สันติ ชี้อุปสรรคจัดซื้อจัดจ้าง ล่าช้าจากอุทธรณ์-เร่งแก้ กม.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๒ มกราคม ๒๕๖๖

สันติ พร้อมพัฒน์ ขอบคุณสมาชิกสภาที่ให้โอกาสชี้แจงปัญหาข้อจำกัดในระบบจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนระดับผู้รับเหมา การอุทธรณ์ที่ทำให้การดำเนินงานล่าช้า และความไม่เสมอภาคระหว่างผู้ประกอบการขนาดใหญ่และขนาดเล็ก จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนและแก้ไข พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการแข่งขันที่เป็นธรรม สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ท่านจะถาม แค่ ๒ คําถาม เพราะว่าผมเห็นในนี้มี ๓ คําถาม ผมก็เลยพยายามตอบให้ชัด ๆ ทีละคําถาม แต่ว่าจริง ๆ แล้วข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ ของท่าน จริง ๆ ต้องตอบไปพร้อม ๆ กันทีเดียว เพราะฉะนั้น ก็ขอบคุณท่านที่จะเป่ดโอกาสให้ผมตอบข้อ ๒ กับข้อ ๓ ไปในคราวเดียวกันเลย

กราบเรียนอย่างนี้ว่าการที่จะเลื่อนจากชั้น ๑ ไปชั้นพิเศษซึ่งเปึนชั้นสูงสุดของการก่อสร้าง ในทุกระบบ ชั้น ๑ จะเลื่อนไปเปึนชั้นพิเศษนั้นภายใน ๖ ป้ ก็จะต้องมีสัญญาที่เขาไปชนะการ ประมูลไว้ที่ ๔๕๐ ล้านบาทต่อสัญญาถึงจะเริ่มที่จะขอเลื่อนได้และในขณะเดียวกันภายใน ๑๐ ป้ของเขาก็จะต้องได้รับงาน สัญญาต่าง ๆ รวมกันต้องไม่ต่ํากว่า ๙๐๐ ล้านบาท แล้ว นอกเหนือจากผลงานแล้ว อย่างอื่นก็จะเปึนเรื่องของเงื่อนไขการเงิน เงื่อนไขอื่น ๆ ตามมาตรฐานที่กฎหมายกําหนดถึงจะเลื่อนเปึนชั้นพิเศษได้ ผมเข้าใจว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมานั้น เมื่อสักครู่ผมก็ได้ตอบกระทู้สดไปท่านอาจจะได้ยินว่าเดี๋ยวนี้พอประมูลแล้ว ผู้ที่ไม่ชนะการประมูลก็จะอุทธรณ์เพื่อให้งานมันล่าช้าและทําให้ระบบการเงิน ระบบเงิน ที่จะลงไปในระบบเศรษฐกิจเสียหายไปหมด ผมเองอยู่กระทรวงการคลังผมเห็นถึงปัญหานี้ แล้วผมก็พยายามที่จะเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องจัดซื้อจัดจ้างแต่ก็มีอุปสรรคติดปัญหา ติดประเด็น ว่าจัดซื้อจัดจ้างตามที่ท่านได้พูดถึงว่าทําไมไม่แก้ ทําไมไม่แก้และทําไมไม่แก้นั้นก็จะเรียน ท่านว่าจัดซื้อจัดจ้างนั้นเปึนพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะ แล้วเมื่อเขาประกาศ ออกมาเปึนกฎหมายของ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างแล้วก็มอบให้กระทรวงการคลังไปกํากับดูแล และใน พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างก็ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าประเด็นไหนให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เปึนคณะกรรมการคณะนั้น ๆ แล้วก็มอบให้ปลัดกระทรวงเปึนประธานเพื่อวินิจฉัยต่าง ๆ และเมื่อวินิจฉัยเรียบร้อยแล้วเปึนประการใดหรือพัฒนาหรือแก้ไขอะไรเปึนประการใดแล้ว ก็ให้ประกาศออกไป และบางกรณีก็มอบให้อธิบดีกรมบัญชีกลางเปึนผู้ดูแลกํากับและมีการ อุทธรณ์ใด ๆ เข้ามาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาเสร็จก็จะส่งเรื่องไปให้อธิบดี เสร็จแล้วก็ประกาศออกไป ท่านเห็นขั้นตอนไหมว่ารัฐมนตรีว่าการก็ดี รัฐมนตรีช่วยซึ่งได้รับ มอบหมายกรมบัญชีกลางมาดูแลอย่างที่ท่านเข้าใจนั้นแทบจะไม่สามารถที่จะเข้าไป ดําเนินการใด ๆ ได้เลย จริงอยู่ท่านรัฐมนตรีว่าการเปึนประธานคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ตามกฎหมาย เปึนคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างแห่งชาติ และในคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ก็มีทั้งอัยการ อธิบดี กรม กอง ต่าง ๆ สิ่งแวดล้อมมีเกือบทุกหัวหน้าส่วนราชการเข้ามาเปึน คณะกรรมการ ก็เลยทําให้การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในระบบจัดซื้อจัดจ้างก็จะล่าช้า ออกไป ผมเองก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ตามที่พี่น้องประชาชนและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านได้ร้องเรียนมา ซึ่งผมเองก็ไปพยายามแก้ไขเบื้องต้น ๆ เพราะฉะนั้นการแก้ไขผมก็ต้องกราบเรียนกับทางอธิบดีด้วย แล้วก็ท่านปลัด และท่านปลัด

