รายงานการประชุมสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
ครั้งที่ ๑๐ /๒๕๕๐ (เปึ้นพิเศษ)
วันอังคารที่ ๑๓ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
ณ ตึกรัฐสภา
เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเป่ดการประชุมเพื่อ ดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม อยากเรียนฝาก ที่ประชุมไว้ว่าวันอาทิตย์มีการประชุมนอกรอบ วันที่ ๑๘ รายละเอียดเดี๋ยวจะอยู่ใน เอกสารแจกไปที่ตู้ของท่าน
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ ร่างประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ..... ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียง ประชามติพิจารณาเสร็จแล้ว และนำเสนอแล้วไปตั้งแต่เมื่อวานและยังค้างอยู่ จะดำเนินการพิจารณาต่อในวันนี้
ดังนั้นผมขอความกรุณาเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ในการพิจารณา วันนี้เปึนการพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาใน วาระสอง โดยเริ่มตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ์ แล้วเรียงตามลำดับข้อจนถึงข้อ ๗ แล้วก็ได้เลื่อน การประชุมมาในวันนี้ ผมขอดำเนินการต่อครับ ท่านกรรรมาธิการมีอะไรชี้แจงเพิ่มเติม ไหมครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง หลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียงประชามติ เมื่อวานนี้หลังจาก เลิกประชุมแล้ว ทางคณะกรรมาธิการและผู้ขอแปรญัตติ และที่เสนอความเห็นคือ ๓ ท่าน เมื่อวาน คือมีอาจารย์คมสั้น อาจารย์วัชรา แล้วก็มีท่านไพโรจน์ ก็ได้ไปประชุม ปรึกษาหารือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอาจารย์คมสันก็ขอแก้ไขเพิ่มเติม ขอเพิ่มเติม มาตรา ๔ เปึน มาตรา ๔/๑ ซึ่งทางกรรมาธิการก็เห็นชอบด้วย ส่วนมาตรา ๗ วรรคสอง ก็ขอเพิ่มเติมบรรทัดที่ ๒ รู้สึกจะพิมพ์แจกให้ท่านสมาชิกสภาทราบทุกคนแล้วครับ ผู้รักษาการ ครับ
ท่านสมาชิกช่วยดูเอกสารนะครับ ซึ่งแจกให้ท่านไปแล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้รับ มีไหมครับ เพื่อให้การพิจารณาส่วนที่ค้างต่อจากเมื่อวานสามารถปฏิบัติได้นะครับ ท่านอาจารย์คมสันก็เสนอเพื่อที่จะให้ที่ประชุมได้พิจารณานะครับ โดยเพิ่มข้อ ๔/๑ เปึน ข้อความว่า ให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญรักษาการตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่ง ระเบียบ หรือประกาศ เพื่อให้เปึนไปตามประกาศสภาร่าง รัฐธรรมนูญนี้ และวรรคสองนะครับ คําสั่ง ระเบียบ หรือประกาศนั้นเมื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ใช่ไหมครับ ท่านกรรมาธิการเห็นด้วยใช่ไหมครับ
ผมเห็นด้วยครับ
ท่านสมาชิกไม่เห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ แล้วส่วนข้อ ๗ วรรคสอง ที่ค้างต่อจากเมื่อวาน ล่ะครับ ท่านอาจารย์คมสันเชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม คมสัน โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ เมื่อวานได้มีการหารือกันกับคณะกรรมาธิการนะครับ ก็ได้ข้อหารือแล้วก็เห็นว่าควรแก้ไขข้อความวรรคสองของข้อ ๗ ที่กรรมาธิการได้ตัดคำว่า กํากับดูแล ออกไปนั้นนะครับ ก็ได้ปรับข้อความใหม่เปึนว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญอาจ แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะ ประสาน ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งติดตาม ให้มีการปฏิบัติการตามประกาศนี้ อันนี้เปึนข้อความที่ได้ตกลงในการหารือกับ คณะกรรมาธิการเมื่อวานนี้ครับ ซึ่งถ้าข้อความเปึ้นไปตามนี้ผมก็ไม่ติดใจครับ ในประเด็น ข้อ ๗
ในประเด็นที่ท่านสงวนไว้
ก็ขอถอนครับ ถ้าเปึนไปตามนี้
เปึ้นไปตามนี้ ท่านกรรมาธิการเห็นด้วยไหมครับ
เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยนะครับ ก็คงมีประเด็นที่ค้างจากท่านวัชรานะครับ ท่านวัชรามีส่วนที่ยังสงวน คำแปรญัตติไว้อยู่นะครับ ท่านยังติดใจไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร กระผมขอกราบเรียนว่าสำหรับการแปรญัตตินั้นกระผมยังติดใจ อยู่ และกระผมขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่า อันที่จริงการระบุชื่อผู้จัดทำประชามติลงไว้ใน วิธีการและหลักเกณฑ์นั้นน่าจะไม่ถูกต้อง และน่าจะเปึนการขัดต่อวิธีการในหลักเกณฑ์ โดยทั่วไป เช่นเดียวกับการที่เราจะซื้อของ เราก็ต้องกําหนดสเปก (Spec) เราจะไม่ระบุชื่อ ผู้ที่จะขายของให้กับเรา หรือระบุยี่ห้อของ อันนี้ก็ทำนองเดียวกันครับ ในมาตรา ๒๙ ได้กําหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเท่านั้นนะครับ ไม่ได้ กำหนดถึงตัวบุคคล ตัวคณะบุคคล ตัวหน่วยงานที่จะต้องเปึ้นผู้ปฏิบัติลงไว้ด้วย แต่ที่ผม ได้แปรญัตติก็อนุวัตตามที่ทางคณะกรรมาธิการได้ร่างว่า ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง เปึ้นผู้จัดทำประชามติ ซึ่งเมื่อผมได้เปรียบเทียบในส่วนค่าใช้จ่ายดูแล้ว ปรากฏว่ามีจำนวน สูงกว่ามาก สูงกว่าเปึนพันล้านนะครับ ผมจึงหาทางออกด้วยการหาทางเลือกใหม่ -------- ซึ่งก็ปรากฏว่าได้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งความจริงก็เปึนหน่วยงานที่ กกต. ใช้ในการ ทํางานจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งระดับ สส. และระดับ สว. ก็ใช้กระทรวงมหาดไทยนี่นะครับ คือบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยในระดับ จังหวัด ลงมานี่นะครับเปึ้นผู้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นกระผมจึงใคร่เสนอเปึ้นทางเลือก ๒ ทาง นะครับว่า ถ้าจะตัดออก ไม่ระบุชื่อเสียเลยว่าบุคคลใด คณะบุคคลใด หรือหน่วยงานใด เปึ้นผู้จัดทําประชามติในชั้นนี้ โดยจะไปตั้งเปึนกรรมาธิการเอาไว้ก่อน ให้กรรมาธิการนั้น เปึ้นผู้ไปพิจารณาเลือกเอาในภายหลัง แนวทางออกที่ ๑ หรือทางออกที่ ๒ ก็คือให้ กระทรวงมหาดไทยเปึนผู้จัดทำประชามติ โดยการกำกับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กระผมมี ๒ ทางเลือก ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการครับ
ท่านวัชราเสนอว่ากระทรวงมหาดไทยมาทำแทน กกต. หรือครับ เดี๋ยวท่านสดศรีท่าน จะตอบ ท่านเปึ้นเลขาฯ คณะนี้อยู่แล้วใช่ไหมครับ ผมว่าท่านมาตอบในนามกรรมาธิการ ดีกว่านะครับ ท่านเปึ้นเลขาฯ นะครับ เพราะว่าถ้าท่านไปใช้สิทธิข้างล่าง ท่านไม่มีสิทธิ จะพูดนะครับ เพราะว่าท่านไม่ใช่ผู้สงวนความเห็นหรือสงวนคําแปรญัตตินะครับ แต่ถ้ามา พูดในฐานะกรรมาธิการก็เชิญข้างบนครับ เชิญท่านอาจารย์สวัสดิ์ครับ ท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ความคิดเห็นของท่านวัชราความจริงก็มีเหตุมีผลนะครับ แต่ว่าเนื่องจากกรรมาธิการ ชุดนี้นะครับ ที่มายกร่างประกาศนี่ก็จะต้องทำงานอย่างที่ผมได้กราบเรียนเมื่อวานแล้วว่า จะต้องทำงานโดยยึดถือหลักรัฐธรรมนูญและกรอบ หรือประกาศหลักเกณฑ์ที่สภา ร่างรัฐธรรมนูญกําหนดให้ว่ากรรมาธิการนี้มีอํานาจและหน้าที่แค่ไหน เพียงไร ซึ่งในตาม กรอบอํานาจและหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญนี่ กระผมขอเอาเฉพาะ ข้อที่ ๓ นะครับ บอกว่า คณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติฯ มีอำนาจดังนี้ ๑. ดำเนินการและควบคุมจัดให้มีการออกเสียงประชามติ โดยประสานงาน กับคณะกรรมการการเลือกตั้งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การออกเสียงประชามติ เปึ้นไปโดยเรียบร้อย เพราะฉะนั้นก็เท่ากับสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้วางกรอบไว้แล้วว่า เรื่องนี้ต้องกรรมการการเลือกตั้งเปึนคนดําเนินการ เพราะฉะนั้นทางกรรมาธิการนี้ที่ในการ สสร ๑๐/๒๕๕๐ (เปึ้นพิเศษ) สุพิชชาย์ ๔/๒ ยกร่างก็ถึงต้องเน้นในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นการที่ท่านวัชรา ประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม นะครับ ท่านให้เหตุผลนี้มันจะอยู่ในกรอบตรงนี้ ผมก็อยากจะให้ทางสภาได้พิจารณา เสียก่อนว่า นอกจากกรอบอันนี้แล้วนี่ ทางกรรมาธิการคณะของผมจะมีสิทธิที่จะไปออก ระเบียบอะไรได้นอกจากนี้อีกไหม ขอบคุณครับ
มีท่านกรรมาธิการยกมืออยู่ ท่านวุฒิชาติครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ครับ เพื่อความกระจ่างนะครับ สักครู่เพื่อนสมาชิกสภาร่างฯ ขอประสานเติมถ้อยคำ นิดหน่อย ในข้อ ๗ วรรคสองนะครับ เพื่อความกระจ่างชัดขึ้นมาผมขออนุญาตอ่าน เปึ้นอย่างนี้นะครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญอาจแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลคณะหนึ่งหรือ หลายคณะเพื่อทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะประสานงานให้ความช่วยเหลือสนับสนุนแก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งติดตามให้มีการปฏิบัติตามประกาศสภาร่าง รัฐธรรมนูญนี้ นะครับ เติมคําว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ นะครับ เพื่อความชัดนะครับ
เดี๋ยวนะครับ ข้อ ๗ วรรคสอง
ก่อนที่จะแก้ไขไปนะครับ ขออนุญาตเติม คำว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ ท้ายประกาศครับ
ตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ ครับ ก็คงไม่ขัดข้องถ้อยคํา พอดีท่านวัชราเสนอ คําแปรญัตติไว้ คือถ้าเอาตามท่านวัชรา ก็หมายความว่าในการทําประชามตินี่ให้ มหาดไทยมาทำ ของท่านวัชราก็จะมี ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็คือให้กระทรวงมหาดไทยมาทำ หน้าที่ เพื่อประหยัดงบประมาณจากหกพันกว่าล้านบาท ถ้าท่านวัชราเสนอก็คือเหลือ หกพันกว่าล้านบาท ใช่ไหมครับ คือถ้าเปึนไปตามนี้ที่ท่านวัชราพูดถึงมันก็เปึนสิ่งที่ดี ใช่ไหมครับ ทีนี้ปัญหา ผมเข้าใจว่าพวกเรายังกังวลอยู่ก็คือแล้วปฏิบัติได้จริงไหม เพราะว่า ถ้าหากไม่เห็นด้วยกับท่านวัชรา ให้ กกต. มาทํา ก็เหมือนกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ช่วยกันประหยัด ใช้จ่ายเงินมากเกินกว่าที่ท่านวัชราเสนอเปึนพันล้าน แต่ถ้าหากว่า ทำตามท่านวัชราซึ่งเปึนผลดี แต่ปัญหาคือปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ตรงนี้คือเปึนปัญหา ท่านวัชราได้คุยกับมหาดไทย มีการตกลงกัน มีการนำเสนอตัวเลข เปึนอย่างไร ชัดเจน แค่ไหน ช่วยชี้แจงได้ไหมครับ เพราะว่าตัวเลขท่านต้องบอกตามตรงว่าประชาชนสนใจ แล้วก็อาจจะเกิดความรู้สึกมาก ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเราปฏิบัติได้อย่างท่านอาจารย์วัชราพูด ก็เปึนสิ่งที่ดี แต่ถ้าเกิดทำไม่ได้ แล้วพอเราไปตกลงแบบนี้ขึ้นมามันจะกลายเปึนปัญหา ท่านมีการไปตกลงกับกระทรวงมหาดไทยไว้ไหมครับ หรือมีการประชุม หรือมีเอกสาร อะไรที่กระทรวงมหาดไทยเขาพร้อมจะมาทำตรงนี้ในส่วนงบประมาณที่ท่านพูดถึง ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร กระผมพร้อมที่จะส่งเอกสารให้ครับ ซึ่งมีรายละเอียดตัวเลขถึง เศษ ๒๐ บาท ๕๙๙,๓๐๓,๘๒๐ บาท ครับ กระผมขอส่ง
ไม่เปึ้นอะไร เดี๋ยวค่อยส่ง เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ช่วยรับมาที่หนึ่ง ท่านวัชราครับ แล้ววิธีการนี่ท่าน จะทำประชามติอย่างไรครับ วิธีการ ของ กกต. เขาจะจัดให้มีการลงคะแนน ให้ประชาชน มาเข้าคูหา แล้วทุกคนมาใช้สิทธิลงคะแนน
เหมือนกันครับ
ของท่านก็เข้าคูหาเหมือนกัน
เหมือนกันครับ
ใช้สิทธิเหมือนกัน
ครับ
แล้ววงเงิน ทำไมถึงต่างกันขนาดนั้นครับ
ขั้นตอนครับ ขั้นตอนในการทำงานนี่จะน้อย กว่ามาก เช่นในการอบรมก็น้อยกว่า ซึ่งในเรื่องการทำประชามตินี่ไม่ได้ยุ่งยากถึงขนาด เลือกตั้ง สส. หรือ สว. ที่จะต้องอบรมแล้วอบรมอีก อบรมตั้งหลายระดับ อันนั้นอันที่ ๑ ทีนี้การลงคะแนนล่วงหน้าก็ไม่มี การลงคะแนนต่างประเทศก็ไม่มี การลงคะแนน ต่างท้องที่ก็ไม่มี คือผู้มีภูมิลําเนาอยู่ที่หนึ่งแล้วก็ไปลงอีกที่หนึ่งนี่ไม่มี เพราะกําหนดไว้เปึน สิทธิ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะใช้สิทธิก็ต้องแสวงหาเอาเอง แล้วในเรื่องของการเพิ่มชื่อก็ให้เพิ่ม ได้ถึงวันลงคะแนน คือมาเพิ่มที่หน่วยได้เลย แต่ต้องมีหลักฐาน แล้วให้กรรมการประจำหน่วยวินิจฉัย ค่าไปรษณีย์ก็ลดลง โดยที่ส่งจากกรุงเทพฯ ไปยังศูนย์อำเภอ เรามีศูนย์อำเภอนะครับ แล้วก็ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเขาเรียกว่า กรรมการประจำหน่วย ๓ คน มารับก็ สามร้อยกว่าบาทต่อหน่วย แปดหมื่นแปดพันกว่าบาท ก็เปึนเงินประมาณสิบกว่าล้านบาท นะครับ น้อยลงมามากเลยครับ แล้วก็การร่วมคะแนนเหมือนกัน ใช้กรรมการชุดเดียวกับ กรรมการที่ทำหน้าที่ในการรับลงคะแนน ไม่ต้องไปแต่งตั้งชุดใหม่ เพราะว่าการนับเลข ๒ ตัว เท่านั้นเอง แล้วก็สามารถจะนับเสร็จในวันเดียว ก็ส่งจากหน่วยลงคะแนนมายัง ศูนย์อำเภอ ศูนย์อำเภอรวมแล้วก็ส่งมายังศูนย์จังหวัด มายังจังหวัด คืออำเภอนี่เรียกว่า ศูนย์ นะครับ แต่จังหวัดนี่เปึ้นเขตเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นเรียกว่า จังหวัด ได้เลย ส่งมายัง จังหวัด จังหวัดก็รวมแล้วก็ส่งมายังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยก็รวมอีกที ไปรวมระดับประเทศ แล้วก็รายงานมายังสภาร่างรัฐธรรมนูญ เปึนอันยุติครับ ซึ่งขั้นตอน ทั้งหมดนี้เปึนการตรงดิ่งมาสู่งานที่จะทำ ไม่ได้ยุ่งยาก ไม่ได้สลับซับซ้อน แล้วก็ที่บอกว่า งานทำประชามติยุ่งยากกว่าการเลือกตั้ง สส. นั้นผมว่าเปึนไปไม่ได้ งานประชามติขึ้นอยู่ กับหลักเกณฑ์ที่เราจะตั้ง ถ้าเราตั้งให้มีหลักเกณฑ์ที่มันสลับซับซ้อน มันก็สลับซับซ้อน แต่ถ้าทำให้หลักเกณฑ์มันไม่สลับซับซ้อนก็ไม่สลับซับซ้อน ผมได้เสนอแผนผังต่อ ท่านประธานแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ที่ผมกราบเรียนทั้งหมดก็เดินตามอันนั้นเอง งบประมาณ ที่ทำนี้ก็เดินตามแนวนั้น ซึ่งมีเหตุผลด้วยประการทั้งปวงแล้วยืนยันได้ครับ ขอบคุณครับ
ถามท่านนิดหนึ่งนะครับ เพียงแต่ว่าผมก็ห่วงนะครับว่ามันทำได้จริงหรือไม่ ถ้าเปึน อย่างนั้นนี่นะครับ ทําไมท่านวัชราไม่ให้ กกต. เขาทําเสียเลย แล้วก็เอาระบบวิธีที่ท่านคิดนี่ นะครับ ท่านก็ไปชี้กับ กกต. เขานะครับ เพราะเมื่อก่อนเราให้มหาดไทย แล้วเราก็บอก ไม่เอาแล้ว
ผมกราบขอบพระคุณท่านมากครับ ถ้า กกต. จะกรุณารับวิธีการนี้ไป แล้วก็ลดงบประมาณลงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
คือลดนี่ยังตอบไม่ได้นะครับ ท่านไปตกลงกับมหาดไทย เข้ามาชี้แจงหรือว่าท่านไปตกลง กับเขา หรือว่าอย่างไรครับ ท่านได้พบกับใครไหมในตัวแทนของมหาดไทยครับ
มีครับ มีเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องนี้โดยตรงครับ มาคิดตัวเลขให้ผมในวันที่ชี้แจงต่อกรรมาธิการแปรญัตติครับ
แล้วให้ตัวเลขนี้มาหรือครับ
ครับ ได้พบกับท่านกรรมาธิการด้วย
ครับ คือเพียงแต่ว่าตอนนี้ของท่านมันมี ๒ ประเด็น ประเด็นหนึ่งก็คือ จะให้ใครมาทำ ประเด็นที่ ๒ นี่นะครับ พอไปพูดถึงว่าจำนวนเงินมันต่างกันเปึน ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันก็เลยต้องพูดไปพร้อม ๆ กัน มิฉะนั้นแล้วถ้าเราทำไม่ละเอียด ไม่รอบคอบเราก็จะ เปึ้นปัญหานะครับ
กราบเรียนเพิ่มเติมครับว่าแม้กระทั่งในนี้ หลังจากที่เขาทำแล้ว ผมมาเห็น ผมก็ว่ายังลดได้อีกครับ เช่น ค่าพิมพ์รายชื่อ ซึ่งกระผมได้ กราบเรียนแล้ว แต่ต้องกราบเรียนซ้ำในวันนี้อีก การพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๒๕ ล้านบาท ซึ่งความจริงนั้นพิมพ์ ๘ ชุดไม่จำเปึ้นเลย พิมพ์ ๔ ชุดเท่านั้นครับ เพราะใช้ ประกาศที่หน่วย เก็บไว้ที่อำเภอ แล้วเก็บไว้เพื่อใช้ในวันเลือกตั้ง และในวันลงคะแนน แล้วก็มีสำรองไว้ชุดหนึ่ง ๔ ชุด พอแล้วครับ ไม่ต้องอีก ๔ ชุดที่เก็บไว้ ไม่มีประโยชน์เลย
คืออันนั้นมันรายละเอียดนะครับ คนทํานี่เขาทํามาหลายครั้งแล้วนะครับ ตอนนี้ กกต. เองเขารับผิดชอบโดยตรง แล้วเราก็เชื่อถือว่าเปึ้นองค์กรอิสระ แล้วเราไม่เชื่อ กกต. แล้วเราบอกว่าเพื่อจะให้ลดก็เลยไปยกมหาดไทยมา มันก็เลยกลายเปึนว่าเรา พยายามจะสร้างสิ่งที่เราเชื่อถือในปัจจุบันให้กลับไปเปึนของมหาดไทยอย่างเก่า โดยเอา ตัวจำนวนค่าใช้จ่ายมาเปึนเหตุผล ถ้ามันปฏิบัติได้อย่างท่านว่ามันก็เปึ้นสิ่งที่ดี แต่อย่างที่ ผมเรียนนะครับ ทําไมเราไม่เอา กกต. ซึ่งเปึ้นองค์กรอิสระ มหาดไทยนี่เขาอยู่ภายใต้กํากับ รัฐบาล มันก็จะไม่อิสระ แล้วตอนนี้ความเชื่อถือมันจะมีขนาดไหน นี่คือข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ถ้าเอา กกต. มาเปึนหลัก แต่เอาวิธีการที่ท่านบอกประหยัด งบประมาณ ท่านก็ไปประชุมกับ กกต. เขา แล้วก็ดูสิว่าสิ่งที่ กกต. เขาไม่ประหยัด ท่านพยายามทำให้ประหยัด ผมว่ามันจะดีกว่าไหม เพราะความเชื่อถือตอนนี้มันอยู่ที่ กกต. เขา ผมไม่ได้โต้แย้งกับท่านนะครับ แต่ผมกังวลเท่านั้นเองว่าวิธีการพิจารณาของเรา รอบคอบแค่ไหน
ขอประทานกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร กระผมขอกราบเรียนว่าในทางปฏิบัตินั้น กกต. ก็ให้ ทางท้องถิ่นเปึนคนจัดการเลือกตั้งเองอยู่แล้วในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นการทํางานนี้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงตัวบุคคลเลยในความเปึนจริงครับ ที่ผมเสนอให้กระทรวงมหาดไทย ทำโดยการกำกับของ กกต. นะครับ กกต. ก็ยังมีส่วนอยู่ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าทาง กกต. เข้าใจกว้างที่จะไปทำงานนี้ให้
เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการก่อน อาจารย์ปกรณ์ครับ พอดีเดี๋ยวท่านสมาชิกก็เลย ยกมือกันใหญ่เลย เพราะว่าตอนนี้เปึนเรื่องคนแปรญัตติกับกรรมาธิการอยู่ตอนนี้ ผมว่า มันกระทบกับความรู้สึกนะครับเรื่องใช้เงินใช้ท้องและมันเรื่องใหญ่ อาจารย์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนแนวคิดและหลักที่ กรรมาธิการได้พิจารณาในเรื่องของผู้ดำเนินการ อย่างที่ผมกราบเรียนสมาชิกเมื่อวานครับ ว่าเรื่องการทําประชามติเพื่อรับรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเปึนครั้งแรก และที่สําคัญที่สุด ก็คือเรื่องเหล่านี้เปึ้นที่จับตาของต่างประเทศว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นอกจากกระบวนการ ดำเนินการจัดร่างแล้ว กระบวนการสุดท้ายที่จะเปึ้นที่ยอมรับของประชาชนควรจะ ดำเนินการอย่างรอบคอบ แล้วก็ระมัดระวังเพียงใด ด้วยเหตุผลอันนี้ล่ะครับ ที่คณะกรรมาธิการเองได้คิดถึงหลักความเปึนสากลในการทําประชามติ ซึ่งในต่างประเทศ โดยทั่วไปในกระบวนการจัดทำประชามติก็ได้ใช้องค์กรที่เปึนองค์กรกลางที่มีหน้าที่ในการ จัดการเลือกตั้งเปึนหลักในการดำเนินการ ดังนั้นกรรมาธิการจึงมีความเห็นที่สอดคล้องกัน ว่าควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้ดำเนินการ ด้วยเหตุผลในความเปึนกลาง ในขณะเดียวกันกรรมาธิการได้พิจารณาครับว่าข้อเสนอของท่านสมาชิกหลายท่าน ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของผู้จัดซึ่งอาจจะเสนอเปึนส่วนราชการอื่น ผมก็กราบเรียนสอดคล้อง กับความเห็นที่ท่านประธานได้กรุณาให้ก็คือว่า กรรมาธิการมองเห็นว่าถ้าให้หน่วยงาน ที่เปึนส่วนราชการก็จะปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจจะมีคำครหาเรื่องของการที่เปึนหน่วยงานของ รัฐบาล เพราะฉะนั้นในฐานะที่กรรมการการเลือกตั้งเปึนองค์กรที่เปึนอิสระที่สุดในขณะนี้ เราจึงเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งน่าจะมีความเหมาะสมในเรื่องของการดำเนินการ มากกว่าส่วนราชการ แต่ในทางกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถที่จะใช้ อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งเองในการที่จะเรียกส่วนราชการมาให้ความร่วมมือ ได้อยู่แล้วภายใต้กฎหมายของ กกต. เอง ดังนั้นเราจึงเห็นว่าการที่จะให้ส่วนราชการ ส่วนหนึ่งส่วนใดเปึ้นผู้ดำเนินการรับผิดชอบนั้นก็จะทำให้เกิดความแคลงใจกับพี่น้อง ประชาชน รวมทั้งนานาประเทศว่าทําไมเราจึงให้ส่วนราชการหรือรัฐบาลนั้นเข้ามา เกี่ยวข้องในการทำประชามติ แต่รัฐบาลมีหน้าที่ในการให้ความร่วมมือในการจัดทำประชามติ ดังนั้นในกรรมาธิการจึง หารือกันว่าในแง่ของขั้นตอน เนื่องจากการทำประชามติยังไม่เคยทำเลย แล้วก็การทำ ประชามติอาจจะมีนัยหรือความแตกต่างกับการเลือกตั้งอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการร้องคัดค้าน หรือเรื่องของการที่จะตรวจสอบ เรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรมในแง่ ของกระบวนการดำเนินงาน ซึ่งตรงนี้คณะกรรมาธิการได้เห็นว่าขอให้ กกต. เอง ได้พิจารณาว่าในขั้นตอนต่าง ๆ ที่เปึ้นระเบียบขั้นตอนที่จะสามารถลดลงได้จะมีอะไร แต่อย่างไรก็ตามขั้นตอนที่เปึนหลักปฏิบัติสากลเราคงปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าขั้นตอน เหล่านั้นถือว่าเปึ้นเรื่องหลักที่จะทําให้เกิดการยอมรับในการทําประชามติ ดังนั้นผม จึงคิดว่าถ้าเราจะสามารถนำข้อเสนอของท่านวัชรา ขอโทษที่เอ่ยนามนะครับ มาประกอบการพิจารณาในเรื่องของการกำหนดขั้นตอน ก็จะเปึ้นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับ การดำเนินงาน เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนขออนุญาตแยกประเด็นครับว่าในเรื่องของ ผู้ดำเนินการกับกระบวนการในการทำและงบประมาณควรจะแยกกัน แต่ผมก็เข้าใจว่า ทาง กกต. เองแม้ว่าจะทำงบประมาณอย่างไรก็มีการตรวจสอบและมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพราะว่าเปึนงบประมาณแผ่นดินเหมือนกัน ดังนั้นผมเชื่อว่าในกระบวนการทั้งหมด ก็สามารถปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่จะเปึนขั้นตอนวิธีการได้ ซึ่งอันนี้ก็คงเปึ้นเรื่องที่ทาง กรรมาธิการกิจการสภาฯ เปึนผู้ดำเนินการพิจารณาด้วย แล้วก็สำนักงบประมาณด้วย นะครับ ดังนั้นผมจึงขอความกรุณาว่าหลักที่คณะกรรมาธิการยื่นในเรื่องที่หน่วยผู้จัดด้วย เหตุผลประกอบดังนี้ครับ แล้วก็เรียนยืนยันกับท่านสมาชิกว่าเรามีเหตุผลแบบนี้ในเรื่องที่ เราตัดสินใจว่าทําไมเราจึงเห็นว่า กกต. น่าจะเปึ้นผู้ดําเนินการมากกว่าส่วนราชการใน สังกัดของรัฐบาลครับ กราบขอบพระคุณครับ
