กัญจน์พงศ์ ชี้กัดเซาะชายฝั่ง ขอทบทวนแนวป้องกัน-ส่งผู้เชี่ยวชาญรับมือ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖

กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี หารือปัญหากัดเซาะชายฝั่ง โดยเรียกร้องให้ทบทวนมติครม. 2556 และนำโครงการก่อสร้างแนวป้องกันชายฝั่งกลับไปจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนดำเนินการจริง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะหญ้าทะเลและปะการัง ที่ได้รับผลกระทบจากกำแพงกันคลื่นคอนกรีต ซึ่งทำลายระบบนิเวศชายฝั่ง แหล่งอาหารทางทะเล และวิถีชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้าน กระทบถึงการดำรงชีวิตและสัตว์น้ำอย่างรุนแรง เช่น เต่าทะเลที่เสี่ยงสูญพันธุ์ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณและการดำเนินโครงการต่อเนื่องโดยไม่พิจารณาผลกระทบระยะยาว จึงเสนอให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหรือกรมเจ้าท่า ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านสมุทรศาสตร์ เข้ามาดำเนินการแทนกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมพิจารณาทางเลือกอื่นที่เหมาะสมและยั่งยืนกว่าการสร้างกำแพงกันคลื่น

นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ ตัวผมเองก็เปึนหนึ่งใน อนุกรรมาธิการซึ่งอาจจะเปึนคนละชุดกับท่าน แต่ศึกษาในเรื่องที่ใกล้เคียงกันก็คือเรื่องของ การแก้ปัญหากัดเซาะชายฝัืง ก็เลยพอจะมีข้อมูลแล้วก็มีข้อเสนอแนะที่จะมาแลกเปลี่ยน แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องขอชื่นชมว่าข้อมูลในรายงานค่อนข้างจะครอบคลุม เพราะว่าผมก็เห็น ท่านอาจารย์สมปรารถนาก็เปึนหัวเรือใหญ่ ผมก็นับถือท่านว่าท่านต่อสู้เรื่องของสิ่งแวดล้อม ทางทะเลมาตลอด สิ่งที่ผมอยากจะแลกเปลี่ยนกับทางกรรมาธิการ แล้วก็อาจจะเน้นย้ํา เปึนจุด ๆ ไปก็จะมีอยู่หลัก ๆ เลยก็จะมีแค่ ๒ ประเด็น เรื่องของหน่วยงานภาครัฐ

เรื่องแรก มันเรียบง่ายมากครับ ข้อเสนอของไม่ว่าจะเปึนชุดอนุกรรมาธิการ ของผม ข้อเสนอของพี่น้องประชาชน ข้อเสนอของกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ขึ้นต้นอันแรก สิ่งเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทําก็คือกําแพงกันคลื่นต้องกลับไปทําอีไอเอ (EIA) ผมก็ต้องกลับไป ถามชัด ๆ ว่ามันยากตรงไหนกับการที่จะต้องไปกลับมติ ครม. เมื่อป้ ๒๕๕๖ ให้การทํา กําแพงกันคลื่นกลับไปทําอีไอเอ (EIA) เสีย แค่นี้ท่านก็จะจบเรื่องที่จะต้องมานั่งเถียงกันแล้วว่า หน่วยงานนี้ก็ต้องไปทํา หน่วยงานนี้ตรงนี้กําแพงหรือไม่ ก็ไปศึกษาให้มันครบถ้วน ผมมีโอกาส ได้เปึนกรรมาธิการงบประมาณ ป้นี้มาอีกแล้วครับ งบประมาณศึกษาความเปึนไปได้ วิธีแก้ปัญหาที่จะทํากําแพงกันคลื่นเพื่อแก้ปัญหานี้ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทําไม ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๖ มาจนถึงตอนนี้จะ ๑๐ ป้แล้ว เอากําแพงกันคลื่นกลับไปทํา อีไอเอ (EIA) มันยากเย็นขนาดนั้นได้อย่างไร ต้องรอรัฐบาลหน้าใช่ไหมเรื่องแค่นี้ครับ รายงานนี้ ฉบับที่ ๒ แล้วนะครับ ข้อเรียกร้องประชาชนก็มี แคมเปญ (Campaign) ก็มี ผมเปึนคนชู กระดาษในสภาด้วยซ้ํา ก็อยากจะให้เสียงที่ผมพูดดังไปถึงเข้าหูผู้มีอํานาจบ้าง ฟังเสียง นักวิชาการบ้าง ตัวแทนพี่น้องประชาชนบ้างว่าเขารักทรัพยากรธรรมชาติของเขาขนาดไหน แค่ท่านศึกษาโครงการก่อนจะทําจริง ๆ มันยากตรงไหน

