สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๐

สมคิด เลิศไพฑูรย์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในปัจจุบันไม่ซับซ้อน และมีเพียง 2 หัวข้อเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย "เห็นชอบ" และ "ไม่เห็นชอบ" นอกจากนี้ สมคิด เลิศไพฑูรย์ ยังหารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยชี้ให้เห็นว่าไม่สามารถแก้ไขข้อ ๒๕ ได้ เนื่องจากข้อนี้ได้ผ่านการพิจารณาแล้วไม่มีใครคัดค้านหรือสงวนความเห็น และเสนอให้ปรับรูปแบบการดำเนินการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์

ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนท่านประธาน แล้วก็ท่านอัครวิทย์ สุมาวงศ์ นะครับว่า ความจริงรายละเอียดตารางบัตรเลือกตั้ง แนบท้ายตัวร่างที่เราทำอยู่นั้นนะครับได้มีการพูดคุยหารือกันไปพอสมควร แล้วก็ใน วาระแรก ๆ ก็ไม่มีใครแก้ไขเปลี่ยนแปลง จริงอยู่ครับว่าเดิมที่การลงคะแนนเสียง โดยเฉพาะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภานี่กากบาทจะอยู่ข้างขวา ของการเห็นชอบ ไม่เห็นชอบนะครับ คือว่าหมายเลขทั้งหลาย แต่ว่าเมื่อกี้ท่านอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ได้ยกประเด็นขึ้นมาแล้วว่า ถ้าจะแก้บัตรออกเสียงเลือกตั้งนี่ต้องไปแก้ข้อ ๒๓ ด้วย ซึ่งเราได้มีมติในวาระที่สอง ที่สาม ไปแล้ว ผมยังอยากคิดว่าเพื่อให้การดำเนินการ ของพวกเราเปึนไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่องนะครับ อาจจะมีขัดข้อง คนอาจจะไม่ค่อย เคยชินนักกับการกาคะแนนโดยช่องกาคะแนนอยู่ข้างล่างก็ได้ ผมเองก็ไม่ได้เห็น ข้อสังเกตนี้นะครับ เข้าใจว่าท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ซึ่งมีประสบการณ์เรื่องการเลือกตั้ง โดยตรงอาจจะเห็นเรื่องนี้โดยตรงนะครับ ความจริงเมื่อกี้ได้หารือกับท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ ซึ่งได้นั่งอยู่ข้าง ๆ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็เข้าใจว่าพวกเราถ้าไม่เคยลงคะแนนเสียง หรือเคยชินกับเรื่องพวกนี้มาก่อนนี่บัตรเลือกตั้งที่มีอยู่ก็เปึ้นบัตรเลือกตั้งที่ใช้ได้นะครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ชัดเจน เพราะมันมี ๒ หัวข้อแค่นั้นเอง คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ นะครับ เพราะฉะนั้นยังอยากให้เราเห็นชอบไปตามนี้ เพราะว่าได้ลงมติกันไปเรียบร้อย แล้วครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) ขอบพระคุณครับ คืออย่างนี้ครับ ผมเรียนท่านนิดหนึ่ง คือสิ่งที่เราจะพิจารณานี่นะครับ ก็คือกรรมาธิการนี่เขาเอาร่างนี้มา พอร่างนี้มาก็มีรูปแบบบัตรนี่มอบให้กับท่านสมาชิก ด้วย ท่านสมาชิกพอไปพิจารณานี่นะครับ ถ้าไม่เห็นด้วย ท่านก็ต้องแก้ไขบัตรมา ท่านต้อง ออกแบบบัตรของท่านมา แล้วก็ไปบอกกรรมาธิการว่า บัตรอันนี้นะที่ท่านกรรมาธิการ ยกร่างมา ทํามานี่นะครับ ท่านไม่เห็นด้วย ท่านก็ไปถกกันในกรรมาธิการว่าท่านเห็นด้วย ไหม ถ้าไม่เห็นด้วยท่านต้องสงวนคําแปรฯ สงวนความเห็นของท่านมาว่ากันในที่ประชุม สภานะครับ เพราะเรื่องของบัตรนี่นะครับ ท่านดูนะครับอยู่ในข้อ ๒๕ ข้อ ๒๕ ที่ผ่าน การพิจารณาไปแล้วไม่มีใครคัดค้าน ไม่มีใครสงวนคําแปรฯ ไม่มีใครขอแก้ ไม่มีใคร ขอเปลี่ยน บอกว่า ข้อ ๒๕ ลักษณะของบัตรออกเสียงประชามติให้เปึนไปตามตัวอย่าง ท้ายประกาศนี้โดยอนุโลม ข้อ ๒๕ นะครับ ก็คือเรื่องบัตร ทีนี้บัตรไม่มีใครยกมาเลย นะครับ มันก็ต้องเลย ถูกไหมครับ เพราะว่าไม่มีใครที่สงวนคําแปรญัตติอะไรไว้เลย กรรมาธิการเขาก็ยืนของเขา พอดีท่านจะตั้งข้อสังเกตผมก็ยินดีถ้ามันจะรอบคอบนะครับ แต่พอท่านเสนอความเห็นกันไปมาก ๆ แล้วนี่ ผมดูแล้วว่าอย่างไรเราก็แก้ไม่ได้ เพราะเรา