จิราพร ตั้งข้อสังเกตเข้าร่วม CPTPP หวั่นกระทบอาหาร-เกษตรกร-อธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๓

จิราพร สินธุ์ไพร อภิปรายแสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมความตกลง CPTPP โดยเฉพาะผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร สิทธิเกษตรกร และอธิปไตยทางเศรษฐกิจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าข้ออ้างเรื่องการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกขาดหลักฐาน เนื่องจากไทยมีข้อตกลงการค้ากับประเทศคู่ค้าหลักอยู่แล้ว และการเข้าร่วมอาจเปิดช่องให้บริษัทต่างชาติครอบครองธุรกิจในประเทศได้เต็มรูปแบบ รวมถึงเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องผ่านกลไกอนุญาโตตุลาการ จึงเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน และตั้งคำถามต่อความชัดเจนของยุทธศาสตร์ชาติและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนก่อนตัดสินใจเดินหน้าต่อ

นางสาวจิราพร สินธุ์ไพร ร๎อยเอ็ด

ทำนประธานที่เคารพคะ หลังจากที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากความตกลงที่เรียกวำที่พีพี (TPP) ซีพีที่พีพี (CPTPP) ที่เป็นชื่อให้มํก็มีสมาชิกเหลืออยู่ํ ๑๑ ประเทศ ซึ่งจากข๎อมูลที่ดิฉันศึกษามาปรากฏวำ ใน ๑๑ ประเทศนี้ ๙ ประเทศ ประเทศไทยมีความตกลงเอฟทีเอ (FTA) ด๎้วยทั้งหมดแล๎วคํะ จากตารางจะเห็นวำสมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) ที่มีถึง ๗ ประเทศ ก็คือ ประเทศสิงคโปร๑ ประเทศบรูไน ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์๑ แล๎วก็ประเทศญี่ปุ่น เป็นสมาชิกความตกลงอาร์๑เซป (RCEP) รํวมกันกับประเทศไทยอยู่ํแล๎ว โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์๑ แล้๎วก็ประเทศญี่ปุ่น มีความตกลงเสรี ทางการค๎าเอฟทีเอ (FTA) กับประเทศไทยทั้งในระดับทวิภาคีแล๎วก็ระดับพหุภาคีถึงประเทศละ ๓ ฉบับแล๎วคํะ ประเทศชิลีเองก็มีความตกลงทวิภาคีกับไทยอยูํแล๎ว สำหรับประเทศเปรูเราก็ มีความตกลงระดับทวิภาคีที่เป็นเออร์๑ลี ฮาร์๑เวสต์๑ (Early Harvest) ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย เป็นฝ่ายที่ได้๎ดุลการค๎าคํะ ดังนั้น ข๎้อมูลก็จะเหมือนกับทำนสมาชิกที่ได้๎ลุกขึ้นอภิปราย กํอนหน๎านี้หลายทำน ประเทศไทยเหลือแคํ ๒ ประเทศที่ยังไม่ํมีเอฟทีเอ (FTA) ด๎วยก็คือ ประเทศเม็กซิโกกับประเทศแคนาดา ดังนั้น ผลการศึกษาของหนํวยงานรัฐที่บอกวำถ๎าเข๎ารํวม ซีพีที่พีพี (CPTPP) แล๎ว จีดีพี (GDP) ของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น ๐.๑๒ เปอร์๑เซ็นต์๑ ไม่ํสามารถ ใช้๎อธิบายประโยชน์๑ที่ประเทศไทยจะได้๎รับจากการเข๎ารํวม ความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ได้๎้อย้ำงแท้๎้จริง เพราะเป็นการนำเอา ๙ ประเทศที่ประเทศไทยมีเอฟทีเอ (FTA) ด๎วยอยู่ํแล๎ว มาคำนวณรวมคํะ ถ๎้าจะดูให้๎ถูกต๎้องเราต๎้องดูวำความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) จะให้๎สิทธิพิเศษ อะไรกับประเทศไทยที่เกินไปกวำความตกลงเสรีทาง การค้๎าที่เรามีมา ๙ ประเทศแล๎ว ต๎้องศึกษา มาร๑จิน (Margin) หรือสํวนตำงคํะ จากเดิมที่ประเทศไทยเคยได้๎ทั้งเรื่องของสินค้๎า