ณธีภัสร กุลเศรษฐสิทธิ์ หารือปัญหาหนี้สินครูที่รุนแรงและซับซ้อน โดยเปิดโปงระบบที่เอื้อให้ครูเป็นหนี้ซ้ำซ้อนผ่านโครงการสวัสดิการและสหกรณ์ พร้อมเรียกร้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตครูและระบบการศึกษาของประเทศ
กราบเรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม ณธีภัสร กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกล ทานประธานครับ ปใญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษานั้นถือไดวาเป็นปใญหาระดับตํานาน ไดมีความพยายามที่จะแกไขปใญหานี้มาแลวในหลายรัฐบาล แตปใญหานั้นก็ไมไดหมดสิ้นไป หรือแมแตทุเลาเบาบางลง แลวปใญหาหนี้สินครูนั้นมิเพียงแตจะสรางความทุกขใหกับคุณครู แตผลกระทบของปใญหานี้จะขยายวงกวางออกไปสูคุณภาพการศึกษาของเยาวชนไทย และอาจรายแรงถึงขั้นสงผลกระทบตอเศรษฐกิจและสังคมระดับประเทศไดครับ วันนี้ผม อยากจะขออภิปรายคราว ๆ เพื่อใหเห็นถึงปใญหาที่ชวยทําใหหนี้ครูนั้นเป็นสิ่งที่สําคัญที่เรา จะตองมารีบแกไข ทานประธานครับ ผมขอเริ่มตนจากความหนักหนวงของปใญหาหนี้ครูที่อาจ แสดงใหเห็นไดดวยจํานวนเลขหนี้สินครูดังนี้ครับ ยอดหนี้สินครูทั้งหมด ๑.๔ ลานลานบาท แบงเป็นหนี้กับสหกรณแออมทรัพยแครูทั่วประเทศรวมกัน ๘.๕ แสนลานบาท หนี้กับธนาคาร ออมสินผานโครงการสวัสดิการเงินกูกองทุนฌาปนกิจสงเคราะหแชวยเพื่อนครูและบุคลากร ทางการศึกษาหรือ ช.พ.ค. และโครงการฌาปนกิจสงเคราะหแชวยเพื่อนครูและบุคลากร ทางการศึกษาในกรณีคูสมรสถึงแกกรรม หรือ ช.พ.ส. โครงการที่ ๒ ถึงโครงการที่ ๗ รวมกัน เป็นเงิน ๓.๙ แสนลานบาท หนี้กับธนาคารอาคารสงเคราะห ๖๐,๐๐๐ ลานบาท และหนี้กับ ธนาคารกรุงไทย (จํากัด) มหาชน อีก ๖๐,๐๐๐ ลานบาท ทั้งหมดนี้นั้นยังไมรวมหนี้นอกระบบ อีกจํานวนมากที่เราไมสามารถรูไดถึงจํานวนที่แทจริงครับ ทานประธานเห็นไหมครับวา จากจํานวนหนี้ทั้งหมดนั้นมีจํานวนมากกวาหนึ่งในสามของงบประมาณรายจายที่ตั้งไวสําหรับ ปี ๒๕๖๔ เสียอีก ทีนี้เรามาดูกันวาจากจํานวนหนี้ครูมหาศาลนั้นครูจะเหลือเงินในการดํารงชีวิต เทาไร หากมีหนี้ ๕๐ เปอรเซ็นต เหลือใช ๕๐ เปอรเซ็นตแก็ยังจะสามารถพอดํารงชีพได แตในความเป็นจริงแลวครูจํานวนถึง ๓๐ เปอรเซ็นต หรือ ๑๒๐,๐๐๐ คน เหลือเงินไมถึง ๓๐ เปอรเซ็นต เนื่องจากถูกหนวยงานตนสังกัดหักเงินเดือน ณ ที่จายเพื่อชําระหนี้ จนยอด คงเหลือสุทธิเหลือเพียงต่ํากวา ๓๐ กวาเปอรเซ็นตแของเงินเดือน ทานประธานดูที่สไลด (Slide) นี้จากเงินเดือนหลักหมื่น เหลือเงินเพียงหลักรอย แลวครูเหลานั้นจะใชชีวิตกันอยางไร แลวครูเหลานั้นจะเอากําลังใจที่ไหนมาสอนเด็กนักเรียนครับ แลวนี่เป็นเพียงตัวอยางหนึ่ง ของครูและขาราชการอีกจํานวนมากซึ่งมีสภาพไมตางกันครับ ทานประธานครับ ลําพังครู ฝุายเดียวคงจะกอหนี้ไมไดมากมายเชนนี้แน หากไมมีฝุายอื่นที่เกี่ยวของใหการสนับสนุน สงเสริม และอํานวยความสะดวกสารพัด จนสรางขึ้นมาเป็นระบบที่เอื้อใหครูเป็นหนี้ลนพน ผมจะขอแสดงตัวอยางใหทานประธานไดเห็นถึงปใญหาที่ผานมาที่เกิดจากระบบนี้นะครับ โดยเฉพาะเจาะจงไปที่โครงการ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่มีกรณีพิพาทระหวางฝุายครูผูเป็นลูกหนี้ กับฝุายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ เชน ธนาคารออมสิน สกสค. และบริษัททิพยประกันภัย จํากัด (มหาชน) โดยฝุายครูกลุมหนึ่งไดกลาวหาวาสัญญาเงินกูในโครงการ ช.พ.ค. โดยเฉพาะโครงการที่ ๕ และโครงการที่ ๖ ไมเป็นธรรม มีการบังคับใหทําประกันคุมครอง วงเงินสินเชื่อที่ซ้ําซอน ซึ่งโดยนโยบายแลวจะตองเป็นการทําประกันชีวิตเพียง ๑ กรมธรรม เทานั้น แตบริษัทที่ธนาคารออมสินเลือกมากลับเป็นบริษัท ทิพยประกันภัย จํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทประกันวินาศภัย ทําใหตองพวงมาดวยบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) จึงดูเหมือนวาเป็นการบังคับใหครูตองทําประกันสินเชื่อ ๒ กรมธรรม ครูตองยอมจายเบี้ยประกัน ที่ซ้ําซอน โดยเป็นการจายในคราวเดียวในตอนเริ่มกูดวยจํานวนเบี้ยประกันมหาศาลในแตละ โครงการ จึงมองไดวามีผลประโยชนแจํานวนมากจากการที่ครูเขามาเป็นหนี้ดวยเงื่อนไขเหลานี้ หรือไม ทั้งคาคอมมิสชัน (Commission) เบี้ยประกันจํานวนมาก และเงื่อนไขรายละเอียด ตาง ๆ ในกรมธรรมแที่ครูจํานวนมากไมรูและไมเคยเห็น ในสวนของ สกสค. ก็มีการตั้งกองทุน จากโครงการ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ๓ กองทุน กองทุนไดมีการใชจายอยางถูกตอง โปรงใส และเป็นประโยชนแตอครูสวนรวมหรือไม ครูจํานวนมากจึงมีขอสงสัยอยู และผลประโยชน เหลานี้ใชหรือไมที่ผลักดันใหเกิดระบบที่เอื้อใหครูเป็นหนี้อันลนพน หนี้อีกกอนที่ใหญกวาคือ หนี้ที่เกิดจากสหกรณแออมทรัพยแครูทั่วประเทศ สหกรณแออมทรัพยแถือไดวาเป็นสถาบันการเงิน ที่ใหกูยืมดวยความสะดวก งายดาย ผลัดกันค้ํา ผลัดกันกู ไขวกันไปมา และดวยกฎหมาย สหกรณแทําใหหนี้ที่เกิดกับสหกรณแมีสิทธิหักเงินเดือนเพื่อชําระหนี้ไดกอนสถาบันการเงินอื่น ที่เป็นเจาหนี้ เป็นเหตุใหสหกรณแนั้นปลอยกูงายดาย เพราะคิดวาอยางไรก็จะตองไดเงิน ชําระหนี้คืนกอน ประกอบกับปใญหาการดําเนินงานของสหกรณแออมทรัพยแครูหลายแหง ก็ยังมีปใญหาเรื่องธรรมาภิบาล ขาดวินัยการเงินในการปลอยสินเชื่อ เชน การไมตรวจเช็ก (Check) ขอมูลเครดิตกอนใหกู จึงทําใหสะสมกลายเป็นหนี้ครูกอนโต ทานประธานครับ จริงอยูวาการเป็นหนี้นั้นแรงจูงใจยอมเกิดจากครูผูกู แตระบบที่ครูเขาไปเป็นหนี้นั้นมีความ ตรงไปตรงมา โปรงใส และเป็นธรรมกับครูจริงหรือไม สิ่งนี้ยังเป็นขอสงสัยอยู ทานประธานครับ ถึงเวลาแลวที่เราจะตองมาชวยกันแกปใญหาหนี้สาหัสที่คุณครูทั้งหลายกําลังเผชิญอยางบูรณาการ และเชิงระบบเพื่อใหครูนั้นเป็นหนี้อยางสรางสรรคและเป็นธรรม ไมวาจะเป็นการใหบริษัท บริหารสินทรัพยเขามาจัดการหนี้วิกฤติเหลานั้น ปรับโครงสรางหนี้ใหเกิดการชําระหนี้ ตามศักยภาพและเป็นธรรมกับทั้ง ๒ ฝุาย ปฏิบัติตอครูดังลูกหนี้ ไมใชทาส และจะตองมี ระบบที่รวบรวมจัดเก็บขอมูล เชื่อมโยงขอมูลสําคัญตาง ๆ เขาดวยกัน หนี้ครูทั้งหมดรวมทั้ง สหกรณแควรจะตองถูกนําเขาสูระบบขอมูลเครดิตแหงชาติ พรอมกับจะตองมีหนวยงานที่ให ความรูและทักษะทางดานการเงินกับครู ใหครูรูเทาทันถึงประโยชนและภาระตาง ๆ ที่เกิดจาก การเป็นหนี้ สังคมไทยเปรียบครูเป็นดังเรือจางที่คอยสงคนใหถึงฝใ่ง แตดวยสภาวะหนี้ครู ที่เป็นอยูในปใจจุบัน เรือลํานั้นจะแลนอยูไดอยางไรหากยังมีหินโสโครกมากมายที่คอยทําราย และทําลายใหเรือเกิดรอยรั่ว น้ําที่คอย ๆ ซึมเขาไปทําใหวันหนึ่งเรือก็คงจะตองจมลง แลวผูโดยสารก็คือเยาวชนของชาติ หากโชคดีก็สามารถตะเกียกตะกายวายน้ําเขาฝใ่งเองได แตหากโชครายก็คงจะตองจมน้ําตายไปพรอมกับเรือ