สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ อภิปรายคัดค้านการเพิ่มเงิน 16,362 ล้านบาทลงในงบกลาง ชี้ว่าเป็นเงินจากส่วนเกินที่ควรถูกใช้อย่างโปร่งใสและรอบคอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงในการใช้งบประมาณแบบไม่เปิดเผย โดยเฉพาะเงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน 89,000 ล้านบาทที่อาจถูกใช้โดยไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างเพียงพอ และเรียกร้องให้มีการควบคุมการใช้จ่ายอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการเอื้อประโยชน์หรือการเมือง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพนะครับ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกผู้สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ ตอนไปลงชื่อผมก็บอกเจ้าหน้าที่ไว้ขออภิปราย เป็นคนสุดท้าย เผอิญไปอยู่อีกหน้าหนึ่ง ระหว่างนี้เพื่อนสมาชิกก็เข้ามาได้นะครับ เพราะเดี๋ยวเราคงลงมติกันในไม่ช้า แต่อยากให้ท่านสมาชิกนี้ช่วยกันตั้งใจฟังนิดหนึ่งนะครับ ผมว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ แล้วก็เป็นประเด็นที่สำคัญ งบกลางนี้ขอมา ๕๗๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่มีการปรับลดนะครับ ตอนเข้ามาวาระ ๑ นี้มีอยู่ ๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ เข้ากรรมาธิการไป แต่กรรมาธิการ ณ วันนี้ในวาระ ๒ กำลังขอเพิ่ม ผมย ้าว่าขอเพิ่มนะครับ เพิ่มเติมอีก ๑ รายการ ๑๖,๓๖๒ ล้านบาท ซึ่งส่วนที่เพิ่มนี้ก็คือไขมันทั้งหมดที่เราไปช่วยกัน ตัดลดงบประมาณมานะครับ กรรมาธิการแต่งตั้งอนุกรรมาธิการไปช่วยกันทำงานตัดลด งบประมาณที่เป็นไขมันส่วนเกินมาได้ ๑๖,๓๖๒ ล้านบาท จะเอามาเทลงงบกลางหมด ซึ่งเรื่องนี้พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย ในระดับกรรมาธิการก็ไม่เห็นด้วย แล้ววันนี้ผมก็จะ อภิปรายไม่เห็นด้วยหากเราจะลงมติตามที่กรรมาธิการเสนอมา งบกลางคืออะไรครับ มีอยู่แล้วเท่าไรในงบปี ๒๕๖๕ งบกลางนี้เป็นเหมือนงบที่เอามาเติมเต็ม ขาดเหลืออะไรก็ใช้ งบกลาง หรือว่างบที่ตั้งไว้ไม่ได้ หน่วยงานตั้งปกติตามกรมไม่ได้นี้ก็เอามามาแปะไว้ในงบ กลางมีอยู่ ๕๗๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แบ่งออกเป็น ๑๑ รายการ บางรายการมาก บางรายการน้อยอย่างรายละเอียดที่โชว์ในเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ช่วยกรุณาขึ้น สไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ไอเทม (Item) ที่สำคัญที่สุด ก็คือเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ไอเทม (Item) นี้น่าจับตา ที่สุด แล้วถ้าเราสังเกตการอภิปรายอะไรต่าง ๆ ทุกคนเสนอมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันไม่มีใคร เคยขอให้เพิ่ม แต่กรรมาธิการชุดนี้จะขอให้เพิ่มอีกรายการหนึ่งนะครับ เป็นรายการที่ ๑๒ จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ เพื่อบอกว่าใช้ในกรณีของโควิด (COVID) คือหลักการนี้งบกลางควรมีน้อย คือมันควรมี แต่ว่าน้อย ถามว่าทำไมเราถึงไม่ควรมีงบกลางมาก เพราะว่าระดับความโปร่งใสนี้ มันต ่าสุดนะครับ คืองบหลัก ๆ นี้มันมีอยู่ ๓ ก้อนด้วยกัน คืองบกลาง งบ พ.ร.