กัญจนพงษ์ศ จี้รัฐบาลชะลอโครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖

กัญจนพงษ์ศ จงสุทธนามณี ระบุประเด็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ไม่ใช่เพียงกาสิโน และเน้นย้ำความกังวลของพรรคก้าวไกลต่อโครงการนี้ โดยเสนอให้จัดสัดส่วนรายได้เพื่อสร้างกองทุนดูแลชุมชนและกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งต้องมีมาตรการป้องกันคนในท้องถิ่นจากผลกระทบด้านลบ เช่น การพนัน และแอลกอฮอล์ กัญจนพงษ์ศ จงสุทธนามณี เน้นย้ำเรื่องการจ้างงานในท้องถิ่นโดยคัดค้านการนำโมเดลธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้แรงงานจากนอกพื้นที่ และเรียกร้องให้ภาคการศึกษาปรับหลักสูตรเพื่อผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์ธุรกิจในพื้นที่ พร้อมทั้งกังวลต่อการใช้อำนาจแบบ Top-down ที่อาจทำให้รายงานสภาเป็นเพียงตรายางโดยไม่ลงพื้นที่จริง

นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ผมก็เปึนส่วนหนึ่งของกรรมาธิการชุดนี้ แต่ว่าขออนุญาตที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม แล้วก็ เน้นย้ําในส่วนสําคัญที่ตัวผมและพรรคก้าวไกลค่อนข้างจะมีข้อกังวลในส่วนนี้นะครับ

ประเด็นแรก ประเด็นก็คือว่าที่เราพูดถึงเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) อย่างที่ท่านปกรณ์วุฒิอภิปรายไปแล้วนะครับ มันไม่ใช่เรื่อง ที่เราพูดกันเรื่องของกาสิโนเท่านั้น ต้องอย่าลืมว่ากาสิโนเปึนเพียงส่วนเล็ก ๆ ใน เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) ซึ่งในเอนเตอร์เทนเมนต์

คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) ที่เราคุยกันในกรรมาธิการมันประกอบไปด้วย ไม่ว่าจะเปึนศูนย์การอบรมที่เราเรียกว่าเปึนศูนย์ไมซ์ (MICE) ไม่ว่าจะเปึนศูนย์การแข่งขัน กีฬา ศูนย์รวมสุขภาพ ศูนย์ชอปป่ง (Shopping) ต่าง ๆ นานา ซึ่งพื้นฐานของการรวมธุรกิจ หลาย ๆ อย่างเข้าไปอยู่ในกลุ่มเดียวกันเราถึงเรียกว่า เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาทุกกลุ่มนะครับ ไม่ใช่ เอาเฉพาะนักเล่นการพนันเท่านั้น ที่ผมจะต้องเรียนอย่างนี้เพราะว่ากิจกรรมที่มันเกี่ยวข้อง กับเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) มันค่อนข้างจะกว้าง และมีหลากหลายสาขาอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องตรงนี้เยอะ มันจะพ่วงไปกับประเด็นเรื่องของ ความเหลื่อมล้ํา เราจะเห็นว่าในประเทศไทยประเด็นความเหลื่อมล้ําเราพูดกันมากเลยว่า ชนบทแตกต่างกับในเมืองมาก แต่ในการศึกษาของกรรมาธิการเราก็ได้ยินกันหลายครั้งว่า มีความเห็นด้วยกับผู้ประกอบการที่จะบอกว่าจะต้องไปอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่าในส่วนตัวผม ผมไม่ได้เห็นด้วยในประเด็นนี้นะครับ เพราะผมเชื่อว่า การที่จะมีเอกชนมาลงทุนร่วมกับภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ที่จะอุดมไปด้วยอินฟราสตรักเชอร์ (Infrastructure) โอกาสทางธุรกิจ โอกาสในการประกอบอาชีพจะต้องกระจายไปยังพื้นที่ ที่มีความห่างไกล ไม่ควรจะมากระจุกตัวเพิ่มในสัดส่วนที่อยู่ในตัวเมืองแล้วก็มีความพร้อม อยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้ปัญหาความแออัดยัดเยียดในตัวเมืองไม่ว่าจะเปึนกรุงเทพมหานครเอง หรือในตัวเมืองที่เปึนตัวเมืองชั้นในค่อนข้างจะหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว การเอาโอกาสนี้ มอบให้กับพื้นที่ที่เขายังต้องการความเจริญอยู่ถือเปึนเรื่องสําคัญ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ต้องมีเรื่องของการได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นก็คือ อปท. ในทุกที่ในหลาย ๆ ระดับ ไม่ว่า จะเปึนระดับ อบต. เอง เทศบาลหรือแม้กระทั่ง อบจ. เอง คนในพื้นที่จะต้องเปึนแกนหลัก สําคัญที่จะต้องรู้ว่าถ้ามาแล้วที่ของเขามีอะไรที่เสีย ที่ของเขามีอะไรที่ได้ โดยที่ผมจะขอลง รายละเอียดสักนิดหนึ่งครับ อย่างเช่น กรณีการจัดสรรรายได้ ที่ผ่านมาโครงการขนาดใหญ่ ของภาครัฐหลายอัน ไม่ว่าจะเปึนนิคมอุตสาหกรรมก็ดีหรือท่าเรืออะไรก็ดี เราจะเห็นโมเดล (Model) ที่ภาครัฐใช้วิธีทอปดาวน์ (Top Down) หมายความว่าภาคที่ออกนโยบายจิ้มไปเลย ว่าจะเอาตรงนี้ อย่างกรณีอีอีซี (EEC) ที่กําลังจะเกิดขึ้น พี่น้องประชาชนในพื้นที่เปึนผู้ เสียประโยชน์ เปึนผู้เสียพื้นที่ เปึนผู้โดนลิดรอนเปลี่ยนวิถีชีวิตของเขา

