ขจิตร ชัยนิคม หารือเรื่องการสรุปบทเรียนจากการปฏิบัติงานของ กกต. โดยเฉพาะเรื่องการให้นักการเมืองไปใช้สถานที่ในการปราศรัยหาเสียง และเรียกร้องการสนับสนุนให้ กกต. สรุปบทเรียนให้ชัดเจนเพื่อให้ทุกภาคส่วนในประเทศเดินทางไปยังประชาธิปไตยได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปราบปรามการซื้อเสียงและการเมืองที่ไม่บริสุทธิ์ โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม และประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้การเลือกตั้งทุกระดับบริสุทธิ์ยุติธรรม
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ในรายงานของ กกต. เล่มนี้ ผมได้อ่านแล้ว แต่ผมอยากจะเสนอแนะและมีความเห็นไปยังคณะกรรมการ กกต. เกี่ยวกับ เรื่องการสรุปบทเรียนและการถอดบทเรียนในการปฏิบัติงาน ผมอยากเสนอตรงไปตรงมา และชัด ๆ อยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ การให้นักการเมืองไปใช้สถานที่ในการปราศรัยหาเสียง ผมอยาก จะให้ กกต. ได้ประสานงาน ได้ขอความร่วมมือไปยังส่วนราชการ วัดหรืออะไรต่าง ๆ ไม่กีดกันนักการเมืองที่จะไปพบปะประชาชนให้ทําบ้านนี้เมืองนี้สมกับประเทศที่เปึน ประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าสถานที่ราชการหลายแห่งเวลาปราศรัยก็ไปขออนุญาตใช้ก็ยาก แล้วก็มีหนังสือบอกวัดไม่ต้องไปให้ มันไม่ได้ เวลาเลือกตั้งวัดจะไปอยู่เฉพาะวัดไม่ได้อาศัย พี่น้องประชาชนอย่างนั้นใช่ไหม อันนี้ กกต. ต้องสรุปบทเรียนให้ชัดเจนว่าทําอย่างไรทุกภาคส่วน ในประเทศนี้จะเดินทางไปยังประชาธิปไตย อนุญาตให้พรรคการเมืองทุกพรรค ทุกคน ผู้สมัครเสมอภาคกัน แล้วไม่ต้องยุ่งยากในการขอ ไปคิดวิธีการเหล่านี้หน่อย ไม่ใช่ว่าพอ เลือกตั้งสถานที่ราชการก็กลัว ผู้บริหารก็กลัว นักการเมืองจะเข้าไปหาเสียงเหมือนสิ่งที่ จะเกิดความเลวร้ายกับประเทศชาติ เขียนให้มันตรง ๆ กกต. ไปทําให้มันเป่ดเผยแล้วให้ ผู้บริหารสถานที่ราชการ วัด อะไรที่เปึนสาธารณประโยชน์ให้เขาสามารถอนุญาตแล้วใช้ได้ ทุกคนที่สมัครให้มีสิทธิใช้ได้อย่าให้เปึนอุปสรรค
ประการที่ ๒ สิ่งที่ผมพบเห็นตลอดเวลาของการเลือกตั้งเกือบ ๔๐ ป้ที่ผมลง สมัครเลือกตั้งมาไม่รู้กี่ครั้ง สิ่งที่พบเห็นก็คือ กกต. ไม่มีหน่วยงานที่ปราบปรามการซื้อเสียง อย่างทันท่วงที อย่างมีประสิทธิภาพ กกต. จะให้เปึนบทบาทของประชาชนที่ไปพิสูจน์ เวลาประชาชนเอาเงินที่นักการเมืองซื้อเสียงไปให้ กกต. ไปร้อง กกต. ก็จะสร้างทัศนคติลบ กับประชาชนว่าเปึนเครื่องมือของนักการเมือง ผมอยากให้ กกต. ถ้าได้รับแจ้งจากประชาชน หรือมีอาสาสมัครเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยหรือการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ เวลาแจ้งข่าวมา ท่านควรจะประสานงานให้มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปยังที่ที่เขาจ่ายเงินซื้อเสียง การจ่ายเงิน ซื้อเสียงสําหรับประชาชนเขารู้ เขารู้เหมือนท่านเดินเข้าไปในหมู่บ้านบอกจะซื้อหวยเถื่อน ที่ไหนนั่นแหละ ประเทศนี้เหมือนกันเลย แล้วการซื้อเสียงของนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่เขาทํา กันอยู่เขานัดคนมาทีละอําเภอ รถจราจรติดหมดไปยังสวนโน้นสวนนี้แล้วก็ตั้งโต๊ะจ่ายใน บริเวณสวนหรือบริเวณที่เขานัด แต่ไม่ปรากฏว่า กกต. จับการซื้อเสียงได้ ในยุคที่เขายึด อํานาจใหม่ ๆ ทหารเชิญผมไปอยู่ที่ อบจ. อุดรธานี บอกว่าจะปราบการซื้อเสียงอย่างไร ผมถามว่าใครจะเปึนคนจับคนซื้อเสียง ปรากฏว่าทหารก็บอกทหารก็ไม่จับเหมือนกัน เพราะว่าเขากลัวประชาชนเกลียด มันเปึนอย่างนี้ แต่ กกต. วันนี้ท่านมีหน้าที่ชัดเจนว่า จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมไม่ให้มีการซื้อขายเสียง หน่วยงานนี้ท่านประสานกับ
เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ให้มีประสิทธิภาพหน่อยได้ไหม ประชาชนโทรศัพท์มากว่าท่านจะไป เขาเลิกแล้ว ตอนเช้าท่านกว่าจะไปตอนเย็น อย่างนี้ไม่ต้องมาพูดหรอกว่าต้องการให้การ เลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ประสิทธิภาพหน่วยงานที่จะปราบปรามนี้มีน้อยมาก ให้ท่านไป ปรับปรุง งบประมาณทั้งหมด คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมด เจ้าหน้าที่ทั้งหมด ตั้งขึ้นมา เพื่อให้การเลือกตั้งทุกระดับบริสุทธิ์ยุติธรรมใช่หรือไม่ เปัาหมายคือตรงนี้ใช่หรือไม่ ถ้าจะให้ ผมประเมินตรงนี้ท่านสอบตก ได้ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์
อันนี้ฝากไว้เปึนข้อสังเกตจากการแข่งขันทางการเมืองที่มีในอดีต ผมยังไม่เคยเจอตลอด ชีวิตผมว่าการเคลื่อนไหวเพื่อที่จะปราบปราม เพื่อที่จะจับนักการเมืองที่ไม่บริสุทธิ์ที่ซื้อเสียง ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สมควรในการที่จะใช้งบประมาณทั้งหมดที่ใช้มา เพราะฉะนั้นถ้าท่าน บอกว่างบประมาณส่วนนี้มีน้อยท่านก็ต้องจัดให้มากขึ้นให้สิ่งเหล่านี้มันมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมประชาชนให้รับความร่วมมือมากขึ้น ไม่ใช่ประชาชนคนไหนที่จะร่วมมือในการทํา สิ่งเหล่านี้กลับไปเพิ่มภาระให้เขายุ่งยาก เรียกเขามาสอบก็ไม่ได้มีเบี้ยเลี้ยงจ่ายให้เขา เรียกเขามาสอบก็มีพฤติกรรมข่มขู่ประชาชนที่จะให้ความร่วมมือ ถ้าอย่างนี้เราจะไปแสวงหา การพัฒนาประชาธิปไตยจากประชาชนได้ที่ไหน ขอบคุณครับ