มีท่านสดศรี ท่านกรรมาธิการมีอะไรไหมครับ เมื่อกี้เห็นท่านยกมือ ตอบแล้วนะครับ
ผมขออนุญาตท่านประธานก่อนได้ไหมครับ เรื่องเกี่ยวเนื่องกับคุณวัชราครับ ขออนุญาตครับ
ท่านไม่ได้แปรไว้ครับ
ไม่ได้แปรครับ แต่ผมเกี่ยวเนื่อง ผมจะให้ ตัวเลข และเพื่อความเหมาะสมในเรื่องนี้ครับ นิดเดียวครับ
เปึ้นข้อมูลให้สภาพิจารณาง่ายขึ้นนะครับ
ครับ ถูกต้องครับ ประเด็นที่ท่านประธาน เปึ้นห่วงเปึนใยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมไพโรจน์ พรหมสาส์น นะครับ ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการครับ ที่เมื่อวานนี้เราได้พูดคุยกันถึงมาตรา ๗ แล้วก็มีปัญหาเรื่องวรรคสองที่ว่าควรจะคงไว้หรือตัดออก หลังจากที่ได้พูดคุยกันแล้ว ท่านก็ยินดีให้คงไว้ แต่ว่าให้เปลี่ยนแปลงถ้อยคำ ซึ่งผมคิดว่าอันนั้นเปึนวิธีการที่ดีที่สุด ในการทํางานร่วมกันนะครับ แล้วก็พอดีเมื่อวานนี้เราก็ได้ผ่านในเรื่องของ นิดเดียวนะครับ นําไปถึงสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปว่าในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ทางสภาร่างฯ เราก็มี หน้าที่รับผิดชอบในการดําเนินการ เมื่อวานก็เปึ้นเรื่องที่ดีครับที่มาตรา ๕ เรากําหนดไว้ ชัดเจนว่าเรื่องการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนหน้าที่ของสภาร่าง รัฐธรรมนูญเราที่จะไปตั้งกรรมาธิการดําเนินการในเรื่องนี้ ส่วนในเรื่องการออกเสียง ประชามตินั้นให้กรรมการการเลือกตั้งดําเนินการแล้วก็ไป ส่วนการเผยแพร่วิธีการอะไร ต่าง ๆ ก็เปึ้นเรื่องของกรรมการการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นมันก็จะมาสอดรับกับมาตรา ๕ มาตรา ๗ ที่เราพูดเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องมาตรา ๗ เราอยากจะแนะนํา ประสานงาน เสนอแนะอะไร อย่างไร คิดว่าเราสามารถดำเนินการในบทนี้ได้ในส่วนที่ คุณวัชรา เมื่อสักครู่ท่านก็ทำท่าจะยอมแล้วนะครับ เพียงแต่ว่าขอได้นำเอาหลักการวิธีการ และข้ออะไรที่ท่านเสนอแนะไปปรับตรงนี้ให้ชัดเจนนิดหนึ่งนะครับ ทีนี้หันมาพูดถึงตัวเลข หรือในเรื่องของการดำเนินงานที่ท่านวัชรา ขอประทานโทษ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ที่ท่านยืนยันในเรื่องตัวเลขอะไรต่าง ๆ ผมก็อยากจะเรียนว่าผมเองก็มีส่วนประสาน ในเรื่องนี้นะครับ แล้วก็ได้ประสานกับคุณวัชราด้วย ตัวเลขเบื้องต้นที่เราได้รับมานั้นก็คง จะเปึนเรื่องที่ทางมหาดไทยก็เข้าใจว่าเปึนการออกเสียงโดยการทำประชามติ อาจจะวิธี เป่ดเผย หนึ่ง สอง สาม อย่างที่ผมเรียนนะครับ ตอนหลังผมก็ได้ขอแก้ไขไปให้มีวิธีที่ ๔ ที่ ๕ คือการเอาเข้าไปขีดในช่องที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือไม่ก็แจกบัตรวิธีลับ แบบที่ กําลังจะให้กรรมการการเลือกตั้งทํานี่ล่ะครับ ก็ปรากฏว่าถ้าใช้วิธีนี้มันจะต้องมีการ พิมพ์บัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้น เขาก็ให้ตัวเลขมาพิมพ์บัตรเลือกตั้งก็อีกประมาณสัก สี่สิบห้าสิบล้านบาท และรวมทั้งบัตรตัวอย่างนะครับ แล้วก็เขาก็ให้เมื่อกี้ ประทานโทษ ท่านวัชรา ผมเพิ่งได้มาเมื่อเช้านี้เอง เขาแฟกซ์ (Fax, Facsimile) มานะครับ เขาก็บอกว่า สำหรับเรื่องนี้ถัวจ่ายได้ทุกรายการ เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริง เหลือจ่ายให้ส่งคืนเปึ้นรายได้ แผ่นดิน สำหรับคูหาและหีบบัตรขอใช้จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือกรรมการ การเลือกตั้งที่มีอยู่ เช่นที่ทำการปกครองจังหวัดหรือสำนักงาน กกต. ที่มีอยู่ ค่าใช้จ่ายนี้ ไม่รวมค่าประชาสัมพันธ์เผยแพร่อะไรต่าง ๆ ซึ่งจะมาอยู่ในส่วนที่สภาร่างฯ เราดําเนินการ นะครับ นอกจากนั้นก็อาจจะมีปัญหาเรื่องหน่วยเลือกตั้ง ที่เลือกตั้ง ซึ่งคิดว่าถ้าเปึน การประหยัดเราอาจจะใช้อาคารสถานที่ที่มีอยู่ เว้นแต่ว่าเต็นท์ (Tent) หรืออะไรต่าง ๆ ถ้าไม่มีอาจจะต้องเช่าบ้าง อะไรบ้าง เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะให้เอาประเด็นเรื่อง ค่าใช้จ่ายมาพูดในตอนนี้นะครับ เพียงแต่อาจจะประกอบได้ เดี๋ยวจะบอกว่าถูกไป แพงไป พี่น้องประชาชนทางบ้านบอก เอ๊ะ ทำไมให้ กกต. ทำ พันกว่าล้านบาท มหาดไทยทำแค่ หกเจ็ดร้อยล้านบาทนะครับ สรุปรวม ๆ แล้วตัวเลขตอนนี้คร่าว ๆ มันก็ประมาณ ๖๙๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอีกประมาณร้อยกว่าล้าน แล้วก็อาจจะมีรายจ่าย อย่างอื่นอีก ซึ่งอันนั้นก็เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าทางสภาคงจะต้องไปเคลียร์ (Clear) กับทางด้าน ผู้อนุมัติใช้จ่ายงบประมาณ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ท่านวัชราคงจะเข้าใจตรงกันนะครับว่า มันเปึนอย่างนี้ ตัวเลขยังไม่มีแน่นอน มันอาจจะบวก ลบ จากที่ กกต. คิดไว้ หรือบวกเพิ่ม จากที่มหาดไทยคิดไว้ ซึ่งมันยังไม่ทั่วถึงชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่าเรา น่าจะผ่านไปได้ ส่วนว่าจะให้หน่วยไหนเปึนคนรับผิดชอบดำเนินการนั้น ผมเองตอนแรก ก็คิดว่าอยากจะทําในรูปที่เปึนกรรมาธิการวิสามัญแล้วมีผู้รับผิดชอบร่วมกันอะไรต่าง ๆ แต่ได้ถอนคําแปรญัตติไปหมดแล้ว อย่างที่ท่านทั้งหลายว่า เพราะฉะนั้นในหลักการตรงนี้ ถ้าหากเราบอกว่าให้สภาของเรา ๑. ยังต้องทำในเรื่องประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ๒. ทำใน เรื่องของการติดตาม แนะนำ ประสานงาน สนับสนุนอะไรต่าง ๆ ก็ตามที่บทอันนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราทําใน ๒ บทบาทนี้ ก็คิดว่าคงจะเปึนเรื่องที่ว่าเราพอจะรับกันได้นะครับ เพราะว่าเราต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญนี้เราทํามาเปึ้นเวลาห้าหกเจ็ดเดือนนะครับ กว่าจะ ถึงประชามติ แค่ว่าใช้งบประมาณดำเนินการเข้าใจว่าเฉพาะสมาชิกของเราก็คงเปึ้นร้อย สองร้อยล้านบาทนะครับ แต่ถ้าหากว่าเราไม่เน้นย้ําในเรื่องว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึ้น อย่างไร มีที่ไปที่มาอย่างไร มีเหตุมีผลอย่างไร แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างไร และพี่น้องประชาชนควรจะรู้เข้าใจอย่างไร มาใช้สิทธิ ใช้เสียงอะไร อย่างไร ก็คงจะเปึน เรื่องที่น่าเสียดายเหมือนกันถ้าหากว่าเราทำประชามติเพียงวันเดียวแล้วมันยุบไปเลย สมมุติไม่ผ่านนะครับ แล้วเราเองก็คงไม่มีเวลาที่จะไปออกกฎหมายลูก ไม่มีเวลาที่จะไป ติดตามดูเขาจะเลือกตั้งอะไร อย่างไร นั่นเปึนสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า อยากให้ที่ประชุมนี้ได้ พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือ ถ้าหากว่าวิธีการที่ท่านวัชรา เสนอก็ดี ที่ผมเคยเสนอไปแล้วก็ดี ในชั้นกรรมาธิการได้กรุณานะครับว่าเราสามารถที่จะ ประนีประนอมกันได้แล้วนําไปปรับใช้ก็คงจะเปึนเรื่องที่ดี
อีกประการหนึ่ง เมื่อวานนี้ผมอาจจะหงุดหงิดไปนิดหนึ่ง ประเด็นที่อยู่ดี ๆ ท่านก็ตัดภายใน ๓ นาทีอย่างที่ว่า ก็เลยหลุดอะไรออกไปทำนองว่า ถ้าหากว่าไม่เปึนไป ตามหลักเกณฑ์ท่านผู้ใดจะลาออกก็ขอเชิญ ต้องขออภัยนะครับ ถ้าหากว่าจะไปพาดพิง ถึงท่านผู้หนึ่งผู้ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสดศรี ต้องขอ เนื่องจากว่าได้พูดไปแล้ว ก็ขอถอนคำพูดวันนี้ก็แล้วกันครับ ขอบพระคุณครับ
พวกลืมไปหมดแล้ว เลยนึกขึ้นได้อีกครับ พอดีผมเห็นใจ อาจารย์ปกรณ์พยายามจะช่วย สภาอยู่นะครับ คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวอาจารย์ปกรณ์ครับ คือผมดูเอกสารของท่านวัชรา นะครับ คืออย่างนี้ เมื่อกี้ท่านไพโรจน์ท่านบอกว่าถ้าเปึนไปได้ก็ให้แยกประเด็นเสียว่า จะให้ใครทำในวันนี้ ส่วนงบประมาณให้แยกออกไปพิจารณา แต่คราวนี้ท่านวัชราเสนอ ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วก็ยืนยันมาวันนี้นี่นะครับ ถ้าเกิดเราไม่พูดวันนี้ให้กระจ่างแล้วต่อมา เราไปสรุปในแนวทางที่ต้องใช้เงินมาก เราก็จะกลายเปึนปัญหานะครับ เพราะท่านเดินมา ไกลพอสมควร ผมดูเอกสารท่านวัชราที่เสนอมา ๓ หน้า เปึนการใช้งบประมาณที่ท่าน เสนอไว้ หน่วยเลือกตั้ง ๘๖,๘๗๖ หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๔๕,๐๑๑,๓๑๑ คน ในกรุงเทพฯ แบ่งเปึน ๗๖ จังหวัดของกรุงเทพฯ มี ๗๙๖ อำเภอ ๘๑ กิ่งอำเภอ ๕๐ เขต ท่านเสนอ งบประมาณทั้งหมด ๕๙๙ ล้านบาทเศษ แต่ตัวเลขที่เสนอมานี่นะครับ ค่าใช้จ่าย ส่วนกลางทั้งประเทศ ท่านเสนอมา ๑. ค่าอาหารทำการนอกเวลาสำหรับข้าราชการ และลูกจ้างประจำ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ท่านดูตัวเลขท่านนะครับ เปึนไปได้ไหมครับ ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ๑๕๐,๐๐๐ บาท ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ค่าเช่าที่พัก ไปราชการ ตรวจ ติดตามการออกเสียงประชามติ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ท่านดูตัวเลขนะครับว่ามันเปึ้นไป ได้ไหม ค่าทำหนังสือคู่มือปฏิบัติงานการออกเสียงประชามติ จำนวน ๖๑๕,๐๐๐ เล่ม ทั่วประเทศนี่นะครับ เล่มละ ๒๖ บาท เปึ้นเงิน ๑๕,๙๐๐,๐๐๐ บาท นี่คู่มือนะครับ เลยดูเยอะ ค่าเครื่องเขียน ค่าวัสดุในสำนักงานศูนย์อำนวยการ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เปึนไปได้ไหมครับ ท่านนึกภาพดู นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเสนอตัวเลขแบบนี้ถ้าไม่ดูรายละเอียดก็เหมือนท่านเสนอ ตัวเลข แล้วท่านทำได้ถูก ได้ดี ค่าจัดพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ๑๒๕ ล้านบาท ค่าจัดส่งหนังสือคู่มือไปยังต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ส่งคู่มือ นะครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค่ากรอกคะแนนออกเสียงประชามติ ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ค่าโทรศัพท์ศูนย์มหาดไทยติดต่อศูนย์จังหวัดและกรุงเทพมหานคร และศูนย์อำเภอ กิ่งอำเภอ เขตติดตั้งโทรศัพท์ ศูนย์มหาดไทย ๒๐ คู่สายนะครับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่าย ค่าฝ๊กอบรม ๘,๗๐๐,๐๐๐ บาท นี่ผมยกตัวอย่างให้ท่านดูนะครับ แล้วเดี๋ยว ถ่ายให้สมาชิกดูก็ได้ ถ้าหากว่าคิดตัวเลข ถ้าผมอ่านหมด ๒ หน้าก็อาจจะใช้ เวลา แต่ตัวเลขต้องถามท่านนะครับว่ามันเปึนไปได้ไหม หลักแสนทั้งนั้นทั่วประเทศ แต่มีเยอะหน่อยนะครับ
ประทานโทษครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สำหรับข้อที่ ๑ นี่หมายถึงค่าใช้จ่ายของศูนย์อำนวยการ ที่มหาดไทยนะครับ เฉพาะศูนย์อํานวยการนะครับ ส่วนที่ทั่วประเทศนั้นอยู่ในข้อ ๓ ครับ สำหรับอำเภอ กิ่งอำเภอนะครับ และสำหรับศูนย์จังหวัดนี่ก็อยู่ในข้อ ๒ นะครับ
โทรศัพท์ทางไกลสำหรับจังหวัดติดต่อราชการส่วนกลาง แห่งละ ๒,๐๐๐ บาท ๗๖ จังหวัด ๒,๐๐๐ บาท ๑๕๒,๐๐๐ บาททั่วประเทศ ค่าเครื่องเขียนแบบพิมพ์ แห่งละ ๒,๕๐๐ บาท ๗๖ จังหวัด ท่านคิดแค่ ๗๖ แห่งนะครับ ๑๙๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นถ้าท่านเอาตัวเลข มาเปึนตัวกำกับในการตัดสินใจ และถ้าตัวเลขเราไม่ละเอียดเราก็จะมีความรู้สึกว่าเรา ใช้เงินแล้วกลายเปึ้นฟุ์มเฟ๋อยไป เพราะฉะนั้นถ้าตัวเลขมันปฏิบัติไม่ได้ตามนี้แล้วเราไป เสนอในสิ่งที่มันเปึ้นปัญหา ผมก็ห่วงที่ประชุมเราจะตัดสินใจคลาดเคลื่อนไป เอาเปึนว่า อย่างนี้ดีไหมครับ แยกเปึน ๒ ประเด็นอย่างท่านไพโรจน์ว่าก่อนนะครับ ตัวเลขนี่นะครับ ผมดูแล้วว่าเราพยายามพูดให้สาธารณชนได้เข้าใจว่าตัวเลขตัวนี้ที่เราเสนอต่างกันขนาดนี้ เปึ้นส่วนที่เราจะต้องไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ยึดหลักของการประหยัด ของการ โปร่งใสของการตรวจสอบได้ แล้วก็เปึ้นที่ยอมรับกับทุกฝ์าย ดีไหมครับตัวเลข มิฉะนั้น แล้วถ้าเอาตัวเลขมาตัดสินตรงนี้ผมดูแล้วนี่มันมีปัญหา เพียงแต่ว่าเราตัดสินวันนี้ก่อนว่า เราจะให้มหาดไทยทำหรือจะให้ กกต. ทำนะครับ ส่วนตัวเลขนั้นเดี๋ยวคงหารือที่ประชุม นะครับว่าการกำหนดค่าใช้จ่ายของ กกต. นั้น เดี๋ยวเราไปประชุมกันอีกทีหนึ่ง แล้วก็ดู ตัวเลขที่ท่านวัชราเสนอด้วย เพื่อให้เปึนไปตามความเปึนจริงมากที่สุด เปึนไปได้ไหมครับ ท่านกรรมาธิการครับ ขอโทษที่ ท่านศิวะครับ พอดีนั่งอยู่ข้างล่างมองไม่เห็น ท่านกรรมาธิการเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศิวะ แสงมณี กรรมาธิการ ผมคิดว่าในข้อ ๗ นี้กรรมาธิการเราได้ร่างก็เพื่อยืนยันว่า สภานี้จะมอบหมายให้ใครไปดำเนินการทำประชามติ ซึ่งในความคิดเห็นของกรรมาธิการ เราเห็นว่าคณะกรรมการ กกต. เหมาะสมที่จะไปทําหน้าที่นี้ เพราะเรามีความเห็นว่า ประชาชนน่าจะเชื่อถือมากกว่าเพราะเชื่อว่าเปึนกลางมากที่สุด แต่ถ้าเราได้ไปให้ หน่วยงานของรัฐทํานั้นไม่ได้หมายความว่าประชาชนไม่เชื่อถือ แต่ว่าความเชื่อถืออาจจะ ไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ (Percent) เพราะยังคิดว่าหน่วยงานของรัฐอาจจะถูกแทรกแซงโดย กระบวนการต่าง ๆ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ เพราะฉะนั้นผมอยากให้พิจารณาในแง่ว่าเราจะมอบให้กับหน่วยงานใดทำก่อน ส่วนเรื่อง งบประมาณนั้นผมคิดว่าเปึ้นอีกประเด็นหนึ่ง เพราะว่าประเด็นนี้ถ้าเราไปพูดเรื่องนี้ก็ เหมือนกับว่าตอนนี้เราจะมีการประมูลการทำประชามติว่าใครเสนอราคาถูกกว่ากัน ซึ่งผม คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องของสภานี้นะครับ เพราะฉะนั้นหน้าที่เราตอนนี้คือว่าเราจะมอบให้ ใครทำ แต่ในส่วนเรื่องของงบประมาณนั้น เขาก็ต้องเปึนไปตามขั้นตอนในการทำว่า ขั้นตอนของหน่วยงานที่ กกต. กำหนดนั้นเปึนขั้นตอนอย่างไร ละเอียดมากน้อยแค่ไหน และมีความน่าเชื่อถือเพียงไรนะครับ มั่นคงจะเอาเรื่องเงินมากเงินน้อยมาวัดก็คงไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อเสนอแนะในเรื่องขั้นตอนหรือเรื่องงบประมาณก็ตาม ในข้อ ๗ นี้เราได้กําหนดไว้แล้วว่าให้สภานี้ตั้งกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่งหรือกี่คณะก็ตาม มีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะแล้วก็ติดตามให้เปึนไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วย ผมคิดว่าอันนี้เราก็เป่ดคลุมไว้ทุกด้านแล้ว เพราะฉะนั้นในเวทีนี้ ในสภานี้ ผมคิดว่า น่าที่จะพิจารณาว่าเราจะมอบหมายให้ใครทำนะครับ ด้วยเหตุผลที่กรรมาธิการ ได้กราบเรียนหลายครั้ง โดยเฉพาะท่านอาจารย์วุฒิสารก็ได้กราบเรียนไว้หลายครั้งนะครับ ผมไม่อยากให้มีประเด็นเรื่องของงบประมาณมาพันกับเรื่องหลักการว่าเราจะมอบหมาย ใคร มิฉะนั้นเราก็จะไปไม่ได้ แล้วเดี๋ยวสังคมภายนอกก็จะนั่นไปอีก เพราะฉะนั้น ผมก็อยากขอกราบเรียนเพื่อให้ที่ประชุมนี้ได้พิจารณาประเด็นนี้ก่อนนะครับ ก็ขอขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ คงเห็นตรงกันนะครับ จริง ๆ ก็อยากอ่านให้หมดนะครับว่าท่านวัชรา เสนองบประมาณ ซึ่งมันทำให้สาธารณชนอาจจะคิดไปได้นะครับว่าเราใช้งบประมาณ มากเกินไป ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งก็ได้นะครับเพื่อบันทึกไว้ สาธารณชนจะได้เข้าใจว่า สิ่งที่เรากำลังพูดนี้เราไม่ได้เอา ๒ เรื่องมาปีนกัน แต่พอท่านพูดในประเด็นนี้ เราไม่พูด ให้จบตอนนี้มันก็จะกลายเปึนคำถามตามไปตลอดนะครับ มีอีกอันหนึ่งก็แล้วกันนะครับ ท่านเสนอค่าใช้สอยนะครับ ค่าจัดสถานที่ออกเสียงประชามติ ๘๖,๘๗๖ หน่วย ท่านคิดให้หน่วยละ ๑๕๐ บาท ค่าใช้สอยนะครับ ค่าพาหนะขนส่งอุปกรณ์จากอำเภอ ๘๖,๘๗๖ หน่วย ท่านให้เขาค่าพาหน๊ะหน่วยละ ๕๐๐ บาท ค่าวัสดุอุปกรณ์เครื่องเขียน ประจำหน่วย ๘๖,๘๗๖ หน่วย ท่านให้เขาหน่วยละ ๑,๐๐๐ บาท ค่าทำปัายผ้าที่ออกเสียง ประชามติ ประจำไว้ที่หน่วย ๘๖,๘๗๖ หน่วย ปัายผ้าท่านให้หน่วยละ ๕๐๐ บาท ค่าทำปัายชื่อตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน ๘๖,๘๗๖ หน่วย ท่านให้หน่วยละ ๑๐๐ บาท แค่ปัายชื่อของผู้ปฏิบัติงาน หน่วยละ ๑๐๐ บาท ซึ่งตัวเลขตรงนี้ที่กราบเรียนตรงนี้นะครับ ไม่ใช่ท่านวัชราทําไม่ดีหรือไม่ถูกนะครับ แต่ผมคิดว่าเปึนตัวเลขที่เราต้องพูดให้ชัดเจนว่า มันไม่ใช่ข้อยุติในการจะตัดสินใจในวันนี้ว่าสิ่งที่เราจะเลือกให้ใครทำนั้นอยู่ที่ตัวเงิน เปึ้นหลัก ไม่ใช่นะครับ แต่ดูที่ความเหมาะสม ต้องขอบคุณท่านวัชราด้วยนะครับ ที่พยายามเสนอในเรื่องของการประหยัด แต่ในเมื่อเราจะใช้เท่าไรนั้นก็อยู่ที่สมเหตุสมผล ก็แล้วกันนะครับ ท่านวัชรายังติดใจอยู่ไหมครับ เรื่องของมหาดไทยครับ ถ้าหากติดใจ ผมจะให้ลงคะแนนนะครับ เชิญครับ
กระผมขอเพิ่มอีกเรื่องหนึ่งครับ
ท่านยังติดใจเรื่องมหาดไทยอยู่ไหม
เพื่อจะให้คำตอบเรื่องนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพครับ
ท่านก็ตัดสินใจง่าย ๆ
คือ ถ้าได้เอาแผนผังการดําเนินการจัดให้มีการ ลงประชามติที่ผมเสนอเมื่อวาน ท่านยังอยู่ไหมครับ เอกสาร ๓ แผ่น และมีคำชี้แจง ประกอบด้วย ซึ่งขั้นตอนอันนั้นเปึนการทำประกอบกับเอกสารนี้ จะทำให้ทำงานได้ ในวงเงินที่น้อยลง คือประมาณหกร้อยกว่าล้านบาท อันนี้ยังไม่ได้พิมพ์บัตร เมื่อพิมพ์บัตร อีกก็เปึนประมาณหกร้อยกว่าล้านบาทนะครับ
เอาเปึนว่าตัวเงินเดี๋ยวค่อยว่ากัน ท่านยังติดใจให้มหาดไทยทำอยู่ไหมครับ
ครับ มิได้ครับ กระผมครับนี่หมายถึงว่าครับ รับฟังท่านนะครับ กระผมหมายความอย่างนี้นะครับว่าถ้ายอมรับในหลักการที่ กระผมเสนอ กระผมก็ยินดีที่จะถอนคำแปรญัตติของผม สำหรับเรื่องที่จะให้ กระทรวงมหาดไทยทำ โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้ทำ แต่ต้องคำนึงถึงที่ผมได้ เสนอไป ๒ ประการ เรื่องงบประมาณและแผนผังการดําเนินงาน
คือแผนผังนี่มันต้องไปดูรายละเอียดกันนะท่าน ท่านจะมาให้ตัดสินว่าเอาตามแผนผัง ถ้าเกิดไปรับเปึนมติสภาไป
มิได้ครับ กระผมใช้คําว่า คํานึงถึง
คำนึงถึง ก็เปึ้นที่เข้าใจนะครับ ก็รับมาพิจารณาแล้วกันนะครับ
ขอความกรุณาถามทางกรรมาธิการครับ ประทานโทษครับ
ให้รับมาพิจารณา กกต. ครับได้ไหมครับ
ท่านประธาน ผมขอประท้วงครับท่านประธาน
ท่านจะประท้วงอะไรครับ เชิญครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมเศวต ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตัวแทนเกษตรกร คืออย่างนี้มันมีความ คลาดเคลื่อนท่านประธาน ท่านประธานให้พูดเรื่องมหาดไทย ไม่มหาดไทยนี่ มันมีความ เกี่ยวเนื่อง ผมประท้วงว่าเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสอง นํามาสู่ ของคณะต่าง ๆ แล้วก็กฎหมายครับท่านประธาน
ท่านจะประท้วงอะไรก่อน เอาเรื่องประท้วงก่อน
คือมันเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ป้ ๒๕๔๑ ซึ่งยังบังคับใช้อยู่ แล้วก็ให้ กกต. ทำ แล้วเราก็มาหลงทางพูดถึงเรื่องอะไรก็ไม่รู้ครับ มหาดไทยอะไรแบบนี้ มันนอก กฎหมาย นอกกรอบนะครับ มันจะพากันลงเหวครับท่านประธาน ผมประท้วง ท่านประธานเรื่องนี้ครับ
ไม่ลงเหวหรอกครับ เพราะว่าท่านวัชราเขาสงวนคําแปรญัตติของท่านไว้ ก็เปึนสิทธิของ ผู้สงวน เพราะฉะนั้นเราก็มีหน้าที่ในการตัดสินใจ เชิญครับท่านอาจารย์ประพันธ์