ก. เงินกู้ แล้วก็งบปกติ งบปกตินี้ผ่านกลไกการตรวจสอบที่เรากำลังทำงานกันอยู่ เห็นรายละเอียด เห็นการกระจายงบ เห็นการจัดลำดับความสำคัญ ถ้าเงินไม่พอจริง ๆ ก็ไปกู้มา กู้มาก็ให้ อำนาจรัฐบาล แต่อย่างน้อยก็มีสภาพัฒน์มาช่วยกันดู ส่งหน่วยงานต่าง ๆ ส่งมาพร้อม ๆ กัน แล้วก็เกลี่ยจะให้อะไร แต่งบกลางที่บอกว่ามันเหมือนการตีเช็คเปล่าให้นายกรัฐมนตรี เพราะว่าขาดเหลืออะไรก็ต้องมาไหว้ขอนายกรัฐมนตรี มันเป็นงบที่อยู่ในระดับที่เรียกว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอาอย่างแท้จริง มันผิดหลักการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึงและ เป็นธรรม เพราะนายกรัฐมนตรีก็พิจารณาเป็นเรื่อง ๆ เรื่องนี้ขอเข้ามานายกรัฐมนตรีก็คือ ตัดสินใจว่าจะให้หรือไม่ให้ อีกเรื่องขอเข้ามาจะให้หรือไม่ให้ แล้วมันก็ตรวจสอบยากที่สุด ขอเอกสารทีไรไม่เปิดเผยบ้าง เปิดเผยไม่เต็มบ้าง หรือดึงเวลาบ้างอย่างนี้ตลอด ผมก็เข้าใจดี ว่ามีสมาชิกหลายท่านกลัวมาตรา ๑๔๔ จึงบอกว่าเอามาเทลงงบกลางกันเถอะที่ตัดได้นี้ แต่เราไปย้อนดูปี ๒๕๖๓ ที่สภานี้ตั้งขึ้นมาโดยรัฐธรรมนูญนี้เป็นครั้งแรกเราก็ปรับลดได้มา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเท่า ๆ ปีนี้ แล้วเราก็มีการแปรญัตติไปให้กองทุนเพื่อความเสมอภาค สำนักงานประกันสังคม แล้วก็อื่น ๆ ปี ๒๕๖๔ ก็เช่นกันนะครับ มีการปรับลดมาได้ ๓๑,๙๐๐ ล้านบาท แปรญัตติให้กรมการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วก็ที่เหลือที่ไม่รู้ว่าจะแปรญัตติไปไหน เพราะกลัวมันมีการได้ผลประโยชน์ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เลยตัดทิ้งไปเลยครับ ตัดทิ้งไป ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็ทำได้ เพราะฉะนั้นการที่ตัดนี้ ปรับลดไขมันส่วนเกินนี้จะตัดทิ้งไป เลยก็ทำได้ แล้วก็เคยทำมาแล้ว แล้วถ้าท่านเป็นห่วงเรื่องมาตรา ๑๔๔ วิธีการนี้ก็จะเป็น วิธีการที่ปลอดภัยที่สุดหากท่านกลัว อย่างไรก็ตามปี ๒๕๖๕ กลับมีข้ออ้างว่ากลัว มาตรา ๑๔๔ แต่ผมจะบอกให้ครับ งบกลางที่มันน่ากลัวที่สุด เพราะว่าเจตนารมณ์ของ มาตรา ๑๔๔ ก็คือ ส.ส. ไม่ควรมีส่วนได้เสียจากการใช้งบประมาณ คือพูดง่าย ๆ จะเอาไปลง พื้นที่ จะดึงไปสร้างบ่อน ้า จะไปสร้างถนนอะไรต่าง ๆ มันไม่ควร อีกข้อกังวลหนึ่งที่บอกว่า งบโควิด (COVID) ไม่พอ ประเทศมีปัญหา อันนี้ไม่ต้องดรามา (Drama) มาก คือทุกคนเข้าใจ อยู่แล้วว่าโควิด (COVID) นี้สำคัญ แต่รัฐบาลก็มีเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นอยู่แล้ว ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งนี่คือเช็คเปล่าที่เขามีในกระเป๋าอยู่แล้ว ถ้ามันไม่พอจริง ๆ ไปดูมาตรา ๔๕ ตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณปี ๒๕๖๑ ก็ให้เงินเช็คเปล่าอีกก้อนหนึ่ง เป็นก้อนที่ ๒ มีโควตาอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่สำคัญก็คือเขามีเงินมากมายนะครับ มีเงินที่กู้มากรณีโควิด (COVID) ๑ ล้านล้านบาท แล้วก็กู้เพิ่มเติมอีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามันมีความจำเป็นอีกก็กู้เพิ่มผ่าน พ.ร.ก. อีก ผมเชื่อว่าไม่มีใครขัดขวาง ไม่มีใครอยากเห็น ประเทศไม่พัฒนาหรอกครับถ้ามันมีปัญหาจริง ๆ นอกจากนั้นก็มีงบปี ๒๕๖๕ ตามกรม ต่าง ๆ ที่ตั้งมา ๓.๑ ล้านล้านบาท หรือรัฐบาลจะบอกว่า ๓.