ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ตั้งคำถามต่อ กกต. กรณีไม่เห็นชอบแผนการเลือกตั้งออนไลน์ร่วมกับ สจล. และการใช้จ่ายงบประมาณ 20 ล้านบาทที่มองว่าเกินความจำเป็น พร้อมเรียกร้องให้มีระบบรายงานผลการเลือกตั้งออนไลน์อย่างทันท่วงทีเพื่อความโปร่งใส รวมถึงเสนอการเปิดเผยแบบ ส.ส. 5/18 ทางออนไลน์และการอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อรองรับระบบใหม่ หลังเกิดปัญหาระบบล่มและข้อสงสัยต่อความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ
ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สําหรับรายงานการดําเนินงานของ กกต. ผมขออนุญาตอ่านข่าวที่ผมเพิ่งได้อ่านเมื่อสักครู่นี้ เปึนข่าวของเมื่อวานนี้เลย ผู้สื่อข่าว รายงานว่า กกต. ไม่เห็นชอบกรณีที่สํานักงานเสนอแผนงานจัดทําโปรแกรมการรับสมัคร เลือกตั้ง ส.ส. แบบออนไลน์ (Online) และการรายงานผลเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เปึนทางการ แบบออนไลน์ (Online) ซึ่งได้มีความร่วมมือจาก สจล. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการสร้างระบบนานเกือบป้จนแล้วเสร็จ เพราะ กกต. ไม่เชื่อว่า ระบบที่จัดทําขึ้นนั้นจะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในอดีตที่ทําให้การรายงานผลการเลือกตั้ง มีความคลาดเคลื่อนได้ แล้วก็มองว่าการจัดทํา ๒๐ ล้านบาทนั้นแพงเกินไป วิสัยทัศน์ พันธกิจของ กกต. ผมคิดว่าจริง ๆ มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ก็คือการจัดการเลือกตั้ง การจัดการประชามติให้เปึนไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรมและโปร่งใส ผมคิดว่าการรายงานผล อย่างทันท่วงทีในระบบออนไลน์ (Online) ซึ่งเปึนระบบที่ผมคิดว่าประเทศไหนเขาก็ใช้กัน ในโลกยุคนี้ มันเปึนความโปร่งใสที่จะทําให้ความโปร่งใสในการที่จะทําให้คําถามของ ประชาชน ข้อกังขาของประชาชนลดลงอย่างมากในวันที่มีการเลือกตั้ง ถ้าเราปล่อยให้ ทุกอย่างเบลอ (Blur) ๑๒ ชั่วโมง ๒๔ ชั่วโมง แล้วประชาชนถึงรู้ว่าตกลงแล้วใครชนะ การเลือกตั้งในเขตของเขา ตกลงว่าพรรคการเมืองไหนได้ ส.ส. กี่คน ผมคิดว่ามันมีปัญหา อย่างมาก แล้วผมก็คิดว่า กกต. ทุกท่านก็น่าจะรู้ว่าเรื่องแบบนี้มันมีปัญหามากแค่ไหนเวลาที่ เราปล่อยทุกอย่างให้ไม่มีความชัดเจน และไม่มีทางรู้ว่าใน ๑๒ ชั่วโมง ๒๔ ชั่วโมงที่เงียบ ไปนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้างกับหีบเลือกตั้งต่าง ๆ กับเอกสารต่าง ๆ ที่อยู่หน้าหน่วยเลือกตั้ง ผมว่าท่านน่าจะมีประสบการณ์มามากพอสมควร แล้วก็ข้อครหาใน ๔ ป้ที่แล้วมันก็น่าจะ บอกอะไรท่านบางอย่างว่าท่านควรจะทําไปในทิศทางไหน ๒๐ ล้านบาทมันแพงไป จริง ๆ ครับ ผมสงสัยจริง ๆ เลยว่าเราใช้งบประมาณในการเลือกตั้งทั่วประเทศเท่าไร ทําไม ระบบออนไลน์ (Online) ที่จะใช้ในการแจ้งผลการเลือกตั้งไม่เปึนทางการ ๒๐ ล้านบาท มันถึงถูกมองว่ามันแพงเกินไป ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ผมนั่งคิดอยู่ ๕ นาที ๑๐ นาทีระหว่างรอ อภิปรายว่า ๒๐ ล้านบาท มันแพงเกินไปจริง ๆ สําหรับการที่เราจะรายงานผลการเลือกตั้ง ได้อย่างทันท่วงที
