สฤษดิ์ เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้หนี้ครูอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓

สฤษดิ์ บุตรเนียร หารือปัญหาหนี้สินครูที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและระบบการศึกษา พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนทานประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องที่จะเสนอญัตติตอทานประธานสภาขอใหสภาผูแทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแกไขปใญหาหนี้สินครูเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุณภาพ การศึกษา อันเนื่องมาจากวาระบบการศึกษา การจัดการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา เป็นปใจจัยพื้นฐานที่สําคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประชาชน ในประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรีไดเห็นชอบในการทําแผนปฏิรูปการศึกษา ซึ่งการศึกษานั้น เป็นแนวทางในการที่จะปรับปรุงหลักสูตรในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสรางระบบดิจิทัล แพลตฟอรแม (Digital platform) เพื่อการเรียนรูแหงชาติ ซึ่งในปใจจุบันนี้บุคลากรทางการ ศึกษาโดยเฉพาะคุณครูประสบปใญหาสําคัญในการดํารงชีวิต โดยเฉพาะปใญหาหนี้สินที่มีคุณครู หลายแสนคนประสบภาวะหนี้สินมาก อีกทั้งหนี้สินครูมันจะสงผลกระทบตอระบบการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในประเทศไทยสาเหตุหนึ่งก็คือ มาจากทางดานเศรษฐกิจ ทางดานที่หนวยงานหรือการบริหารจัดการในการกูหนี้ยืมสิน ไมเหมาะสม หนวยงานในภาครัฐก็ยังมีการบริหารงานและจัดการแกไขหนี้สินของครู อยางไมเป็นระบบ ดังนั้นในวันนี้หากมีการพิจารณาแนวทางการแกไขปใญหาหนี้สินครู อยางเป็นระบบและยั่งยืนแลวเราเชื่อวาการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาจะเป็นไป อยางตอเนื่อง ดังนั้นผมจึงขออภิปรายรวมกับทานผูอภิปรายผานมาถึง ๕ คน ซึ่งทานก็เป็น บุคลากรทางการศึกษามีประสบการณในการศึกษาแลวเป็นครูทุก ๆ ทาน ซึ่งเขาใจชีวิตของครู เป็นอยางดี หนี้สินมันเป็นหนึ่งในปใญหาการเงินของทุก ๆ คนแลวมีแนวโนมวาจะมากขึ้น ไปเรื่อย ๆ และยากที่จะแกปใญหากันใหจบสิ้น เพราะเงินเป็นปใจจัยในการดํารงชีวิต การดํารงชีพเป็นสิ่งที่จะไดมาซึ่งปใจจัยพื้นฐานไมวาจะเป็นอาหาร ที่อยูอาศัย เครื่องนุงหม และยารักษาโรค และนับวันก็จะมีปใจจัยที่ ๕ ปใจจัยที่ ๖ ขึ้นมาเรื่อย ๆ ไมวาจะเป็นยานพาหนะ เทคโนโลยี และเป็นปใญหาของสังคมตามความเจริญของบานเมือง โดยเฉพาะวันนี้วัฒนธรรม ของเรากลายเป็นวัตถุนิยมไปเสียแลว และมีสิ่งเราใจมีวัตถุ ลัทธิการเลียนแบบ ซึ่งทําใหรายรับ ที่มีอยูนั้นไมพอเพียงกับรายจายที่เกิดขึ้น เมื่อไมเกิดความสมดุลแนนอนเราก็ตองกูหนี้ยืมสินมา เพื่อใหไดในสิ่งที่เราตองการ จริง ๆ แลวการเป็นหนี้สินมันไมใชเฉพาะคุณครูหรอกครับ ทุกอาชีพ ทหาร ตํารวจ ทุกกระทรวง ทบวง กรม แมแตประชาชนทั่วไปอยาวาแตระดับ ประชาชนเลยครับ ระดับประเทศชาติเราขาดเงินเราก็ตองกูขึ้นมา ดังนั้นเมื่อมีการกูก็ตองมี เจาหนี้ที่จะปลอยนั่นคือสถาบันการเงินตาง ๆ จะวาไปแลวการกูหนี้ยืมสินมันก็มีทั้งขอดี และขอเสีย มันเป็นโอกาสที่ทําใหคนลดความเหลื่อมล้ําความเสมอภาค จะวาไปการกูหนี้ยืมสิน ผมวามีสวนดีเกินกวา ๗๐ เปอรเซ็นต มันจะมีสวนเสียบางก็ตรงที่ผูกูไมประมาณตนหรือไมรูจัก ความพอดีในสิ่งที่ตัวเองตองการ เพราะฉะนั้นในโอกาสวันนี้มันเป็นวิกฤติของคุณภาพการศึกษา ทีนี้คุณครูเป็นหนี้มันเป็นปใญหามาอยูวาผลกระทบไปกระทบกับคนอื่นโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นเยาวชนของชาติ ถาอาชีพอื่นอาจจะไมกระทบแรงนัก เป็นหนี้ถูกฟูองลมละลาย หรือปใญหาหนี้สิน แตคุณครูเป็นบุคคลที่อยูใกลทรัพยากรของชาติมากที่สุด ผมจะเปรียบวา คุณครูก็เหมือนกับศิลปินวัน ๆ ตองมีอารมณในการจะสอน อยางพรุงนี้เป็นวันสิ้นเดือนผมเชื่อวาเกิน ๓๐-๔๐ เปอรเซ็นต ก็เป็นวันสิ้นใจเหมือนกันละครับ ไมรูวาไหนจะตัดหนี้แลวบัญชีหนาซองไมเหลือ ไหนจะเจาหนี้มารออยูหนาโรงเรียน ไหนจะหนี้ รานหนาปากซอย สารพัดครับ ดังนั้นวันนี้ผมอยากจะพูดรวม ๆ ในสวนของหนี้สินซึ่งโดยปกติ แลวเรามีคุณครูจํานวนมากถึง ๙๐๐,๐๐๐ กวาคน ในจํานวนนี้มีอยูในระบบประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐ คน หนี้สินจํานวนมหาศาลถาเรารวมกันแลวก็ประมาณ ๑.๒ ลานลานบาททีเดียว โดยเฉพาะเป็นหนี้มากที่สุดก็คือสหกรณแออมทรัพยแครู โดยประมาณการณแกันวาประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ลานบาท ธนาคารออมสินของ ช.พ.ค. ก็ไมต่ํากวา ๔๐๐,๐๐๐ ลานบาท และอื่น ๆ อีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ลานบาท ถาโดยภาพรวม จากแหลงเงินกูที่ไดมาก็คือสหกรณ ออมทรัพยแครูที่เกิดจากคุณครูรวมกันเป็นสหกรณแรวมมือรวมใจกันที่จะตั้งสถาบันการเงินขึ้นมา อีกอันหนึ่งคือธนาคารออมสิน ซึ่งโครงการสวัสดิการเงินกูกองทุนฌาปนกิจสงเคราะหแชวยเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษาผาน สกสค. คือสํานักงานคณะกรรมการสงเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาดวยความหวังดีครับ แตบางทีความหวังดีมากเกินไป จนเป็นเหมือนวัตถุประสงค จริง ๆ วัตถุประสงคเปูาหมายดีทุกอยาง จริง ๆ เขาเขียนไวดี ไมวาสหกรณแออมทรัพยแครู ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย หรือสถาบันอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นหนี้ในระบบจํานวนมากมายขนาดนั้น แตวันนี้ผมในฐานะของที่อีกหนึ่งคนที่เป็น นักการศึกษามาโดยตลอด อยากจะพูดถึงในเวลาที่จํากัดอยากจะเจาะประเด็นไปที่สหกรณ ออมทรัพยแครูดวยวัตถุประสงคแที่เราตั้งกันขึ้นมาจริง ๆ แลวเราเพื่ออยากจะชวยเพื่อนครู ใหมีแหลงเงินกูแกไขปใญหาตามที่ทานผูอภิปรายตาง ๆ ไดนําเสนอไปแลววาเพื่ออะไรบาง ปใญหาหนี้สินมันเหมือน ๆ กันหมดละครับ เพื่อคาครองชีพ ซื้อยานพาหนะ ซื้อบาน ที่ดิน ปใญหาเหลานี้เหมือนกันหมด แตตรงที่สหกรณแออมทรัพยแครูสิครับ ไหนจะหนี้สามัญซึ่งคุณครู จบมาใหม ๆ โดยเฉพาะคุณครูใหม ๆ กูถึง ๖๐ เทา เป็นลานลานบาท ซึ่งไมนาเชื่อเลยวา จะกูไดมากขนาดนั้น คุณครูปกติแลวตองมีหุนเกินกวา ๑ ใน ๔ แตในทางปฏิบัติคุณครูบรรจุได ๖ เดือนกูแลวดังนี้ หรือสามัญพอเต็มเพดาน ๒ ลานบาท หรือลานกวาบาทก็เปลี่ยนชื่อใหม เป็นฉุกเฉิน ซึ่งฉุกเฉินเมื่อกอนนี้ก็สงเพียง ๓-๔ งวดก็พอ แตวันนี้ไมแลว สงเป็นรอย ๆ งวด อีกหนอยพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือแมแตกูเงินปในผลที่จะไดในสิ้นปีก็เอามากูกันอีก ซึ่งสิ่งตาง ๆ รวมกันไปแลวประมาณการณแกันไดวาคุณครูถาอาวุโสเงินเดือนมากหนอยเกือบ ๔-๕ ลานบาท ซึ่งมันเป็นไปไดอยางไรขนาดนั้น วันนี้อยากจะแนะนําหรือใหขอเสนอแนะวาหนี้สินที่เป็น ขั้นวิกฤติจริง ๆ แลวเราเชื่อวาไมเกิน ๑๐,๐๐๐ รายในทั้งประเทศ หรือหนี้ที่ใกล ๆ วิกฤติ ก็อาจจะประมาณสัก ๔๐,๐๐๐ ราย ที่จะอยูในขั้นกระบวนการที่จะขอความกรุณาเมตตา จากรัฐบาลดวยปใญหาตาง ๆ เหลานี้ ผมจึงอยากจะนําเสนอในเรื่องสหกรณแซึ่งผมมีความคุนเคย มีความใกลชิด แลวก็ไดเป็นลูกคาหรือเป็นสมาชิกอยูกับสหกรณแนั้นดวย คือสหกรณเป็น นิติบุคคลการบริหารงานอยูในกลุมคนซึ่งไดคัดเลือกมาจากสมาชิกทั้งหมด มองแตเอาใจลูกหนี้ มองใจสมาชิกปลอยใหกูจนมากเกินไป จนคนบอกวาเราปลอยมากเกินขอบเขตของการเงินนั้น ผมเชื่อวาการกูไมเป็นปใญหาวัตถุประสงคแดี แตปใญหาอยูวากูไปทําอะไร นั่นคืออุปสรรคปใญหา สวนธนาคารนั้นธนาคารก็ปลอยกูอยางที่บอกใครมาก็ใหกู กู กู จนไมมีขอมูลเลยวาเราไป กูหนี้ยืมสินอยูขนาดไหน นั่นก็คือขาดขอมูลดาตา (Data) มุงหวังแตดอกเบี้ย ทั้งที่ก็บอกวา เพื่อประโยชนแของคุณครูครับ เพราะฉะนั้นแนวทางในการที่จะแกไขอยางนั้นถึงจะบอกวา เป็นไปไดไหมสหกรณแออมทรัพยแครูควรออกกฎ ระเบียบ มองภาพรวมถึงคุณภาพชีวิตของ คุณครูมาก ๆ หนอย เพราะไมควรจะปลอยจนเรามาพูดกันวาวินัยทางการเงิน สถาบัน ทางการเงินควรจะมีกฎเกณฑ กติกาบาง แตทุกวันนี้ถามวามีกฎเกณฑไหม มีกฎเกณฑแครับ แตก็เปิดชองวางเหมือนกับกฎเกณฑแของศรีธนญชัยครับ การประสานงานสถาบันการเงิน ควรจะมีการรวมกลุมกอนของการเงินเพื่อจะติดตามวาคุณครูเหมาะสมขนาดไหน และถาจะ มีการชวยเหลือจริง ๆ เป็นไปไดไหมรวมหนี้คุณครูในสถาบันตรงนั้น โดยเฉพาะ ณ วันนี้ เรามองวาวันนี้เราเป็นวิกฤติโควิด (COVID) ที่จะเกิดขึ้น เราใชมาตรการตรงนี้ไดไหมเหมือนที่ ทานสมาชิกตาง ๆ ไดอภิปรายไป เรื่องซอฟตโลน (Soft loan) ทําอยางไรครับ คุณครูวันนี้ เขาไมไดคาดหวังวาจะยกหนี้ให หรือไมตองจายหนี้ ทําอยางไรในยุควิกฤติจะลดดอกเบี้ยลง เหมือนซอฟตโลน (Soft loan) โดยสถาบันการเงินยื่นมือมาชวยคุณครู เพราะการชวยครั้งนี้ มิใชแตชวยคุณครูอยางเดียว ในวาระนี้เป็นการชวยประเทศชาติที่ทําใหคุณครูมีสุขภาพจิตที่ดี มีสุขภาพกายที่แข็งแรงแลวสิ่งตาง ๆ เหลานี้จะตกทอดเป็นอานิสงสแมาใหกับเด็กและเยาวชน ของชาติตอไป ในการที่จะลดดอกเบี้ย ในการที่จะยืดอายุเวลาการผอนชําระ ผมจึงกราบเรียน มาทางทานประธานสภาที่เคารพไดโปรดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาหาแนวทาง เหมือนกับที่เราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดาน กยศ. ดานเกษตรกร ก็จะเป็นอานิสงสแที่จะ ทําใหหนี้สินครูไดสามารถพัฒนาและนําไปสูการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาตอไปในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณอยางมากครับ