พรรณสิริ กุลนาถศิริ หารือประเด็นผลกระทบจากนโยบายกัญชาที่มีต่อเศรษฐกิจ สุขภาพ และเยาวชน โดยย้ำความสำคัญของการตีความกฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ เสนอให้แยกการควบคุมกัญชาและกัญชงอย่างชัดเจน พร้อมผลักดันให้จัดตั้งสถาบันกัญชาแห่งชาติเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และยืนยันว่ากัญชายังคงเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 ตามกฎหมายระหว่างประเทศ แม้องค์การอนามัยโลกจะไม่ได้ปลดออกมาก็ตาม
แล้วก็สุขภาพ แล้วดิฉันก็มองว่าในเรื่องของเศรษฐกิจก็มีช่องทางที่จะเปึนไปได้ แต่มีความ รอบคอบแล้วก็รัดกุม ทั้งในเรื่องของการเกษตรกรรม ในเรื่องของการอุตสาหกรรม แล้วก็พาณิชยกรรม และเมื่อตัดแล้วผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เด็กและเยาวชนจะมี ความรอบคอบแล้วก็รัดกุมยิ่งขึ้น เหตุผลตามอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. ๑๙๖๑ และพิธีแก้ไขอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. ๑๙๗๒ ได้ระบุ สาระสําคัญในมาตรา ๑ โดยระบุว่าให้ความหมายของกัญชาว่าคือในส่วนของยอดดอก หรือผลของต้นกัญชาที่ยังไม่ได้สกัดยางไม้ออกไป
หลายความหมายในพระราชบัญญัติฉบับนี้อนุมานเอาว่า ช่อดอก ยอดดอก ไม่ได้เปึนยาเสพติด ดิฉันจึงแย้งอย่างสําคัญว่าถ้าดูจากอนุสัญญาเดี่ยวแล้วยังไม่หลุดออกไปจากกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นจะมีปัญหาต่าง ๆ ตามมาในระดับสหประชาชาติ ในส่วนของ มาตรา ๑ จากบทนิยามดังที่ได้กล่าวแล้วจะเชื่อมโยงไปที่กฎกระทรวงสาธารณสุขที่มี ผลบังคับใช้ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ตรงนี้เปึนอีกประเด็นหนึ่งว่าเราจะมีการทบทวน ปรับปรุงอย่างไร ตลอดจนกฎกระทรวงที่ได้ประกาศเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ว่า ในเรื่องของสมุนไพรกัญชาให้มีการควบคุมในส่วนของยอดแล้วก็ช่อดอกเข้มยิ่งขึ้น นั่นคือ เราเห็นปัญหารําไรรํารางอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้เข้มงวดกวดขันเพื่อให้กฎหมายไปสู่การใช้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันขอโยงไปที่มาตรา ๒๘ ในอนุสัญญาเดี่ยวได้ระบุมาตรการ ควบคุมกัญชา โดยมีรายละเอียด ข้อ ๑ ระบุไว้ว่า ถ้าภาคีประเภทใดอนุญาตให้เพาะปลูก ต้นกัญชาเพื่อการผลิตกัญชาหรือยางกัญชาต้องนําระบบการควบคุมในเรื่องต้นฝ่ืน ซึ่งระบุใน มาตรา ๒๓ มาบังคับใช้ เห็นไหมว่าสหประชาชาติเห็นความสําคัญความเปึนยาเสพติดให้กับ กัญชาเทียบเท่าฝ่ืนซึ่งมีกฎหมายควบคุมอีก ๑ มาตรา แยกออกไปเปึนการเฉพาะคือมาตรา ๒๘ ส่วนในข้อ ๒ ของมาตรา ๒๘ ได้ระบุไว้ว่า อนุสัญญาของการควบคุมการปลูกกัญชา มิให้บังคับกับต้นกัญชาเพื่อการอุตสาหกรรม การวิเคราะห์ตีความต้นกัญชาเพื่อการ อุตสาหกรรม ดิฉันในฐานะอนุกรรมาธิการวิสามัญการศึกษาการใช้ประโยชน์พืชกัญชา กัญชง อย่างเปึนระบบ โดยมีคณะทํางานอย่างครบถ้วน เรามีเอกสารข้อมูลยืนยันว่าต้นกัญชาในข้อ ๒ ของมาตรา ๒๘ นี้คือกัญชงนั่นเอง กฎหมายการควบคุมการปลูกของอนุสัญญาเดี่ยว กําหนดไว้ว่าไม่ให้นําไปใช้กับกัญชาเพื่อการอุตสาหกรรม นั่นก็คือไม่ใช้บังคับกับกัญชง จึงเห็นสมควรว่าจะแยกกฎหมายกัญชาและกัญชงออกจากกัน นี่คืออีกประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นเนื้อหาสาระของกฎหมายฉบับนี้ ในกรณีที่ กําหนดให้กฎเกณฑ์ของการปลูกฝ่ืนควบคุมมายังกัญชาด้วย นอกจากจะเห็นว่าน้ําหนักของ กัญชายังคงเปึนยาเสพติดแล้วยังมีระเบียบควบคุมในมาตรา ๒๓ ได้ระบุไว้ว่าให้มีสถาบันฝ่ืน แห่งชาติ นั่นก็หมายถึงจะต้องมีสถาบันกัญชาแห่งชาติ ถ้าจะมีการเพาะปลูก ส่งเสริม ทั้งในส่วน ของการแพทย์ สาธารณสุข ทั้งในเรื่องของการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม แล้วก็พาณิชยกรรม ตลอดจนการใช้ในครัวเรือนก็ต้องมีการควบคุม กํากับ ติดตาม ถ้าจะระบุให้ชัดเจนก็คือ จดแจ้งโดยระบบทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือทางระบบโปรแกรมก็ต้องมีการควบคุมอย่าง
เข้มงวดกวดขัน เอ็กซเรย์ (X-ray) พื้นที่เลยค่ะ กับการให้ปลูกที่มีกระแสบอกว่าปลูกเพื่อ การใช้ประโยชน์ในครัวเรือนแล้วก็ปลูกแบบเสรี มันจะไม่มีค่ะ ถ้าโดยกฎหมายอนุสัญญาเดี่ยวแล้ว ควบคุมกํากับไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่เพียงว่ายังเปึนยาเสพติดอยู่ ที่เราจะตัดมาตรา ๓ ออกไป แต่ต้องมีรายละเอียดในมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องพอสมควรทีเดียว ซึ่งในหลาย ๆ มาตราต่อไป ทางคณะกรรมาธิการทั้งคณะก็พยายามที่จะระบุเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเพื่อนสมาชิก จะได้พิจารณากันในแต่ละมาตราต่อเนื่องกันไป ดังนั้นถ้าเราไม่ตัดมาตรานี้ออกถือว่าเรามี ความเห็นและปฏิบัติไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาเดี่ยวแห่งสหประชาชาติ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันมองว่าต้องตัดมาตรานี้ออกไป นั่นก็คือความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งดิฉันเองได้พยายามใช้เวลาประมาณ ๖ เดือน ตั้งแต่ไปเปึนคณะกรรมาธิการพยายามจะชี้แจง ซึ่งมาได้รับความกระจ่างในวันนี้ว่ากรรมาธิการ เสียงข้างมากได้เห็นชอบด้วยแล้ว ก็ต้องขอบคุณแรงผลักดันจากเพื่อนสมาชิกเกือบ ๕๐ ท่าน ที่ลงความเห็นว่าจะแปรญัตติแล้วก็จะอภิปรายในเรื่องนี้ เมื่อมาถึง ณ จุดนี้แล้วดิฉันดีใจมาก แต่มีข้อสังเกตว่าในเรื่องขององค์การอนามัยโลกที่หลายท่านหรือกระแสสังคมได้อ้างถึงว่า องค์การอนามัยโลกได้เสนอให้สหประชาชาติปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดนั้นไม่จริงค่ะ ในเดือนมกราคม ๒๕๖๒ องค์การอนามัยโลกได้เสนอให้สหประชาชาติทบทวนจริง ว่าจะให้ กัญชาอยู่ในสถานะประมาณไหน และกัญชาก็ยังคงอยู่ในบัญชีตารางหมายเลข ๑ ของ อนุสัญญาเดี่ยวนี้ นั่นคือลดความเข้มข้นในการควบคุมแต่ยังต้องควบคุมอยู่ตามคําปรารภในส่วน ของอนุสัญญาเดี่ยวที่ว่าให้ใช้เท่าที่จําเปึน และใช้ในการแพทย์แล้วก็วิทยาศาสตร์เท่านั้น