บริการ และการลงทุน ที่ต๎้องศึกษาแบบนี้เพราะวำเราต๎องมาชั่งน้ำหนักเทียบวำสิ่งที่ประเทศไทย จะสูญเสียไปนั้นคุ๎มคำกับสิ่งที่ประเทศไทยจะได้๎มาหรือไม่ํ เชํนผลกระทบตํอความมั่นคงทางด๎านอาหารจากการที่ไทยต์๎้องเข๎ารํวมอนุสัญญาพันธุ์๑พืชให้มํ หรือยู่พอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) ซึ่งในประเด็นนี้หลายภาคสํวนยังแสดงความกังวลอยู่ํ ทำนประธานที่เคารพคะ จากที่ฟังการอภิปรายของหลายทำนจริง ๆ แล้๎วยู่พอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) ไม่ํได้๎้เป็นเรื่องที่เข๎าใจได้๎ยาก แต่ํที่เข๎าใจได้๎ยากกันจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะวำ หนํวยงานภาครัฐไมํได้๎มีการเผยแพร่ํข๎้อมูลตํอสาธารณชนอย้ำงครบถ๎วน ยกตัวอย้ำงงำย ๆ กรณีเกษตรกรซื้อเมล็ดพันธุ์๑พืชที่ได้๎รับการคุ้๎มครองตามอนุสัญญายูพอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) มาเพาะปลูกได้๎ผลผลิตมา แบํังผลผลิตครึ่งหนึ่งออกไปขายสู่ํตลาด แต่ํอีกครึ่งหนึ่งเลือกที่จะ เก็บไว้๎เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์๑ในการปลูกในฤดูกาลตํอไปเพื่อการค๎า การทำลักษณะนี้อนุสัญญา ยูพอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) บอกวำทำไมํได้๎ เกษตรกรไมํสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์๑ไว้๎ปลูก เพื่อการค๎าในฤดูกาลต่ํอไปได้๎ ดังนั้น สิ่งนี้จึงเป็นเสมือนกับการบังคับให้๎้เกษตรกรต๎้องกลับมา ซื้อเมล็ดพันธุ์๑ให้มํทุกครั้งเพื่อนำไปปลูก ถึงแม่๎วำหนํวยงานรัฐจะบอกวำยูพอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) ให้๎สิทธิประเทศสมาชิกในการเขียนข๎อสงวนยกเว๎นเมล็ดพันธุ์๑ด๎านการเกษตร ให้๎้เกษตรกรสามารถที่จะเก็บไว้๎เพาะปลูกในฤดูกาลตํอไปได้๎ แต่ํวำในทางปฏิบัติแล๎วยังมี เงื่อนไขประกอบอีกมากมายที่เราต๎้องทำการศึกษาผลกระทบเพิ่มเติม แต่ํไมํวำอย้ำงไร การเขียนข๎้อสงวนดังกลำวก็ไม่ํสามารถที่จะลบล๎างวัตถุประสงค์๑เดิมของการคุ้๎มครองเมล็ด พันธุ์๑พืชไปได้๎ ซึ่งผลที่ตามมาคือการผูกขาดการขยายพันธุ์๑พืชเกษตรในระยะยาว สํงผลตํอ ต๎้นทุนการผลิตของเกษตรกร ครอบงำเสรีภาพทางวัฒนธรรมการเพาะปลูกทางการเกษตร ของประเทศไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ํอุตสาหกรรมการเกษตรไปจนถึงอุตสาหกรรมการแปรรูป อาหาร จนอาจจะกระทบตํอความสามารถของไทยในการแข่ํงขันการสํงออกอาหารสู่ํตลาดโลก หากวันข๎้างหน๎าบ๎านเมืองเกิดวิกฤติทางด๎านอาหาร ไมํวำจะเกิดจากภัยธรรมชาติ ภัยสงคราม หรือภัยอื่น ๆ ที่เหนือความคาดหมาย ดิฉันถามวำมีใครกล๎ารับประกันหรือเปล่ำวำการเข๎า ยูพอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) จะไมํกระทบตํอความมั่นคงด๎านอาหารของประเทศไทย ทำนประธานที่เคารพคะ นอกจากนี้ยูพอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) อาจจะกระทบไปถึงการสํงออก อาหารที่มีสํวนประกอบของพืชจดทะเบียนของไทย ที่อาจจะเจอประเด็นการตรวจสอบย๎อนกลับ หรือเทรซสะบิลิตี (Traceability) ซึ่งในประเด็นนี้หนํวยงานภาครัฐ รัฐบาลเองก็ยังไม่ํสามารถ ที่จะให้๎้ความกระจำงได้๎วำจะกระทบหรือไมํ ในประเด็นยูพอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) ยังมีข้๎้อถกเถียงในสังคมอีกมากมาย ไม่ํใช้ํประเด็นเฉพาะที่ดิฉันได้๎ยกมา แต่ํวำหากมีการ ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาดิฉันก็จะขออนุญาตสงวนรายละเอียดไว้๎เปิดเผยในชั้นกรรมาธิการ