เรื่องที่ ๒ ผมดีใจที่ท่านได้ศึกษาเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพ พูดถึง เรื่องของหญ้าทะเล เรื่องของแหล่งอาหาร ปะการัง ซึ่งเรื่องพวกนี้เปึนเรื่องสําคัญ ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สัก ๓๐ ป้ องค์ความรู้ของเรา เรามองแต่ความลําบากของ ประชาชน เรื่องของพื้นที่โดนกัดเซาะเราต้องมีกําแพงมากั้น แต่พอผลการศึกษาหลาย ๆ ๑๐ ป้มา มันบอกชัดเจนครับว่าการมาถึงของกําแพงกันคลื่นมันทําลายระบบห่วงโซ่อาหาร ระบบความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งกระบวนการไปเยอะ และในที่สุดแล้วครับ วงจรตรงนี้ มันจะย้อนกลับมาที่มนุษย์ครับ ก็คือแหล่งอาหารทางทะเลเราลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ทะเลหายากขึ้นเรื่อย ๆ บางชนิดสูญพันธุ์ เต่าไม่สามารถจะขึ้นมาวางไข่ได้ ผมมีโอกาส ได้เห็นรูปที่ท่านอาจารย์สมปรารถนาได้โชว์ มีรูปที่เต่าพยายามจะขึ้นมาวางไข่ เดินวนอยู่ ตรงนั้นเปึนสิบ ๆ เที่ยวเพราะว่าติดกําแพงกันคลื่น

มันถึงเชื่อมมาถึงประเด็นที่ ๓ ที่ผมจะพูดเรื่องของคอนเนกทิวิตี (Connectivity) ถ้าท่านยังคงทํากําแพงกันคลื่น หมายความว่าท่านตัดความสัมพันธ์ระหว่าง แผ่นดินกับน้ําทิ้งโดยการเอากําแพงคอนกรีตตั้ง ไม่ได้เปึนเพื่อนบ้านกันอีกต่อไป สัตว์น้ําทะเล ที่จะใช้ ไม่ว่าจะเปึนปูลม ปูเสฉวน ที่จะเอาลงไปเปึนอาหาร ไม่ว่าจะเปึนหอยขนาดเล็กที่ พี่น้องประชาชนจับมาดองใส่ขวดเล็ก ๆ ที่เราเคยคุ้นชินตั้งแต่ตอนไปทะเล ก็จะไม่มีอีกต่อไป ผมคิดว่าการทําแบบนี้มันแสดงถึงความไร้ความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐ คือผมตั้ง ข้อสังเกตนะครับ ผมไม่ได้กล่าวหานะ จ้องแต่จะหาทางให้เอางบประมาณไปใช้ มีส่วนได้ส่วนเสีย จะมีเงินทอนหรือเปล่าอันนี้ผมไม่ทราบได้ ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไป ตรวจสอบด้วย ท่านประธานครับ กิโลเมตรละ ๑๐๐ ล้านบาท บางที่ถึง ๑๓๐ ล้านบาท การก่อสร้าง แล้วก็สร้างที่หนึ่ง แล้วก็ขอเฟส ๑ (Phase 1) เฟส ๒ (Phase 2) สร้างต่อกัน ไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยรุ่นเด็ก ๆ ก็คงจะไม่รู้จักหรอกครับชายหาดหรือปูลม การไล่จับปูลม เปึนอย่างไร พี่น้องประชาชนที่ทําประมงชายฝัืงไม่ต้องฝันครับว่าจะเอาเรือขึ้นมาจอดบน ชายหาด รอน้ําขึ้นแล้วเอาเรือออกไปหาปลาให้ลูกให้หลานเขากินให้เอามาขายได้ เพราะจะต้องมีรถแทรกเตอร์คันใหญ่ดึงเรือเขาขึ้นไปตรงถนนคอนกรีตที่ทางกรมใดกรมหนึ่ง ของภาครัฐไปสร้างทิ้งไว้

ข้อสุดท้ายสําคัญมากครับ หน่วยงานที่จะเข้าไปดําเนินการแก้ปัญหากัดเซาะ ชายฝัืง ผมเรียกร้องไปยังผู้มีอํานาจเลยนะครับ หน่วยงานที่จะมาแก้ปัญหาต้องมีองค์ความรู้ ด้านสมุทรศาสตร์ ท่านจะมาเฉไฉโดยการบอกว่าพี่น้องประชาชนบอกความเดือดร้อนมา ผมก็ต้องทําทั้งที่ท่านไม่มีความรู้ที่จะทํา แล้วท่านก็ใช้วิธีการจ้างที่ปรึกษาที่มาทํา ที่ปรึกษา ก็เปึนลูกจ้างกรมท่านเขาก็ต้องทํารายงานออกมาให้โครงการมันผ่านให้ท่านทําได้อยู่แล้ว ปรากฏว่าหน่วยงานที่ทําและมีปัญหาที่สุดผมก็ระบุไปได้เลยครับ กรมโยธาธิการและผังเมือง ผมก็ต้องเรียกร้องว่าต่อไปนี้เรื่องของกําแพงกันคลื่นก็อยากให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ไม่ต้องเข้ามายุ่ง เพราะว่าท่านไม่มีนักวิชาการด้านสมุทรศาสตร์ กรมที่เขามีก็คือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงและกรมเจ้าท่า ซึ่ง ๒ กรมนี้พอเขามีนักวิชาการ ด้านสมุทรศาสตร์เขายกเลิกการใช้ไปแล้วครับ ถ้าเคส (Case) ไหนที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรง จริง ๆ เขาไม่ทําแล้วกําแพงกันคลื่น เพราะเขารู้ว่าผลต่อเนื่องเปึนอย่างไร ทําแล้วไม่จบ ทําแล้วก็แพง มันยังมีทางเลือกอื่นอย่างที่มาตรการสีขาว สีเขียว การย้ายที่ การเติมทราย ก็เปึนสิ่งที่น่าคิดนะครับ ผมก็เลยอยากจะเน้นย้ํา ๆ อยู่ ๓-๔ จุดในรายงานนี้ ฝากด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