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการครับ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณท่านวัชรา และท่านผู้ให้ข้อเสนอแนะทุกท่านเลย ซึ่งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตั้งแต่ ในชั้นกรรมาธิการก็นำมารับฟังทุกท่านเลย บางข้อเราปรับปรุงได้เราก็ปรับปรุง ทีนี้ในส่วน ที่ท่านบอกว่าจะต้องให้ กกต. ทำแล้วจะต้องรับผังการทำงานที่ท่านเสนอรู้สึกมี ๑๑ ข้อ รวมทั้งงบประมาณที่ท่านเสนอ ก็คือถ้าให้ กกต. ทำเราก็รับฟังข้อเสนอของท่าน แต่ ถ้าหากว่าจะให้ดำเนินการไปตามแผนผังที่ท่านเสนอ แล้วงบประมาณที่ท่านเสนอ กระผม เกรงว่าถ้าทําไม่ได้ความเสียหายจะเกิดอย่างมากมายกับประเทศนี้ เพราะการ ลงประชามติครั้งนี้เปึนการลงประชามติครั้งแรกของประเทศ ซึ่งจะมีการลงประชามติ จริง ๆ มีรัฐธรรมนูญอยู่ ๖ ฉบับที่ผ่านมา อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่าให้มีการทำ ประชามติ แต่ไม่เคยทํา ครั้งนี้เปึนครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งสภาร่างฯ แห่งนี้จะทํา แล้วที่ว่า เปึ้นเกียรติมากที่จะมอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งทำ ฉะนั้นถ้าเกิดสิ่งผิดพลาด ขึ้นมาจะเปึนการทำแผนงานนี้ก็ดี หรืองบประมาณถ้าเกิดไม่ได้ก็ดี มันจะเกิด ความเสียหายอย่างคาดไม่ถึง เพราะการทำประชามติคราวนี้นี่คือการให้ประชาชน ให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญที่ท่านร่าง ต่างประเทศจับตาดูอยู่ว่าการลงประชามติครั้งนี้ จะเปึนไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม หรือเปึ้นเพียงพิธีกรรม กระผมขออนุญาตกราบเรียน ชี้แจงท่านสั้น ๆ เกี่ยวกับขั้นตอนที่ท่านวัชราเสนอ ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คือท่านบอกว่าการทำประชามติขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ถ้าท่านให้ เหตุผลมา ผมกราบเรียนว่าเหตุผลที่ท่านเสนอ อย่างเช่นยกตัวอย่างง่าย ๆ ในข้อ ๕ ถ้าท่านมีเอกสารอยู่นี่ การลงประชามติเปึนการเลือกเพียงว่าจะเอาหรือไม่เอารัฐธรรมนูญ นี้ หรืองดออกเสียงเท่านั้นเอง ซึ่งกระบวนการในการออกเสียงประชามติใช้เวลาเพียง สั้น ๆ จึงลดหน่วยลงประชามติลงได้ ในหลักการจำนวนผู้ใช้สิทธิ ๑,๐๐๐ คน ต่อ ๑ หน่วย จะลดงบประมาณลงไปมากนะครับ ปัจจุบันนี้หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศมีประมาณ ๘๘,๐๐๐ หน่วย ในจำนวน ๘๘,๐๐๐ หน่วยนี้ประมาณหน่วยละ ๘๐๐ คนที่เราใช้อยู่ ซึ่งเปึ้นหน่วยเลือกตั้งที่เราใช้ สำหรับเลือก สส. สว. ท่านเสนอให้ใช้ ๑,๐๐๐ คนต่อหน่วย ก็เท่ากับท่านต้องลดหน่วย เลือกตั้งลงใช่ไหมครับ ผมขอกราบเรียนท่านว่าเวลาท่านไปเลือกตั้ง สมมุติว่าท่านไปเลือก สส. หรือ สว. เดิมนี่ท่านเคยไปเลือกในหน่วยเลือกตั้ง หน่วยที่ ๑ ซึ่งแน่นอนครับปกติท่าน ก็จะไม่ได้ดูในแผ่นรายชื่อที่ส่งไป ท่านก็ไม่ได้ดู ผมเชื่อว่าส่วนมากไม่ได้ดู ผมเองผมไป เลือกตั้ง สก. เขตจตุจักรเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ไม่ได้ดูชื่อที่ทาง กกต. ส่งมาให้ กกต. เขต กทม. ส่งมาให้ผม ผมก็ไปหน่วยเดิมครับ หน่วยที่ ๑๕ เขตจตุจักร ก็มีชื่อผม มีชื่อครอบครัวผม ผมก็ใช้สิทธิ ถ้าท่านลดหน่วยจาก ๘๐๐ เปึ้น ๑,๐๐๐ ท่านต้อง ลดหน่วย แล้วพอท่านลดหน่วยแล้วต้องยุบหน่วยไป สมมุติว่าผมอยู่หน่วยที่ ๑๕ เขตจตุจักรอย่างนี้ แล้วพอถึงผมจะไปลงคะแนนออกเสียงประชามติไม่มีชื่อผม ท่านคิด ดูสิ แล้วมันเกิดเหตุอย่างนี้ทั่วประเทศอะไรจะเกิดขึ้นครับท่าน เขาก็เลยบอกว่าเห็นไหม ทำประชามติคราวนี้บอกแล้วว่ามันเสียเงินเปล่า ๆ เปึนแค่พิธีกรรมเท่านั้นเอง แล้วคนก็จะ พูดกันทั่วประเทศ เอาแค่อันเดียวเท่านั้นครับ ท่านลองนึกถึงตัวท่าน ผมเชื่อเลยว่าถ้าท่าน ไปที่หน่วยแล้วไม่มีชื่อท่านนี่ต้องโวยไหมครับ ท่านต้องบอกว่ามันทำอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่เรียบร้อย แล้วการลงประชามติคราวนี้มันก็จะไม่สง่างามครับ ต่างประเทศเขาก็มองเรา อยู่ ผมเองผมด้วยความเคารพ ผมไม่อยากจะพูดในรายละเอียด ข้อ ๑ ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ เพียงข้อเดียว แต่ทุกสิ่งที่ท่านเสนอแนะมากระผมขอน้อมรับฟังด้วยความเคารพ และอันไหนปรับปรุงได้จะไปปรับปรุงนะครับ แล้วงบประมาณอันไหนถ้ามันมากเกินไป กกต. ทำเองไม่ได้ครับ ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการกิจการฯ ของสภาร่างฯ ซึ่งมีท่านประธานเสรี เปึนประธาน ท่านก็ต้องเช็คจำนวนเงินอยู่แล้วครับ และทุกอย่าง มีบิล (Bill) มีใบเสร็จ มี สตง.์ ตรวจนะครับ ผมขอขอบพระคุณท่านมากนะครับ
คงเข้าใจนะครับท่านวัชราครับ เดี๋ยวเอาอย่างนี้ดีไหมครับ
ยินดีครับที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวเมื่อกี้นี้ กระผม ก็ขอกราบเรียนอย่างที่กราบเรียนแล้วครับว่ายินดีที่จะถอน
ขอบพระคุณครับ แล้วส่วนงบประมาณเดี๋ยวผมจะประชุมอีกที แล้วเชิญท่านวัชรา มาร่วมประชุมด้วยแล้วกันนะครับ อย่างนั้นผ่าน
หมายความว่ายืนอยู่ใน ๒ หลักการที่ว่า นะครับ แต่คํานึงถึงเท่านั้นเอง
คือคํานึงถึงก็คือประหยัด แล้วก็ใช้ให้สมเหตุสมผลนะครับ
เดี๋ยวพิจารณาแผนผังของผมด้วย
ครับ แผนผังนี่เดี๋ยวเขารับไปพิจารณา ส่วนไหนทําได้เขาก็ทํา ส่วนไหนทําไม่ได้เขาก็ไม่ทํา เอาตามนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ ถ้าอย่างนั้นข้อ ๗ นี่ผ่านไปนะครับ เชิญท่านเลขาฯ ครับ
ข้อ ๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านวัชราสงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมขอเพิ่มคำว่า เปึนสิทธิ เพื่อที่จะให้ชัดเจนลงไปว่าในการออกเสียงประชามตินี้ เปึ้นสิทธิของผู้ออกเสียง ไม่ใช่เปึนหน้าที่ครับ
ท่านกรรมาธิการว่าอย่างไรครับ ท่านวุฒิชาติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ในฐานะกรรมาธิการครับ จริง ๆ เราอยู่ใน คํานิยามว่า เปึนสิทธิ์ อยู่แล้วครับ ตรงนี้ก็คือตรงกันครับท่านครับ
ตรงกันก็คือยื่นตามร่างกรรมาธิการ แต่อธิบายว่าในส่วนที่บอกเปึนสิทธินั้นอยู่ในคํานิยาม บัญญัติไว้แล้ว ท่านวัชราครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ คือผมขอให้เติม ไป ก็คงไม่ขัดข้องกระมังครับ
เขาบอกมีอยู่ในนี้ครับ ท่านดูข้อ ๓ นะครับ ในประกาศนี้ ผู้มีสิทธิออกเสียง หมายความว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ก็เปึนสิทธิ นะครับ เขาก็เขียนไว้แล้วครับ ท่านยืนยันไหมครับ
มันไม่ชัดนะครับ ท่านครับ ให้มันชัดลงไปเลย มันเปึนประวัติศาสตร์นะครับในการลงประชามตินี้ เพื่อให้ชัดลงไปเลยว่า มันเปึนสิทธิ มัน ไม่ซ้ำซ้อนกันหรือครับ เพราะว่าอันนั้นมันเปึ้นเรื่องการใช้สิทธิ์ครับ
คือชัดนี่มันก็อยู่ที่ว่าชัดข้องใครนะครับ กรรมาธิการก็บอกว่าของเขาชัดแล้ว ท่านก็บอก ยังไม่ชัดข้องท่าน เอาล่ะครับ ถ้าอย่างนั้นถามนะครับ ลงคะแนนดีกว่าครับ
(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ในข้อ ๙ นะครับ คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไข มีผู้สงวนคําแปรญัตตินะครับ คือท่านวัชรา ถ้าหากว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับกรรมาธิการให้กด เห็นด้วย ถ้าหากว่าเห็นด้วยกับ ท่านวัชรา ให้กด ไม่เห็นด้วย เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ท่านชาลีครับ เจ้าหน้าที่ดูบัตรให้ท่านชาลีด้วยครับ ท่านพิเชียร์ด้วยหรือครับ ท่านอาจารย์มานิจ เจ้าหน้าที่ดูอีกทีครับว่าเครื่องพร้อมไหม เดี๋ยวอย่างเมื่อวานอีกครับพอลงไปแล้ว ท่านกดบัตรแสดงตนก่อนนะครับ พร้อมหรือยัง ครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ป่ดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่รวม คะแนนด้วยครับ มีจำนวนผู้เข้าประชุม ๕๗ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๔๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ไม่มีนะครับ ถือว่าเปึ้นไปตามกรรมาธิการ นะครับ
ตอนนี้มีนักศึกษาวิชารัฐประศาสนศาสตร์นะครับ ชั้นป้ที่ ๓ ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๑๕๗ ท่าน เข้ามาร่วมรับฟังการ ประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ เชิญท่าน เลขาฯ ต่อครับ
ส่วนที่ ๒ เขตออกเสียงและหน่วยออกเสียง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ผมขอถอนครับ
ท่านวัชราถอนแล้วครับ ท่านอาจารย์คมสัน ครับ เชิญครับ
แก้ไขข้อ ๗ ผมขอถอนครับ แก้ไขข้อ ๗ ไปแล้ว ข้อนี้พอใจ ก็เลยขอถอนครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ เชิญท่านเลขาฯ ต่อครับ
ต่อไป ข้อ ๑๑ ไม่มีการแก้ไข มีผู้สงวนคำแปรญัตติ ท่านอัครวิทย์ครับ
ท่านอาจารย์อัครวิทย์ยังติดใจไหมครับ
ท่านประธานครับ ผม อัครวิทย์ สุมาวงศ์ ครับ ผมได้รับคําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการแล้วนะครับ ที่ผมสงวนไว้เพราะเกรงว่าจะ ไม่สามารถกําหนดวันออกเสียงได้ทันตามนั้น เพราะเกรงว่าถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญ กําหนดวันเผยแพร่รัฐธรรมนูญและกําหนดวันออกเสียงเร็ว การกําหนดหน่วยเลือกตั้ง จะไม่สามารถกระทำได้ตามกำหนด แต่ว่าเมื่อได้รับคำชี้แจงจากคณะกรรมาธิการแล้ว ผมพอใจและไม่ติดใจ รวมทั้งข้อ ๓๔ วรรคหนึ่ง ซึ่งได้สง่วนไว้ด้วยเหตุผลเดียวกันครับ ไม่ติดใจทั้ง ๒ ข้อครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์คมสันยังติดใจไหมครับ เหมือนกันนะครับ เหตุผลเดียวกัน
เรียนท่านประธานครับ ขอถอนเหมือนกันนะครับ
เมื่อกี้แก้ไขให้แล้วนะครับ ท่านผู้แปรญัตติพอใจ ท่านวัชราครับ
ผมก็เช่นเดียวกันครับ
ครับ ตกลงไม่ติดใจแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาฯ ต่อครับ
ส่วนที่ ๓ ผู้มีสิทธิออกเสียง และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๒ ไม่มีการแก้ไข ท่านอาจารย์สมคิดขอถอนแล้วนะครับ
ท่านอาจารย์สมคิดถอนไปแล้วครับ
ข้อ ๑๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มีผู้สงวน ถอนไหมครับ
ท่านวัชราครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร ที่กระผมได้แปรญัตติอันนี้เนื่องจากทางปฏิบัตินั้น ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งก็คงทราบดีว่าเปึนภาระอย่างยิ่งที่เมื่อบัญชีรายชื่อ นายทะเบียนกลางเปึนผู้พิมพ์ แล้วก็ส่งมาให้ทางกรรมการการเลือกตั้ง เพียงแต่ลงชื่อ แล้วก็ส่งกลับไปอีก แล้วส่งกลับไปเพื่อส่งมาให้ป่ดประกาศอะไรตามที่ต่าง ๆ นี่เปึนเรื่อง ยุ่งยาก กระผมจึงขอตัดตอนให้เปึนว่านายทะเบียนกลางเปึนคนจัดทำ พร้อมทั้ง ดำเนินการอื่น ๆ คือเปลี่ยนชื่อจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนนายทะเบียนกลาง อันนี้เปึ้นทางปฏิบัติครับ ขอยืนยันที่จะคงแปรญัตติครับ
เดี๋ยวฟังคำชี้แจงทาง กกต. ครับ เชิญครับ อาจารย์ประพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ คือในการดำเนินการออกเสียงประชามติ ก็เปึนเช่นเดียวกันกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร คือ คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้ดําเนินการ การดําเนินการต่าง ๆ นี่ในทางปฏิบัติ จริง ๆ แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะให้ทางสำนักงานทะเบียนเปึนคนจัดทำทะเบียน แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องดูแลว่ามันเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ฉะนั้นการดำเนินการต่าง ๆ บัญชีรายชื่อ การประกาศอะไรต่าง ๆ ก็ดี จะต้องเปึนหน้าที่ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะเหตุผลอะไร เพราะเหตุผลว่านายทะเบียนกลาง ตามกฎหมายแล้วท่านก็ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง ในการ ออกเสียงประชามติ กกต.เปึนคนรับผิดชอบ ฉะนั้นถ้าหากว่าทําอะไรไม่ถูกไม่ต้อง คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าผู้ว่าปฏิบัติจะเปึนนายทะเบียนกลาง ก็ตาม ฉะนั้นโดยเหตุผลนี้กรรมาธิการถึงให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำบัญชี เหตุผล เปึนอย่างนี้ครับ ก็ยังขอยื่นตามร่างของกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ
ท่านวัชราได้รับคำอธิบายแล้วยังติดใจไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร ทางปฏิบัตินั้นแม้กระทั่งมีข้อบกพร่องก็แล้วกัน ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถจะไปแก้ไขได้ คือก็ต้องประกาศไปตามนั้น คือไม่มีสิทธิที่จะทําอะไรเลยเกี่ยวกับทะเบียน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเปล่าประโยชน์ ที่จะต้องส่งมาแล้วส่งไป ซึ่งเสียค่าส่งเปล่า ๆ ขอยืนยันเช่นเดียวกัน เพื่อประโยชน์ ในการทำงาน เพราะผมเคยปฏิบัติอยู่
ครับ ก็ถามสมาชิกนะครับ
(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ในส่วนข้อ ๑๔ ท่านวัชราได้ขอแปรญัตติไว้ และสงวนคำแปรไว้ ถ้าท่านสมาชิกเห็นด้วย กับท่านกรรมาธิการ ให้กด เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับผู้ขอแปรญัตติคือท่านวัชรา ให้กด ไม่เห็นด้วย เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ป่ดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่รวมคะแนนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๕๑ ท่าน เห็นด้วย ๔๒ ไม่เห็นด้วย ๙ งดออกเสียง ไม่มี ลงคะแนนเสียง ไม่มี ก็เปึนไปตามกรรมาธิการนะครับ
เชิญท่านเลขาฯ ครับ
ผมลงคะแนนไม่เห็นด้วย แต่ในนั้นขึ้น ๐ นะครับ
ไม่เห็นด้วย ๙ นะครับ
ไม่เห็นด้วย ๙ ครับ เชิญท่านเลขาฯ ครับ
ข้อ ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มีท่านวัชราขอสงวนครับ
ขอถอนครับ
ขอถอนนะครับ ขอบคุณครับ เชิญต่อครับ
ข้อ ๑๖ ไม่มีการแก้ไข ท่านวัชราขอสงวนไว้ครับ
ขอถอนเช่นเดียวกัน
ผ่านไปครับ
ส่วนที่ ๔ เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการออกเสียง ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๗ มีการแก้ไข
ขอถอนครับ
ท่านอาจารย์คมสัน
ขอถอนครับ
ก็ถอนไปแล้วนะครับ ท่านวัชราไม่ติดใจครับ ต่อครับท่านเลขาฯ ครับ
ข้อ ๑๘ ไม่มีการแก้ไข ท่านคมสันขอสงวน
ท่านคมสันขอถอนไปแล้วครับ
ขอถอนครับ
ผมถอนเช่นเดียวกัน
ท่านวัชราพอใจแล้วนะครับ ถอนครับ
ข้อ ๑๙ ไม่มีการแก้ไข ท่านวัชราถอนครับ
ท่านวัชราขอถอนอีกนะครับ
ถอนเช่นเดียวกัน
ขอบพระคุณครับ
ข้อ ๒๐ มีการแก้ไข
ถอนเช่นเดียวกันครับ
เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมขอถอนครับ
ท่านอาจารย์คมสั้น เขาแก้ไขให้ไปแล้วนะครับ ท่านพอใจแล้ว ถอน ขอบคุณครับ ท่านเลขาฯ ต่อครับ
ส่วนที่ ๕ หีบบัตรออกเสียงและบัตรออกเสียงประชามติ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๑ ไม่มีการ แก้ไข ท่านคมสันถอน
เหมือนกันครับ เรื่องเดียวกัน เรื่องเกี่ยวกับการการกำกับ ถอนไปแล้วครับ
ผมก็ถอนครับ
ท่านวัชราถอนด้วยนะครับ
ข้อ ๒๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๓ มีการแก้ไข ท่านคมสันถอน
ขอถอนครับ
ข้อ ๒๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๕ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๖ การลงคะแนนออกเสียง การลงคะแนนสำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดและการนับคะแนน ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๗ มีการแก้ไข ท่านวัชรา
ท่านวัชราติดใจไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ กระผมยังติดใจครับว่า เจ้าหน้าที่ประจําหน่วยที่ออกเสียงนี้นะครับเขาควรจะมีสิทธิที่จะ ออกเสียงที่หน่วยได้โดยเขาเพิ่มชื่อตัวเขาเองครับ ในทางปฏิบัติเปึ้นเช่นนั้นนะครับ
เดี๋ยวผมจำคลับคล้ายคลับคลาว่าส่วนนี้กรรมาธิการเข้าแก้ไว้แล้วนะครับ เดี๋ยวขอดู นิดหนึ่งนะครับ ท่านกรรมาธิการเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม วุฒิสาร กรรมาธิการครับ ประเด็นข้อ ๒๗ กรรมาธิการได้เพิ่ม ข้อความไปแล้วครับว่าใน ข้อ ๒๗ วรรคสอง ตอนท้ายนะครับว่า ให้ผู้มีสิทธิออกเสียง ตามที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยออกเสียงใดให้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ในหน่วยออกเสียงนั้น ครับ ก็ได้เพิ่มให้ตามคำแปรญัตติครับ
ใช่ไหมครับ เพิ่มแล้วครับท่านวัชรา
คือเห็นในเอกสารแปรญัตติยังคงอยู่
ผมเห็นแวบ ๆ อยู่ครับ ไม่เปึนไร เดี๋ยวก่อนครับท่านเลขาฯ เดี๋ยวมันจะเร็วเกินไป ข้อ ๒๖ เมื่อกี้ที่กำหนดเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา กรรมาธิการเห็นด้วยถูกไหมครับ แต่คราวนี้ผมจะ ฝากกรรมาธิการไว้ด้วยแล้วกันว่าถ้าฉบับนี้ ๑๖.๐๐ นาฬิกา การเลือกตั้งอนาคตไม่ว่า สส. สว. เลือกตั้งท้องถิ่น ผมไม่แน่ใจว่า กกต. เห็นด้วยที่จะเอา ๑๖.๐๐ นาฬิกา เหมือนกันหรือเปล่า ข้อตั้งเปึนข้อสังเกตตอนนี้นะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะกลายเปึนว่า พอฉบับนี้ ๑๖.๐๐ นาฬิกา พอต่อไป ๑๕.๓๐ นาฬิกา ชาวบ้านสับสนนะครับ ท่านมี แนวคิดอย่างไร เชิญบันทึกไว้เลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการครับ ในข้อ ๒๖ นี้นะครับที่ได้มีการขยายเวลาถึง ๑๖.๐๐ นาฬิกา เปึนข้อเสนอที่กรรมาธิการท่านหนึ่ง พอดีบังเอิญท่านจะชี้แจงเอง ปรากฏว่าตอนนี้ไม่ทราบว่าท่านอยู่หรือเปล่า ผมเลยขออนุญาตกราบเรียนแทนนิดหนึ่ง นะครับ คือท่านพิเชียรเห็นว่าควรจะขยายเวลานะครับ เนื่องจากว่าต้องการจะให้มีผู้มา ใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มีมากขึ้น เพราะว่าการออกเสียงประชามติคราวนี้เปึนเรื่อง สำคัญ ซึ่งรับร่างรัฐธรรมนูญนี้นะครับ ซึ่งจะเปึนหลักปกครองประเทศ
คือตรงนี้ไม่เปึนอะไรครับ จะเพิ่มเวลาไม่เปึนอะไร แต่ต้องสร้างความชัดเจนว่าเลือกตั้ง คราวหน้า กกต. ก็ต้องมีนโยบายว่า ๑๖.๐๐ นาฬิกา เหมือนกันหรือเปล่าครับ
อันนี้กราบเรียนว่าไม่ได้เปึน นโยบายของ กกต. นะครับ ตอนที่ในการพิจารณากระผมเองก็ยังเห็นว่าควรจะเปึ้น ตามเดิม เพราะเกรงว่าเดี๋ยวเกิดจะมีความสับสน แต่เนื่องจากว่ากรรมาธิการเห็นว่า เฉพาะเรื่องการลงประชามติ
อย่างนั้นมันจะสับสนนะครับ เดี๋ยวชาวบ้านนี่
ขออนุญาตท่านประธานครับ เฉพาะในเรื่องการลงประชามติเท่านั้นนะครับ ที่ในข้อ ๒๖ นี่ขยายเวลาเปึน ๑๖.๐๐ นาฬิกา
ท่านนึกอย่างนี้นะ ผมเปึนห่วงอย่างนี้นะครับ ผมไม่ขัดข้องถ้าท่านจะแก้หรือเอาอย่างไร นะครับ ข้อยุติไม่เปึนไร อย่างไรก็ได้ แต่ถ้านโยบายท่านนี่ครับ เฉพาะฉบับนี้ ๑๖.๐๐ นาฬิกา แล้วชาวบ้านก็จะจำเปึน ๑๖.๐๐ นาฬิกา พอไปเลือกตั้ง สส. ซึ่งเกิด ไม่นานนี่นะครับ ชาวบ้านผมเชื่ออันหนึ่งว่าส่วนหนึ่งก็ต้องเข้าใจว่า ๑๖.๐๐ นาฬิกา แล้วพอไปถึงเวลาแล้วนี่มันเลยเวลาเลือกตั้งนี่นะครับ เราเขียนตรงนี้แล้วก็ไปสร้างปัญหา อนาคต ผมก็ห่วงอีกนะครับ ผมเปึนห่วงไปทั่วตอนนี้นะครับ ถ้าหากว่าอย่างไรก็ตาม ท่านในฐานะ กกต. นี่นะครับ คืออาจารย์พิเชียรเสนอก็ไม่เปึนไรเพราะสิทธิ์ พอกรรมาธิการเห็นด้วยนี่นะครับ แล้วมี กกต. นั่งอยู่ด้วยนี่ กกต. ก็ต้องชัดเจนนะครับ ว่า กกต. ที่เห็นด้วยนั้นนี่คราวหน้า กกต. ต้องไม่สร้างปัญหานะครับ เดี๋ยวจะมาบอกว่า เฉพาะอันนี้อันเดียวนะครับ ท่านพิเชียรไม่เปึนไรครับ เพราะว่าอันนี้ท่านเสนอคงมีเหตุผล กรรมาธิการเข้าถึงเห็นด้วยใช่ไหมครับ พอกรรมาธิการเห็นด้วย ผมก็เพียงแต่ห่วงว่า ท่านต้องบันทึกให้ชัดนะครับว่านโยบายของท่านตอนนี้ไม่สร้างปัญหาให้กับการเลือกตั้ง คราวต่อ ๆ ไป ถ้าจะเอา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ก็ไม่เปึนอะไร แต่คราวหน้าลงคะแนนเลือกตั้ง คราวต่อไปนี้นะครับ มันน่าจะเกณฑ์เดียวกัน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเปึนข้อเสนอของกรรมาธิการท่านหนึ่งนะครับ แล้วก็กรรมาธิการอาจจะ เรียกว่าส่วนมากก็ได้นะครับ ท่านเห็นด้วยว่าเฉพาะครั้งนี้นี่ซึ่งเปึนการลงคะแนนออกเสียง ประชามตินี่นะครับ ก็จะขยายเวลาเพื่อให้ประชาชนมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มาก ขึ้นเฉพาะในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามนี่นะครับ ก็จะต้องรับข้อสังเกตของท่านประธาน ไปพิจารณาในการดำเนินการต่อไปนะครับ แต่ว่าอันนี้ไม่ใช่ว่าเปึนมติของ กกต. ที่ว่ามา เห็นด้วยกับ ๑๖.๐๐ นาฬิกา นั่นเปึนกรรมาธิการนี้ครับ
แล้วกรรมาธิการท่านไม่สร้างปัญหาให้กับการเลือกตั้งหรือครับ มันต้องรับผิดชอบเผื่อ อนาคตนะครับ ประเด็นนี้เดี๋ยวก่อนนะครับ พอดีไม่มีใครแก้ครับ เพียงแต่ว่าผมในฐานะ เปึ้นประธานที่ประชุมนี่ ผมก็ต้องระวังว่ากฎหมายที่จะออกไปนั้นมันจะต้องไม่สร้าง ปัญหาเท่านั้นเองนะครับ เพราะว่าอภิปรายนี่ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านอภิปรายนี่นะครับ เอาเปึนว่าผมฝากไว้แล้วกันเพราะว่ามันผ่านตรงนี้นะครับ แต่ต้องเปึ้นที่ชัดเจนว่า กกต. นั้นต้องไปหาทางนะครับ ไม่สร้างปัญหาเวลาที่มันเหลื่อมกันนะครับ ถ้าท่านยืนยันตามนี้ ก็ผ่านนะครับ
ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ ผมขอย้ำกลับไปข้อ ๒๕ นิดเดียวครับ ผมเปึนคนขอแก้ตรงนี้ แต่เข้าใจว่าไม่ได้ขีดออก แต่เพื่อเปึนหลักฐานที่ถูกต้องในทางรายงานการประชุมนะครับ ข้อ ๒๕ บรรทัดที่ ๕ ที่บอกว่า การออกเสียง ขีดคำว่า โดยวิธีเป่ดเผย ออกนะครับ ขอโทษที่ครับ ขอบันทึกไว้ ด้วยครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวท่านจะบันทึกให้มันชัดใช่ไหมครับ ขอบพระคุณครับ อย่างนั้นก็ผ่านอย่างนี้ นะครับ ไม่เปึนไร เพราะกรรมาธิการ ผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ ผมไม่ขัดข้องเรื่อง กรรมาธิการจะกําหนดเวลาเท่าไร แต่ผมคงจะให้ข้อสังเกตไปเท่านั้นเองว่า ถ้าท่านจะเอา ๑๖.๐๐ นาฬิกานี่นะครับ แล้วไม่มีใครแย้งเลยสักคนหนึ่งนะครับ ตรงนี้นี่ กกต. ก็ต้อง รับผิดชอบ อย่าให้วันในการทำหน้าที่มันเหลื่อมล้ำกัน ไม่อย่างนั้นท่านจะสร้างปัญหา ท่านเชื่อเถอะ ถ้าท่านไปขยายปัูบ แล้วท่านย้อนถอยหลังนี่นะครับ คนยุ่งทั้งประเทศเลย ผมให้เฉพาะ ๒ ท่านนะครับ เพื่อเสนอความเห็นบันทึกไว้นะครับ เฉพาะ ๒ ท่านเท่านั้น อาจารย์ปกรณ์ครับ ท่านยกมือหลายที่แล้ว แล้วเดี๋ยวอาจารย์คมสันครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ความจริงที่ยกมือตั้งแต่แรกนี่ก็ด้วยเจตนาที่จะช่วยทำให้การ ประชุมราบรื่น และก็ช่วยท่านประธานด้วยนะครับ ผมทราบดีว่าผมไม่ได้แปรญัตติไว้ แต่ว่าด้วยความรู้สึกของสมาชิกซึ่งกําลังนั่งอยู่ในที่ประชุมนี้ เราอึดอัดว่าเราจะลงอย่างไร ความชัดเจนของเรื่องต่าง ๆ บางครั้งมันไม่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสักครู่นี้เรื่องกระบวนการในการลงประชามติ ในขณะนี้สมาชิก สภาร่างฯ ก็ไม่รู้ว่ากระบวนการโดยเนื้อแท้นี่เปึ้นอย่างไร แต่แน่นอนก็เข้าใจว่าเรื่องของ กระบวนการเปึนรายละเอียดที่จะต้องไปดำเนินการ ทีนี้มาถึงกรณีนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมค่อนข้างเห็นคล้อยตามท่านประธานว่า ถ้าเรากำหนดระยะเวลาของการออกเสียงที่ ผิดไปจากเดิม แล้วเราเจตนารมณ์ดีคือว่าต้องการให้มีคนออกเสียงประชามติมากขึ้น แต่ถ้าเปึนอย่างนั้นแล้วดำเนินการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน ก็น่าจะ ย้อนกลับไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งในอนาคตว่า การออกเสียงเลือกตั้งก็น่าจะเปึน เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา เช่นเดียวกัน ผมยังไม่ค่อยเห็นว่าทําไมต้องเปึน ๑๕.๐๐ นาฬิกา ด้วยซ้ำไป อันนี้ก็บันทึกไว้ว่าถ้าเปึนอย่างนี้เราก็จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ ซึ่งเปึน บรรทัดฐานที่ดี และผมคิดว่าเปึนประโยชน์ เพราะว่าในประเทศต่าง ๆ นั้นระยะเวลา การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเขาใช้มากกว่านี้นะครับ บางแห่งนั้นใช้หลายวันด้วยซ้ำไป แต่ว่าในบ้านเราค่อนข้างสั้น รวบรัด เพราะฉะนั้นก็เปึ้นเจตนารมณ์ว่าท่านประธาน ได้กรุณาชี้ช่องทาง และผมคิดว่ามันก็เปึนสิ่งที่น่าจะนำไปสู่บรรทัดฐานในทำนองเดียวกัน นะครับ
ขอบพระคุณครับ กกต. ก็คงฝากไว้นะครับ คือผมว่า ๑๖.๐๐ นาฬิกา นี่ดี ไม่ใช่ไม่ดี แต่ผมห่วงเรื่องอนาคตเท่านั้นเองว่าอนาคตท่านต้องใช้บรรทัดฐานเดียวกัน ผมห่วงแค่นี้ ไม่ได้ขัดข้องว่า ๑๖.๐๐ นาฬิกา หรือ ๑๕.๐๐ นาฬิกา หรืออะไร ไม่เปึ้นไร แต่ท่านต้องใช้ บรรทัดฐานเดียวกันนะครับ ถ้าไม่เอาของเก่าจะเอาของใหม่ แต่ของใหม่อนาคตก็ต้องใช้ แบบเดียวกัน ผมไม่อยากให้ท่านเปลี่ยนเวลากลับไปกลับมา คนลงคะแนนทั้งประเทศ นะครับ ท่านอธิบายทุกคนไม่ได้หรอก เมื่อกี้อนุญาตอาจารย์คมสั้นไว้ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผม คมสั้น โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตให้ข้อมูลนะครับ ไม่ได้ โต้แย้งท่านประธาน แต่ขออนุญาตให้ข้อมูลว่าจริง ๆ แล้วเรื่องกำหนดระยะเวลาในการ ลงคะแนนโดยหลักการมันจะต้องยืดหยุ่นด้วยสำหรับพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นนี้ คงจะต้องอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จะมีการร่างขึ้น ทีนี้มันมีฐานข้อมูลของ การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของการลงคะแนน ระยะเวลาในการลงคะแนนอยู่ เปึนของ สถาบันพระปกเกล้าว่า ระยะเวลาการลงคะแนนที่กำหนดไว้เดิมถึง ๑๕.๐๐ นาฬิกา บางพื้นที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเปึนจริง อย่างเช่นในจังหวัดภาคใต้ชาวบ้านจะใช้ เวลาช่วงเช้าในการไปกรีดยาง เพราะฉะนั้นระยะเวลาที่เขาจะมาลงมันจะเลยระยะเวลา ซึ่งก็ได้มีข้อเสนอในลักษณะที่ให้มีการขยับเวลาได้อยู่ในตัวรายงานการวิจัยอันนั้น ซึ่งผม คิดว่าท่านประธานจะให้บันทึกเรื่องระยะเวลาไว้ก็เปึนการดี แต่อยากให้บันทึกไว้ด้วยว่า ในชั้นร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอาจจะต้องคํานึงถึงเรื่องของการยืดหยุ่นเรื่องเวลา ตามสภาพพื้นที่ในความเปึนจริงเอามาใช้ประกอบด้วย ผมคิดว่าถ้าเปึนในลักษณะเช่นนี้ ในเรื่องระยะเวลาที่กำหนดไว้ในเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา นั้น อาจจะมีความยืดหยุ่นได้ อาจจะไม่เปึนเวลาที่เปึนปัญหากับประชาชนเท่าไร แต่ขอให้มีการลงในรายละเอียดนี้ใน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง แล้วก็ กกต. ทําความเข้าใจกับ ประชาชนในแต่ละพื้นที่ เปึนเรื่องของการอำนวยความสะดวกเท่านั้นเองครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวประเด็นจะไปไกล ยืดหยุ่นนี่แหละครับตัวดี พอยืดไป มาก ๆ เดี๋ยวพวกยังไม่มาก็เลยยืดไปก่อน เอาเปึนหลักดีกว่านะครับ เอาหลักไว้ก่อน ตกลงก็เปึ้นไปตามกรรมาธิการ แต่ผมเพียงแต่ติงเรื่องเวลาเท่านั้นเองว่าอย่าให้ อิหลักอิเหลื่อกัน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ คือกระผมเปึนคนเสนอเองในเรื่องที่จะให้ขยายเวลาออกไป อย่างน้อยประมาณ ๑ ชั่วโมง กระผม พิเชียร อํานาจวรประเสริฐ เหตุที่กระผมเสนอก็เพราะกระผมอยากจะ ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศได้มีโอกาสที่จะมาลงประชามติมากขึ้น เพราะว่า ผมสังเกตว่าในช่วงบ่ายผู้คนจะมาใช้สิทธิกันมาก แล้วก็ที่ผ่าน ๆ มาพอถึงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ก็จะมาออกันเต็มคูหา แล้วก็ต้องมาเถียงกันว่าอยู่ในคูหาก่อน ๑๕.๐๐ นาฬิกา หรือเปล่า อะไรต่าง ๆ นะครับ
ท่านพิเชียรครับ เอาเปึนว่าตรงนี้จะเอาอย่างไรครับ
ก็ได้คุยกับเพื่อน กรรมาธิการ เพื่อน ๆ ก็ขอให้ผมถอนตัวนี้ แล้วก็เปลี่ยนเปึ้น ๑๕.๐๐ นาฬิกา ผมก็ยินดีนะครับ ผมก็ยินดีเปลี่ยนกลับมาเปึ้น ๑๕.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้เปึนมาตรฐาน เดียวกับของ กกต. เดิม แต่ว่าในหลักการจริง ๆ นี่ผมก็ยังอยากจะให้มีเวลาที่เพิ่มเติมขึ้น แต่ว่าเมื่อกรรมาธิการส่วนใหญ่เห็นว่าเกรงว่าจะเปึนปัญหาลักลั่นในการลงคะแนนเสียง เลือกตั้ง สส. สว. ต่อไปนี่ ผมก็ยินดีถอนให้เหลือเปึ้น ๑๕.๐๐ นาฬิกา เหมือนเดิมครับ
หรือครับ อย่างนั้นท่านถอน มันอยู่ที่กรรมาธิการครับ เพียงแต่อย่างที่ผมเรียนว่าท่านจะ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ก็ ๑๖.๐๐ นาฬิกา หรือ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ก็ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ผมไม่ได้ ติดใจเรื่องเวลา เพียงแต่ว่าห่วงเรื่องว่าท่านอย่าไปกำหนดมาตรฐานที่กลับไปกลับมา นะครับ หรือกรรมาธิการจะตกลงกัน ใจเย็น ๆ ดีกว่านะครับ มันปัญหามีอยู่นิดเดียว เท่านั้นเองนะครับ ไม่ได้อยู่ที่เวลาที่เรากําหนดนะครับ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อกําหนดแล้วนี่ ไม่ใช่เรื่องนี้ ๑๖.๐๐ นาฬิกา พอเรื่องเลือก คราวหน้าท่านเอา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ชาวบ้านเขาก็จะสับสน กลายเปึนปัญหาเพราะเราอีก จะ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ก็ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ท่านยืนยัน ๑๖.๐๐ นาฬิกา ก็ ๑๖.๐๐ นาฬิกา นะครับ แล้ว กกต. ก็ต้องรับนโยบายไว้ว่า นี่คือปัญหานะครับ ไม่ใช่ในสภา
ผมเองนี่ขออภัยครับ ท่านประธานเสรีครับ ก็ขออนุญาตอย่างนี้แล้วกัน คือโดยใจจริงผมต้องการให้เปึน ๑๖.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้มีโอกาสลงคะแนนประชามติ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ ก็ขออนุญาตยื่น ๑๖.๐๐ นาฬิกา แล้วกันนะครับ
กลับมา ๑๖.๐๐ นาฬิกาอีกแล้ว เอานะครับ เพียงแต่ว่าที่พูดตรงนี้เพื่อให้ กกต. อาจารย์พิเชียรเชิญนั่งได้ครับ เอาเปึนว่าเอาตามร่างกรรมาธิการแหละนะครับ ไม่ได้ ขัดข้องอะไร แต่ กกต. เองต้องอย่างน้อย ๒ ท่านอยู่ที่นี่ครับ วาระนี้สภาพูดเพื่อรับผิดชอบ ต่อการเลือกตั้งอนาคตด้วย ท่านเอาตามนี้ก็ได้ แต่คราวหน้าเลือกตั้งคราวต่อไปต้อง ๑๖.๐๐ นาฬิกาหมดนะครับ ฝากนโยบายอันนี้ไปด้วยนะครับ เชิญท่านเลขาฯ ต่อนะครับ
ข้อ ๒๘ ข้อ ๒๙ และข้อ ๓๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๑ มีการแก้ไข ข้อ ๓๒ มีการแก้ไข ท่านอาจารย์สมคิดขอถอนแล้วนะครับ ข้อ ๓๓ ไม่มีการแก้ไข อาจารย์คมสันถอนนะครับ
ถอนครับท่านประธาน
ข้อ ๓๔ ไม่มีการแก้ไข อาจารย์พวงเพชรถอนแล้วนะครับ ท่านอัครวิทย์ขอถอน
เชิญทางกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม วุฒิสาร ตันไชย ครับ กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกว่า ข้อ ๓๒ นี่นะครับ จริง ๆ ในเอกสารพิมพ์อาจจะพิมพ์ผิด เพราะว่ากรรมาธิการข้อเสนอ ท่านอาจารย์สมคิดนี่เห็นด้วย เพียงแต่สลับข้อ ข้อที่อาจารย์สมคิดเสนอแปรญัตติคือ (๘) เปึ้นบัตรที่มีการเขียนข้อความด้วยถ้อยคำอื่นลงไป ซึ่งในร่างของกรรมาธิการที่แก้ไขใหม่ ก็คือสลับเอาข้อ ๗ เปึนข้อ ๘ แล้วข้อ ๘ กลับเปึนข้อ ๗ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเห็นด้วย รวมทั้งกรณีที่ท่านอัครวิทย์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามครับ เสนอ กรรมาธิการเห็นด้วย นะครับ ในเอกสารพิมพ์ว่า กรรมาธิการได้ชี้แจง จริง ๆ กรรมาธิการเห็นด้วย และได้ใส่ ข้อความถ้อยคํานั้นลงไปในร่างประกาศแล้วครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์สมคิดท่านถอนไว้หมดแล้วครับ เชิญท่านเลขาฯ ต่อครับ
ข้อ ๓๕ มีการแก้ไข ท่านอัครวิทย์ขอถอนแล้ว ท่านคมสันครับ ถอนนะครับ ส่วนที่ ๗ การคัดค้านการออกเสียง ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๖ มีการแก้ไข ท่านคมสันขอถอนครับ
แก้ตามที่ผมเสนอนะครับ
ครับ กรรมาธิการแก้ให้ตามอาจารย์คมสั้นแล้วครับ เชิญต่อครับ
ข้อ ๓๗ มีการแก้ไข
อาจารย์คมสัน โพธิ์คง เชิญเลยครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ คือจริง ๆ โดยหลักการ ในข้อ ๓๗ ผมยังข้อสงวน แต่เข้าใจว่าในตัวข้อความกับตัวที่สงวนไว้อาจจะมีปัญหากัน เล็กน้อยนะครับ จริง ๆ หลักการของข้อ ๓๗ วรรคสองนี่นะครับ ผมเสนอเรื่องของการที่จะ ออกหลักเกณฑ์วิธีการในเรื่องของการคัดค้านการออกเสียงประชามตินี่ควรจะกระทำโดย องค์กรอื่นที่ไม่ใช่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทีนี้ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับว่า ที่ได้ขอสงวนไว้ตรงนี้ก็เพราะว่าในเรื่องของการเลือกตั้ง สส. สว. เปึนเรื่องของการโต้แย้งกันในระหว่างผู้สมัครและมีการคัดค้านกัน ซึ่งรวมถึงเรื่องของ การคัดค้านในเรื่องของการดำเนินงานของผู้จัดการเลือกตั้งด้วย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็มี ข้อร้องเรียนตรงนี้เยอะ ในกรณีที่เปึนการร้องระหว่างผู้สมัครเองไม่เปึนปัญหาหรอกครับ เพราะว่า กกต. จะออกหลักเกณฑ์ในการพิจารณาได้เพราะเปึนบุคคลอื่น แต่กรณีที่เปึน การร้องเรียนในการดำเนินการของ กกต. เอง อันนี้ผมคิดว่าตรงนี้เปึนประเด็นที่มีปัญหา อยู่เหมือนกันว่าจะวางหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบต้นเองอย่างไร ซึ่งในเรื่อง ของการพิจารณาคำร้องการออกเสียงประชามติ เนื่องจากการออกเสียงประชามติไม่มีตัว ผู้สมัคร เพราะฉะนั้นก็จะมีปัญหาอยู่ที่การดำเนินการของตัวผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน กับโดยตัวของการดำเนินการจัดการออกเสียงประชามติเปึนหลัก ส่วนจะมีบุคคลอื่นที่มา เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นด้วย ผมคิดว่าเปึ้นอีกประเด็นหนึ่ง เพราะฉะนั้นในหลักการตรงนี้ผมจึง เสนอว่าในแง่ของการออกหลักเกณฑ์และวิธีการในการที่จะพิจารณาคำร้องคัดค้านการ ออกเสียงประชามติ ผมจึงมีความเห็นว่าต้องให้องค์กรอื่นเปึ้นผู้กำหนดในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งผมขอไปแก้ในเรื่องของไม่มีคณะกรรมการว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กำกับการ ออกเสียงประชามติแล้ว ผมคิดว่าหลักเกณฑ์ วิธีการนั้นน่าจะเปึนไปตามที่ คณะกรรมาธิการของสภาร่างฯ เปึนผู้กำหนดในเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการในเรื่องของการ พิจารณาคำร้องการออกเสียงประชามติ แต่ในการพิจารณานั้นให้ กกต. พิจารณาได้ แต่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการของคณะกรรมาธิการที่สภาร่างฯ ได้กำหนดขึ้น กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ
ท่านกรรมาธิการว่าอย่างไร เชิญอาจารย์ประพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานนะครับ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการครับ คือในเบื้องต้นกระผมอยากจะกราบเรียนว่า ในเรื่องร้องคัดค้านนี่นะครับ ระยะเวลาที่จะพิจารณามันค่อนข้างสั้นมากนะครับ ในประโยคแรกก็จะเห็นได้ว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับคําร้องคัดค้านแล้วให้ ดำเนินการไต่สวนแสวงหาหลักฐานทั้งปวงเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงโดยพลัน ซึ่งระยะเวลานี้ ค่อนข้างกระชั้นชิด และความจริงแล้วกรรมาธิการเคยพิจารณาด้วยซ้ำว่าในวรรคสอง มันแทบจะตัดไปได้เลย แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็คิดว่ามันน่าจะมีหลักเกณฑ์อยู่บ้างว่า การร้องคัดค้านทําอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าถ้าจะให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งทําไปมันก็ ต่อเนื่องกัน ในส่วนนี้ก็เห็นว่าควรจะต้องมีหลักเกณฑ์ และการออกหลักเกณฑ์คำคัดค้าน นี่นะครับ ในทางปฏิบัติปัจจุบันทางคณะกรรมการการเลือกตั้งก็มีอยู่แล้ว ได้มีการทำ อยู่แล้ว ขอบคุณครับ
ท่านอาจารย์คมสันติดใจไหมครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม คมสัน โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ตามข้อตอบของท่านกรรมาธิการ ในส่วนของเรื่อง ระยะเวลาผมค่อนข้างเห็นด้วยว่าระยะเวลาสั้น เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งความจริงโดยหลักการ ผมขอบันทึกไว้แล้วกันครับ เพราะฉะนั้นผมขอถอนในเรื่องนี้ครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านเลขาฯ ต่อครับ
ส่วนที่ ๘ การประกาศผลการออกเสียง ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓๘ มีการแก้ไข
ท่านกรรมาธิการครับ ข้อ ๓๘ มีเรื่องของตัดข้อความในราชกิจจานุเบกษาออก ท่านลองดู อีกที่ดีไหมครับ เพราะผลนี่เพื่อให้สาธารณชนทราบนะครับ ท่านน่าจะพิจารณาอีกที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ทางกรรมาธิการก็เห็นชอบด้วยตามข้อสังเกตของท่านประธานนะครับ เพราะใน ตอนแรกก็เคยแก้มาครั้งหนึ่งแล้วในราชกิจจานุเบกษา ก็จะคงให้มีการประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเช่นเดิมครับ
แล้วถ้อยคําจะเปึ้นอย่างไรครับ เพราะว่าท่านไปเติมคําว่า ประชามติ เข้ามา
ประชามติ คงเดิม กับคำว่า ราชกิจจานุเบกษา คงไว้
อย่างนี้ดีไหมครับ เดี๋ยวผมช่วยอย่างนี้ได้ไหมครับ คือ เพื่อประกาศผลการออกเสียง ประชามติ เอาคำ ประชามติ ก่อน แต่ ในราชกิจจานุเบกษา นี่เอามาต่อตอนท้าย ได้ไหมครับอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นท่านประธานอ่านอีกรอบแล้วกันครับ
ครับ ข้อ ๓๘ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรายงานผลการนับคะแนนออกเสียงจากหน่วย ออกเสียงทุกหน่วยทั้งประเทศ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งผลการออกเสียงและ จํานวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงให้สภาร่างรัฐธรรมนูญทราบโดยเร็ว เพื่อประกาศผลการ ออกเสียงประชามติในราชกิจจานุเบกษา
เปึ้นไปได้ไหมครับ อาจารย์คมสัน เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว ในข้อความเดิมผมไม่ได้ขอแปรไว้นะครับ เพราะว่าเห็นว่าเขาพอใจ
ไม่เปึนไร กรรมาธิการเข้าแก้ไขมา ท่านอภิปรายได้อยู่แล้ว เชิญครับ
ผมมีประเด็นอีกนิดเดียวครับ อยากจะเรียนถามว่า ถ้าเกิดแจ้งมาแล้วทางสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่เห็นชอบกับผลที่ออกมาจะทําอย่างไรครับ
สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่เห็นชอบ ก็คงไม่ได้หรอกครับ
เกิดมีปัญหาขึ้นมาครับ
อันนี้มันแค่ประกาศผล
ประกาศ ใช่ครับ ถ้าไม่เห็นชอบแล้วการประกาศ จะทําอย่างไรครับ อันนี้เรียนถามตรงนี้ครับ จะให้ทราบหรือว่าจะให้ประกาศ
อาจารย์ปกรณ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมค่อนข้างจะสับสนกับข้อความในข้อ ๓๘ ก็คือว่า การประกาศผลออกเสียงประชามติมีความจำเปึนต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือไม่ เพราะว่าพอออกเสียงประชามติแล้ว ปกติเวลาการเลือกตั้งโดยทั่วไปผมคิดว่า ก็รับทราบกันเลย เพียงแต่ว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญรับทราบโดยเร็ว ผมคิดว่าก็รับทราบ นะครับในการประมวลออกเสียงประชามติ ซึ่งที่ท่านอาจารย์คมสั้น ขออภัยที่เอ่ยนาม บอกว่าไม่มีสิทธิเห็นด้วย คือความจริงแล้วจะไปบอกว่าไม่เห็นด้วยคงไม่ได้ เพราะมันเปึ้น ผลการลงประชามติ คือรับทราบอยู่แล้วนะครับ
ในทางปฏิบัติ กกต. ทําอย่างไรครับ ที่ผ่านมาเวลาผลการลงคะแนน กกต. ทําอย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท ในการประกาศผลการลงคะแนน ซึ่งปัจจุบันนี้เปึนการเลือกตั้ง สมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นนะครับ เจ้าหน้าที่ของ กกต. ท้องถิ่นเขาจะรวมผล คะแนนมาผ่าน กกต. จังหวัดส่งมาให้ที่ กกต. กลาง กกต. กลางถ้าเห็นว่าการเลือกตั้ง ครั้งนั้นเปึนไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมก็จะประกาศรับรองผล ก็จะเปึนขั้นตอนอันนี้ ครับ ก็จะประกาศรับรองผล แต่เข้าใจว่าประกาศอันนี้จะไม่ได้ลงราชกิจจาฯ เพราะมันเปึน ท้องถิ่นเยอะมากนะครับ แต่เรื่องนี้ที่ท่านประธานกรุณาเสนอแนะนำว่าให้ประกาศ ราชกิจจานุเบกษาก็เพื่อว่าต้องการให้เปึนหลักฐาน และที่ได้ฟังคำชี้แจงเมื่อวานนี้บอกว่า การประกาศราชกิจจานุเบกษาก็จะใช้เวลาไม่นานนะครับ ฉะนั้นเมื่อผลการลงประชามติ เปึ้นอย่างไรแล้ว ความเข้าใจผมนะครับ เข้าใจว่าสภาร่างฯ คงจะไปกลับอะไรไม่ได้ เพราะว่าอันนั้นเปึนคะแนนเสียงประชามติออกมา ก็คงจะพิจารณาว่าที่คะแนนเสียง ประชามติออกมา ผลเปึนอย่างไรก็คงประกาศตามนั้น และผลก็เปึนตามนั้นนะครับ
เดี๋ยวนะครับ อาจารย์วิชาก่อนนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม วิชา มหาคุณ สสร. ครับ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ ซึ่งเปึนกฎหมายหลักนะครับ พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒๒ เมื่อได้ผล การนับคะแนนออกเสียงประชามติจากที่ออกเสียงทุกแห่งแล้วให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งประกาศผลการออกเสียงประชามติและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียง แล้วแจ้งผลไปยังนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว ไม่มีเลยครับว่าให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา อะไร ผมเรียนนะครับว่าในเรื่องของการออกเสียงประชามติมันต้องให้รู้ผลโดยเร็วครับ ไปค้างคาอยู่ที่การลงราชกิจจานุเบกษา ผมคิดว่ามันไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ครับ กระผมคิดว่าเขาพิจารณารอบคอบแล้วครับ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วก็สอดคล้องกัน ก็คือแทนที่จะแจ้งผลไปยังนายกรัฐมนตรีก็ให้แจ้งผลมายังสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึ้นผู้รับผิดชอบโดยตรงครับ เท่านี้กระผมก็เห็นด้วยความเคารพว่า ครบถ้วนทุกประการแล้วครับ ไม่เห็นสมควรแก้ให้กลับไปให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา อีกครับ
ก็หารือกันนะครับว่าอะไรมันดีที่สุดนะครับ ท่านอาจารย์ธิติพันธุ์มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ คือผมมาดูในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ มาตรา ๓๑ นั้น ได้กล่าวถึงเรื่องการออกเสียง ประชามติ เมื่อเห็นชอบแล้วให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับนั้น ให้ประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และเมื่อ ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้วใช้บังคับได้ คือผมเอง อยากจะทราบว่าจะมีกระบวนการอะไรระหว่างเรา คือสภาร่างรัฐธรรมนูญ กับสภานิติบัญญัติฯ บัญญัติไว้ในตรงไหนไหมครับว่าจะต้องมีการส่งต่ออย่างไรครับ ขอบคุณมากครับ
ก็แจ้งผลนะครับ พอแจ้งผล ทางปฏิบัติก็มีหนังสือแจ้งเปึนทางการ ท่านอาจารย์สมคิด เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ สสร. ครับ ขออนุญาตอภิปรายประเด็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ในข้อ ๓๘ เรื่องว่า เมื่อทราบผลของการออกเสียงแล้วจะต้องไปลงราชกิจจานุเบกษาหรือไม่นะครับ ความจริงผมได้ขอแปรญัตติไว้ในข้อ ๔ ที่ไม่ต้องตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ขออนุญาต อภิปรายเพื่อโยงไปสู่ข้อ ๔ ด้วยครับว่าที่อภิปรายในข้อ ๔ ว่าไม่ต้องตีพิมพ์ใน ราชกิจจานุเบกษาในกรณีที่จะต้องนำร่างรัฐธรรมนูญออกเผยแพร่สู่ประชาชนทราบนั้น เพราะว่าจะมีกําหนดระยะเวลาที่ค่อนข้างเร่งรัด แล้วจะมีการนับระยะเวลาของการที่ต้อง นำไปตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษานะครับ ซึ่งกรณีจะแตกต่างกับกรณีของข้อ ๓๘ นะครับ ข้อ ๓๘ นั้นเปึ้นเรื่องที่เมื่อมีประชามติแล้วเราก็อยากจะให้ประชาชนโดยทั่วไปทราบ ผมยังอยากเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ได้แก้ไขว่าให้มีตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาด้วย เพราะผมคิดว่าระยะเวลาของการนับ หลังจากที่มีการตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เข้าใจว่าจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับระยะอื่นมากนัก ความจริงระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ ก็จะมีอยู่เรื่องเดียวนะครับ คือเรื่องของการทํากฎหมายลูก ซึ่งก็ พอมีเวลาพอสมควรนะครับ เพราะฉะนั้นการตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ผล ประชามติเปึ้นที่ทราบโดยทั่วไปก็น่าจะรับได้ ก็ขออนุญาตสนับสนุนกรรมาธิการที่ได้แก้ไข ให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาครับ
ขอบพระคุณครับ หลักก็คือคงให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบนะครับ เพราะการประกาศ ราชกิจจานุเบกษาเข้าใจว่ามีมติของคณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๓๐ กว่า ๆ นี่นะครับ วางเปึ้น เกณฑ์เอาไว้ว่าเรื่องใดที่ควรประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่องใดที่ไม่ต้องประกาศ ซึ่งโดยหลักทั่วไปถ้าเปึนเรื่องภายในองค์กรส่วนใหญ่ก็จะไม่ประกาศ แต่ถ้าเปึนเรื่องที่ ผลกระทบกับสาธารณชนทั่วไปหรือคนภายนอกเขาก็วางเกณฑ์ไว้ให้ประกาศ หลักเขา ก็จะวางไว้ลักษณะนี้นะครับ ข้อ ๓๘ อันนี้เปึ้นเรื่องที่ต้องแจ้งให้สาธารณชนทราบนะครับ ก็คงมีใครมาแย้งไม่ได้ว่าเขาไม่ทราบไม่ได้ ถ้าเราประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉะนั้น เปึ้นไปตามกรรมาธิการที่แก้ไขให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษานะครับ กรรมาธิการ เห็นตามนี้นะครับ เชิญท่านเลขาฯ ต่อครับ
ส่วนที่ ๙ บทสุดท้าย และมาตรา ๓๙ คณะกรรมาธิการตัดออก
จบการพิจารณานะครับ เดี๋ยวเพื่อความชัดเจนนะครับ เมื่อกี้กรรมาธิการเพื่อให้เจ้าหน้าที่ บันทึกไว้ กรรมาธิการได้มีการเสนอข้อ ๔/๑ ไว้นะครับ เดี๋ยวอย่างไรเอกสารก็ให้เจ้าหน้าที่ อีกที ฉะนั้นจบการพิจารณานะครับ หลักเกณฑ์การลงประชามติดังกล่าว ท่านอาจารย์ ปกรณ์จบแล้วใช่ไหมครับ
ท่านประธานครับ จบครับ แต่ว่ามีข้อสงสัย ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีข้อสงสัยในเรื่องของตัวกฎหมาย นิดหนึ่งว่า ตามปกติแล้วกฎหมายอื่น ๆ ในข้อสุดท้ายมักจะมีบอกว่า ใครเปึ้นผู้รักษาการ ตามข้อกฎหมายนั้น ๆ แต่ผมไม่เห็น ไม่ทราบว่าอยู่ตรงจุดไหน
ขอบพระคุณอาจารย์ปกรณ์ครับ คือเอกสารเมื่อกี้ให้เจ้าหน้าที่แจกไปแล้วนะครับ เพิ่มใน ข้อ ๔/๑ ไม่แน่ใจว่าอาจารย์ปกรณ์ได้รับหรือยังนะครับ ๔/๑ ให้ประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญรักษาการตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ และให้มีอํานาจออกคําสั่ง ระเบียบหรือประกาศเพื่อให้เปึนไปตามประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ วรรคสองนะครับ คำสั่ง ระเบียบ หรือประกาศนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ขอบพระคุณอาจารย์ปกรณ์ครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ
ระเบียบวาระอื่น ๆ ท่านวัชรา เรื่องอื่น ๆ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นาย วัชรา หงส์ประภัศร สสร. ครับ กระผมขอเสนอญัตติเรื่อง มาตรา ๓๑ ที่มีคำว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีความหมายอย่างไรครับ
เดี๋ยว ๆ ท่านวัชรา ขอประทานโทษครับ พอดีเมื่อกี้นี้ท่านเลขาฯ บอกจบแล้ว ผมก็ยังงง ๆ อยู่นะครับ ขอโทษที่ครับ ผมจะถามท่านสมาชิกอีกรอบหนึ่งกับร่างเมื่อสักครู่นี้นะครับ พอดีผมมาดูขั้นตอนแล้วมันตกไปนะครับ เดี๋ยวขอดูรายละเอียดนิดหนึ่ง การพิจารณา ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวเสร็จตามวาระสอง แล้วนะครับ เดี๋ยวผมทำตามเกณฑ์ผมแล้วกัน นะครับ มีท่านใดที่จะแก้ไขถ้อยคํามีไหมครับ ถ้อยคําครับ มีใครติดใจเรื่องถ้อยคําไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ไม่มีผมจะถามท่านนะครับว่าท่านเห็นด้วยที่จะรับร่างหลักเกณฑ์นี้ทั้งฉบับ ตามที่กรรมาธิการเสนอและมีการแก้ไขหรือไม่ครับ ช่วยลงคะแนนอีกรอบครับ
(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ถ้าท่านเห็นด้วยกับร่างที่แก้ไขทั้งหมดนะครับ ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ อาจารย์ดวงสุดาครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
ผม เจิมศักดิ์ ครับ เห็นด้วยครับ
ลงได้เลยครับ อาจารย์ครับ ป่ดการลงคะแนนนะครับ รวมคะแนนครับ จำนวนผู้เข้า ประชุม ๖๐ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๕๘ ไม่เห็นด้วย ๑ งดออกเสียง ๑ ครับ ไม่ลงคะแนน ไม่มีนะครับ
ทีนี้จบจริง ๆ แล้วนะครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ เชิญท่านประธาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สวัสดิ์ โชติพานิช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการ ว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ต่าง ๆ ล้วนแต่เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติทั้งสิ้นนะครับ ขอขอบพระคุณด้วย ความจริงใจครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เข้าเรื่องอื่น ๆ นะครับ ท่านวัชรา เชิญต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สสร. ครับ เนื่องจากในมาตรา ๓๑ ได้มีคำว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่ได้มีนิยามไว้ที่ใดเลยครับ แล้วก็มีความสําคัญอย่างยิ่งที่ จะต้องวินิจฉัยว่าคํานี้มีความหมายอย่างไร เพราะว่าเปึนการที่จะทําให้การนับเสียง ประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบครับ
ท่านวัชราครับ ผมว่าอย่างนี้ดีไหมครับ ญัตติท่านมันเปึนเรื่องเกี่ยวกับร่าง ที่เพิ่งผ่านไปสักครู่ แล้วเสนอตอนนี้มันก็คือเปึ้นเรื่องของการอธิบายความหมายคำ ในรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าท่านเสนอตอนนี้เปึนญัตติอะไรขึ้นมา ผลมันก็จะไม่ได้มีอะไร เท่าไรเลย ผมว่าญัตติตรงนี้ถ้าจะพิจารณา ประสงค์เพื่อที่จะอธิบายเท่านั้นเองนะครับ ท่านจะอธิบายหรืออย่างไรครับ หรือจะตั้งข้อสังเกต หรืออะไร อย่างไรครับ
มิได้ครับ มันเปึนผลที่สำคัญยิ่งนะครับ ที่จะทําให้รัฐธรรมนูญนี้ตกไปหรือไม่ตก ถ้าเรากําหนดให้ชัดเจนนะครับว่าผู้มีสิทธิ เลือกตั้งนี้ก็คือผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ นั่นอย่างหนึ่งนะครับ หรือเรากําหนดเสียเลยว่า ผู้มีอายุ คือผู้มีสัญชาติไทย อายุเกิน ๑๘ ป้ อะไรทํานองนี้ครับ ซึ่งเรามีสิทธิที่จะ วินิจฉัยตามมาตรา ๓๘ ครับ ผมว่าเปึนเรื่องที่จําเปึนต้องทํานะครับ
ผมว่าถ้าหากเปึนเรื่องสำคัญจริง ๆ อย่างท่านว่านะครับ เดี๋ยวท่านเสนอญัตติที่ท่านว่า แล้วก็แจกให้สมาชิกได้ไปอ่านนะครับ แล้วเรามาพิจารณาในวาระที่ท่านเสนอมา และกำหนดบรรจุเอาไว้เปึ้นเรื่องเปึนราว แล้วให้สมาชิกพิจารณาตามวาระ ผมว่ามันจะละเอียดถี่ถ้วน
ผมนำเสนอท่านเลขาฯ เมื่อกี้นี้เองครับ
นั่นสิครับ เดี๋ยวไปดูรายละเอียดอีกทีหนึ่งว่าเปึนญัตติที่เปึนประโยชน์อย่างที่ท่านพูดถึง นะครับ แล้วเราก็จัดวาระเพื่อให้สมาชิกพิจารณาทั้งสภา ถ้าอย่างนั้นท่านก็จะรู้กับผม ๒ คนเอง เดี๋ยวไปดูรายละเอียดอีกที แล้วจัดวาระใหม่นะครับ ถ้าจะให้สภาพิจารณา ทั้งสภานะครับ
เรื่องอื่น ๆ ครับ เดี๋ยวครับอาจารย์เจิมศักดิ์ อาจารย์ปกรณ์ท่านยกมือ ก่อนครับ อาจารย์ปกรณ์ เชิญครับ
เดี๋ยวท่านประธานครับ อาจารย์ปกรณ์จะเปึนเรื่องอื่น ผมเปึนเรื่องที่อยู่ในเรื่องนี้นะครับ เดี๋ยวจะเลยไปซะ ในเรื่อง ที่เราลงมติไปแล้วเมื่อกี้นี้ครับ
เชิญครับ
เนื่องจากว่าที่ประชุมยังไม่ได้ พิจารณาถึงบัตรออกเสียงประชามติ ถ้าท่านกรุณาพิจารณาดูนะครับ ในการประชุม ทั้งหมดนี้เรายังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งนิดเดียว ที่ประชุมจะเห็นชอบด้วยกับบัตร ออกเสียงประชามตินะครับ
เอาเปึนว่าท่านตั้งข้อสังเกตได้ไหมครับ เพราะเมื่อกี้ถามว่ามีท่านใดติดใจเรื่องอื่นไหม
คืออย่างนี้ครับ เจ้าหน้าที่เข้ามาบอก ผมว่าควรจะพิจารณาแล้วก็บันทึกเสียให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไปประกาศ ในราชกิจจาฯ นะครับ
เชิญอาจารย์
ก็ขอให้ที่ประชุมพิจารณาเท่านั้น ล่ะครับ ถ้ารับรองตามนี้ก็จะได้เปึ้นบันทึกไว้ว่าเราได้พิจารณาแล้ว แล้ววันหลังจะมีคนมา คัดค้านไม่ได้
ท่านศักดิ์ชัยครับ
ท่านประธานครับ ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สสร. ครับ เมื่อสักครู่พวกเราประชาสัมพันธ์วิ่งเข้ามา ๒๐ คนจะมาลงคะแนนนะครับ ไม่ทราบว่า ยังลงได้ไหมครับ เพราะว่ายังไม่ผ่านตรงนี้นะครับ
เลยไปแล้วครับ
ขอบพระคุณครับ
ประเด็นอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ อาจารย์เจิมศักดิ์มีตรงไหนจะเสนอแนะไหมครับ
ท่านประธาน ผมขอประท้วงครับ
ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เศวต ทินกูล สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้แทนเกษตรกร คือผมประท้วงท่านประธาน ท่านประธานให้ เพื่อนสมาชิกพูดต่อ เพราะว่าเราลงมติรับหลักการไปแล้ว ผ่านวาระสองไปแล้วนะครับ เอาหนังเก่ามาเล่าใหม่มันไม่ได้นะครับ คือเราต้องรับผิดชอบต่อหมู่มวลสมาชิก รับผิดชอบต่อสภา มาทันหรือไม่ทันต้องเลิกกันเพราะหนังมันจบแล้ว เมื่อหนังจบแล้ว เราก็เปึนวิญ็ูชน เราต้องยอมรับตรงนั้น ผมประท้วงท่านประธาน เลิกเถอะครับ
ขอบพระคุณครับ คืออย่างนี้ครับ พอดีเรื่องบัตรนี่เราผ่านวาระหนึ่ง ก็ไม่มีใครพูดถึง มาวาระนี้พอจบแล้ว พอดีผมก็เข้าใจว่าสมาชิกมีใครติดใจอะไรไหม พอถามแล้ว ท่านสมาชิกไม่ติดใจ ก็เข้าใจว่าไม่ติดใจเรื่องบัตร เพราะบัตรเขาก็ทํามาตั้งแต่วาระหนึ่ง แล้วมันก็ผ่านมาหมดแล้ว แล้วรูปเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร ก็ไม่เห็นมีสมาชิก พอดีท่าน อาจารย์เจิมศักดิ์เข้ามาที่หลัง ก็เลยเลยตรงนี้ไป แต่ถ้าท่านจะตั้งข้อสังเกตผมก็ยินดีถ้ามัน เปึ้นประโยชน์กับสภา เพราะว่าอันนี้เขาก็ทํามาตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ เมื่อกี้ก็ไม่มีใคร ยกมือ ไม่มีใครติดใจ ก็ถามแล้วว่าจบแล้วนะครับ มีใครติดใจไหม ท่านมีอะไรจะตั้ง ข้อสังเกตไหมครับ ถ้าเปึนประโยชน์ผมก็อนุมัติครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมเจิมศักดิ์ ครับ ท่านประธานครับ ปกติการประชุมของสภาเจ้าหน้าที่เขาจะช่วยดูว่ามีจุดอ่อนจุดบกพร่อง ตรงไหนที่เราอาจจะลืม หรือละเว้น หรือว่าผ่านไปโดยที่ไม่ได้ดู เราก็เคยทำงานในสภา กันมา เราก็รู้ว่าเจ้าหน้าที่เขาช่วยได้เยอะ แล้วเจ้าหน้าที่เขาก็จะมาบอกสมาชิก เพราะเขา พูดไม่ได้ในสภา ผมเองก็ได้รับข้อมูลจากสมาชิกว่าเรายังไม่ได้กล่าวถึง เพราะฉะนั้น เมื่อจะประกาศในราชกิจจาฯ มันก็สมควรที่จะต้องให้สภาพิจารณาในเรื่องนั้น ๆ เสีย เพราะฉะนั้นผมก็เห็นประเด็นที่สมาชิกเขาหยิบยกขึ้น ผมก็เลยคิดว่าผมก็ช่วยทำหน้าที่ให้ แทนเจ้าหน้าที่ เพราะว่าเขาพูดไม่ได้ แต่ผมพูดได้ ผมก็ถามท่านประธานว่า ท่านประธาน เรื่องนี้จะพิจารณาไหม เมื่อท่านประธานบอกว่าถ้าอย่างนั้นมีข้อสังเกตอย่างไร ผมก็มี ข้อสังเกต ถ้าท่านประธานจะดูเรื่องการออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบหรือ ไม่เห็นชอบ ในบัตรที่เห็นว่าเห็นชอบแล้วให้กาข้างล่าง แล้วไม่เห็นชอบแล้วให้กาข้างล่างนี่ ผมตั้งข้อสังเกตสักนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ตามปกติบัตรเลือกตั้งทั่วไปเราจะ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หรือเห็นชอบกับเบอร์อะไรมันจะอยู่ด้านซ้าย เบอร์อยู่ด้านซ้าย และที่กาอยู่ด้านขวาต่อกัน แต่ครั้งนี้เห็นชอบอยู่ข้างบน แล้วกาอยู่ข้างล่าง ผมไม่ทราบว่า ท่านงงไหม ถ้าทำเสียด้านซ้ายแบ่งเปึน ๒ ช่อง ด้านซ้ายเห็นชอบ แล้วก็กาต่อมา แล้วก็ ไม่เห็นชอบแล้วก็กาต่อไป ให้อยู่ในบรรทัดเดียวกัน มันจะเปึ้นมาตรฐานเดียวกันกับการ เลือกตั้ง เพราะว่าเราจะเลือกเบอร์ไหน ก็ในบรรทัดนั้นเราก็กาตรงข้าง ๆ กับเบอร์นั้น เพราะฉะนั้นเห็นชอบเราก็ควรจะกาข้าง ๆ แต่นี่กาข้างล่าง มันจะงงไหม เพราะฉะนั้น ถ้าท่านประธานคิดว่า หรือว่าถ้าที่ประชุมเห็นด้วยกับผม ก็ขอดัดแปลงเท่านั้นเองครับเปึน ๒ ช่องที่อยู่ข้าง ๆ กันแทนที่จะอยู่ข้างบน ข้างล่าง เปึน ซ้ายและขวา ขอบพระคุณครับ
ครับ ก็พอดีอย่างที่เรียนนะครับ ตอนลงคะแนนตอนท้ายสุดนี่ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ก็เพิ่งเดินเข้ามา ผมก็ยังเรียกว่า ท่านอาจารย์ลงคะแนนทันไหม ถ้าอยู่ก่อนนี่ ถ้าสมาชิก เห็นประเด็นก็เสนอในระหว่างที่เราพิจารณามันก็จะเข้าใจตรงกัน พอดีจังหวะก็อาจจะ เลยตรงนั้นไป อาจารย์ก็เข้ามา มันก็เลยไปแล้ว อย่างที่ท่านเศวตพูดถึงนะครับ แต่ ไม่เปึนไรครับ ผมว่ามันเปึนประโยชน์กับการทำงานนะครับ เมื่อท่านเสนอมาเราก็ช่วยกัน ดูให้ละเอียดถี่ถ้วน ถ้ายิ่งผ่านตอนนี้ไปแล้วเราก็คงจะกลับเวลานี้มาไม่ได้นะครับ ท่านก็ดู ให้ถี่ถ้วนแล้วกัน ท่านอาจารย์ประพันธ์ครับ ท่าน กกต. เสนอมาครับ เชิญครับ เอาเปึนว่าที่ประชุมเห็นด้วยนะครับ กับการที่จะให้ดูบัตรลงคะแนนนะครับ อยู่ที่ที่ประชุม นะครับ ที่ประชุมไม่เห็นอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยให้น้ำบัตรมาพูดอีกครั้งหนึ่ง เชิญอาจารย์ประพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ประพันธ์ นัยโกวิท นะครับ สสร. ครับ ก็ในส่วนของแบบบัตรนี่มันจะต่อเนื่องกันมากับประกาศ ในข้อ ๒๕ นะครับ ในข้อ ๒๕ นี่เขากำหนดว่าลักษณะของบัตรออกเสียงประชามติ ให้เปึนไปตามตัวอย่างท้ายนี้โดยอนุโลมนะครับ มันผ่านพวกนี้ไปหมดแล้ว แล้วก็ ต้องขอขอบคุณนะครับที่ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะ แต่เรื่องประเด็นของการทำบัตรนี่ได้มีการ หารือในกรรมาธิการค่อนข้างมากนะครับ ว่ารูปแบบบัตรออกเสียงประชามตินี่ควรเปึน แบบใด อันนี้ก็มีผู้ที่มีประสบการณ์เรื่องการออกเสียงประชามติที่ฝรั่งเศสมา ให้ข้อเสนอแนะ ก็แก้ไขปรับปรุงกันมาโดยตลอด และต้องรับข้อสังเกตของท่านเจิมศักดิ์ ที่ท่านให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ มานะครับ
รับแล้วอย่างไรครับ รับแล้วท่านจะไปแก้ไขตามหรืออย่างไรนะครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ท่านก็เปึนห่วงว่าบัตรที่ทำนี่นะครับ ลงคะแนนแล้วมันชัดเจนพอไหม ที่จะให้ชาวบ้านเขาลงคะแนนแล้วไม่สับสน ไม่งง เข้าใจง่ายนะครับ ใช่ไหมครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ครับ ตรงนี้ท่านดูรูปแบบที่ท่านทำมานี่นะครับ ลองพิจารณาดูอีกทีหนึ่ง นะครับ เดี๋ยวท่านประพันธ์เดี๋ยวนะครับ ฟังท่านอาจารย์อัครวิทย์นิดหนึ่งครับ ฟัง หลาย ๆ ฝ์ายจะได้รอบคอบ เชิญครับอาจารย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อัครวิทย์ สุมาวงศ์ สสร. ครับ คือในเรื่องของบัตรนี่นะครับ การแก้ไขจะต้องดูถึงข้อ ๒๓ ด้วย เพราะว่าขณะนี้ที่เราลงมติเห็นชอบกับข้อ ๒๓ นี่เปึนการลงมติข้อความทั้งหมดนี่ เปึ้นไปตามแบบบัตรที่ทางกรรมาธิการเสนอมา จะเห็นได้ว่าจะพูดถึงว่า ในข้อ ๒๓ นะครับ ในวรรคสองจะบอกว่า ด้านในของบัตรออกเสียงประชามติตอนบ้นบริเวณร้อยต่อ กับต้นขั้วมีข้อความระบุว่า การออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช …. ถัดลงไปมีข้อความว่า ให้ทํา เครื่องหมายกากบาท วงเล็บเครื่องหมายนั้น จำนวนเครื่องหมายเดียวในช่องทำ เครื่องหมายใต้ข้อความแสดงความคิดเห็นที่ท่านเลือก ซึ่งตรงกับแบบบัตรที่ออกมา แต่ถ้า ทำตามแบบที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์กล่าวนั้น โดยเอา เห็นชอบ กับ ไม่เห็นชอบ มาไว้ซ้าย ช่องที่จะกากบาทไปจะอยู่ทางขวา มันจะไม่ใช่ใต้ข้อความแสดงความเห็นที่ท่านเลือก อย่างที่สภาได้เห็นชอบข้อ ๒๓ เอาไว้แล้ว
อาจารย์มานิจ ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานครับ มานิจ สุขสมจิตร ครับ มีคำถามอยากจะถามทางกรรมาธิการนะครับ คือด้านหลังของบัตรออกเสียงประชามติ นะครับมีข้อความคําเตือนนะครับ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิออกเสียงน้ําบัตรออกเสียงประชามติ ออกไปจากที่ออกเสียงหรือทำเครื่องหมายเพื่อเปึนที่สังเกตไว้ที่บัตรออกเสียงประชามติ คำถามผมก็คือว่า ห้ามเฉพาะผู้มีสิทธิออกเสียงน้ำบัตรออกไป อันนี้คนอื่นนำออกไป ได้ไหมครับ
ก็ดีครับ ดูให้รอบคอบนะครับ เชิญท่านอาจารย์ประพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ อันนี้เปึนคําเตือนในบัตร เพราะว่าบัตรนี้เปึ้น บัตรที่จะมอบให้ผู้ออกเสียงประชามติ เขาเตือนผู้ออกเสียงประชามติครับ ส่วนคนอื่นจะ เอาออกไปได้หรือไม่ ต้องไปดูในกฎหมายนะครับ ซึ่งคิดว่าคงจะต้องมีกฎหมายว่าด้วย การออกเสียงประชามติ ซึ่งมีกำหนดโทษทางอาญาซึ่งจะห้ามบุคคลอื่นไม่ว่าใครก็ตาม แม้กระทั่งกรรมการก็ทําไม่ได้ ที่จะนําออกไปไม่ได้นะครับ ในส่วนที่ข้อเสนอแนะของท่าน อาจารย์เจิมศักดิ์ ในส่วนของว่า เอ๊ะ จะสับสนอะไรไหม อันนี้เดี๋ยวผมเข้าใจว่า อันนี้ผมพูด เปึ้นส่วนตัว เข้าใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าถึงเข้าไปประชาสัมพันธ์ว่าจะทำ อย่างไรให้มันถูก ส่วนนั้นคงจะต้องดำเนินการต่อครับ ขอบคุณครับ
อาจารย์มานิจครับ คือจริง ๆ เขาเขียนไว้น่าจะถูกแล้วครับ เพราะว่าอย่างนี้ ในฐานะที่ เปึ้นนักกฎหมายคนหนึ่งนะครับ คือถ้าเปึนคนอื่นเอาบัตรไปนี่ก็จะมีความผิดข้อหาลักทรัพย์ มาตรา ๓๓๔ นะครับ เอาไป ซึ่งเอกสาร มาตรา ๑๘๘ คือมันมีกฎหมายที่มีความผิดนี่เยอะนะครับ เพราะฉะนั้นก็เอาไป ลงโทษได้ ถ้าเจ้าหน้าที่เขาไม่ยอมแล้วเอาไป แต่ถ้าหากว่าคนที่รับบัตรไปแล้ว คือเจ้าหน้าที่เขามอบให้ไปแล้ว มอบ คืออยู่ที่ตัวเองแล้ว ถ้าตัวเองเอาไปนี่นะครับ อันนี้ก็ จะก่อให้เกิดความผิด แต่มันไม่ใช่เรื่องลักทรัพย์ มันไม่ใช่เรื่องเอาเอกสารไป เพราะว่า ได้รับมอบไปแล้ว เขาก็เลยเขียนไว้ในนี้ครับว่า ห้ามเอาออกไป ก็เน้นเฉพาะคนที่รับบัตร ก็คือผู้มีสิทธิจะออกเสียงนะครับ ท่านอาจารย์มานิจครับ
ท่านประธานครับ ถ้าเผื่อแก้เปึนว่า ห้ามผู้ใด น้ำบัตรออกไป นี่มันจะได้ไหมครับ