ประการตํอมา เรามักจะได้๎ยินข๎ออ๎้างที่วำถ๎้าไทยเข๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ประเทศไทยจะได้๎เป็นสํวนหนึ่งของหํวงโซํอุปทานโลกหรือโกลบัล ซัปพลาย เช่น (Global supply chain) ซึ่งในทางทฤษฎีฟังดูดี ฟังเหมือนจะใช้ํ แต่ํถ๎าเราศึกษาลงไปใน รายละเอียดของรายการสินค้๎า เรื่องกฎวำด๎้วยถิ่นกำเนิดสินค้๎า ระเบียบเกี่ยวกับพิธีการ ทางศุลกากร กฎเกณฑ์๑เกี่ยวกับการเยียวยาการค้๎า แหลํงวัตถุดิบ และกระบวนการผลิต ของประเทศไทย จะเห็นวำซีพีที่พีพี (CPTPP) ไมํได้๎มีนัยสำคัญตํอการเป็นสํวนหนึ่งของหํวงโซํ อุปทานโลกของประเทศไทย ที่สำคัญความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) เป็นความตกลงที่เรามี เอฟทีเอ (FTA) อยูํแล๎ว ๙ ประเทศจากสมาชิกทั้งหมด ๑๑ ประเทศ ดังนั้น หํวงโซํอุปทาน ให้มํที่ประเทศไทยจะได้๎เพิ่มก็มีแคํประเทศเม็กซิโกกับประเทศแคนาดา ๒ ประเทศเทำนั้น และอีก ๙ ประเทศเราอยู่ํในหํวงโซํอุปทานไปแล๎ว ดังนั้น นี่คือการขี่ช๎างจับตั๊กแตนของรัฐบาล นอกจากนี้การเข๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ก็ไมํได้๎เป็นการการันตี (Guarantee) วำประเทศไทยจะสามารถเจาะตลาดประเทศเม็กซิโกกับประเทศแคนาดาได้๎งำยอย้ำงที่คิด เพราะประเทศแคนาดาและประเทศเม็กซิโกเพิ่งมีข้๎อตกลงการค๎าแถบอเมริกาเหนือฉบับให้มํ ที่เรียกวำยูเอสเอ็มซีเอ (USMCA) ซึ่งทำรํวมกับประเทศสหรัฐอเมริกา และจะมีผลใช้๎บังคับ ในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๓ ที่จะถึงนี้ ข๎อตกลงฉบับนี้ให้๎สิทธิพิเศษในกลุํมสมาชิกอเมริกา เหนือมากกวำความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) อยู่ํมาก รัฐบาลไทยได้๎เคยทำการศึกษาหรือยังวำ การเข๎ารํวมซีพีทีพีพี (CPTPP) จะทำให้๎้ไทยฝ่าดำนข๎อตกลงยูเอสเอ็มซีเอ (USMCA) เพื่อเข๎าไป เก็บเกี่ยวผลประโยชน์๑จากประเทศแคนาดาและประเทศเม็กซิโกได้๎มากน๎อยแคํไหน ดิฉันคิดวำ ในประเด็นเรื่องหํวงโซํอุปทานโลกเรายังจำเป็นที่จะต๎้องศึกษาในรายละเอียดอีกมากนะคะ การที่จะนำมากลำวอ๎างวำเข๎ารํวมซีพีที่พีพี (CPTPP) แล้๎วเราจะได้๎เป็นหํวงโซํอุปทานโลก อาจจะเป็นการกลำวอ๎้างลอย ๆ โดยขาดหลักฐานประกอบ ซึ่งดูแล๎วอาจจะไมํเป็นธรรม ตํอหลายฝ่าย

ทำนประธานที่เคารพคะ หลายภาคสํวนได้๎แสดงความกังวลในประเด็น ด๎านการเกษตร ดั๎านสิทธิปรัชญาและด๎านอื่น ๆ แต่ํดิฉันกราบเรียนวำนอกจากข๎อกังวล เหล่ำนี้แล๎ว ยังมีอีกภาคสํวนหนึ่งที่สังคมยังไมํคํอยได้๎พูดถึงแต่ํวำจะเป็นสํวนที่ได้๎รับผลกระทบ อย้ำงรุนแรงจากการเข๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ของประเทศไทยหากทำนประธาน เคยได้๎ยินคำกลำวที่วำการลำอาณานิคมทางด๎านเศรษฐกิจจนนำไปสู่ํการสูญเสียอธิปไตย ของชาติ การเปิดเสรีบริการในซีพีที่พีพี (CPTPP) นำจะเป็นการฉายภาพสะท๎อนถึงคำกลำว ข๎างต๎นได้๎ดีที่สุด เพราะความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) เป็นความตกลงที่เปิดเสรีบริการถึง ๑๐๐ เปอร์๑เซ็นต์๑ ซึ่งจะทำให้๎ต่ำงชาติเข๎ามาเป็นเจ๎าของธุรกิจบริการของประเทศไทยได้๎ โดยไมํมีข้๎้อจำกัด เป็นการเปิดเสรีภาคบริการที่สูงกวำอาเซียน (ASEAN) และเอฟทีเอ (FTA) ที่ไทยเคยมีมาทั้งหมด รัฐบาลเคยทราบหรือเปลำคะ หรือเคยเปิดเผยข๎้อมูลกับประชาชน หรือยังวำสมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) ได้๎สํงสัญญาณมาแล๎ววำหากไทยเข๎ารํวมความตกลง ซีพีที่พีพี (CPTPP) เราจะต๎้องเปิดเสรีในธุรกิจบริการให้๎่กับตำงชาติเหมือนกับที่ประเทศไทย ให้๎กับประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้๎สนธิสัญญาทางไม่ตรีและความสัมพันธ์๑ทางเศรษฐกิจ ระหวำงไทย-สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๑๑ และอาจต๎้องเปิดธุรกิจบริการเพิ่มเติมมากกวำที่ให้๎ ในสนธิสัญญาฉบับนี้อีกคํะ ซึ่งเป็นการเปิดเสรีธุรกิจบริการมากเป็นประวัติการณ์๑ มากกวำ ทุกเอฟทีเอ (FTA) ที่ประเทศไทยเคยมีมาและมากกวำความตกลงอาร์๑เซป (RCEP) ที่ประเทศไทย กำลังจะลงนามในปีนี้ ซึ่งเทำกับวำประเทศไทยยังไม่ํทันนั่งโต๏ะเจรจาก็ต๎้องยื่นเปิดตลาด บริการในสาขาบริการที่มากมายให้๎กับสมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) และทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งจะผลกระทบตํอผู้๎ที่ประกอบธุรกิจตำง ๆ ในประเทศไทย ไม่ํวำจะเป็นวิชาชีพวิศวกร สถาปนิก แพทย์๑ ทันตแพทย์๑ กํอสร๎าง ค๎าสํง ค๎าปลีก ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจนำเที่ยว โรงแรม ธุรกิจการเชำรถยนต์๑ โรงพยาบาล บริการสุขภาพทุกประเภท ธุรกิจด๎านบันเทิง การกีฬา และธุรกิจบริการอื่น ๆ ซึ่งดิฉันต๎้องไลํเลี้ยงมาหลายธุรกิจเพื่อจะเตือนให้๎้เขาเหลำนี้ทราบวำ การเข้๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) กำลังจะกระทบไปถึงธุรกิจภาคสํวนนี้อยู่ํ และแม่๎้แต่ํ ธุรกิจบริการสำคัญของประเทศไทยอย้ำงเชํน โทรคมนาคม อีคอมเมิร๑ซ์ (E-commerce) ขนสํงโลจิสติกส์๑ (Logistics) ธุรกิจรับสํงของที่ทำเรือและอากาศยาน การเงิน การประกันภัย และการธนาคาร ก็ไมํรอดคํะ ประเทศไทยนั่งบนโต๏ะเจรจาเมื่อไรประเทศสมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) ทั้ง ๑๑ ประเทศก็ต๎้องกดดันให้๎่ประเทศไทยเปิดเสรีให้๎กับตำงชาติทั้งโลกเข๎ามา มีสิทธิประกอบธุรกิจในสาขานี้ ถามวำรัฐบาลไทยพร๎อมหรือยังกับการเปิดเสรีภาคบริการ ครั้งมโหฬารขนาดนี้ ดิฉันย้ำนะคะวำความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) เป็นความตกลงที่ทำให้๎้ ประเทศไทยต๎้องเปิดเสรีธุรกิจบริการตำงชาติทั่วโลก ทั่วโลกนะคะ ไมํใชํเฉพาะกับสมาชิก ความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) เพราะในความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) เขียนไว้๎้ชัดเจนวำ บริษัทจากประเทศใดก็ตามไม่ํจำเป็นต์๎้องเป็นประเทศสมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) ขอแคํมี กิจการในประเทศสมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) แล๎ว บริษัทนั้นก็สามารถเข๎ามาถือครองธุรกิจ ในประเทศสมาชิกได้๎ทั้งสิ้น ยกตัวอย้ำง ประเทศรัสเซีย ประเทศรัสเซียไมํใช้ํสมาชิกซีพีทีพีพี (CPTPP) แตํบริษัทของประเทศรัสเซียอยากซื้อธุรกิจบริการโรงแรม ธุรกิจทํองเที่ยว ในจังหวัดภูเก็ต สมุยหรือพัทยา เพียงเข๎าไปตั้งสาขาในประเทศสมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) อาจจะเป็นประเทศเวียดนามก็ได้๎ หรืออาจจะเป็นประเทศอื่นก็ได้๎ แล๎วใช้๎สิทธิความเป็น สมาชิกซีพีทีพีพี (CPTPP) นี้เข๎ามา เทก โอเวอร์๑ (Take over) ธุรกิจในประเทศไทยได้๎ ทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์๑เซ็นต์๑ นอกจากนี้การเข๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ยังต๎้อง ให้๎้สิทธิพิเศษนักลงทุนต่ำงชาติหรือผู้๎ประกอบการตำงชาติเหนือกวำประเทศไทย ในเรื่องการ อนุญาตให้๎นักลงทุนต่ำงชาติหรือผู้๎ประกอบการธุรกิจบริการสามารถฟ้องร๎องรัฐบาลไทยภายใต้๎ กระบวนการระงับข๎อพิพาทผำนทางอนุญาโตตุลาการในตำงประเทศหรือที่เราเรียกวำไอเอสดีเอส (ISDS) ซึ่งกฎเกณฑ์๑การคุ้๎มครองบริษัทตำงชาติในซีพีที่พีพี (CPTPP) นี้สูงกวำความตกลง การคุ้๎มครองการลงทุนในอาเซียน (ASEAN) และเอฟทีเอ (FTA) ที่ประเทศไทยมีอยู่ํทั้งหมด

ทำนประธานที่เคารพคะ โดยปกติแล๎วหากเกิดกรณีการนำเข้๎้าสินค้๎า ที่สํงผลกระทบตํอสินค้๎าในประเทศ รัฐบาลก็มีเครื่องมือในการที่จะบริหารจัดการเพื่อปกป้อง ผลประโยชน์๑ของประเทศได้๎ด๎วยการใช้๎มาตรการต่ำง ๆ ไม่ํวำจะเป็นมาตรการที่ไมํใช้ํภาษี มาตรการการทุํมตลาด มาตรการการตอบโต๎การอุดหนุน มาตรการป้องกันการนำเข้๎้าสินค้๎าเพิ่ม หรือที่วำเซฟการ๑ด (Safeguard) แต่ํการเปิดเสรีการค๎าบริการในซีพีที่พีพี (CPTPP) ที่ให้๎้ ต่ำงชาติเข๎ามาเทคโอเวอร์๑ (Take over) กิจการไทยได๎ ๑๐๐ เปอร์๑เซ็นต์๑ หรือเข๎ามา ตั้งกิจการให้มํแขํงกับธุรกิจไทย ซึ่งถ๎้าเกิดผลกระทบกับผู้๎ประกอบการไทยแล๎วรัฐบาล จะไมํสามารถบริหารจัดการเพื่อปกป้องผู้๎ประกอบการไทยที่จะได้๎รับผลกระทบได้๎อีกตํอไป สิ่งที่รัฐบาลไทยทำได้๎ก็จะเพียงแคํใช้๎้กฎหมายกำกับดูแลเป็นการทั่วไป ซึ่งกฎหมายนี้ก็จะ ใช้๎บังคับทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่ำงชาติเหมือนกัน ซึ่งไมํได้๎ชํวยในการที่จะรักษาผลประโยชน์๑ หรือรักษาสํวนแบํงทางการตลาดให้๎กับเอสเอ็มอี (SMEs) ของประเทศไทยได้๎ นอกจากนี้ หนํวยงานภาครัฐได้๎ประสานกันหรือยังวำการเข๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) จะสํงผล ตํอการแก้๎กฎหมายของประเทศไทยไมํน๎อยกวำ ๔ ฉบับคํะ เชํน พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจ ของคนต่ำงด๎าว พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งอาจจะต๎้องถูกฉีกไปในอนาคตนะคะ พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน ที่ต๎้องเปิดเสรีทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์๑เซ็นต์๑ เพราะสนธิสัญญาไทย-สหรัฐอเมริกา ได้๎เปิดเสรี ในธุรกิจการศึกษาไปแล๎ว และที่นำกลัวที่สุดก็คือในอนาคตอาจจะต๎้องฉีก พ.ร.