ในบางกรณีท่านก็มอบให้อธิบดีดูแล เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเปึนสิ่งที่มันสามารถที่จะก้าวข้ามได้ ค่อนข้างลําบากนะครับ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างแล้วก็ทางกระทรวง กําลังจะแก้ไขปัญหาของ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างอยู่ เมื่อเข้าสภามาแล้วก็ขอให้ท่านและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราช่วยกันดู ซึ่งผมคํานึงถึงระบบเศรษฐกิจของชาติเปึนอย่างสูง เพราะว่าการจัดซื้อจัดจ้างอย่างที่ท่านได้พูดนะครับ ชั้นพิเศษทําไมมีผู้ที่อยู่ในชั้นพิเศษ ที่จะสามารถประมูลงานได้จํานวนน้อยราย ชั้น ๑ ก็จํานวนน้อยราย แล้วก็ชั้นต่ํา ๆ ลงไป ต่ํากว่า ๕๐๐ ล้านบาทก็แทบจะมีงานน้อยมากอะไรเหล่านี้ อันนี้ก็เปึนข้อจํากัด

ผมยังสังเกตเห็นว่าโครงการที่เปึนพันพันล้าน เปึนหมื่นหมื่นล้านส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยมีการ อุทธรณ์ การร้องเรียนในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง นั่นก็เพราะว่าโครงการใหญ่ ๆ มันก็มี เพียงไม่กี่รายเขาอาจจะสามารถพูดคุยกันได้เสร็จแล้วก็นั่น สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่มันเสียหายแก่ ระบบเศรษฐกิจของชาติ ผมคํานึงถึงกระทรวงการคลัง คํานึงถึงนะครับ ก็กําลังจะแก้ไข กฎเกณฑ์และปัญหาเหล่านี้นะครับ ในช่วง ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็ได้เรียกกรมบัญชีกลาง มาบอกว่าได้แก้ไขกฎระเบียบที่สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องไปแก้ไขกฎหมายตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างได้อย่างไร เขาก็กําลังแก้ไขอยู่ แต่บังเอิญเขาแก้ไขมาแล้วผมดูแล้วก็ยังไม่ค่อยมี ประสิทธิภาพผมเลยให้ไปแก้ใหม่ แล้วผมให้เขาเติมไปนะครับ ผมไม่ทราบว่าเขาจะเติม หรือไม่ เพราะไม่ได้อยู่ในอํานาจ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการเขาก็จะไปเติมว่าผู้ใด บริษัทใด ที่รับเหมางานไปก่อสร้างแล้วจะต้องมีผล จะต้องมีแผนการก่อสร้างว่าวันไหนจะสร้างถึงไหน ปริมาณเท่าไร เท่าไร เท่าไร ถ้าบริษัทไหนที่การก่อสร้างแล้วตกแผนหมายความว่าภายใน งวดที่ ๑ เดือนที่ ๑ เดือนที่ ๒ เดือนที่ ๓ แล้ว การก่อสร้างสมมุติว่างาน ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐ ล้านบาท ถ้าหากว่าตามกฎเกณฑ์แล้วงวดที่ ๓ จะต้องสร้างได้ ๒๐๐ ล้านบาท แต่ตกไม่ถึง ๒๐๐ ล้านบาท จะห้ามซื้อแบบเพื่อเข้าต่อสู้ราคาอีก ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะยอมแก้ไข ตรงนี้หรือไม่ ถ้าแก้ไขตรงนี้ก็จะช่วยผ่อนคลายไปได้ในระดับหนึ่งและเมื่อแก้ไข พ.ร.บ. จัดซื้อ จัดจ้างได้แล้วก็จะเป่ดโอกาสให้ชั้น ๑ ที่จะเลื่อนไปที่ชั้นพิเศษมีเหตุมีผลขึ้น เพราะว่าการที่ จะต้องมีผลงาน ๔๕๐ ล้านบาท แล้วถึงจะเลื่อนเปึนชั้นพิเศษได้มันก็จะยากเย็นนะครับ เพราะว่าชั้น ๑ เขาทํางานสูงสุดได้แค่ ๕๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นโอกาสที่เขาจะถีบตัว ขึ้นมางานนั้น ๆ จาก ๕๐๐ ล้านบาท เขาจะประมูลได้ ๕๐๐ ล้านบาทมันต้องฮั้วอย่างเดียว ถ้าไม่ฮั้วมันไม่มีทาง ซึ่งฮั้วก็ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นราคามันก็อาจจะดีดไม่ถึง ๔๕๐ ล้านบาท เขาก็จะไม่มีโอกาสในการที่จะเลื่อนจากชั้น ๑ เปึนชั้นพิเศษได้ อันนี้ผมทราบดี ผมคํานึงถึง ผมกําลังแก้ไขให้ท่านอยู่นะครับ ผมเข้าใจเพราะถ้าหากว่ามีการอุทธรณ์จํานวนมาก ๆ เงินงบประมาณในป้นั้น ๆ ก็ไม่สามารถที่จะลงไปในระบบเศรษฐกิจได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อเงินลงไปน้อยการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจมันก็จะช้าลง น้อยลง นั่นก็จะเปึนเหตุให้ หน่วยจัดเก็บของกระทรวงการคลังก็จะจัดเก็บได้น้อยรอบ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเก็บได้ เพิ่มมากขึ้นมาก ๆ เพื่อมาตั้งงบประมาณในป้ถัด ๆ ไปได้สูงขึ้น เพื่องบประมาณจะได้มา พัฒนาบ้านเมือง มาสร้างเสริมเศรษฐกิจมันก็น้อยลง โอกาสจะพัฒนาก็น้อยลง อันนี้ผม

ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผมคํานึงถึงเปึนอย่างมากแล้วผมก็ยังต่อสู้อยู่ ก็ขอบคุณท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ได้มาถามวันนี้ ขอบคุณมากครับ