ดังนั้นถ้าจะทํา ผมจะเน้นคําว่า ถ้าจะทํา อยู่ตลอดเวลาเพราะว่าการศึกษาในครั้งนี้ไม่ได้ ฟันธงว่าจะต้องมีการทําเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) ในประเทศไทย อยู่ที่การศึกษาในรายละเอียดแต่ละประเด็นที่จะลงมา แล้วก็รัฐบาลที่จะ ตัดสินใจในอนาคตรวมถึงท้องถิ่น คนในท้องถิ่นจะต้องรับทราบข้อมูลว่าในสิ่งที่จะไปทํา ในบ้านเขาประกอบด้วยอะไรบ้าง มีกาสิโนอย่างไร แล้วภาครัฐมีวิธีการที่จะไปหามาตรการ ปัองกันคนในชุมชนเขาอย่างไรดี ซึ่งในกรรมาธิการเราก็มีการพูดคุยกันถึงระเบียบมาตรการ ที่จะกั้นไม่ให้คนที่มีรายได้น้อยรวมถึงคนไทยก็อาจจะมีสัดส่วนไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ํา ที่มีสิทธิเข้าไปใช้บริการในสัดส่วนของกาสิโน ผมต้องพูดให้ชัดนะครับ คนไทยทุกคนถ้ามี การทําโครงการนี้จริง ๆ ท่านสามารถไปใช้บริการของเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปใช้ในกาสิโน ดังนั้นการจัดสัดส่วน รายได้ โมเดล (Model) อย่างที่จังหวัดระยองหรือสมุทรปราการเจอ ก็คือว่าโครงการ ขนาดใหญ่หรือโรงงานขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ไปทํา แต่สํานักงานใหญ่ตั้งใน กรุงเทพฯ ครับ หมายความว่าไม่ว่าจะสัดส่วนการจัดแบ่งภาษีหรืออะไรก็ตามมันจะเข้ามา ในหัวเมืองใหญ่ ซึ่งก็ทําให้ปัญหาความเหลื่อมล้ํามันไม่ได้โดนแก้ไข อปท. ก็จะโดนทอดทิ้งอยู่ ที่สําคัญก็คือต้องมีการทําประชาคมของในตัวท้องถิ่นเอง

ประเด็นถัดมาที่ผมจะพูดก็คือว่าเรื่องของกองทุน อยากให้เน้นย้ําว่าถ้ามีการ ทําจริง ๆ ถ้าจะมีการทําจริง ๆ มันจะต้องมีการคุยกันเรื่องของกองทุนที่จะต้องเอามาดูแล ในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนผู้สูงอายุ ด้านของการศึกษา ด้านของเยาวชน ด้านของผู้พิการ รวมถึงอาจจะต้องมีการตั้งศูนย์ขึ้นมาเพื่อที่จะมานั่งแก้ไขปัญหาที่มันเกิดจากกิจกรรม ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของผู้ติดแอลกอฮอล์หรือว่าผู้ติดการพนัน เรื่องนี้ต้องมี ความชัดเจน

ประเด็นสุดท้ายครับ ก็คือเรื่องของการจ้างงาน ที่ผมเน้นย้ําไปที่ท้องถิ่น เพราะว่าท้องถิ่นเขาอยู่ในพื้นที่ เราจะยอมให้เอาโมเดล (Model) ธุรกิจขนาดใหญ่ไปตั้งโดยใช้ แรงงานจากนอกพื้นที่เปึนจํานวนมากไม่ได้ การจ้างงานในระดับพื้นที่จะต้องมีการสื่อสารว่า ธุรกิจที่จะไปต้องการสกิล (Skill) การจ้างงานแบบไหนบ้าง จํานวนเท่าไร เพื่ออะไร เพื่อให้ ภาคการศึกษาในพื้นที่มีการปรับหลักสูตรแล้วก็จํานวนนักเรียน นักศึกษาที่จบมาแล้ว สามารถทํางานอยู่ในพื้นที่ตัวเองให้ตอบรับกับโมเดล (Model) ธุรกิจที่จะเข้าไป ไม่ว่าจะเปึน

การให้งานด้านการบริการในโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์ชอปป่ง (Shopping) หรือแม้แต่ การให้บริการทางด้านสุขภาพต่าง ๆ อันนี้ก็เปึนข้อห่วงใยแล้วก็เปึนสิ่งที่ผมและพรรคก้าวไกล ค่อนข้างกังวลในเรื่องของการกระจายอํานาจ เรากลัวโมเดล (Model) ธุรกิจที่ว่าจะเปึน เรื่องของทอปดาวน์ (Top down) ผู้บริหารทุบปัง โดยที่มีธงอยู่แล้วว่าการศึกษานี้ มีธง อยู่แล้วว่าจะไปตั้งที่ไหน ผมขอให้กรรมาธิการที่เราศึกษากันมาไม่เปึนเครื่องมือของ กระบวนการที่จะไปเปึนตรายางประทับว่าสภาผ่านแล้วนะ เรื่องของรายงานจะต้องมาทํา ตรงนี้ แล้วเอาไปลงในพื้นที่ที่เปึนข้อกังวลของผมครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