๑ ล้านล้านบาทไม่มีอะไรกับ โควิด (COVID) เลยหรือครับ เพราะฉะนั้นเงินมีนะครับ มีมากด้วย คำถามก็คือใช้อย่างฉลาด พอหรือไม่ มันไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยที่จะต้องตีเช็คเปล่าให้คุณประยุทธ์เพิ่มอีก ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วที่น่ากังวลจริง ๆ หลายคนชอบมาพูดถึงเรื่องของการแปรญัตติสำหรับงบ โควิด (COVID) ๑๖,๓๖๒ ล้านบาท บอกว่าอันนี้มันเขียนไว้ชัดเจนต้องช่วยโควิด (COVID) ไปตรวจสอบได้ แล้วก็เขาใช้โควิด (COVID) แน่นอน มันจะมองอย่างนั้นไม่ได้ครับ ที่น่ากลัว จริง ๆ ก็คือเงินฉุกเฉินมันมีอยู่ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท มันอาจจะเกิดการกันโควตา คือเอางบไปเพิ่มให้สำหรับโควิด (COVID) ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ไปกันโควตาไว้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าจะตรวจสอบกันนี้เราต้องตรวจสอบงบกลางทั้งหมด ๕๗๑,๐๐๐ ล้านบาท หรืออย่างน้อยก็ต้องตรวจสอบงบฉุกเฉินด้วย ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่พูดเฉพาะก้อน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะตรวจสอบอย่างน้อยต้องตรวจสอบ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท อย่าปล่อย ให้มีงบ ส.ส. กลายพันธุ์ และเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวานนี้มีการแจกบ่อน ้าบาดาล ๒,๑๑๗ โครงการ ให้ ๒๓ จังหวัด คิดเป็นมูลค่า ๖,๑๗๐ ล้านบาท อันนี้มาจากเงิน ที่เรียกว่าเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินเร่งด่วนที่ตั้งไว้ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นถ้าจะแก้โควิด (COVID) กันทำไมไม่ใช้เงินก้อนนี้ ทำไมเอาไปแจกล่ะครับ แล้วที่แจกก็ไม่มีรายละเอียด ไม่มีตรรกการกระจายงบประมาณว่าทำไมบางจังหวัดได้บางจังหวัดไม่ได้ ทำไมบางจังหวัด ได้มากบางจังหวัดได้น้อย นี่ละครับงบกลางตรวจสอบยากที่สุด เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอให้ ปรับลด ๑๖,๓๖๒ ล้านบาท เพราะผมไม่เห็นด้วยกับการเทลงงบกลางโดยกรรมาธิการ เสียงข้างมาก คือผมไปเป็นอนุกรรมาธิการนะครับ คือความรู้สึกมันเหมือนแบบไถนามาให้ ประยุทธ์กิน คือกว่าจะปรับงบประมาณมาได้เหตุผลสารพัด แล้วข้าราชการไม่มีใครชอบ หรอกครับ ไปปรับลดงบเขานี่ แต่ต้องทำหน้าที่เพื่อประชาชน ผมมาทำหน้าที่เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อคุณประยุทธ์ สุดท้ายที่อยากให้คิดกัน สุดท้ายจริง ๆ แม้ ส.ส. บางท่านจะเป็น ส.ส. รัฐบาลซึ่งผมก็เข้าใจได้แหละที่ท่านจะลงมติเห็นด้วยเพราะท่านเป็นรัฐบาล ท่านอาจจะไว้ใจ พลเอก ประยุทธ์ อยากจะให้เงินประยุทธ์ไป ตีเช็คเปล่าให้คุณประยุทธ์ไปใช้ แต่ผมอยากให้ ท่านตรึกตรองมาตรา ๑๔๔ ดี ๆ มาตรา ๑๔๔ เขียนไว้ว่าอย่างไร ส.ส. หรือกรรมาธิการจะ แปรญัตติ เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ แต่อย่าลืม สิ่งที่เราทำกันอยู่นี้ตอนร่าง พ.ร.บ. วาระที่ ๑ เข้ามา งบกลางมี ๑๑ รายการ อันนี้เราเติมเป็น ๑๒ รายการ มันเป็นการเพิ่มเติมรายการ แล้วรายการดังกล่าวนี้ก็สุ่มเสี่ยงต่อวลี ที่บอกว่ามีส่วนไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เพราะว่าไปเติมเป็นงบกลางนี้อย่างไรครับ มีส่วนไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณ หรือพูดง่าย ๆ คือได้ประโยชน์จาก การใช้งบประมาณ เพราะฉะนั้นพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยนะครับ แล้วก็ฝากไว้นะครับ เพื่อนสมาชิกเวลาลงมติช่วยอ่านมาตรา ๑๔๔ แล้วพิจารณาดูว่าท่านควรจะลงมติอย่างไร หรือว่าท่านได้เงินบ่อน ้าบาดาลหรือไม่นะครับ ขอบคุณครับ