พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา โดยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด และการเสนอร่างพระราชบัญญัติกัญชา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายที่ไม่กำหนดกัญชาเป็นยาสเสพติด และเรียกร้องให้ตัดคําปรารภที่ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขออภิปรายในส่วนของคําปรารภ ผมถือว่ามีความสําคัญแล้วก็ส่อไป ในทางมิชอบหรือฉ้อฉลก็ว่าได้ เพราะเป่ดฉากเหตุผลของคําปรารภว่าโดยประมวลยาเสพติด ไม่ได้กําหนดกัญชาเปึนยาเสพติดให้โทษ ท่านประธานที่เคารพ แค่เริ่มต้นก็เปึนการพูดไม่จริง พูดไม่ครบ เราต้องยอมรับว่าประมวลยาเสพติดที่เราร่างกันสภาผ่านนั้นเปึนการรวมกฎหมาย ยาเสพติดมารวมกัน ส่วนอะไรที่เปึนยาเสพติดนั้น โดยเฉพาะในหมวดยาเสพติดประเภท ๕ เขาเพียงยกตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างไม่ได้มีกัญชา แต่อย่างไรก็ตามในการยกตัวอย่างครั้งดังกล่าว ที่ผมเห็นว่าส่อไปในทางไม่ชอบในการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วผมเองก็เปึนผู้หนึ่ง ที่ไม่รับหลักการในร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... และเปึนผู้สงวนคําแปรญัตติ เพราะว่าการเสนอญัตติเข้ามาในสภามาถึงท่านประธาน ได้เสนอเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ ซึ่งต้องยอมรับว่าในช่วงที่เสนอนั้นในประมวลกฎหมายยาเสพติดเราได้เขียนไว้ ที่ค่อนข้างชัดเจนว่าตัวกัญชายังมีมาตรา ๘ ที่บัญญัติไว้ว่ากรณีของกฎหมายยาเสพติด ที่ใช้ก่อนประมวลใช้อยู่ ไม่ว่าจะเปึนประกาศเกี่ยวกับยาเสพติดย่อมมีผลใช้บังคับอยู่ ดังนั้น ในก่อนวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ กัญชายังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าเปึนยาเสพติด ประเภท ๕ อยู่ การจั่วหัวว่ากัญชาไม่เปึนยาเสพติดในช่วงเสนอ ผมถือว่ามีเจตนาที่ไม่ชอบ ผมอยากจะหยิบให้เปึนรูปธรรมอีกสักนิดหนึ่ง ในเรื่องนี้ศาลยุติธรรมได้มีคําพิพากษาถึงที่สุด หลังจากมีประมวลกฎหมายใช้บังคับแล้ว ซึ่งคดีนั้นไม่มีไปสู่ศาลฎีกา คือคดีศาลจังหวัด ขอนแก่น คดีหมายเลขดําที่ ย ๒๘๗/๒๕๖๕ หมายเลขแดงที่ ย ๒๘๖/๒๕๒๕ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๕ ซึ่งเปึนการพิจารณาชัดเจนเลยหลังประมวลยาเสพติดนี้ใช้เนื่องจากว่า มีการจับกุมกัญชา แล้วศาลก็ได้ลงโทษจําคุกกับผู้ที่ปลูกกัญชาดังกล่าว โดยยังระบุว่า พ.ร.บ. ยาเสพติด ๒๕๒๒ ที่มีผลใช้บังคับ เพราะประมวลยาเสพติดที่เราออกมานี้ยังให้ ประกาศใช้อยู่ ดังนั้นเมื่อเรามีจุดเริ่มต้นที่ประกาศว่าไม่ให้กัญชาเปึนยาเสพติด ผมถือว่า เปึนเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะว่ากัญชาประเทศไทยเราได้ถูกบัญญัติไว้เปึนยาเสพติด
มานานถึง ๘๘ ป้ ตั้งแต่มีกฎหมาย ป้ ๒๔๙๙ ถ้าจํา พ.ศ. ไม่ผิด แล้วก็เรื่อยมาจนถึงมี ประมวลใช้ก็ยังเปึนยาเสพติด ที่สําคัญอย่างยิ่งการที่ไม่กําหนดกัญชาเปึนยาเสพติด จริง ๆ ไม่ควรจะเขียนประโยคนี้เพราะว่าเปึนการท้าทายกับพันธกรณีต่าง ๆ ที่เราเข้าไปสู่ สหประชาชาติ
เพราะว่าในกลุ่มประเทศสหประชาชาติเราจะเห็นว่ามีจํานวน ๑๙๙ ประเทศ ประมาณ ๑๙๕ ประเทศ ผมยังไม่รวมถึงอเมริกา แคนาดา ที่ไม่ได้เขียนถึงขนาดเปึนยาเสพติด แต่มีมาตรการควบคุมที่เคร่งครัด หรือ ๙๗ เปอร์เซ็นต์เขากําหนดให้กัญชาเปึนยาเสพติด นโยบายของรัฐบาลที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือเราประกาศยาเสพติดเปึนวาระแห่งชาติ โดยบอกว่า การปัองกันปราบปรามยาเสพติดนั้นเราจะต้องร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในเมื่อประเทศ ทั้งโลกเขาบัญญัติว่ากัญชาเปึนยาเสพติด แล้วการจะแก้ปัญหายาเสพติดโดยกัญชาที่มีการ นําเข้า ส่งออก เมื่อประเทศไทยไปประกาศตัวเองว่ากัญชาไม่เปึนยาเสพติด ผมถือว่ากฎหมาย ฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ค่อนข้างมีความอันตรายอย่างยิ่ง ดังนั้นผมจึงจะขอให้ตัดคําปรารภว่า โดยที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้กําหนดให้กัญชาเปึนยาเสพติดให้โทษ อันนี้ตัดไป แล้วเรายังพบว่าในคําปรารภมีหลายตอนที่ส่อไปเปึนกัญชาเสรี ซึ่งเดี๋ยวผมจะอภิปรายในช่วง มาตราต่อ ๆ ไป เพราะว่าในช่วงที่ก่อนประกาศมีรัฐมนตรีบางคนให้ญาติไปตั้งบริษัท เพื่อจะค้ากัญชาเสรีเหมือนกัน เช่น มีข้อความว่าขยายจากการแพทย์ไปเรื่องอุตสาหกรรม เป่ดโอกาสให้มีการผลิต การขาย การนําเข้า การส่งออก หรือการครอบครองเพื่อส่งเสริม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ เราได้ถูกสั่งสอน มาโดยตลอดว่าฝ์ายนิติบัญญัติเราจะต้องออกกฎหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน คือการกันไว้ดีกว่าแก้ การที่กฎหมายออกมาเพื่อส่งเสริมให้ทําลายความเปึนมนุษย์ก็คือ ความเปึนยาเสพติด ผมถือว่ากฎหมายอันนั้นเราต้องออกอย่างระมัดระวัง ดังนั้นผมจึง ไม่เห็นด้วยกับคําปรารภ แล้วขอให้ตัดถ้อยคําที่ผมกล่าวไว้สักครู่ออกครับ กราบขอบพระคุณ มากครับ