพันธุกรรมของเราเสียหายไป และไม่สามารถที่จะคงอยู่ได้ การพึ่งตัวเองของชาวบ้านที่เราพูดถึงอยู่ตลอดเวลาก็จะไม่มีผล นะครับ เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญ ต้องขอฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการนะครับ

เรื่องอันต่อมานะครับ ผมจะใช้เวลาที่จำกัดนะครับ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับข้อตกลง อนุสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศใด ๆ นะครับที่รัฐไปลงนามไว้กับรัฐภาคีทั้งหลาย ทำอย่างไรถึงจะได้มีกฎหมายรองรับเรื่องเกี่ยวกับอนุสัญญาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ เรื่องเหล่านี้ ค่อนข้างสำคัญ บางทีเราไปเซ็นสัญญากับต่างประเทศว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับอนุสัญญา หรือข้อตกลงที่เกี่ยวกับเสรีภาพของประชาชนหรือการคุ้มครองประชาชนด้วยซ้ำไปนะครับ แต่ว่าเวลาเอานำมาปฏิบัตินี่ไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง สิ่งที่สำคัญก็คือว่าเขาขอให้เขียน เรื่องนี้หรือกําหนดเรื่องนี้ให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แล้วถึงที่สุด ก็คือน่าจะมีกฎหมายรองรับเรื่องเกี่ยวกับการที่เราไปเซ็นอนุสัญญาต่าง ๆ เหล่านี้ กับต่างประเทศไว้ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าถึงที่สุด ในบางเรื่องบางข้อนี่นะครับรัฐเองก็มีข้อสงวนไว้ ซึ่งข้อสงวนต่าง ๆ เหล่านั้นเองก็เปึนข้อสงวน ที่สำคัญสำหรับสิทธิเสรีภาพของประชาชนเสียด้วยซ้ำไป เรื่องนี้ต้องขอฝากเลยนะครับ เพราะว่าเปึนเรื่องที่สําคัญนะครับ

ประการต่อมา ผมดูแล้วและก็ฟังแล้วนี่นะครับ ยังไม่มีข้อใดที่จะบอกว่า ไม่ให้รัฐ นำวิสาหกิจของชาติไปแปรรูปหรือการขายเข้าไปในระบบตลาด ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ที่สําคัญก็คือเรามีบทเรียนมาแล้ว ทําอย่างไรถึงจะกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไว้ด้วยนะครับว่าสมบัติของชาติ สมบัติของประชาชนนี่จะได้รับการปกปัองโดยรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นะครับ อันนี้ก็คือประเด็นที่อยากจะพูดถึงนะครับ ซึ่งผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการ ได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับ เอฟทีเอ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญ แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็ได้พูดแล้วนะครับ แต่ว่าอีกอันหนึ่งก็คือว่าทําอย่างไรถึงจะไม่ทําให้สมบัติของเรานี่กลายไปเปึนของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลอื่นนะครับ ซึ่งผมคิดว่า อันนี้คือเรื่องที่อยากจะให้กรรมาธิการได้ตั้งประเด็นนี้ ในรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ

อีกเรื่องต่อไปนะครับ ท่านประธาน สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้นี่นะครับ เวลาเรา พัฒนาประเทศนี่นะครับเรามักจะคํานึงถึงเรื่อง จีดีพี (GDP - Gross Domestic Product) นะครับ จีดีพี่นี่นะครับก็คือเหมือนกับการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ แต่ว่าการกระจาย รายได้ของการเจริญเติบโตนั้นไม่ได้มีมาตรการใด ๆ ที่จะกำหนดไว้นะครับ ประชาชนเองเขาก็ เสนอมาว่าทำอย่างไรนะครับถึงจะห้ามาตรการที่ชัดเจนในแง่ของการกระจายรายได้ ในแง่ของ การเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจนั้นนะครับ ไม่ใช่จะพูดถึงเฉพาะ จีดีพี เท่านั้นเอง ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้สำคัญนะครับ มาตรการที่อาจจะต้องคิดถึงนี่นะครับก็อาจจะเปึนมาตรการทางด้าน ภาษีก็ตาม หรือมาตรการทางด้านการคลังก็ตามที่จะทำให้เกิดระบบของการกระจายรายได้ ผมคิดว่าตอนนี้เรื่องเกี่ยวกับช่องว่างของประชาชนเราเองนี่นะครับกับระหว่างคนรวยที่สุด กับคนจนที่สุดนี่ ตอนนี้ชี้ชัดว่าห่างกันออกไปเรื่อย ๆ ซึ่งอันนี้เปึนสัญญาณที่ทำให้เราเห็นว่า เปึ้นอันตรายสําหรับสังคมเรานะครับ เพราะว่าช่องว่างต่าง ๆ เหล่านี้เองจะทําให้เกิด ความขัดแย้งต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญนะครับ

ประเด็นสุดท้ายครับ สิ่งที่เราได้รับมานี่นะครับ ก็คือว่าข้อเสนอว่าทําอย่างไร รัฐถึงจะคุ้มครองประชาชนที่ดำเนินตามนโยบายของรัฐแล้วล้มเหลว ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ นะครับ เพราะว่าถึงที่สุดนี่บางทีรัฐก็โพรโมท (Promote) นโยบายของตัวเองในเรื่องนั้นเรื่องนี้ บอกว่าอันนี้แก้จนบ้าง อันนี้เรื่องนั้นเรื่องนี้แก้จนบ้าง เอาวัวไปเลี้ยงนะครับ พอถึงที่สุด ก็ไม่สามารถที่จะแก้จนได้นี่นะครับ แล้วถึงที่สุดก็เปึนภาระสำหรับประชาชนในการที่จะ รับผิดชอบหนี้สินนั้นเอง ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เองนี่นะครับเรามีบทเรียนมาแล้วหลายโครงการ และ ที่สำคัญที่สุดก็คือโครงการที่รัฐเองต้องการที่จะทำประชานิยม ที่ให้ประชาชนนิยม ดังนั้นทำอย่างไรถึงจะคุ้มครองประชาชนในกรณีที่ดำเนินการตามนโยบายของรัฐ แต่ประสบความล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาระหนี้สินของประชาชนที่เกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญนะครับ

อีกสุดท้ายนะครับ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญก็คือว่าเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมครับ ปัญหาที่ผ่านมานี่นะครับ ความขัดแย้งในสังคมไทยเกิดขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบทางด้าน สิ่งแวดล้อม และถึงที่สุดต่อไปข้างหน้าผมเข้าใจว่าจะมีผลกระทบทางด้านสุขภาพเกิดขึ้นด้วย เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนครับ ประชาชนก็เสนอว่าทำอย่างไรเราถึงจะมีกระบวนการการประเมิน ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เปึ้นระบบมากกว่านี้ แล้วก็เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้ชัดเจน ขอบคุณครับท่านประธานครับ