บ. การทํองเที่ยว แหํงประเทศคํะ ซึ่งทำให้๎ไทยต๎้องเปิดให้๎้บริษัทตำงชาติเข๎ามาจัดตั้งบริษัทนำเที่ยวได้๎ ๑๐๐ เปอร์๑เซ็นต์๑ เชํนเดียวกับที่ประเทศไทยได้๎เคยเปิดไปแล๎วในสนธิสัญญาไทย-สหรัฐอเมริกา รัฐบาลได้๎เคยให้๎ข้๎อมูลเหลำนี้แกํผู้๎ประกอบการธุรกิจทํองเที่ยวข้องประเทศไทยหรือยัง เคยถามผู้๎ประกอบการหรือยังวำพร๎อมหรือเปลำ ดิฉันทราบมาวำสภาหอการค๎าแหํงประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแหํงประเทศไทยมีสมาชิกอยู่ํแคํราว ๕-๑๐ เปอร์๑เซ็นต์๑ของจำนวน ผู้๎ประกอบการทั้งประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจะมาอ๎างวำเอกชนสนับสนุนให้๎่ไทยเข๎าซีพีที่พีพี (CPTPP) ทำนกล๎ายืนยันหรือไมํวำสมาคมทั้งประเทศเขารับรู้๎เรื่องราวเหลำนี้ทั้งหมดแล้๎ว ทำนประธานที่เคารพคะ หากหนํวยงานรัฐจะบอกวำประเทศไทยสามารถเจรจาสงวนสาขา บริการที่อํอนไหวได้๎ ดิฉันก็จะถามวำรัฐบาลจะให้๎หลักประกันอะไรกับประชาชน ที่เป็น เครื่องยืนยันวำสิ่งที่หนํวยงานรัฐอ๎างนี้จะเป็นไปได้๎จริงหรือเราอาจจะต๎้องทำข๎อตกลง ทำเอ็มโอยู (MOU) เพื่อที่จะเช็กบิล (Check bill) รัฐบาลหากรัฐบาลไมํสามารถที่จะ ดำเนินการได้๎ตามที่สัญญาไว้๎กับประชาชน นอกจากนี้ความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ยังมี ประเด็นอํอนไหวในเรื่องการเปิดให้๎้เอกชนตำงชาติเข๎ามาแขํงขันกับรัฐวิสาหกิจไทย หรือที่เรียกวำสเตต์ โอน เอ็นเตอร์๑ไพร๑ส (State-Owned Enterprise) สั้นๆวำเอสโออี (SOE) รัฐบาลได้๎เคยวิเคราะห์๑หรือยังวำทุกวันนี้รัฐวิสาหกิจไทยมีสถานะเป็นอย้ำงไร ประเทศไทย พร๎อมหรือยังที่จะเปิดให้๎้เอกชนต่ำงชาติเข๎ามาแขํงขันกับรัฐวิสาหกิจไทยในเรื่องของการตลาด ซึ่งในประเด็นนี้เราต๎้องมีการศึกษากันอีกมากนะคะ แต่ํถ๎าหนํวยงานรัฐได้๎มีการศึกษาการเจรจา ความตกลงอาร๑เซป (RCEP) ของไทยอย้ำงถํองแท๎ก็จะทราบวำอาร์๑เซป (RCEP) ได้๎เคยตัด เรื่องนี้ออกจากความตกลงไปแล๎วคํะ ดังนั้น การที่หนํวยงานรัฐจะเจรจาซีพีที่พีพี (CPTPP) ต๎้องอธิบายให้๎ได้๎วำทำไมประเทศไทยไมํพร๎อมที่จะเปิดเสรีรัฐวิสาหกิจในความตกลงอาร๑เซป (RCEP) แต่ํจะมาเจรจาในความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ได้๎คํะ ทำนประธานที่เคารพคะ นอกจากความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) จะเปิดโอกาสให้๎้บริษัทตำงชาติทั่วโลกสามารถ เทคโอเวอร์๑ (Take over) กิจการไทยได้๎์ ๑๐๐ เปอร์๑เซ็นต์๑แล๎ว ยังเปิดโอกาสให้๎ธุรกิจตำงชาติ สามารถเข๎้ามาเสนอประมูลงานจัดซื้อจัดจ๎้างแขํงกับผู้๎ประกอบการไทยได้๎ รวมถึงการประมูลงาน กับภาคราชการตั้งแตํระดับรัฐบาลกลางจนถึงรัฐบาลท๎้องถิ่น รัฐบาลทราบไหมคะวำโอกาส ทางการตลาดและผลประโยชน์๑ของเอสเอ็มอี (SMEs) ไทยสํวนหนึ่งคํะ อยู่ํกับธุรกิจการจัดซื้อ จัดจ๎้างภาครัฐ วันนี้เรากำลังพยายามที่จะฟื้นฟูและสร๎างความแข็งแกรํงให้๎กับผู้๎ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ให้๎้พ๎นจากภาวะที่ได้๎รับความกระทบจากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) แต่ํการเข๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) กำลังจะฆำเอสเอ็มอี (SMEs) ไทยให้๎ตายทั้งเป็นคํะ นี่จึงเป็นการต่อกย้ำความหมายของคำวำการลำอาณานิคมทางเศรษฐกิจและอธิปไตยของ ชาติ หนํวยงานรัฐได้๎เคยทำการศึกษาวิจัยหรือยัง วำมูลคำทางการตลาดและผลกำไร ทางเศรษฐกิจ และเงินจะไหลออกนอกประเทศโดยผู้๎ประกอบการตำงชาติมีมูลคำมาก ขนาดไหน ทำนประธานที่เคารพคะ ในประเด็นที่รัฐบาลอ๎้างวำการขอมติคณะรัฐมนตรี เป็นเพียงการขอไปเจรจา ยังไม่ํได้๎มีการลงนามผูกพันรัฐบาลไทย หากผลการเจรจาไมํเป็นที่พอใจ ก็สามารถที่จะกลับมาทบทวนได้๎ แต่ํในข๎อเท็จจริงก็คือในประวัติศาสตร์๑การเจรจาพหุภาคี ของไทย ไทยไมํเคยขอยกเลิกการเจรจากลางครั้น และกระบวนการเข้๎าสู่ํการเจรจาก็ไม่ํใช้ํ เรื่องงำยคํะ และไมํใช้ํขั้นตอนที่จะมาทดลองวำถ๎้าเจรจาแล๎วไมํได้๎ประโยชน์๑ ก็จะถอนเหตุผล ก็คือเพราะซีพีที่พีพี (CPTPP) ไมํใช้ํความตกลงเสรีทางการค๎าที่ทุกสมาชิกเริ่มต๎นเจรจา ไปพร๎อมกัน เหมือนกับการเจรจาในกรอบความตกลงอื่น ๆ ที่เมื่อเจรจาไปแล๎ว ตกลงกันไม่ํได้๎ ก็ขอยกเลิกกันไ์ป แต่ํซีพีทีพีพี (CPTPP) เป็นเอฟทีเอ (FTA) ที่มีผลใช้๎บังคับไปแล๎วคํะ มีกฎเกณฑ์๑ชัดเจนปรากฏอยู่ํในรายละเอียดของความตกลง ถ้๎าประเทศใดสนใจก็ต๎้อง ทำการศึกษาให้๎ถํองแท๎และต๎้องย้ํอมรู้๎กํอนวำอะไรเป็นผลดีผลเสียตํอประเทศตน กํอนการที่จะตัดสินใจเข๎ารํวม เมื่อไทยได้๎ยื่นเจตจำนงเข๎ารํวมซีพีที่พีพี (CPTPP) เป็นผลให้๎ สมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) พิจารณาเปิดให้๎้ไทยได้๎รํวมเจรจา ซึ่งไมํใช้ํสิ่งที่เกิดขึ้นได้๎งำยคํะ ถือเป็นโอกาสที่สมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) พิจารณาหยิบยื่นให้๎ เมื่อเริ่มต๎นกระบวนการเจรจา ไปแล๎ว การขอถอนหรือยุติการเจรจาด๎วยข๎ออ๎้างที่วำประเทศไทยไมํได้๎ประโยชน์๑ จึงเป็น เรื่องที่อธิบายได้๎ยากมาก เพราะประเทศไทยต์๎้องรู้๎อยู่ํแล๎วคํะวำความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) มีกฎเกณฑ์๑อย้ำงไร นอกจากนี้การสมัครเป็นสมาชิกซีพีที่พีพี (CPTPP) เราต๎้องผำน ความเห็นชอบของ ครม. กํอน อย้ำงนี้ถ๎าจะมาถอนหรือหยุดการเจรจาเป็นการก็๎้าวถอยหลัง ต๎้องกลับมาให้๎รัฐบาลพิจารณาให้มํอีกรอบหนึ่ง ที่สำคัญการจะไปเจรจาเพียงเพื่อหาคำตอบวำ ความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ดีหรือไม่ํดีตํอประเทศไทย เป็นการลงทุนทางทรัพยากรที่ไม่ํคุ๎มคำ ทั้งการใช้๎้บุคลากรจากหนํวยงาน ทั้งคำใช้๎้จำยงบประมาณในการเดินทาง คำเบี้ยเลี้ยงสำหรับ การเจรจาหลายตํอหลายรอบ การทุํมสรรพกำลังและระยะเวลาการทำงานของข๎าราชการ เป็นภาระอย้ำงหนึ่งที่หนํวยงานจำเป็นต๎้องพิจารณาจัดลำดับความสำคัญให้๎้ถูกต๎้อง และประการสำคัญที่สุดคํะ อะไรจะเป็นมาตรฐานที่จะใช้๎วัดวำประเทศไทยเจรจาได้๎สำเร็จ หรือไม่ํ เพราะการเจรจ่ายํอมมีบางภาคสํวนที่ได้๎และบางภาคสํวนที่เสียคํะ อะไรที่จะเป็นกลไก และเป็นมาตรฐานที่จะใช้๎วัดได้๎้อย้ำงชัดเจน

ทำนประธานที่เคารพคะ จริง ๆ แล้๎วยังมีประเด็นที่เป็นผลกระทบอีกมาก ที่ดิฉันยังไมํได้๎กลำวถึง แต่ํวำถ๎าหากมีการตั้งกรรมาธิการศึกษาขึ้นดิฉันก็จะขอหารือ ในชั้นกรรมาธิการตํอไป อย้ำงไรก็ดีคํะ ดิฉันคิดวำโจทย์๑ใหญํของไทยในการพิจารณาวำ จะเข๎าร่ํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) หรือไมํ คือเราต๎้องพิจารณาทิศทางการพัฒนา ประเทศที่ชัดเจนวำวันนี้เราต๎้องการมุํงพัฒนาประเทศไปสู่ํจุดไหน เราต๎้องการพัฒนาอะไร โดยเฉพาะโจทย์๑ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศแล๎วก็พัฒนาประเทศหลังการเกิดวิกฤติ โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งจะเป็นโจทย์๑ที่ใช้๎ในการวางยุทธศาสตร์๑การเข๎าร่ํวมกรอบความตกลง ระหวำงประเทศที่จะชํวยสํงเสริมนโยบายนั้น แล้๎วก็ตอบโจทย์๑ของประเทศให้๎มากที่สุด ซึ่งประเด็นนี้รัฐบาลก็ต๎้องตอบให้๎่ได้๎วำทำไมถึงต๎้องการผลักดันให้๎่ไทยเข๎ารํวมความตกลง ซีพีที่พีพี (CPTPP) กํอนความตกลงอื่น ทั้ง ๆ ที่เรายังมีอีกหลายกลุํมเศรษฐกิจที่ยังไม่ํมี ความตกลงเอฟทีเอ (FTA) ดั๎วย เชํน สหภาพยุโรป ยูเรเซีย ซึ่งเป็นกลุํมเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญํ แล๎วก็เป็นตลาดสำคัญคํะ แต่ํทำไมํเราเลือกที่จะเข๎าซีพีที่พีพี (CPTPP) ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทย มีความตกลงเอฟทีเอ (FTA) อยู่ํแล๎วกับ ๙ ประเทศ จากสมาชิกทั้งหมด ๑๑ ประเทศ ซึ่งการจัดลําดับความสําคัญกํอนหลังในการที่จะเข๎ารํวมความตกลงมีผลตํอยุทธศาสตร์๑ การเจรจาของไทยในอนาคตคํะ ถ๎้ารัฐบาลจะบอกวำต๎้องการตลาดแคนาดามาก ดิฉันก็จะขอถามวำแล้๎วเมื่อ ๒ ปีที่แล้๎ว ในการประชุมอาเซียน (ASEAN) ที่ประเทศสิงคโปร๑เป็นเจ๎าภาพ ได้๎มีการทำการศึกษา โดยอีเรีย (ERIA) บํงชี้ชัดเจนวำการเข๎ารํวมความตกลงความตกลงวำด๎้วยความร่ํวมมือ ด๎านเศรษฐกิจอาเซียน-แคนาดา ประเทศไทยจะได้๎ประโยชน์๑มากที่สุด แต่ํตอนนั้นทำไม ประเทศไทยปฏิเสธ และลำสุดกระทรวงพาณิชย์๑ก็ออกมาให้๎ขำวเองวำประเทศแคนาดาสนใจ อยากทำความตกลงเสรีทางการค้๎ากับอาเซียน (ASEAN) แล๎วก็ขอให้๎่ประเทศไทยชํวยผลักดัน แต่ํประเทศไทยก็ยื้อเวลามาเรื่อย ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้๎วการเจรจาผำนอาเซียน (ASEAN) จะทำให้๎้ ไทยมีอำนาจตํอรองที่สูงกวำแน้ํนอน แต่ํทำไมเราถึงยอมเอาประเทศมาเสียเปรียบในหลายด๎าน ด๎้วยการเข๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) รัฐบาลที่ผำนมาสั่งการให้๎หนํวยงานดำเนินการ โดยที่ไมํมีทิศทางที่ชัดเจนคํะ ก็ยังเป็นคำถามวำแล๎วการเข๎ารํวมซีพีที่พีพี (CPTPP) จะชํวยให้๎ ไทยมีศักยภาพทางด๎านการแขํงขันจริงหรือไมํ หรือวำจะเป็นการฆำธุรกิจไทย ฆำเกษตรกร พี่น๎้องชาวไทยทางอ๎อม และยังเป็นคำถามอยู่ํคํะวำความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) นั้น จริง ๆ แล้๎วตอบโจทย์๑ยุทธศาสตร์๑การพัฒนาประเทศจริงหรือไมํ นอกจากนี้ยังมีหลายภาคสํวน ที่ยังแสดงความกังวลถึงการเข๎ารํวมซีพีที่พีพี (CPTPP) ที่อาจสร๎างผลกระทบในหลาย ๆ ดั๎าน แล๎วก็ยังมีคำถามมากมายที่ยังไม่ํได้๎์ข๎อยุติ ดิฉันจึงคิดวำทุกฝ่ายควรที่จะได้๎มีโอกาสในการใช้๎เวที สภาผู้๎แทนราษฎรในการศึกษารํวมกัน เพื่อหาข๎อสรุปที่จะเป็นประโยชน์๑ตํอประเทศชาติ ไมํใช้ํประโยชน์๑ของคนกลุํมใดกลุ่ํมหนึ่ง ดิฉันจึงเสนอให้๎มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาผลกระทบการเข๎ารํวมความตกลงซีพีที่พีพี (CPTPP) ของประเทศไทย แต่ํการศึกษานี้ จะต๎้องเป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์๑ของประเทศชาติและประชาชนสํวนใหญํ คณะกรรมาธิการชุดนี้ ต๎้องไมํเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการสร๎างความชอบธรรมเพื่อเข๎ารํวมซีพีที่พีพี (CPTPP) เพื่อรักษาประโยชน์๑ของคนบางกลุํม บางฝ่าย ขอบคุณคํะ