สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ หารือโครงการขุดคลองไทย โดยย้ำถึงความจำเป็นในการศึกษาความเหมาะสมอย่างเป็นกลาง ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง โดยเน้นว่าการตัดสินใจต้องอิงข้อมูลเชิงวิชาการและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว พร้อมตั้งข้อกังวลต่อความคุ้มค่า ความเป็นจริงได้ของโครงการ และการเวนคืนพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงเรียกร้องให้ไม่รับรองรายงานที่ขาดความเป็นกลางและเร่งพิจารณาด้วยกระบวนการที่โปร่งใสและรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณเพื่อนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ อีกทั้งคณะทำงานและก็ที่ปรึกษาที่ได้จัดทำ รายงานฉบับนี้ขึ้นมา จุดยืนของผมต่อรายงานฉบับนี้คือจำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง และเป็นกลางต่อไป รายงานฉบับนี้ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่าควรทำหรือไม่ควรทำโครงการ ผมสนใจแล้วก็ติดตามโครงการนี้มาตั้งแต่เด็ก ด้วยความหวังอยากจะเห็นประเทศพัฒนา แต่พอยิ่งเรียน ยิ่งทำงานยิ่งมีประสบการณ์กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้ผมเข้าใจตรรกที่สำคัญยิ่งสิ่งหนึ่งที่อยากจะมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ฟัง สิ่งนั้นคือความ แตกต่างระหว่างคำว่า ควรทำ หรือไม่ควรทำ กับอยากได้ หรือไม่อยากได้ บนพื้นฐานของ งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ๒ สิ่งนี้มีความแตกต่างกันมาก
คำว่า ควรทำหรือไม่ควรทำตอบได้ยากยิ่ง จำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง และเป็นกลางก่อน มีการวิเคราะห์ข้อมูลด้านต่าง ๆ ใช้ข้อมูล ใช้แอสซัมชัน (Assumption) ต่าง ๆ มาประกอบเพื่อสุดท้ายฟันธงว่าโครงการควรทำหรือไม่ควรทำ แน่นอนว่าแอสซัมชัน (Assumption) บางอย่างมันไม่เมกเซนส์ (Make Sense) ก็ต้องมาถกเถียงในรายละเอียด ไม่ใช่หลับหูหลับตาอนุมัติไป
ส่วนคำที่ ๒ คือคำว่า อยากได้หรือไม่อยากได้ อันนี้มันเป็นความคิดเห็น ส่วนตัวของแต่ละบุคคล ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ซับเจกทีฟ โอพีเนียน (Subjective Opinion) ซึ่งไม่ควรนำมาใช้ในการตัดสินใจในการลงทุนเมกะโพรเจกต์ (Megaproject)
ประเด็นคืออย่างนี้ครับ คือการที่รัฐจะตัดสินใจให้ขุดหรือไม่ขุดคลองไทย มันควรอยู่บนพื้นฐานของคำว่า ควรทำหรือไม่ควรทำ ไม่ใช่อยากได้ หรือไม่อยากได้ และ โหวตเอา เพราะเรากำลังพูดถึงการลงทุนด้วยเงินมหาศาล และนี่ไม่ใช่เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) นี่ต้องเรียกว่า กิกะโพรเจกต์ (Gigaproject) ด้วยซ ้า คือมันเกินขั้นของ เมกะ (Mega) ไป เป็น กิกะโพรเจกต์ (Giga Project) เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึงการลงทุน ด้วยเงินมหาศาลบนพื้นฐานของงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดมันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง คำนึงถึงความคุ้มค่าของโครงการ ไม่ใช่วาดฝันอะไรไปเรื่อย มันต้องควอนติไฟ (Quantify) ออกมาว่าเบเนฟิต (Benefit) หรือว่าผลประโยชน์ของโครงการมันเป็นอย่างไร เท่าไร เทียบกับคอสต์ (Cost) หรือว่าต้นทุนของโครงการอะไรต่าง ๆ บวก ลบ คูณ หาร แล้วมันคุ้มหรือไม่ หลัก ๆ ก็มี ๒ แง่ ในแง่ของทางเศรษฐกิจก็คืออีไออาร์อาร์ (EIRR) หรือว่าทางการเงินก็คือ เอฟไออาร์อาร์ (FIRR) อีกทั้งต้องตอบคำถามอีกมากมายในแง่ของวิศวกรรม ผลกระทบ ต่อชุมชน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความมั่นคงแห่งรัฐในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ท่ามกลาง ความขัดแย้งของขั้วมหาอำนาจของโลก แน่นอนครับมันไม่ง่าย แต่ต้องมีข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ก่อนการตัดสินใจอย่างมีวุฒิภาวะ เราจึงเห็นเวลาที่รัฐจะลงทุนในโครงการขนาดใหญ่หรือว่า เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เช่น จะสร้างทางด่วนสักเส้นก็จะต้องมีการจ้างที่ปรึกษา เพื่อทำการศึกษาความเหมาะสม หรือว่าฟีซิบิลิตี สตัดดี (Feasibility Study) มีการทำ ออกแบบรายละเอียด หรือว่าดีเทล ดีไซน์ (Detail Design) ทำการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หรือว่าเอนวายรอนเมนทอล อิมแพกต์ แอสเซสเมนต์ (Environmental Impact Assessment) อีไอเอ (EIA) หากเป็นโครงการเล็ก ๆ ก็มูลค่าประมาณสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ ของโครงการ โครงการขนาดใหญ่ก็ประมาณสัก ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ แต่นี่เรากำลังพูดถึงโครงการขนาดใหญ่มาก ๆ ที่ผมใช้คำว่า กิกะโพรเจกต์ (Gigaproject) ก็ต้องตีไว้ต ่า ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ ต ่า ๆ นะครับ แล้วเรากำลังพูดถึงโครงการมูลค่าประมาณสัก ๑ ล้านล้านบาท หรือว่า ๒ ล้านล้านบาท ตีต ่า ๆ ๑ ล้านล้านบาท ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมเทียบสเกล (Scale) ให้ดู เพื่อที่จะบอกว่าด้วยอำนาจนิติบัญญัติ ที่เรามี ด้วยงานกรรมาธิการที่เราทำอยู่ ด้วยการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษามาช่วยกันทำงาน แบบไม่มีค่าจ้าง มันเทียบไม่ได้เลยกับอำนาจบริหารในการผลักดันงานสเกล (Scale) แบบนี้ ด้วยอำนาจเงินในการจ้างที่ปรึกษาคณะผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาในทางเทคนิค แล้วก็ ลงรายละเอียดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ผมเข้าใจข้อจำกัดของอำนาจนิติบัญญัติ แล้วก็อยากจะบอก เพื่อนสมาชิกว่า ไม่ว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะศึกษาอีกนานแค่ไหนรายงานก็คงไม่สามารถ ตอบโจทย์ว่าควรทำหรือไม่ควรทำ เพราะประเทศเรายังไม่เคยลงทุนในการศึกษาอย่างจริงจัง และเป็นกลาง สิ่งที่มีอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงรายงานอีกหลาย ๆ เล่มที่ถูกพูดถึงในสภาแห่งนี้ รวมถึงที่อ้างอิงอยู่ในเอกสารก็เป็นเพียงแค่การศึกษาเบื้องต้นหรือว่าพรีฟีซิบิลิตี สตัดดี (Pre-feasibility study) หรือเป็นงานวิจัยรายประเด็นยังห่างชั้นกับสิ่งที่ผมเรียกว่า ฟูลฟีซิบิลิตี สตัดดี (Full-feasibility study) มาก นั่นคือสิ่งที่เราควรผลักดันต่อไป ก็คือก่อนจะตัดสินใจว่า ขุด หรือไม่ขุดจะต้องมีการศึกษาอย่างจริงจังและเป็นกลาง รวมถึงยังต้องตอบอีกหลายคำถามที่ รายงานฉบับนี้ยังตอบไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น แนวทางที่เสนอในรายงานฉบับนี้ คือรายงานแนว ๙เอ (9A) ต้องตัดผ่านภูเขาสูง ๓๘๓ เมตร คือสูงมาก ตึกที่สูงที่สุดในประเทศคือตึกมหานคร สูง ๓๑๔ เมตร ท่านคิดดูนะครับ ภูเขาสูงกว่าตึก มหานครจะไปเจาะผ่านอย่างไรครับ แถมจะขุดกว้างเป็นกิโลเมตรนี่ เพราะฉะนั้นแค่คิด ในแง่วิศวกรรมก็มึนแล้วครับว่าจะทำอย่างไร ฉะนั้นจะทำเพียงลากเส้นลงบนแผนที่มันไม่ได้
อีกตัวอย่างหนึ่ง จะคุ้มค่าอย่างไร ผมให้เซนส์ (Sense) ง่าย ๆ ในกรณีของ คลองสุเอซย่นระยะเวลาได้ประมาณ ๘-๑๐ วัน ในคลองปานามาย่นระยะเวลาได้ ๒๒ วัน ส่วนคลองไทยย่นระยะเวลาได้ประมาณ ๒-๓ วัน ฉะนั้นในมุมของคมนาคมมันไม่คุ้มค่า แน่นอนแต่ก็ต้องมาดูในเรื่องแอสซัมป์ชัน (Assumption) ต่าง ๆ ว่าที่เราไปเมกแอสซัมป์ชัน (Make assumption) ว่าจะเกิดการพัฒนาที่ดิน พัฒนาเศรษฐกิจอย่างโน้นอย่างนี้มันอยู่บน พื้นฐานที่มันเป็นไปได้จริงหรือไม่ ใครจะมาลงทุนหรือเป็นเพียงแค่ความฝัน
อีกตัวอย่างหนึ่ง การที่จะเวนคืนที่ดินแปลงยักษ์ตามแนวที่ศึกษาในรายงาน ฉบับนี้ ยาว ๑๓๕ กิโลเมตร กว้าง ๖๐ กิโลเมตร รวมพื้นที่ ๘,๑๐๐ ตารางกิโลเมตร ท่านประธานทราบไหมครับว่า ๘,๑๐๐ ตารางกิโลเมตรใหญ่ขนาดไหนครับ ผมให้เซนส์ (Sense) ง่าย ๆ จังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่อยู่ ๕๗๖ ตารางกิโลเมตร นั่นแปลว่าจะเวนคืนพื้นที่ ๑๔ เท่าของเกาะภูเก็ต อย่างที่ผมเรียนในตอนต้น ผมไม่ได้ขัดขวางการพัฒนา แต่ผมไม่ใช่คน ประเภทอยากจะทำ อยากแต่จะทำหรือว่าหาทำโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน เพราะฉะนั้น ผมขอเรียนย ้าว่าการขุดคลองไทย การศึกษาด้วยรายงานฉบับนี้ยังไม่จบ ยังต้องมีการศึกษา อย่างจริงจังและเป็นกลางในระดับที่เรียกว่า ฟูลฟีซิบิลิตี สตัดดี (Full-feasibility study) รายงานฉบับนี้ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่าควรทำหรือไม่ควรทำโครงการ และไม่ควรมีใครนำไป แอบอ้างด้วยว่า สภาแห่งนี้จะอนุมัติให้ขุดคลองไทย ท่านประธานครับ โดยสรุปผมและ พรรคก้าวไกลเราได้หารือกันแล้ว เนื้อหาในรายงานฉบับนี้มีลักษณะชี้นำมากเกินไป ไม่ได้ตั้งใจจริงที่จะให้มีการศึกษาอย่างจริงจังและเป็นกลาง และอาจทำให้เกิดการนำไปแอบ อ้างได้ว่าสภาแห่งนี้จะเดินหน้าให้ขุดคลองไทย เราจึงขอให้มีการลงมติ แล้ววันนี้ตอนนี้ก็เวลา ยังไม่ถึงบ่ายสามด้วยนะครับ ก็อยากให้มีการลงมติวันนี้ แล้วผมบอกไว้เลยว่ามติของ พรรคก้าวไกลก็คือเราขอไม่รับรายงานฉบับนี้ ขอบคุณครับ