พิจารณาผ่านไปแล้วตามที่หลายท่านเสนอ ก็เลยกราบเรียนให้ที่ประชุมได้เข้าใจตรงกัน ก็ต้องเปึนไปตามนี้นะครับ อย่างนั้นก็จบเรียบร้อยดีนะครับ เข้าวาระอื่น ๆ ครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องอื่น ๆ นะครับ เมื่อกี้เดี๋ยวใครยกมือก่อน อาจารย์ปกรณ์ครับ แล้วก็ท่านสุนทรนะครับ แล้วเดี๋ยวท่านมนตรีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการทำงานของเรา ในระยะเวลาที่ผ่านมาและระยะเวลาต่อไป เมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการจากภาคใต้นี่นะครับ เขานำเสนอเรื่องซึ่งเปึนประเด็นสำคัญ และผมคิดว่าก็คงจะเปึนประเด็นที่เกี่ยวพันกับ ทุกคณะกรรมาธิการ ก็คือเรื่องของความเข้าใจของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการ ร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ที่เขาใช้คําว่า เมื่อมีพิมพ์เขียวอยู่แล้วจะมาถามความเห็นทําไม นั่นแสดงให้เห็นว่าความเข้าใจของประชาชนในเรื่องนี้ยังมีเรื่องที่ต้องพึ่งกรรมาธิการอื่น ๆ นอกจากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะทําความเข้าใจกับประชาชนโดยตรง ในฐานะที่ ผมเองนั้นมีหน้าที่ร่วมกับโฆษกของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้แถลงต่อประชาชน ตลอดเวลา เขาก็ถามเรื่องอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั่นก็คือ เรื่องของการสร้างความเข้าใจ สร้างการมีส่วนร่วม เรื่องของกระบวนการในการดำเนินการ เกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น ในจุดนี้ผมมองเห็นว่าอาจจะจำเปึนต้องปรับรูปแบบ การทํางานของสภาร่างรัฐธรรมนูญในเชิงของการบริหารให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ผมเอง คงไม่อยากจะไปตำหนิกรรมาธิการท่านใด ผมคิดว่าพวกเราทุกคนอาสาสมัครที่จะมา ทำงานทั้งสิ้น แต่ในเวลานี้ปัญหาที่เราประจักษ์กันก็คือการทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนนั้น กรรมาธิการยกร่างฯ จะถูกมองว่าทําอยู่ฝ์ายเดียว จึงอยากที่จะเสนอให้ ที่ประชุมนี้พิจารณาว่าทำอย่างไรที่เราจะทราบร่วมกันว่ากรรมาธิการชุดต่าง ๆ นี่ ได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง และดำเนินการในลักษณะที่จะสอดประสานกันอย่างไร ผมคิดว่ามันมีกรรมาธิการอยู่ ๒ – ๓ ส่วนที่อาจจะจำเปึนต้องประสานความร่วมมือกัน ส่วนที่เปึนกองกลางที่สำคัญที่สุดและเปึนส่วนบริหารงาน ก็คือกรรมาธิการกิจการสภาฯ ในเวลานี้เราเหมือนกับไม่มีโฆษกของสภา จริง ๆ แล้วโฆษก็ของสภาน่าจะไป อยู่ที่กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ แต่ในเวลานี้เราก็ไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์ฯ ทํางานอะไรไปบ้าง ในเวลาเดียวกันผมก็พยายามที่จะเสนอข้อมูลจาก การยกร่างนี่ไปยังทุกกรรมาธิการ ถ้าเราไปดูที่เว็บไซต์ (Web site) ของคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ เอกสารของโฆษกกรรมาธิการยกร่างฯ จะมีตลอดเวลา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ผลการประชุมที่ประสานงานออกไป และโดยส่วนใหญ่ก็เผยแพร่ยังสื่อมวลชน และผมเอง ก็ต้องไปทำหน้าที่คล้าย ๆ กับไปออกให้สัมภาษณ์ทางรายการวิทยุโทรทัศน์ต่าง ๆ ซึ่งมันก็ ทําได้แค่เพียงมติของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ แต่ว่าในการดําเนินการเรื่องอื่น ๆ นั้น น่าที่จะเปึนบทบาทของกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่เปึน เหมือนกับเปึ้นผู้ที่ดำเนินการประสานความร่วมมือของกรรมาธิการทุกชุด และ ขณะเดียวกันกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ก็ทำหน้าที่ในการที่จะ สื่อความหมายไปยังประชาชน ในเวลานี้ผมไปลงรับฟังความคิดเห็นด้วยในพื้นที่ ที่ผมรับผิดชอบร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญจังหวัด โดยบางทีก็ทำในฐานะที่เปึ้นผู้ที่ไปให้ ความร่วมมือ แต่สิ่งที่เขาถามกลับมาในขณะนี้คือว่าเขาไม่ค่อยรับทราบว่าเรามี กระบวนการรณรงค์ในการที่จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วมในกระบวนการร่าง รัฐธรรมนูญจริงแท้แค่ไหน ใจผมนี่ผมคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่พร้อมที่จะรับประชามติ พร้อมที่จะออกเสียงรับนะครับ ในทรรศนะผม เท่าที่ออกไปฟัง ออกไปพูด ออกไปช่วยใน การชี้แจงทำความเข้าใจ เดี๋ยวนี้บางครั้งก็ค่อนข้างจะทำงานหนักมากนะครับ จึงอยากขอ ความเห็นใจจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการชุดอื่น ๆ ว่า ได้ช่วยทําความ กระจ่างชัดในเรื่องนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนซึ่งสนใจเรื่องนี้ได้เห็นว่าเราทำงานร่วมกัน อย่างแท้จริง บทบาทหนึ่งที่ผมคิดว่าเราน่าจะทำได้ก็คือการสื่อความออกไปจากสภา แห่งนี้ ซึ่งการถ่ายทอดการประชุมสภานั้นก็เปึนส่วนหนึ่ง แต่ในเวลานี้เราพบว่าในกลไก ของสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภานี่มีโทรทัศน์รัฐสภา มีวิทยุรัฐสภา เราค่อนข้างจะใช้ เครื่องมือนี้น้อยมาก ซึ่งถ้าเราใช้กันจริงจังเราก็สามารถจัดรายการแทบจะเรียกว่าทุกวัน พบสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่จําเปึนต้องไปใช้เครื่องมือหรือกลไกอื่น ๆ และทําให้เรา สามารถประหยัดงบประมาณได้ค่อนข้างสูงมาก ในเวลานี้สื่อมวลชนทุกแขนงพร้อมที่เขาจะมาให้ความร่วมมือ เขาพูดมายังผม แต่ผมไม่มี หน้าที่ตรงจุดนั้น เวลาผมแถลงเขาก็แถลง ผมแถลงได้แค่เพียงผลการประชุม สื่อมวลชนก็ บอกว่ามันก็เปึนการแถลงที่สวยงาม แต่ว่าเราไม่เห็นภาพของการที่ว่าจะทำให้มันเกิด กระบวนการเรื่องการเคลื่อนไหวที่เราเรียกกันว่าเปึนเคลื่อนไหวขององค์กรทางสังคมที่ ขับเคลื่อนคู่ขนานกันไป ขณะเดียวกันเรามีองค์กรนอกสภานี่นะครับ ที่เปึนองค์กรของ ภาคประชาชนที่เขาพร้อมจะให้ความร่วมมือ แต่เขาไม่มีเอกสาร ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไร เขาบอกว่าให้ผมช่วยผลิตเอกสารให้เขาได้ไหม ผมบอกผมไม่มีหน้าที่จะทำเรื่องนั้น นะครับ ขอความเข้าใจ ขอความเห็นใจ และผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเปึ้นเรื่องหนึ่งซึ่งอาจจะ เปึ้นโอกาสนี้หรือโอกาสอื่น ๆ ก็ตามนะครับที่จะต้องดําเนินการในลักษณะที่จะทําให้การ ขับเคลื่อน ณ ขณะนี้ไปถึงจุดสุดท้ายจริง ๆ เพื่อจะแก้ความเข้าใจว่าพิมพ์เขียวยังเปึนสิ่งที่ แก้ไขได้ เพราะพิมพ์เขียวก็คือแบบที่เราออกมา แต่ยังไม่ใช่เปึนเรื่องที่เราเอาไปก่อสร้าง แล้ว ในกรณีเช่นนี้จึงอยากจะสื่อความเข้าใจว่ามันเปึ้นพิมพ์เขียวใช่ครับ แต่ทุกส่วนของ พิมพ์เขียวสามารถปรับแก้ให้มันเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้อย่างจริงจัง จึงอยากจะขอความร่วมมือในส่วนนี้ด้วย กับอีกส่วนหนึ่งก็คือบรรยากาศของการประชุม ผมมีความรู้สึกว่าผมพยายามจะยกมือ ก็เข้าใจนะครับว่าเปึ้นในขั้นของการแปรญัตติ ผมอภิปรายไม่ได้ แต่บางทีเราก็มีส่วนที่จะสานโยงความเข้าใจได้ เพราะว่าไม่อย่างนั้นเรา ต้องลงมติ และอีกประการหนึ่งก็คือระหว่างการลงมติในร่างที่สำคัญ ๆ ผมคิดว่าสมาชิก น่าจะอยู่ในที่ประชุมนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นแล้วกลับมาแล้วไม่ทัน ก็มาทําให้เกิด ประเด็น ผมเข้าใจดีว่าทุกคนมีงาน มีหน้าที่นะครับ แต่ว่าเรื่องที่เราพิจารณาเมื่อสักครู่นี้ เปึ้นเรื่องที่สําคัญมาก เรื่องร่างหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามตินะครับ อันนั้น เปึ้นประเด็นที่ผมระบายความรู้สึกแล้วกัน แต่ประเด็นแรกที่ผมยกขึ้นมาผมคิดว่าเปึนเรื่อง ที่สำคัญ และอยากจะขอความเห็นจากท่านสมาชิกด้วยครับ