มีข้อดีอยู่ในข่าวที่ผมอ่านอยู่เหมือนกันว่าจะมีการเป่ดแบบ ส.ส. ๕/๑๘ ซึ่งเปึนเอกสารที่อยู่ หน้าหน่วยเลือกตั้งว่าจะเป่ดเผยแบบออนไลน์ (Online) ซึ่งผมก็คิดว่าเปึนเรื่องดีแล้วก็ เปึนเรื่องที่ควรจะต้องทํา ทีนี้ผมมองอย่างนี้ครับ คือถ้าจะเป่ดเผย ส.ส. ๕/๑๘ อยู่แล้ว ผมคิดว่าการรายงานผลทางออนไลน์ (Online) ความคลาดเคลื่อนมันมีได้ฮิวแมน เออร์เรอร์ (Human Error) หรือความผิดพลาดที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ประจําหน่วยซึ่งมีเปึนหมื่น ๆ หน่วย มันเกิดขึ้นได้ ผมเข้าใจได้ ผมเคยไปสังเกตการณ์ที่หน้าหน่วย ผมเข้าใจดีว่าทุกคนเหนื่อย ทุกคนต้องใช้สมาธิอย่างมาก แล้วการอยู่ตรงนั้นทั้งวันบางทีมันก็ทําให้เกิดความผิดพลาด เล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นได้ การมีประชาชนไปสังเกตการณ์อยู่ตรงนั้นก็เปึนหูเปึนตาช่วยให้ เจ้าหน้าที่ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน ผมคิดว่าเปึนการเกื้อกูลกันด้วยซ้ํา แล้วผมก็คิดว่าถ้าเราจะเป่ดเผย ๕/๑๘ อยู่แล้ว ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการรายงาน ออนไลน์ (Online) มันสามารถอธิบายได้อยู่แล้วว่ามันเกิดจากหน่วยไหน แล้วเจ้าหน้าที่ ก็อาจจะมีความผิดพลาด ซึ่งผมก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถ้ามันไม่ได้ผิดพลาดในระดับ หลักพันหลักหมื่น ซึ่งผมคิดว่ามันก็ไม่เกิดขึ้นถ้าเรามีการอบรมแล้วก็เทรนนิง (Training) เจ้าหน้าที่หน่วยทุกหน่วยให้เข้าใจตรงกันเปึนอย่างดีแล้วมีความรอบคอบในการที่จะกรอก ข้อมูลออนไลน์ (Online) เข้ามา
อีกประเด็นหนึ่งสั้น ๆ ครับ ผมอ่านข่าวต่อผมก็ยิ่งปวดหัวเลย เขาบอกว่า กกต. บอกว่า อีกทั้งถ้า กกต. เห็นชอบให้สํานักงานดําเนินการตามที่ขอ คือเรื่องระบบ ออนไลน์ (Online) หากเกิดปัญหาขึ้นก็จะกลายเปึนสิ่งที่มัดตัว กกต. เพราะเปึนระบบของ สํานักงาน กกต. แล้ว กกต. ก็บอกอีกว่าคราวเลือกตั้งป้ ๒๕๖๒ ให้ สพร. หรือสํานักงาน พัฒนารัฐบาลดิจิทัลทําระบบรายงานผลเลือกตั้งไม่เปึนทางการผ่านแรบบิต รีพอร์ต (Rabbit report) แต่พอเกิดปัญหาระบบรายงานผลล่ม มีการโจมตีระบบก็ไม่มีใครที่จะรับผิดชอบ กลายเปึนปัญหามาตกหนักที่ กกต. ตกลงท่านอยากรับผิดชอบหรือเปล่าครับ ตกลงอํานาจ หน้าที่ที่ท่านมีและท่านมีอํานาจให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม มีอํานาจยื่นยุบพรรค มีอํานาจ ดําเนินคดีอาญา ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรเลยหรือครับ แล้วมันก็เปึนหน้าที่โดยตรงของท่าน ในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม ไม่คิดว่าท่านจะต้องรับผิดชอบอะไร เลยหรือครับ ตกลงจะเอาแต่อํานาจ ไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น เหมือนกับคนที่แต่งตั้งท่านมา อย่างนั้นหรือครับ ผมก็อยากถามคําถามอย่างนี้ว่า ๒๐ ล้านบาท มันแพงไปจริง ๆ หรือครับ
แล้วท่านคิดว่าส่วนตัวของท่านเองคิดว่า ๒๐ ล้านบาทนี้มันจะเกิดประโยชน์ได้จริงไหม หรือว่ากังวลในความผิดพลาดอะไรที่จะตามมาทีหลังบ้าง ขอบคุณครับ