ครับ มันก็ซ้อนนะครับ เอาเปึนว่าผมพยายามให้ตั้งข้อสังเกตดูนะครับว่าท่านมีส่วนไหน ที่จะให้มันรอบคอบ ผมว่ามันไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแล้วนะครับ อาจารย์สมคิดครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนท่านประธาน แล้วก็ท่านอัครวิทย์ สุมาวงศ์ นะครับว่า ความจริงรายละเอียดตารางบัตรเลือกตั้ง แนบท้ายตัวร่างที่เราทำอยู่นั้นนะครับได้มีการพูดคุยหารือกันไปพอสมควร แล้วก็ใน วาระแรก ๆ ก็ไม่มีใครแก้ไขเปลี่ยนแปลง จริงอยู่ครับว่าเดิมที่การลงคะแนนเสียง โดยเฉพาะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภานี่กากบาทจะอยู่ข้างขวา ของการเห็นชอบ ไม่เห็นชอบนะครับ คือว่าหมายเลขทั้งหลาย แต่ว่าเมื่อกี้ท่านอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ได้ยกประเด็นขึ้นมาแล้วว่า ถ้าจะแก้บัตรออกเสียงเลือกตั้งนี่ต้องไปแก้ข้อ ๒๓ ด้วย ซึ่งเราได้มีมติในวาระที่สอง ที่สาม ไปแล้ว ผมยังอยากคิดว่าเพื่อให้การดำเนินการ ของพวกเราเปึนไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่องนะครับ อาจจะมีขัดข้อง คนอาจจะไม่ค่อย เคยชินนักกับการกาคะแนนโดยช่องกาคะแนนอยู่ข้างล่างก็ได้ ผมเองก็ไม่ได้เห็น ข้อสังเกตนี้นะครับ เข้าใจว่าท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ซึ่งมีประสบการณ์เรื่องการเลือกตั้ง โดยตรงอาจจะเห็นเรื่องนี้โดยตรงนะครับ ความจริงเมื่อกี้ได้หารือกับท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ ซึ่งได้นั่งอยู่ข้าง ๆ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็เข้าใจว่าพวกเราถ้าไม่เคยลงคะแนนเสียง หรือเคยชินกับเรื่องพวกนี้มาก่อนนี่บัตรเลือกตั้งที่มีอยู่ก็เปึ้นบัตรเลือกตั้งที่ใช้ได้นะครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ชัดเจน เพราะมันมี ๒ หัวข้อแค่นั้นเอง คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ นะครับ เพราะฉะนั้นยังอยากให้เราเห็นชอบไปตามนี้ เพราะว่าได้ลงมติกันไปเรียบร้อย แล้วครับ
นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) ขอบพระคุณครับ คืออย่างนี้ครับ ผมเรียนท่านนิดหนึ่ง คือสิ่งที่เราจะพิจารณานี่นะครับ ก็คือกรรมาธิการนี่เขาเอาร่างนี้มา พอร่างนี้มาก็มีรูปแบบบัตรนี่มอบให้กับท่านสมาชิก ด้วย ท่านสมาชิกพอไปพิจารณานี่นะครับ ถ้าไม่เห็นด้วย ท่านก็ต้องแก้ไขบัตรมา ท่านต้อง ออกแบบบัตรของท่านมา แล้วก็ไปบอกกรรมาธิการว่า บัตรอันนี้นะที่ท่านกรรมาธิการ ยกร่างมา ทํามานี่นะครับ ท่านไม่เห็นด้วย ท่านก็ไปถกกันในกรรมาธิการว่าท่านเห็นด้วย ไหม ถ้าไม่เห็นด้วยท่านต้องสงวนคําแปรฯ สงวนความเห็นของท่านมาว่ากันในที่ประชุม สภานะครับ เพราะเรื่องของบัตรนี่นะครับ ท่านดูนะครับอยู่ในข้อ ๒๕ ข้อ ๒๕ ที่ผ่าน การพิจารณาไปแล้วไม่มีใครคัดค้าน ไม่มีใครสงวนคําแปรฯ ไม่มีใครขอแก้ ไม่มีใคร ขอเปลี่ยน บอกว่า ข้อ ๒๕ ลักษณะของบัตรออกเสียงประชามติให้เปึนไปตามตัวอย่าง ท้ายประกาศนี้โดยอนุโลม ข้อ ๒๕ นะครับ ก็คือเรื่องบัตร ทีนี้บัตรไม่มีใครยกมาเลย นะครับ มันก็ต้องเลย ถูกไหมครับ เพราะว่าไม่มีใครที่สงวนคําแปรญัตติอะไรไว้เลย กรรมาธิการเขาก็ยืนของเขา พอดีท่านจะตั้งข้อสังเกตผมก็ยินดีถ้ามันจะรอบคอบนะครับ แต่พอท่านเสนอความเห็นกันไปมาก ๆ แล้วนี่ ผมดูแล้วว่าอย่างไรเราก็แก้ไม่ได้ เพราะเรา พิจารณาผ่านไปแล้วตามที่หลายท่านเสนอ ก็เลยกราบเรียนให้ที่ประชุมได้เข้าใจตรงกัน ก็ต้องเปึนไปตามนี้นะครับ อย่างนั้นก็จบเรียบร้อยดีนะครับ เข้าวาระอื่น ๆ ครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องอื่น ๆ นะครับ เมื่อกี้เดี๋ยวใครยกมือก่อน อาจารย์ปกรณ์ครับ แล้วก็ท่านสุนทรนะครับ แล้วเดี๋ยวท่านมนตรีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการทำงานของเรา ในระยะเวลาที่ผ่านมาและระยะเวลาต่อไป เมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการจากภาคใต้นี่นะครับ เขานำเสนอเรื่องซึ่งเปึนประเด็นสำคัญ และผมคิดว่าก็คงจะเปึนประเด็นที่เกี่ยวพันกับ ทุกคณะกรรมาธิการ ก็คือเรื่องของความเข้าใจของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการ ร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ที่เขาใช้คําว่า เมื่อมีพิมพ์เขียวอยู่แล้วจะมาถามความเห็นทําไม นั่นแสดงให้เห็นว่าความเข้าใจของประชาชนในเรื่องนี้ยังมีเรื่องที่ต้องพึ่งกรรมาธิการอื่น ๆ นอกจากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะทําความเข้าใจกับประชาชนโดยตรง ในฐานะที่ ผมเองนั้นมีหน้าที่ร่วมกับโฆษกของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้แถลงต่อประชาชน ตลอดเวลา เขาก็ถามเรื่องอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั่นก็คือ เรื่องของการสร้างความเข้าใจ สร้างการมีส่วนร่วม เรื่องของกระบวนการในการดำเนินการ เกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น ในจุดนี้ผมมองเห็นว่าอาจจะจำเปึนต้องปรับรูปแบบ การทํางานของสภาร่างรัฐธรรมนูญในเชิงของการบริหารให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ผมเอง คงไม่อยากจะไปตำหนิกรรมาธิการท่านใด ผมคิดว่าพวกเราทุกคนอาสาสมัครที่จะมา ทำงานทั้งสิ้น แต่ในเวลานี้ปัญหาที่เราประจักษ์กันก็คือการทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนนั้น กรรมาธิการยกร่างฯ จะถูกมองว่าทําอยู่ฝ์ายเดียว จึงอยากที่จะเสนอให้ ที่ประชุมนี้พิจารณาว่าทำอย่างไรที่เราจะทราบร่วมกันว่ากรรมาธิการชุดต่าง ๆ นี่ ได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง และดำเนินการในลักษณะที่จะสอดประสานกันอย่างไร ผมคิดว่ามันมีกรรมาธิการอยู่ ๒ – ๓ ส่วนที่อาจจะจำเปึนต้องประสานความร่วมมือกัน ส่วนที่เปึนกองกลางที่สำคัญที่สุดและเปึนส่วนบริหารงาน ก็คือกรรมาธิการกิจการสภาฯ ในเวลานี้เราเหมือนกับไม่มีโฆษกของสภา จริง ๆ แล้วโฆษก็ของสภาน่าจะไป อยู่ที่กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ แต่ในเวลานี้เราก็ไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์ฯ ทํางานอะไรไปบ้าง ในเวลาเดียวกันผมก็พยายามที่จะเสนอข้อมูลจาก การยกร่างนี่ไปยังทุกกรรมาธิการ ถ้าเราไปดูที่เว็บไซต์ (Web site) ของคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ เอกสารของโฆษกกรรมาธิการยกร่างฯ จะมีตลอดเวลา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ผลการประชุมที่ประสานงานออกไป และโดยส่วนใหญ่ก็เผยแพร่ยังสื่อมวลชน และผมเอง ก็ต้องไปทำหน้าที่คล้าย ๆ กับไปออกให้สัมภาษณ์ทางรายการวิทยุโทรทัศน์ต่าง ๆ ซึ่งมันก็ ทําได้แค่เพียงมติของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ แต่ว่าในการดําเนินการเรื่องอื่น ๆ นั้น น่าที่จะเปึนบทบาทของกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่เปึน เหมือนกับเปึ้นผู้ที่ดำเนินการประสานความร่วมมือของกรรมาธิการทุกชุด และ ขณะเดียวกันกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ก็ทำหน้าที่ในการที่จะ สื่อความหมายไปยังประชาชน ในเวลานี้ผมไปลงรับฟังความคิดเห็นด้วยในพื้นที่ ที่ผมรับผิดชอบร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญจังหวัด โดยบางทีก็ทำในฐานะที่เปึ้นผู้ที่ไปให้ ความร่วมมือ แต่สิ่งที่เขาถามกลับมาในขณะนี้คือว่าเขาไม่ค่อยรับทราบว่าเรามี กระบวนการรณรงค์ในการที่จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วมในกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญจริงแท้แค่ไหน ใจผมนี่ผมคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่พร้อมที่จะรับประชามติ พร้อมที่จะออกเสียงรับนะครับ ในทรรศนะผม เท่าที่ออกไปฟัง ออกไปพูด ออกไปช่วยใน การชี้แจงทำความเข้าใจ เดี๋ยวนี้บางครั้งก็ค่อนข้างจะทำงานหนักมากนะครับ จึงอยากขอ ความเห็นใจจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการชุดอื่น ๆ ว่า ได้ช่วยทําความ กระจ่างชัดในเรื่องนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนซึ่งสนใจเรื่องนี้ได้เห็นว่าเราทำงานร่วมกัน อย่างแท้จริง บทบาทหนึ่งที่ผมคิดว่าเราน่าจะทำได้ก็คือการสื่อความออกไปจากสภา แห่งนี้ ซึ่งการถ่ายทอดการประชุมสภานั้นก็เปึนส่วนหนึ่ง แต่ในเวลานี้เราพบว่าในกลไก ของสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภานี่มีโทรทัศน์รัฐสภา มีวิทยุรัฐสภา เราค่อนข้างจะใช้ เครื่องมือนี้น้อยมาก ซึ่งถ้าเราใช้กันจริงจังเราก็สามารถจัดรายการแทบจะเรียกว่าทุกวัน พบสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่จําเปึนต้องไปใช้เครื่องมือหรือกลไกอื่น ๆ และทําให้เรา สามารถประหยัดงบประมาณได้ค่อนข้างสูงมาก ในเวลานี้สื่อมวลชนทุกแขนงพร้อมที่เขาจะมาให้ความร่วมมือ เขาพูดมายังผม แต่ผมไม่มี หน้าที่ตรงจุดนั้น เวลาผมแถลงเขาก็แถลง ผมแถลงได้แค่เพียงผลการประชุม สื่อมวลชนก็ บอกว่ามันก็เปึนการแถลงที่สวยงาม แต่ว่าเราไม่เห็นภาพของการที่ว่าจะทำให้มันเกิด กระบวนการเรื่องการเคลื่อนไหวที่เราเรียกกันว่าเปึนเคลื่อนไหวขององค์กรทางสังคมที่ ขับเคลื่อนคู่ขนานกันไป ขณะเดียวกันเรามีองค์กรนอกสภานี่นะครับ ที่เปึนองค์กรของ ภาคประชาชนที่เขาพร้อมจะให้ความร่วมมือ แต่เขาไม่มีเอกสาร ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไร เขาบอกว่าให้ผมช่วยผลิตเอกสารให้เขาได้ไหม ผมบอกผมไม่มีหน้าที่จะทำเรื่องนั้น นะครับ ขอความเข้าใจ ขอความเห็นใจ และผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเปึ้นเรื่องหนึ่งซึ่งอาจจะ เปึ้นโอกาสนี้หรือโอกาสอื่น ๆ ก็ตามนะครับที่จะต้องดําเนินการในลักษณะที่จะทําให้การ ขับเคลื่อน ณ ขณะนี้ไปถึงจุดสุดท้ายจริง ๆ เพื่อจะแก้ความเข้าใจว่าพิมพ์เขียวยังเปึนสิ่งที่ แก้ไขได้ เพราะพิมพ์เขียวก็คือแบบที่เราออกมา แต่ยังไม่ใช่เปึนเรื่องที่เราเอาไปก่อสร้าง แล้ว ในกรณีเช่นนี้จึงอยากจะสื่อความเข้าใจว่ามันเปึ้นพิมพ์เขียวใช่ครับ แต่ทุกส่วนของ พิมพ์เขียวสามารถปรับแก้ให้มันเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้อย่างจริงจัง จึงอยากจะขอความร่วมมือในส่วนนี้ด้วย กับอีกส่วนหนึ่งก็คือบรรยากาศของการประชุม ผมมีความรู้สึกว่าผมพยายามจะยกมือ ก็เข้าใจนะครับว่าเปึ้นในขั้นของการแปรญัตติ ผมอภิปรายไม่ได้ แต่บางทีเราก็มีส่วนที่จะสานโยงความเข้าใจได้ เพราะว่าไม่อย่างนั้นเรา ต้องลงมติ และอีกประการหนึ่งก็คือระหว่างการลงมติในร่างที่สำคัญ ๆ ผมคิดว่าสมาชิก น่าจะอยู่ในที่ประชุมนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นแล้วกลับมาแล้วไม่ทัน ก็มาทําให้เกิด ประเด็น ผมเข้าใจดีว่าทุกคนมีงาน มีหน้าที่นะครับ แต่ว่าเรื่องที่เราพิจารณาเมื่อสักครู่นี้ เปึ้นเรื่องที่สําคัญมาก เรื่องร่างหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามตินะครับ อันนั้น เปึ้นประเด็นที่ผมระบายความรู้สึกแล้วกัน แต่ประเด็นแรกที่ผมยกขึ้นมาผมคิดว่าเปึนเรื่อง ที่สำคัญ และอยากจะขอความเห็นจากท่านสมาชิกด้วยครับ
ขอบพระคุณมาก เพราะว่าเปึนเรื่องสำคัญจริง ๆ นะครับ เฉพาะเรื่องนี้ก่อน เรื่องของ ท่านปกรณ์ก่อน เรื่องเมื่อกี้เปึนเรื่องของท่านใช่ไหม หมายความว่าเอาเฉพาะของ ท่านปกรณ์ให้จบเสียก่อนนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ กระผม นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ประธานกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานและเพื่อน ๆ สมาชิก รวมทั้งพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศถึงเรื่องราว ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้มีการกล่าวพาดพิงถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ นะครับ กระผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ แล้วก็เรียนพี่น้องประชาชน คนไทยทั่วประเทศนะครับว่าคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ซึ่งมีผมเปึน ประธานนี้ มีกรรมาธิการอยู่รวมกันทั้งสิ้น ๒๐ ท่านครับท่านประธาน หรือคิดเปึน หนึ่งในห้าของสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ การทํางานของเรานั้นเราก็มีความพยายามที่จะ ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมใหญ่นะครับ ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก หลังวันที่ ๘ มกราคม เปึนต้นมา แล้วก็ตั้งแต่มีการแต่งตั้งกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ขึ้นมา ในปลายเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์นะครับ กระผมเองซึ่งได้รับเกียรติจาก เพื่อนสมาชิกให้เปึนประธานคณะกรรมาธิการนะครับ กระผมก็พยายามที่จะทำหน้าที่ของ งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่อย่างดีที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้นะครับ แล้วก็ งานต่าง ๆ นั้นก็ได้พยายามที่จะหาทางช่วยเหลือ แล้วก็ดำเนินการอย่างที่เพื่อนสมาชิก ทุกท่านปรารถนาและก็ต้องการนะครับ เราก็อยากจะเห็นเรื่องของวัสดุประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเปึนโปสเตอร์ (Poster) สติกเกอร์ (Sticker) คัทเอาท์ (Cutout) แผ่นพับ แบนเนอร์ (Banner) อะไรต่าง ๆ
ขอประทานโทษนิดหนึ่ง ผมคิดว่าเอาประเด็นของที่ท่านปกรณ์ได้ยกขึ้นมาพูดให้จบ เสียก่อนครับ เรื่องชี้แจงเรื่องนี้คงจะเปึ้นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ขออนุญาตครับ
ได้ครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน นะครับ ว่ากระผมเห็นด้วยกับที่ท่านอาจารย์ปกรณ์ ปรียากร ได้กรุณาเสนอแนะนะครับ แล้วก็เราก็ได้พูดคุยกันว่าทางกรรมาธิการยกร่างฯ กับกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ รวมทั้ง กรรมาธิการคณะอื่น ๆ นี่น่าที่จะได้มีการประชุมพูดคุยกันให้มากกว่านี้นะครับ เราเอง ก็เห็นใจทางกรรมาธิการยกร่างฯ รวมทั้งกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ ทุกท่านที่ออกไป ทำหน้าที่ของท่านอย่างดียิ่งนี่นะครับ แต่ว่าก็ขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่าเนื่องด้วย ข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งทางด้านงบประมาณ แล้วก็ทางด้านอื่น ๆ นะครับ ทางด้าน เจ้าหน้าที่เราก็พยายามจะทําหน้าที่ ผมก็พยายามจะทําหน้าที่รับใช้ท่านทั้งหลายอย่างดี ที่สุดเท่าที่ผมจะสามารถทําได้นะครับ แต่ว่าถ้าท่านทั้งหลายยังตําหนิผมอยู่เรื่อย ๆ นี่ นะครับ กระผมเองก็รู้สึกไม่ค่อยดีนะครับ แล้วกระผมเองก็ไม่สบายใจเปึนอย่างยิ่งนะครับ ซึ่งตรงนี้กระผมก็ขออนุญาตเรียนท่านทั้งหลายนะครับว่า เรามีการพูดคุยกันใน คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ ของเรา แล้วก็จะพยายามปรับปรุงการทำงานต่าง ๆ ให้ดีขึ้นนะครับ ในส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นก็คิดว่าเราจะพยายามทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศไม่ผิดหวัง แล้วก็เราอยากจะเห็นการ ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ เพื่อให้ เปึ้นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ
ขอบพระคุณครับ คือกระผมคิดว่าของท่านอาจารย์ปกรณ์นี่กลับให้เราเห็นเปึ้นรูปธรรม กันบ้างนะครับ แทนที่จะพูดไปเสร็จแล้วก็ผ่านไป แล้วก็ไม่มีข้อตกลงแต่อย่างใดนะครับ อย่างน้อยที่ผมอยากจะเรียนในฝ์ายบริหาร ก็บอกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็เรา คิดว่าสิ่งที่เราจะทำแน่นอนก็คือต้องมีการรายงานของคณะกรรมาธิการทุกคณะ เรียงลำดับต่อไปนี้ ไม่ใช่ว่ากรรมาธิการเมื่อตั้งแล้ว แล้วก็ไม่เคยรายงานให้สภาทราบ เราก็ไม่ทราบว่าแต่ละคณะกรรมาธิการได้ทำหน้าที่อะไรไปแล้วบ้าง ประชาชนเขาก็ อยากจะรู้ เพราะฉะนั้นเราก็กําหนดตารางเลยทีเดียวบอกว่า ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไปนี่ คณะกรรมาธิการทุกคณะทั้ง ๑๓ คณะนี่ครับต้องมารายงานที่นี่ เราเป่ดประชุมวันจันทร์ ไม่เสร็จหมดนี่ก็วันอังคารต่อ แต่ว่าประชาชนจะได้รับฟังด้วย เพราะนั่นคือการรายงาน ออกอากาศไปด้วย เปึนการรายงานให้ประชาชนทราบ
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่เราคิดอยู่ในฝ์ายบริหาร ก็คือการคุย นอกรอบให้มากกว่านี้ เพราะถ้านอกรอบน้อยกว่านี้นี่การที่ถกเถียงกันในที่ประชุมแห่งนี้ นั้นมันเปึ้นบรรยากาศที่ไม่เหมาะสม เราก็คิดว่าท่านประธานท่านก็เริ่มนัดนอกรอบเพิ่มขึ้น แล้ววันอาทิตย์นี้ ต่อไปก็อาจจะถี่ขึ้น ๆ นี่แก้ปัญหาอย่างที่ท่านว่า แต่ว่าที่ท่านยก อีกประเด็นหนึ่ง คือผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็อยากให้เกิด ก็คือสื่อมวลชนของ รัฐสภาของเราเอง ผมตามเลยทั้งโทรทัศน์ ทั้งวิทยุ จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่ แล้วผม ก็คิดว่าเขาก็พร้อมที่จะให้เราไปเป่ดรายการประจําทุกวัน พบสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งวิทยุ และทั้งโทรทัศน์ของสภา ผมมองไม่ออกว่าทําไมถึงไม่เกิดอันนี้ออกมา เพราะว่าถ้าเปึน อย่างนี้ก็ต้องโยนความรับผิดชอบอันนี้ไปให้กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ ความรู้สึกของ ผมนะครับ ที่จะต้องติดต่อ ใช้สื่อของเราเอง สื่อของเราเองที่มีอยู่ในสภานี่ล่ะครับ เราก็ดูสิ ว่าเขาจะขัดข้องไหม เขาเชิญผมออกตลอดเวลา และผมก็บอกตลอดเวลาบอกว่ากรุณา ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเป่ดรายการประจําเลย อยู่กันประจําทุกวัน ซึ่งเขาก็ยินดี ครับ ผมยังยืนยันว่าเขายินดีเปึนอย่างนั้นนะครับ เชิญท่านอาจารย์ปกรณ์อีกที ขอประทานโทษ เดี๋ยวเชิญอาจารย์ปกรณ์อีกทีหนึ่งครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออภัยท่านสมาชิกนิดเดียวนะครับ ผมค่อนข้างจะดีใจที่พวกเรา พยายามที่จะปรับกระบวนการในการทำงาน และผมคิดว่าเนื่องจากผมเองนี่ก็ต้องไปจัด รายการให้กับ คือเขาเชิญผมไปออกรายการนะครับ ทางวิทยุรัฐสภาก็ดี โทรทัศน์รัฐสภา ก็ดี ผมคิดว่าได้ผล เพราะว่าโทรทัศน์รัฐสภานี่ในส่วนหนึ่งเขาเชื่อมโยงกับสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ อยู่ อย่างเช่น รายการมองรัฐสภา นอกจากนั้นรายการวิทยุรัฐสภานี่กระจายเสียง ได้ทั่วประเทศ และเปึนกระจายเสียงภาค เอฟเอ็ม (FM – Frequency modulation) ด้วย ซึ่งสามารถที่จะมีเครือข่ายที่มีประโยชน์อย่างมาก และที่สำคัญก็คือเข้าสามารถที่จะ โฟนอิน (Phone-in) เข้ามาได้ เพราะเราสามารถที่จะขอเวลาช่วงนี้เปึนกรณีพิเศษ เพราะ ในฐานะที่มันก็เปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานอยู่แล้ว ไปจัดรายการกันแทบจะเรียก ได้ว่าทุกวัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการในช่วงที่เปึนช่วงเวลาที่คนสนใจ ไม่ว่าจะเปึน ช่วงตอนค่ำหรือตอนเช้า ตอนค่ำนี่ผมคิดว่าจะมีประโยชน์มาก แล้ววิธีการในการ จัดรายการ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ในฐานะที่ท่านเองก็เปึ้นแม่เหล็ก ใหญ่ที่สำคัญในอดีตของการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ รายการ มองต่างมุม ของท่าน อาจารย์เจิมศักดิ์ได้ผลค่อนข้างมาก เพียงแต่ว่ามีเวลาจัดในจำกัดเท่านั้นเอง ถ้าเราจัด ในลักษณะที่ย่อส่วนลงมา แล้วทำให้มันเกิดภาพของการดำเนินการ แล้วการร่วมมือกัน ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกคน ทุกจุดที่อยู่ในตามภูมิภาคก็จะสามารถที่จะ เชื่อมโยงเปึนเครือข่าย เปึนเน็ตเวิร์ก (Network) ที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ผมนำข้อเสนอมา พูดในที่ประชุมแห่งนี้ไม่ได้มีเจตนาจะให้เราไปเกิดการตําหนิใคร ผู้ใดทั้งสิ้น เพราะว่า ผมคิดว่าวิธีการทำงานของเราจำเปึนต้องใช้วิธีการเชิงสร้างสรรค์เข้าหากันค่อนข้างมาก การไปตําหนิติฉินกันก็จะทำให้เกิดภาวะของการทําลายล้างซึ่งกันเอง ซึ่งมันเปึนภาพที่ ไม่ดีต่อพี่น้องประชาชน ผมทำงานในลักษณะนี้มาโดยตลอดว่าถ้าเราสามารถจะหาทาง สร้างสรรค์การทำงาน และผมเชื่อว่าประชาชนจะเปึนแนวร่วมของเรา ความรู้สึกของ ความที่จะบอกว่าจะมีการคัดค้านการลงประชามติ แล้วเราก็พลอยเออออห่อหมก็ไปด้วย นี่นะครับ ผมคิดว่ามันไม่ใช่วิสัยการทำงานในเชิงสร้างสรรค์ ดังนั้นเราน่าจะหาเวลา นั่งคุยกันนอกรอบสักนิดหนึ่ง และจัดระบบของการทำงานเสียใหม่ อะไรที่เกินไปเราตัดทิ้ง อะไรที่ขาดเราเสริมเข้าไป แล้วก็อาจจะย่อส่วนการทำงานของกรรมาธิการบางชุดลงก็ได้ และก็มาเหลือแม่เหล็กอยู่ที่กรรมาธิการกิจการสภาฯ และนอกจากนั้นกรรมาธิการกิจการ สภาฯ ก็ต้องบอกพวกเราทราบด้วยว่ามันมีเรื่องของความพร้อมด้านการเงิน ด้านบุคคล อย่างไร และเจ้าหน้าที่ของสภาเองเขาจะได้ดําเนินการสนับสนุนได้ถูกต้อง อันนี้เรามองใน เชิงของการบริหารที่จะทำให้รูปแบบการทำงานทำหน้าที่ได้ดีกว่าสภาปกติ เวลานี้เราเปึน สภาที่มีข้อจำกัดในการทำงานค่อนข้างมาก เราอาจจะจำเปึนต้องประชุมร่วมกับ เจ้าหน้าที่รัฐสภาทั้งหมดด้วยซ้ําไป เพราะเขาเปึ้นผู้เชี่ยวชาญในหลายเรื่องในการทำงาน มันก็จะทําให้เกิดกระแสของการทํางานที่เปึนเนื้อเดียวกันของการทํางานระหว่างสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเข้ารับผิดชอบช่วยเราอยู่ และ หลายคนเปึ้นผู้มีฝ้มือทั้งสิ้นนะครับ เขาเปึนข้าราชการระดับสูง เปึนคนที่ทํางานในเรื่อง ต่าง ๆ มามากพอสมควร อย่าให้เราเกิดความรู้สึกว่ามันเหมือนกับว่าเปึนการแยกส่วนการ ทำงานออกจากกัน ก็คงจะมีเจตนาแค่นี้อาจารย์ครับ
ขอบพระคุณอีกครั้ง ขอท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เพราะว่าท่านยกมือ ท่านมนตรีขอนิดเดียว ต่อหลังอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ
ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ผมยกก่อน นะครับ
ท่านประธานครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ทุกวันนะครับ หลายครั้งแล้วครับ วันละหลายรอบด้วยนะครับ
แล้วท่านรองฯ เสรีก็บรรจุผมเข้าไปแล้วก่อน อาจารย์เจิมศักดิ์ด้วย
ขออนุญาตนะครับ ขออย่างนี้นะครับ
ผมรอมา ๒ อาทิตย์แล้วครับวาระนี้
ครับผม เดี๋ยวขอให้นั่งหน่อยนะครับ
ท่านจัดคิวให้ดี ๆ ครับ
ขออนุญาตนั่งก่อนนะครับ ผมจะเดินตามคิวที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอของผมนะครับ ผมจะ อ่านคิวเลยนะครับ ให้ได้ทราบว่าต่อไปเปึ้นอะไรพอหมดญัตตินี้แล้ว คือท่านสุนทร ท่านมนตรี ท่านกฤษฎา ท่านเจิมศักดิ์ต่อท้าย ถ้าคิวอันนี้ยอมรับกันแล้วถึงเวลาใครจะพูด เรื่องอะไร ขณะนี้เปึนอันว่าประเด็นของที่ท่านอาจารย์ปกรณ์ยกขึ้นมานี้เปึ้นที่ยอมรับ นะครับ ทางฝ์ายบริหารคิดว่ารับข้อเสนอแนะของท่านไปปรับปรุงพิจารณาดำเนินการให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็น่าจะผ่านไปได้ ผมเอาประเด็นนี้นะครับ เรียนเชิญท่านสุนทร์ จันทร์รังสี เลยถ้าอย่างนั้นครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมขอขอบคุณครับ ที่จัดคิวได้ถูกต้อง ผม สุนทร จันทร์รังสี ผมขอเสนอวาระอื่น ๆ ซึ่งรอคอยมา ๒ สัปดาห์ สัปดาห์นี้เปึนสัปดาห์ที่ ๓ ผมขอเสนอการปรับเปลี่ยนคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง และมีส่วนร่วมฯ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเปึนส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ รวมทั้งการทําประชามติในโอกาสต่อไปด้วย เพราะเรายังจะต้อง ทํางานกันอีกเยอะ เนื่องจากคณะกรรมาธิการของผมที่นำเสนอต่อสภาได้มีบุคคลท่านหนึ่งซึ่งผมติดต่อไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีทางหนึ่งทางใด ไม่ว่าจะด้วยจดหมาย ไม่ว่าจะด้วยโทรศัพท์ จึงจะต้องขอ จะใช้คําว่า บารมีของสภาแห่งนี้ หรือมติของสภาแห่งนี้ก็ได้นะครับ ตามข้อบังคับ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๙๕ (๕) นะครับ ขอเสนอต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อการปรับเปลี่ยน รองศาสตราจารย์วินิจ โชติสว่าง อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชมงคล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งติดต่อไม่ได้เลยหลังจากที่ท่าน ตอบรับเปึนกรรมาธิการวิสามัญแล้ว ไม่สามารถติดต่อได้และไม่เคยเข้าร่วมในกิจกรรม กิจการใดทั้งสิ้น แม้ว่าทางคณะกรรมาธิการได้จัดเวทีมา ๘ เวทีแล้ว แต่ติดต่อท่าน ไม่ได้เลย จึงขอปรับเปลี่ยน รองศาสตราจารย์วินิจ โชติสว่าง ออก และเสนอ นายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา สื่อมวลชนและวิทยุเข้าแทน เพื่อให้การทำงานสะดวกยิ่งขึ้น ขอนำเสนอต่อ สภาแห่งนี้เพื่อลงมติครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
เดี๋ยวขอนิดหนึ่งนะครับ คือทางปฏิบัติของเรานี่เราตั้งคณะทํางานขึ้นจํานวนหนึ่ง ๗ คน ถ้าผมจำไม่ผิด เพื่อไปพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและเรามีคุณสมบัติต้องห้ามอยู่ ๒ – ๓ ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสังกัดพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นตรงนี้เพื่อความ รอบคอบ ถ้าหากว่าท่าน ๗ คนที่อยู่ตรงนี้ไม่ขัดข้องนะครับ หรือว่าทราบรายชื่อว่าเขามี คุณสมบัติครบก็สามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าไม่ทันพิจารณา เขายังไม่พิจารณา เสร็จแล้ว เราคงจะเลื่อนไปคราวหน้าก็คงไม่เสียหายอะไร ฉะนั้นอยากถามท่านกรรณิการ์ ผมจำได้ ว่าเปึนกรรมาธิการ ๑ ใน ๗ ใช่ไหมครับ
ได้ค่ะ
ได้หรือครับ ไม่ขัดข้องใช่ไหมครับ ไม่ขัดข้องครับ ถ้าไม่ขัดข้องก็ต้องถามที่ประชุม ที่ประชุมเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ตามข้อเสนอของคุณสุนทร
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าที่ประชุมไม่เห็นเปึนอย่างอื่นก็มีมติไปตามที่คุณสุนทรเสนอ ก็จบนะครับ ต่อไปครับ ท่านมนตรี ครับ ประธานเขาบอกว่าจังหวัดพัทลุงไม่มีใครเข้าไปเลย มีแต่ท่านประธานอุทิศเข้าไป แล้วก็ ประสานมายังประธานอุทิศ แล้วก็ผม แล้วก็คณะกรรมาธิการภาคใต้ให้เข้าไป แล้วก็ให้ไป จัดเวทีแห่งนั้นให้เขาด้วย ก็ขอแจ้งกับสภาแห่งนี้ และที่ชุมพรกับระนองก็ไม่มี สสร. เมื่อวานเขาก็แจ้งว่าจะให้รัฐสภานี้ไปจัดให้ด้วยสักจังหวัดละ ๑ ครั้งก็ยังดี เพื่อที่จะทำ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดเหล่านั้น และในส่วนของที่เปึ้นที่ทุรกันดาร ที่ยากที่จะขึ้นมาฟังความคิดเห็นได้ ต้องนั่งรถ นั่งเรือหลายตอน ก็เห็นจะเปึนเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า อันนี้เราน่าจะเข้าไปจัดให้เขาสักที่ละ ๑ ครั้ง แต่เปึ้นเกาะสมุยกับ เกาะพะงันก็ได้นะครับ เพราะว่าพี่น้องชาวสมุยและพะงันก็รออยู่ว่าเมื่อไรทาง สสร. หรือ ว่ารัฐสภาลงไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน แต่ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้ว่าฝ์าย ประชาสัมพันธ์อ่อนไป หรืออะไรไปนะครับ ผมก็ได้กล่าวตอนต้นว่าฝ์ายประชาสัมพันธ์ อาจจะมีภารกิจติดขัดหลาย ๆ เรื่อง พี่น้องประชาชนเลยไม่ได้เข้าใจถึงความรู้ที่จะต้องทำ อย่างไรบ้างในเรื่องของการมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉะนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ท้ายที่สุดต้องลงประชามติ ก็แสดงว่าต้องให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ เข้าใจถึงรัฐธรรมนูญ ก็อย่างที่ผมนําเรียนว่าถ้าเพื่อน สสร. ทุกท่าน หรือว่าท่าน สสร. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านมีเวลาต้องเข้าไปทุกกิจกรรมของพี่น้องประชาชน และพยายาม อธิบายสักนิดหนึ่งว่าภาระหน้าที่ของพี่น้องประชาชนคือต้องให้ความเห็นกับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ฉะนั้นในส่วนต่าง ๆ ที่ผม แล้วก็คณะกรรมาธิการภาคใต้ได้เข้าไปทำหน้าที่ก็ได้รับ คำตอบเปึนอย่างดี ก็อย่างที่ท่านปกรณ์ได้กล่าวเมื่อกี้ว่าชาวบ้านยังสงสัยเรื่องของ พิมพ์เขียวบ้าง หรือว่าร่างเสร็จแล้วบ้าง แล้วพวกเรามาทำอะไร ผมยืนยันกับทุกเวทีและ ทุกสถานที่นะครับว่าไม่มีพิมพ์เขียว และไม่ได้ร่างไว้ก่อนแน่นอนอย่างชัดเจน แล้วก็ ขอยืนยันตลอดทุกเวที เพราะการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้เราก็เห็นอยู่ว่าพวกเราต้อง ทำหน้าที่กันอย่างเหน็ดเหนื่อย แล้วก็ไม่มีเวลาหยุดพักผ่อนเลย บางคืนได้นอนแค่คืนละ ส่องสามชั่วโมง ต้องเดินทางหลายพื้นที่ อย่างเช่น ผมอยู่ที่ภาคใต้ก็เปึ้นรองประธาน คณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นฯภาคใต้ ก็ต้องเดินทางไปหลาย ๆ จังหวัด เวลานอน บางที่อาจจะต้องอยู่ในรถ ตรงนั้นคือส่วนหนึ่งนะครับ แล้วก็อย่างที่ผมนําเรียนว่าเรื่องของ หลาย ๆ พื้นที่ที่ไม่มี สสร. และหลาย ๆ พื้นที่ที่เปึ้นที่ทุรกันดาร ก็ขอให้ที่ประชุมแห่งนี้ รับทราบ ให้รัฐสภาแห่งนี้รับทราบด้วยว่าพวกเขารออยู่ นั่นคือส่วนหนึ่ง
และอีกส่วนหนึ่งที่ผมจะต้องนำเรียนต่อสภาแห่งนี้ เปึ้นเรื่องที่น่าเศร้าสลด มากนะครับ เรื่องของสมัชชาคนพิการแห่งประเทศไทย หรือสมาคมคนพิการ แห่งประเทศไทย เขาได้ทําโครงการมาเสนอ แล้วก็ของบประมาณจากรัฐสภาแห่งนี้ ก็ส่งผ่านมาที่ผมวันนั้น แล้วผมก็ได้รับเรื่องแล้วก็ส่งสู่ประธานสภาแล้ว และผมก็ได้รับ คำตอบจากประธานสภา จากเลขาฯ สภาว่าจัดให้ไม่ได้ แต่ทางสมาคมคนพิการฯ หรือสมัชชาคนพิการแห่งประเทศไทย ก็นำเสนอต่อมาว่าพวกเขาพยายามเรี่ยไร่สตางค์กัน เพื่อออกพื้นที่ ออกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ๑ ครั้ง ภาคใต้ ๑ ครั้ง ภาคอีสาน ๑ ครั้ง แล้วก็ภาคเหนือ ๑ ครั้ง รวม ๔ ครั้ง ๔ ครั้งนี้มีอยู่ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้ไปเปึนวิทยากร ที่จังหวัดตรัง จัดที่ภาคใต้นะครับ ก็วันนั้นบังเอิญท่านเดโชซึ่งนั่งเปึ้นประธานอยู่ในขณะนี้ ท่านก็ไปเปึนประธานพิธีเป่ดด้วย แล้วท่านก็ได้อยู่ร่วมรายการจนเที่ยงกว่า วันนั้น ร่วมรายการกันเลิกประมาณ ๔ โมงเย็น ผมก็อยู่ตลอดกับสมัชชาคนพิการ แห่งประเทศไทย ถ้าถามว่าเขามีงบประมาณที่จะจ่ายตรงนี้ไหม เขาไม่มีครับ เขาต้องเก็บ กันเอง เรี่ยไรกันเอง เพื่อที่จะมาทําหน้าที่การมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เรียกร้องสิทธิของเขาที่จะมีได้ ฉะนั้นคนไทยทุกคนก็มีสิทธิเสรีภาพเท่ากัน คนพิการ แห่งประเทศไทย เขาก็มีสิทธิที่จะเปึนคนไทย มีสิทธิที่จะทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง เหมือนกัน ขอให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบว่าเขาลงทุน เขาเก็บสตางค์เรี่ยไรกันเองเพื่อที่จะมี ส่วนร่วมในการทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ฉะนั้นก็ขอให้สภาแห่งนี้เข้าใจว่าพวกเขาลำบากมาก กว่าจะได้มาสักบาท กว่าจะได้มาสัก ร้อย กว่าจะได้มาสักพัน เขาต้องไปขาย และในขณะเดียวกันการขายลอตเตอรี่ (Lottery) ของเขาก็โดนแย่งพื้นที่ไปเยอะแล้ว ผมจะไม่พูดต่อว่าใครไปแย่งพื้นที่ขายลอตเตอรี่ นะครับ แต่เขาก็โดน อาชีพที่เขาทําอยู่ เขาก็โดนไปแล้ว ที่ผมพูดอย่างนี้ผมไม่มีส่วนได้เสีย ผมไม่เคยรู้จักกับสมัชชาคนพิการแห่งประเทศไทย ผมไม่เคยรู้จักกับสมาคมคนพิการ แห่งประเทศไทย แต่บังเอิญผมได้ไปรับฟังข่าวสารข้อมูลและรับข้อมูลมา ซึ่งผมเองก็ได้ไป เปึนวิทยากรในวันนั้นนะครับ ก็เศร้าสลดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เขาทำ เพราะเห็นสภาพ การไปการมาของพวกเขาแล้วลำบากมาก บางคนก็ต้องมีพี่เลี้ยงถึง ๒ คนที่จะมาร่วม ประชุมได้ มาร่วมสัมมนาได้ มาให้ความคิดเห็นได้ ฉะนั้นก็ขอเรียนท่านประธานว่า สิ่งเหล่านี้ก็เปึนสิ่งสําคัญต่อประเทศชาติ แม้ว่าเขาจะขาดโอกาส ด้อยโอกาสในบางสิ่ง บางอย่างเพราะเขาเปึ้นคนพิการแต่ก็ควรจะให้โอกาสเขานะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอกราบเรียนเพียงแค่นี้ ด้วยความขอบคุณครับ สวัสดีครับ
เอาเปึนว่าสภาทราบ แล้วก็เรื่องนี้คงจะแก้ไขได้โดยต้องไปยื่นเรื่องให้พิจารณาในกิจการ สภาฯ ซึ่งจะมีการประชุมพรุ่งนี้นะครับ ถ้าไม่มีใครนําเรื่องนี้ขึ้นไปพูด ผมจะนําเรื่องนี้ เข้าไปพูดเอง เปึ้นอันจบกันนะครับ เชิญท่านกฤษฎาครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ มีประเด็น ที่ผมอยากจะนำเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ ในกรณีของท่านอาจารย์ปกรณ์นะครับ ต้องขออนุญาตประทานโทษที่เอ่ยนามนะครับ เนื่องจากในส่วนของคณะกรรมาธิการ ภาคกลางนั้น ปัจจุบันนี้ล่าสุดได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ขึ้น ซึ่งในส่วนของคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์นั้นได้มีการดำเนินการตั้งแต่เมื่อวานแล้ว คือการทำกรอบการทำงานเรียบร้อยแล้วนะครับ ในขณะเดียวกันวันพรุ่งนี้ วันพุธก็จะมี การทำแผนการทำงาน แล้วก็การทำโครงการในเรื่องของการใช้งบประมาณ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในส่วนของกรรมาธิการภาคกลางนั้นอาจจะมีส่วนช่วยเชื่อมประสานในสิ่งที่ ท่านอาจารย์ปกรณ์ เมื่อกี้ที่พูดแล้วหารือกับทางส่วนของสภาไว้นะครับ เลยนำเรียนใน ส่วนนี้ให้ท่านประธานได้ทราบด้วยว่าภาคกลางได้ดำเนินการในส่วนนี้ไปพอสมควรแล้ว นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน เนื่องด้วยจากการที่ท่านโอรส วงษ์สิทธิ์ ซึ่งท่านได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญท่านสุดท้าย ปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งในส่วนของตัวท่านเองโดยส่วนตัวแล้วท่านเปึนคณะทำงานของ คณะกรรมาธิการการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมฯ นะครับ ในส่วนของจังหวัด ปราจีนบุรีนะครับ ซึ่งขณะนี้ท่านมาเปึน สสร. แล้วนะครับ สิ่งที่สําคัญคือท่านก็มีสิทธิที่จะ สามารถลงคณะกรรมาธิการได้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วของท่านเองในเนื้องานที่สอดรับ ที่สอดคล้องนะครับ ท่านมีความเหมาะสมที่จะลงในส่วนของคณะกรรมาธิการการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมฯ ภาคกลางนะครับ นําเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย แล้วหลังจากนั้นท่านประธานคณะกรรมาธิการภาคกลางคงต้องทำ หนังสือเสนอถึงคณะทำงานอีกทีหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณมากนะครับ ก็รับทราบและด้วยความขอบคุณอย่างยิ่ง ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง สิ่งที่ผมจะพูดก็สัมพันธ์กับที่ท่านอาจารย์ปกรณ์ได้พูด และคิดว่า ที่ท่านประธานกรุณาเรียกผมตอนแรกก็ถูกต้องแล้ว เพราะว่าเปึ้นเรื่องที่สัมพันธ์แล้วก็ จะตอบคำถามหลายอย่างซึ่งน่าจะคลี่คลายไปได้ในปัญหาที่ท่านปกรณ์หยิบยกขึ้น ท่านประธานครับ ผมระยะนี้เมื่อวานนี้ไปที่สัมมนาที่เชิญกรรมาธิการภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสานและก็ภาคใต้มาพูดจากันเกี่ยวข้องกับการรับฟังความเห็นของประชาชน เกือบจะทุกจังหวัดได้ดำริและปรารภสิ่งที่อาจารย์ปกรณ์พูดทั้งสิ้นก็คือว่าประชาชนมี ความรู้สึกไม่ไว้ใจ ไม่ไว้ใจว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ร่างไว้แล้วโดยที่เรียกว่า พิมพ์เขียวหรือเปล่า เมื่อวานนี้ผมก็ถูกคำถามนี้มากมาย และแทบทุกจังหวัดพูดที่ไรก็จะ บอกว่าเขาไปโดนประชาชนถามเรื่องนี้มา ผมได้กลับไปดูเทปโทรทัศน์ที่ผมออกเดินสายเมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมไม่ได้เปึน สสร. แต่ผมทำงานในฝ์ายทีวี (TV - Television) ได้เข้ามารับใช้สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ ปรากฏเหตุการณ์เช่นเดียวกัน ยังบันทึกอยู่ในเทปเลยว่าพวก สสร. ร่างไว้แล้ว แล้วมาถาม เขาทำไม อันนี้เรียนอาจารย์ปกรณ์เพื่อให้พวกเราได้สบายใจไว้นิดหนึ่งว่าปัญหาเรื่องนี้ ไม่ใช่มีแต่เพียงแค่ สสร. ชุดนี้เท่านั้น เมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วก็โดน เพียงแต่ดีกรี (Degree) ขนาด ต่างกัน ป้นี้จะโดนมากอีกนิดหนึ่ง ผมต้องกราบเรียนว่าที่ในขณะนี้เราถูกจับผิดมาก มันเนื่องจากเหตุผลของการร่างรัฐธรรมนูญนั้นแตกต่างกับเมื่อป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานเอง เปึ้น สสร. เมื่อป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานคงจะเห็นด้วยกับผมว่าเมื่อป้ ๒๕๔๐ การร่าง รัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เกิดจากเหตุของการรัฐประหาร รัฐประหารเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๓๔ แล้วไปเกิดเหตุพฤษภา ป้ ๒๕๓๕ หลังจากนั้นมีการประท้วงที่หน้ารัฐสภาโดย คุณฉลาด วรฉัตร แล้วหลังจากนั้นคุณฉลาดจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้น ท่านอาจารย์ประเวศ วสี ก็มาเปึนกรรมาธิการพัฒนาการเมือง แล้วก็มีความเห็นว่า ควรจะต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในที่สุดก็มีกระแสการตอบรับจากประชาชนที่จะให้มี การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จนกระทั่งพรรคการเมืองทุกพรรคจำเปึ้นที่จะต้องเห็นด้วยว่าให้มี การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จึงมี สสร. เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในครั้งนั้นจะบอกว่าเปึ้น ฉันท่านุมัติก็อาจจะพูดได้ และพรรคการเมืองทุกพรรคก็มีความเห็นตรงกัน แต่การร่าง รัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๕๐ ๑๐ ป้ผ่านมา เกิดจากการรัฐประหารจึงจําเปึ้นต้องมี รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และคณะรัฐประหารก็ไม่อยากที่จะหยิบยกรัฐธรรมนูญขึ้นด้วย ตัวเอง หรือตั้งคณะกรรมการเล็ก ๆ ไปร่างแล้วก็ประกาศใช้ อยากจะเห็นประเทศเข้าไปอยู่ ในร่องร้อยของระบอบประชาธิปไตย อยากที่จะให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมร่าง รัฐธรรมนูญ โดยที่ให้พวกเราเปึ้นตัวแทนส่วนหนึ่งในร้อยคนมาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้ ระบุในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ด้วยว่าจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่าง รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง สภาแห่งนี้ได้ตั้งผมเปึนประธานกรรมาธิการประสานการมีส่วน ร่วม ก็พยายามที่จะประสานทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานใน สสร. เอง และนอก สสร. แล้วก็ ไปรับฟังความเห็นของประชาชน อย่างที่กราบเรียนท่านประธานครับในเรื่องนี้ เมื่อเช้านี้ ผมนั่งประชุมในกรรมาธิการ ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุย ก็อยากจะกราบเรียน ท่านอาจารย์ปกรณ์ เพื่อที่จะให้สบายใจ อย่างที่กราบเรียนมาแล้วว่าสถานการณ์หนึ่ง สถานการณ์มันคนละสมัยกัน คนละยุคกัน สมัยนี้มีพรรคการเมืองบางพรรค ไม่ว่าเราจะ ร่างดีอย่างไรก็ตามเขาก็คงจะไม่พอใจ สมัยนี้จะมีนักวิชาการและนักหลักการบางคณะ ซึ่ง ไม่ใช่ความผิดของเขา ไม่ว่าจะร่างอย่างไรก็ตาม เขาก็บอกว่าเปึ้นรัฐธรรมนูญที่มาจาก การรัฐประหาร เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่รับ ตกลงสภาวะมันแตกต่างกันกับเมื่อป้ ๒๕๔๐ ผมเองมาช่วยงานป้ ๒๕๔๐ ผมทราบดีว่าสภาวะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เรา ต้องยอมรับความจริงว่านี่คือสภาวการณ์ที่เราจะต้องต่อสู้ เพราะพวกเราจริงใจที่จะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และผมก็เชื่อว่ากรรมาธิการยกร่างฯ ๓๕ คน ไม่มีใคร ที่จะมีพิมพ์เขียวหรือมีข้อตกลงใจอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเงื่อนไขเวลาจำกัดเขาก็จะต้องมี การถกเถียงกันว่าในประเด็นนี้คิดกันว่าอย่างไร มีทางเลือกอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมพูดตรงนี้ผมเชื่อว่าประชาชนฟังอยู่ก็น่าจะพอเข้าใจไปด้วยว่าจะให้เขานั่งอยู่เฉย ๆ และปล่อยให้พวกผมทำงาน้อย่างเดียวเขาก็ทำไม่ได้ เขาก็ต้องเตรียมทางเลือก ทางหนี ที่ไล่ในแต่ละเรื่องไว้ว่ามีแนวคิดอย่างไรบ้าง แต่อยากจะกราบเรียนท่านอาจารย์ปกรณ์ว่า ต้องไปบอกกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วยว่า ทุกครั้งที่แถลงข่าวกรุณาระมัดระวัง อย่าบอกว่านี่คือความเห็นของผม ควรจะต้องพูดให้ครบว่า เท่าที่ฟังดูจากกรรมาธิการที่ ไปรับฟังมาจากภาคใต้ จากภาคเหนือ จากภาคอีสาน จากภาคกลาง ส่วนหนึ่งเขา เห็นด้วยอย่างนี้ว่านายกรัฐมนตรี ยกตัวอย่าง จะต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะเขาว่ากัน อย่างนี้ เหตุผลคืออะไร และแน่นอนในต่างจังหวัด ในแต่ละภาคก็จะมีคนพูดว่าควรจะ เป่ดกว้างด้วยความเห็นอย่างไร แต่ท่านไม่ควรจะมาบอกว่านี่เปึนของอาจารย์ศรีราชา นี่เปึนของท่าน นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ นี่เปึนของคนนั้น นี่เปึนของคนนี้ พอบอก ว่าเปึนตัวคนว่าเปึนของเขา ประชาชนเริ่มมีความรู้สึกว่า อ้าว แล้วของผมล่ะ คุณไม่ฟัง หรืออย่างไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันอยู่ที่วิธีการพูดด้วยว่า พูดให้มันครบว่าที่ฟังมา ประชาชนอ้างอิงได้ว่าที่นั่น ที่นี่ เขาเห็นอย่างนี้มีเหตุผลอย่างไร อีกฝ์ายหนึ่งก็ที่ประชาชน เหมือนกันเห็นมีเหตุผลอย่างไร เรากำลังไตร่ตรองทุกด้าน ยังไม่ได้มีข้อสรุป ผมคิดว่าอันนี้ น่าจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง ก็อยากจะกราบเรียนผ่านไปยังท่านอาจารย์ปกรณ์ตรงนี้ด้วยให้ไป เรียนกรรมาธิการยกร่างฯ
ประการที่ ๒ อยากจะเรียนท่านอาจารย์ปกรณ์ว่าที่ท่านอาจารย์ปกรณ์ กรุณาพูดหลายเรื่องเปึนของดีทั้งสิ้นเลย ท่านประธานครับ เวลาพวกผมออกไป ต่างจังหวัดหรือไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผมเน้นตลอดว่าเรากำลังทำงาน ๓ เรื่องพร้อม ๆ กัน เรื่องที่ ๑ คือการไปรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำมาให้กรรมาธิการ ยกร่างฯ ในการร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๒ เปึนการเป่ดเวทีให้ชาวบ้านได้เรียนรู้เรื่อง การเมือง ในเรื่องรัฐสภาและในเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะการแลกเปลี่ยนความเห็นทําให้ ประชาชนเติบโตทางความคิด และสนใจรัฐธรรมนูญมากยิ่งขึ้น และเรื่องที่ ๓ เปึ้นการที่ ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้รายละเอียดก่อนที่จะลงประชามติ เพราะเราจะ เสียใจมากถ้าหากว่าประชาชนลงประชามติ ไม่ว่าจะรับรองหรือไม่รับรอง แต่รับรอง หรือไม่รับรองด้วยความรู้สึก แต่ไม่ใช่ด้วยความรู้ เพราะฉะนั้นการที่เราไปเป่ดเวทีรับฟัง ความคิดเห็น ๗๖ จังหวัด และแต่ละจังหวัดก็เป่ดเปึ้นสิบ ๆ ครั้ง ผมคิดว่าเปึนกระบวนการ ในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เราได้เรียนรู้จากชาวบ้าน ชาวบ้านได้เรียนรู้จากเรา และ ชาวบ้านก็ได้เรียนรู้กันเอง แล้วขณะเดียวกันเปึนการเตรียมพร้อมในการลงประชามติ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนของสำคัญ แต่จริงอย่างท่านอาจารย์ปกรณ์พูดไม่มีผิดเลยครับ ท่านประธาน ขณะนี้สื่อมวลชนที่เราใช้ยังน้อย ท่านประธานครับ ผมมีความระมัดระวัง และผมคิดเลยว่าจำเปึนต้องพูด ท่านอาจารย์ปกรณ์ยกตัวอย่างว่า เมื่อ ป้ ๒๕๔๐ ผมออก เดินสาย ท่านประธานครับ ผมเองไม่ได้เปึน สสร. ผมอยู่ในฝ์าย คนทำทีวี ผมกล้าที่จะ กระโดดออกมาเต็มตัวในการช่วย สสร. เพราะผมจะไม่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนได้เสียเลย แม้แต่น้อย เพราะว่าผมอยู่ในฝ์ายคนทําโทรทัศน์ และท่านประธานจะจําได้ สสร. บอกให้ ผมทำไปเลย ค่าใช้จ่ายวันหลังจะช่วย แต่ในที่สุด สสร. ยุคที่แล้วเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว ไม่ได้ ช่วยผมเลยสักบาทเดียว ผมเปึนเอกชน ผมลงมาช่วยทำงานหมดไป ๑๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้เงินเลยแม้แต่บาทเดียวจาก สสร. เอาล่ะเรื่องนั้นเรื่องหนึ่งเก็บไว้ แต่มันมีปัญหา อย่างนี้ครับท่านประธาน ในครั้งนี้เราก็ปรารถนาอยากจะเห็นสื่อทั้งช่อง ๕ ช่อง ๑๑ ช่อง ๙ ช่อง ๗ รวมทั้งทีไอทีวี ที่จะเห็นประโยชน์ของเรื่อง สสร. เรื่องของการร่าง รัฐธรรมนูญ แต่ท่านประธานครับ ถ้าผมลงไปและผมบอกว่าเอาอย่างนี้ น่าจะมีรายการ เปึ้นอย่างนี้ น่าจะทำอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมจะถูกกล่าวหาทันทีว่าผมมีผลประโยชน์ ทับซ้อน ผมต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่ง วันนี้ก็ได้พูดกับ อสมท. แล้วก็เคยพูดกับ กรมประชาสัมพันธ์ว่าอยากที่จะให้ท่านริเริ่มของท่าน แล้วถ้าท่านคิดว่าเราจะช่วยอะไร ท่านได้ เช่น จะให้ผมประสานกับท่าน สสร. ทั้งหลายในห้องนี้ ประสานกับกรรมาธิการ ยกร่างฯ ให้ไปรับฟัง แล้วจะเกิดเวทีคึกคักขึ้น ผมยินดีจะประสาน แต่ขอให้เริ่มมาจากทาง สถานี จากรายการ เพราะถ้าผมเข้าไปทําก็จะมองว่ามีผลประโยชน์อะไรหรือเปล่า หรืออยากจะไปออกทีวี หรือเปล่า ผมต้องพยายามระมัดระวังเมื่อผมมาเปึนประธานกรรมาธิการชุดนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ได้พูดกันเมื่อเช้านี้นะครับ พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ขอให้สถานี พิจารณาดำเนินการและขอให้ดำเนินการโดยด่วน อสมท. ได้สัญญาอย่างนี้ครับ ท่านประธาน เพื่อจะบอกอาจารย์ปกรณ์แล้วก็บอกกรรมาธิการยกร่างฯ เพื่อความ สบายใจ อสมท. จะมีทุกวันศุกร์ ขึ้นต้นเวลายังไม่ดีนัก ทุกวันศุกร์ เวลาบ่ายโมงตรง ถึงบ่ายสองโมง จันทร์ถึงศุกร์ ขอโทษไ์ม่ใช่ทุกวันศุกร์ จันทร์ถึงศุกร์ ครับ ๕ วัน วันละ ๑ ชั่วโมง จะยกเวลาให้กับการร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด วันละ ๑ ชั่วโมง และภายใน เดือนหน้าอาจจะมีการปรับผังและไปอยู่ในเวลา ไพร์มไทม์ (Prime time) เวลาที่ดีขึ้น โดยที่ สสร. และกรรมาธิการแต่ละจังหวัดที่ไปประชุม ไปปรึกษาหารือ รับฟังความเห็น ของประชาชน ให้ประสานไป เขาจะยกทีมไปถ่ายทำในจังหวัดของท่าน และจะนำมา ตัดต่อออกอากาศในวันศุกร์ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๔.๐๐ นาฬิกา ทุกวันจันทร์ ถึงศุกร์ ไม่ใช่วันศุกร์ ผมพูดผิดอยู่เรื่อย จันทร์ถึงศุกร์ ๕ วัน เพราะฉะนั้นขอให้ประสานมา ถ้าท่านจะประสานกับ สสร. โดยตรง ทําไปเลย ไม่อย่างนั้นประสานผ่านมาที่ผม ผมก็ยินดี คณะกรรมาธิการผมยินดีที่จะประสานให้ อันนั้นเพื่อให้อาจารย์ปกรณ์สบายใจแล้ว อสมท. ชั้นที่ ๑ อสมท. เตรียมที่จะทำวิทยุเพื่อการนี้อีกด้วยในจำนวนหลายสถานี ตกลง อันนี้ก็ยินดีที่จะระดม ผมบอกเขาตรง ๆ วันนี้ก็บอกเขาตรง ๆ ว่าอย่าให้ผมไป สร้างรายการให้เลย เดี๋ยวจะกลายเปึนว่าผมมีผลประโยชน์ทับซ้อน พวกคนไม่เข้าใจก็จะ บอกว่า เจิมศักดิ์อยากจะไปทํา อสมท. ล่ะสิ วันนี้พูดกันเสียตรง ๆ บอกเขาไปเลย ผมยั้ง ไว้ตลอด ไม่ยอมทำอะไรเพราะว่าเหตุนี้ คราวนี้มาถึงช่อง ๑๑ และกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับ ได้มีโครงการที่ท่านประธานนรนิติได้ประสานงานกับท่านประธานมีชัย ฤชุพันธุ์ เพื่อที่จะเป่ดห้องประชุมแห่งนี้ให้ประชาชน ให้กลุ่มภาคส่วนของประชาสังคม ทั้งหลาย ได้มีโอกาสมาวิพากษ์วิจารณ์ ได้มีโอกาสมาให้ความเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ และ เราเคยตั้งเปัาหมายไว้ว่าจะเป่ดในวันเสาร์นี้เปึนต้นไป ทุกวันเสาร์จะเป่ดห้องประชุมแห่งนี้ ให้ประชาชนได้มีสิทธิในการที่จะเข้ามาแสดงความเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ ได้เตรียมงานกัน ไว้พอสมควร แต่ว่าขณะนี้ช่อง ๑๑ ติดขัดเรื่องเวลาอยู่นิดหนึ่ง ช่อง ๑๑ ยินดี อย่างยิ่งที่จะ มาถ่ายทอดสด เรากำหนดไว้เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๖.๐๐ นาฬิกา ของทุกวันเสาร์ แต่เนื่องจากว่าช่อง ๑๑ มีภารกิจที่ผูกพันไว้ก่อนหน้านั้นแล้วในเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ขณะนี้กำลังตกลงกันใหม่ว่าอาจจะเปึนในช่วง ๑๖.๐๐ นาฬิกาเปึ้นต้นไป ๑๖.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา ทุกวันเสาร์ และก็จะต้องรบกวนท่านเลขาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ที่ดูแลห้องประชุมแห่งนี้ว่าท่านจะมีความเห็นว่าอย่างไร เพราะว่าในขณะนี้ผมประสานไป ยังท่านประธานนรนิติและท่านประธานมีชัยต่างเห็นชอบ แต่ว่าผมทราบว่าในฐานะ แม่บ้านท่านก็หนักใจ ท่านเลขาธิการ เพราะว่าก็เกรงว่าประชาชนเข้ามา จะกดปุ์มอะไรต่อมิอะไรเล่น ที่เรากดปุ์มลงคะแนนตรงนี้นะครับ ซึ่งเขามีหนทาง ที่จะต้องเตือนหรือจะบอกประชาชนได้ แต่อันนั้นก็เปึนสิ่งที่เราจะต้องปรึกษาหารือกัน ต่อไป หรือถ้าไม่เหมาะสมจะใช้ห้องนี้ จะใช้ห้องอื่น ผมก็คิดว่าต้องรีบทํา และจะต้อง ขอความกรุณาท่านอาจารย์ปกรณ์นะครับ ช่วยประสานกับ ๓๕ ท่าน ท่านควรจะต้อง กันเวลาทุกวันเสาร์ มาอยู่ที่นี่สักสี่ห้าท่าน อย่างน้อยทุกเสาร์ เพื่อที่จะมารับฟัง ให้กรรมาธิการยกร่างฯ มาฟังกับตัวเองเลย แล้วก็จะหยิบยกแต่ละเรื่องขึ้นมา แล้วอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน กรรมาธิการยกร่างฯ ถ้าสมมุติว่า เขาหยิบประเด็นหนึ่งประเด็นใดขึ้นมา กรรมาธิการยกร่างฯ น่าที่จะให้พื้นฐาน ได้ว่าเรื่องนี้ในอดีตในประเทศไทยเคยทํามาแล้วหรือยัง มีข้อดีอย่างไร มีข้อเสียอย่างไร ในแต่ละวิธีการ แต่ไม่ควรบอกว่ากรรมาธิการยกร่างฯ ตัวท่านเองคิดอย่างไร แต่ท่านควร บอกว่ามันเคยมีความเปึนมาอย่างไร และมีข้อดี มีข้อเสียในแต่ละวิธีการอย่างไร เสร็จแล้วก็จะเป่ดฟังความเห็นจากประชาชน ที่นั่ง ที่ยืนเหมือนผมนี่แสดงความเห็น แล้วก็เปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนทีละกรอบ เปลี่ยนทีละประเด็น ผมคิดว่าก็จะทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้น ประชาชนได้เห็น ถ่ายทอด ไปทั่วประเทศ ประชาชนในแต่ละภูมิภาคก็จะได้เข้าใจว่าเรากําลังทําอะไรกันอยู่ เพราะว่า ทุกวันนี้ทุกจังหวัดในขณะนี้ก็มีคนทำอยู่ในเวทีในต่างจังหวัด แต่คนทั่วไปไม่รู้ คนทั่วไป ก็มองว่ามันเงียบเหง้า ไม่เหมือนป้ ๒๕๔๐ เพราะป้ ๒๕๔๐ ท่านอาจารย์ปกรณ์ได้กรุณา บอกแล้วว่าผมเดินสาย และก็ถ่ายทอดสดในเวลาสองทุ่มครึ่ง ผมถ่ายทอดในเวลา ส่องทุ่มครึ่งในช่วงเวลาของผมเองคือ ขอคิดด้วยคน ผมเอาเวลาเสียสละให้และก็เดินลุย หลายสายอย่างที่กราบเรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นเวลา ไพร์มไทม์ วันนี้ อสมท. เขาบอกว่า ต่อไปจะต้องพิจารณาแน่ปรับผังรายการ เพราะว่าท่านอาจารย์พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ผู้รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. ก็ให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้ และปรับผังใหม่จะต้อง ใส่ เพราะฉะนั้นเร็ว ๆ นี้ทั้งช่อง ๑๑ ทั้ง อสมท. และคงจะต้องขอความกรุณาท่านประธาน ด้วยนะครับ ช่วยกรุณาติดต่อทางกองทัพบก ไม่ว่าจะเปึนช่อง ๕ ช่อง ๗ หรือทางช่อง ๓ ผมเชื่อว่าทุกคนควรจะต้อง และคงจะต้องช่วยกันเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้เข้าใจในเรื่อง รัฐธรรมนูญ เพราะเราจะมีการลงประชามติในขั้นสุดท้าย ท่านประธานครับ นี่เปึ้นสิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียน เพราะว่าท่านอาจารย์ปกรณ์ถามพอดี ผมก็เลยตอบนะครับ เพื่อที่จะ ทำให้เราได้เบาใจขึ้นนิดหนึ่ง แต่อย่างที่ผมกราบเรียนว่าการประชาสัมพันธ์ที่ดีคือการ ประชาสัมพันธ์ด้วยเนื้อ และนี่แหละคือเนื้อของการประชาสัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์ เพียงแค่ภาพลักษณ์ เพียงแค่ทำให้เกิดกระแสนั่นเปึนการประชาสัมพันธ์แบบการตลาด ซึ่งมีผู้นิยมใช้สร้างความรู้สึก ก็มีประโยชน์ แต่ผมคิดว่าเนื้อจะต้องทําไปควบคู่ และผม ค่อนข้างจะเชื่อครับท่านประธานว่ากรรมาธิการยกร่างฯ เขาไม่มีพิมพ์เขียว กรรมาธิการ ยกร่างฯ เขาก็อาจจะมีความเห็นส่วนตัว เขาอาจจะได้ฟังความเห็นของบุคคลต่าง ๆ ถ้าเขาพูดเสียให้ชัด และสื่อมวลชนที่น้ําไปลงก็กรุณาลงให้ชัดว่าเขาพูดว่าอย่างไร ไม่อย่างนั้นแล้วประชาชนตอนนี้เข้าใจอย่างนั้นจริง ๆ
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องพิมพ์เขียวนี่นะครับ อยากจะกราบเรียนท่าน อาจารย์ปกรณ์ และท่านประธานว่า มันเปึนกรรมเก่าของไทยจริง ๆ เพราะอะไรครับ ไม่ใช่ แค่ป้ ๒๕๔๐ นะครับ ท่านประธานครับ เรามีประชาพิจารณ์หรือที่เราเรียกว่าพับลิค เฮียริ่ง (Public hearing) กําหนดในรัฐธรรมนูญ กําหนดในกฎหมายว่าการทําโครงการใหญ่ ๆ จะต้องมีการรับฟังความเห็นสาธารณะ หรือเรียกว่าประชาพิจารณ์ หรือเรียกว่าพับลิค เฮียริ่ง แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมา ๑๐ ป้ของรัฐธรรมนูญครั้งที่แล้ว เมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว ปรากฏว่า หน่วยงานทั้งหลายนั้น โดยเฉพาะรัฐบาลที่แล้ว ต้องพูดกันตรง ๆ นึกอยากจะทําอะไรก็ทํา แล้วก็จัดประชาพิจารณ์เพื่อที่จะประชาพิจารณ์ให้ไปลงสุดท้ายเหมือนกับที่รัฐบาลที่แล้ว ต้องการ ผมจะยกตัวอย่างท่านประธาน ผมเปึนวุฒิสภาผมได้ตรวจสอบ อย่างเช่น โครงการตัดถนนผ่าอ่าวไทยไปขึ้นที่เพชรบุรี จะย่นระยะทางได้ ๔๐ กิโลเมตร ขึ้นต้นมี คณะทำประชาพิจารณ์อย่างดี นำเอาคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่ไม่มีส่วน ได้เสียลงไปทำประชาพิจารณ์ คณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระมัดระวังอีกชั้นหนึ่ง ไม่ทําเองอีก ไปเอาผู้นําของแต่ละชุมชนไปทําประชาพิจารณ์ว่าเห็นว่าอย่างไร แต่ขณะที่ กําลังทําประชาพิจารณ์อยู่ ท่านทราบไหมครับ ผู้นํารัฐบาลที่แล้วออกมาพูดว่า อย่างไร ก็ต้องสร้าง สะพานอันนี้ตัดย่นระยะเวลา ๔๐ กิโลเมตร อย่างไรก็ต้องทํา แล้วก็บอกว่าผม จะพยายามทำให้โปร่งใสไม่มีคอรัปชั่น ท่านประธานครับ พูดแค่นี้ชาวบ้านเขาวิ่งมาหา ผมเลยวุฒิสภา เขาบอกว่าพวกเขาทําประชาพิจารณ์ไปทําไม ก็คุณเล่นมีพิมพ์เขียวแล้ว คุณจะทำแล้ว คุณมีแบบแล้วด้วยซ้ำว่ามันตัดอ่าวไทยอย่างไร คณาจารย์จุฬาฯ วิ่งมาหา ผม บอก วุฒิสภาตรวจสอบรัฐบาลได้ไหมว่า ตกลงเขาจะเอาอย่างไรกันแน่ เขาให้พวกผม ไปทำงาน และเขาบอกว่าเขาอย่างไรก็ต้องทำ ท่านประธานครับ นี่ล่ะครับคือตัวอย่าง จะว่าประชาชนว่าเขาระแวงกรรมาธิการยกร่างฯ ก็พูดไม่เต็มปาก จะว่าประชาชนไม่ได้ เพราะประชาชนได้รับประสบการณ์อันขมขื่นในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญที่ท่านประธานร่างดี๊ดี บอกต้องมีประชาพิจารณ์ แต่แล้ว หน่วยราชการก็ดี รัฐบาลก็ดี ไปมีข้อสรุปว่าจะทําอย่างไร แล้วทําประชาพิจารณ์เปึนเพียง ไม้ประดับให้มันดูครบตามกฎหมายที่ท่านประธานร่าง เพราะฉะนั้นเราจะไปว่าประชาชน ให้เขาไม่ระแวง ผมว่าเราว่าเขาไม่เต็มปาก แต่ผมก็พยายามจะบอกเขานะครับว่า ผมเชื่อใจว่ากรรมาธิการยกร่างฯ ๓๕ คนเขาฟังท่านแน่ แล้วเมื่อวานนี้ยังต้องสัญญากับ กรรมาธิการ ๗๖ จังหวัดบอกว่า ถ้าพวกเรามีผลที่ประชาชนต้องการอย่างไรชัดเจน แล้วเขาลองไม่ร่างดูสิ ผมจะออกเดินขบวนกดดันเขาให้ได้ เมื่อวานเลยต้องพูดกับเขา อย่างนั้น เขาก็ปรบมือพอใจ แล้วก็เลิก ผมเลยต้องบอกว่าในที่สุดผมเองไม่ได้เปึน กรรมาธิการยกร่างฯ ลองดูเรื่องไหนชัด ๆ ว่าประชาชนจะเอาอย่างไร แล้วกรรมาธิการ ยกร่างฯ ลองยกร่างต่างกันดูสิ ผมจะออกเดินกับเขา เขาก็รู้สึก เออ อย่างนี้เขาค่อย สบายใจ แต่ท่านประธานครับเราจะต้องช่วยกันในประเด็นตรงนี้ จะทิ้งให้ฝ์ายหนึ่งฝ์ายใด ช่วยคงไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านอาจารย์ปกรณ์นะครับ ประเด็นของท่าน อาจารย์ปกรณ์นั้นดีมาก ๆ แล้วก็ควรจะต้องพูดกัน แต่เสียดายผมน่าจะตอบทันทีตอนนั้น แต่เพื่อนไม่รู้ว่าผมจะตอบอาจารย์ปกรณ์ก็เลยชิงไปเสียก่อน เลยตอนนี้ไปกินข้าวกัน หมดแล้ว ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณมาก ๆ นะครับ สุดท้ายนะครับ นี่สุดท้ายจริง ๆ ต่ามรายการคือ ท่านกรรณิการ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ขอนำเสนออยู่ ๒ ประเด็นค่ะ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องที่ว่าจะเปึนการสื่อสารให้กับประชาชนได้ทราบว่า ข้อความ หรือสิ่งที่เขาเสนอความคิดเห็นมาว่าจะส่งตรงไปถึงกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ หรือไม่ อยากจะนําเสนอค่ะ เพราะขณะนี้เราก็ได้มีการทําความเข้าใจกับทางกรรมาธิการ วิสามัญของแต่ละจังหวัดนะคะว่าการทำงานในระยะแรกก่อนที่กรรมาธิการยกร่างฯ จะนำความคิดเห็นของภาคประชาชนเอาไปประกอบ เราได้มีการกำหนดทำงานร่วมกัน ระหว่างกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกับกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมฯ ซึ่งได้ ประสานกับหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ รวมทั้งความคิดเห็นของประชาชนทั้ง ๗๖ จังหวัด ได้ มีการพบปะแล้วก็นำเสนอข้อมูลเหล่านี้ในช่วงต้นนี้อยู่ ๓ ระยะนะคะ ระยะแรก คือ วันที่ ๑ มีนาคม ซึ่งได้นำเสนอผ่านพื้นไปแล้ว ช่วงที่ ๒ ที่จะนำเสนอความคิดเห็นของภาค ประชาชนทั้งหมดให้กับกรรมาธิการยกร่างฯ คือวันที่ ๑๕ มีนาคม แล้วก็สุดท้ายก็คือวันที่ ๓๐ มีนาคม ข้อมูลนี้จะเปึนประโยชน์กับประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าข้อมูลที่เขา เสนอมานั้นทางกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมฯ จะประมวล แล้วก็นําเสนอให้กับทาง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปึนระบบ ซึ่งตรงนี้ก็นําเรียนเพื่อทราบว่าข้อมูล ทั้งหมดของท่านนั้นจะส่งตรงไปถึงกรรมาธิการยกร่างฯ ได้โดยตรง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการเป่ดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ นอกเหนือจาก ที่เราได้กําหนดเอาไว้ได้มามีส่วนร่วม ซึ่งเมื่อกี้ทางกรรมาธิการ ท่านสมาชิกกรรมาธิการ ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี ขออนุญาตนะคะ ได้พูดถึงคนพิการ ซึ่งในส่วนนี้นอกเหนือจาก คนพิการ ยังมีคนด้อยโอกาสอื่น ๆ หรือคนที่ยังเข้าไม่ถึง ไม่ว่าจะเปึ้นเด็ก เยาวชน ซึ่งก็มี เครือข่ายต่าง ๆ แล้วก็ทราบว่าสภาแห่งนี้ก็มียุวชนประชาธิปไตยอยู่ แต่นอกเหนือจาก กลุ่มเหล่านี้แล้วยังมีกลุ่มเด็ก เยาวชนนอกระบบอื่น ๆ ที่อยู่ระดับในชุมชน หรือนอกระบบ การศึกษา เหล่านี้เขามีเครือข่ายที่จะนำเสนอความคิดเห็นของเขาเหมือนกัน รวมทั้งกลุ่ม ผู้หญิง หรือกลุ่มผู้สูงอายุต่าง ๆ เหล่านี้ หรือคนด้อยโอกาสเหล่านี้ เมื่อกี้ท่านประธาน รับทราบไปแล้ว อยากให้ท่านประธานรับทราบอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็จะได้เชื่อมต่อประสาน กับทางกลุ่มเครือข่ายเหล่านี้ เพื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น แล้วก็มานำเสนอให้กับ กรรมาธิการยกร่างฯ ต่อไป ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผมว่าเราใช้เวลากันวันนี้เต็มเป้ืยมแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ มีเรื่องพาดพิงนิดเดียวนะครับ
พาดพิงนิดเดียว อย่างนั้นขอสุดท้ายจริง ๆ สั้น ๆ แล้วกันนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าวันนี้เราได้ประโยชน์ในแง่ที่ว่าสิ่งที่เรากังวลใจ เราได้มา ไขความเข้าใจร่วมกัน ผมดีใจที่ผมทำหน้าที่เหมือนกับไปเป่ดกาน้ำร้อนที่มันกำลังร้อน เดือดอยู่นี่ครับให้ไอร้อนมันได้พุ่งออกไปที่อื่นเสียบ้าง และทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นทำงานในเนื้อเดียวกัน ปัญหาเรื่องการทำงานที่เราอาจจะเกิดขึ้นมาบ้างนั้นเราก็พยายามจะปรับแก้ แล้วขอบคุณ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ที่กรุณาให้คำแนะนำหลายอย่างที่มี ประโยชน์อย่างยิ่ง ในส่วนของกรรมาธิการยกร่างฯ ผมคิดว่าเราจะทําหน้าที่ในการสร้าง ความเข้าใจในแก่นแกน และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับกรรมาธิการฝ์ายอื่น ๆ ในการแถลง ผลโดยตรงจากการประชุมของกรรมาธิการยกร่างฯ ลงไปสู่ส่วนต่าง ๆ และลงไปสู่ ประชาชนนะครับ ส่วนในเรื่องของการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมทั้งในแง่ของการจัด รายการหรือการสร้างเครือข่ายต่าง ๆ นั้นผมคิดว่าเราก็คงจะต้องสร้างให้เข้มแข็งมาก ยิ่งขึ้น รวมทั้งที่อาจารย์กรรณิการ์ได้พูดนะครับ ก็คือการรับฟังความคิดเห็นเรารับฟัง ตลอดเวลานะครับ สําหรับการแถลงผลของพวกเรานั้นก็แถลงเฉพาะประเด็นที่เปึนข้อสรุป จากการประชุม เรามีเอกสารนะครับ แต่ว่าความคิดเห็นต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นนี่ โดยส่วนใหญ่ก็ไปถามคนอื่น ๆ นะครับ อันนั้นก็เปึ้นเรื่องที่ทำให้เกิดภาวะของการ ดำเนินการ เรื่องพิมพ์เขียวผมไม่ค่อยเปึนห่วงนะครับ เพราะว่าถ้าเราไม่มีพิมพ์เขียว จะยิ่งไปกันใหญ่เลย แต่ว่าพิมพ์เขียวในที่นี้เปึ้นต้นร่างของการที่จะบอกว่า กรอบหลัก ๆ ที่ เรามีความเห็นที่เราได้ รวมทั้งปัญหาที่เราพบกรรมาธิการยกร่างฯ นี่ไปร่างเปึนประเด็น ๆ มาให้ อาจารย์เจิมศักดิ์ก็ดี อาจารย์จรัสก็ตามนี่ก็ได้พยายามกรุณาที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ ถ่ายทอดลงไปยังประชาชนแล้วก็กลับเข้ามา ผมอาจจะนำเสนอเรื่องนี้เปึนเอกสารไปยัง ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า เราจะทํางานให้มันมีลู่ทางในการบริหารงานของ สภาร่างนี่ซึ่งไม่ใช่เปึ้นสภาเหมือนกับสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ให้มีลักษณะที่เข้าถึง ประชาชนได้อย่างกว้างขวางได้ต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ
ในช่วงท้ายนี้นะครับ ในขณะนี้ท่านสมาชิกครับมีนักเรียนและครูจากโรงเรียนบ้านพระแอะ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่มาเยี่ยมสภาเรานะครับ กำลังจะป่ดอยู่พอดี ก็ขอต้อนรับ ทุกท่านด้วยความขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกครับก็เปึ้นอันหมดระเบียบวาระการประชุม จริง ๆ นะครับ ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่มาประชุมทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ ขออนุญาตป่ดการประชุมครับ