ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนในการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรี พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงอย่างเปิดเผยเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและป้องกันวิกฤติทางการเมืองที่อาจบานปลายจากประเด็นดังกล่าว
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ จากเขตบางขุนเทียน จากที่ได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามก่อนที่จะไปปฏิบัติภารกิจ นั่งฟังอยู่นานครับ ไม่ได้ทน แต่ว่าฟังแล้วยังไม่มี คำตอบใดที่ตอบเกี่ยวกับประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐธรรมนูญนี้ มีความสำคัญ รัฐธรรมนูญนี้คนฟากฝั่งทางพวกท่านเอง เป็นคนพูดว่ารัฐธรรมนูญนี้เขียนมา เพื่อพวกผม รัฐธรรมนูญนี้เขียนมาเพื่อพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล นี่คือคำกล่าวของ ฟากฝั่งท่าน แต่แคนดิเดต (Candidate) นายกรัฐมนตรีที่มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รับตำแหน่งแล้วกลับไม่พูดถึงว่าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่ท่านได้ทำคลอดมาเองกับมือ และวันนี้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนทั้งประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ตอบอย่างชายชาติทหารเลยครับ ผมจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ประชาชนทั้งประเทศ ฮึกเหิมครับ ฟังแล้วอย่างน้อย ๆ ยังมีคนรับผิดชอบ ผ่านไป ๒ วันเท่านั้นละครับ นายทหาร สะดุดหินตัวเอง บอกผมพูดครบแล้ว หมายความว่าอย่างไร นี่แสดงว่ายังสร้างความขัดแย้ง ในบ้านเมือง ทำให้ประชาชนเขาสงสัย ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเทียบเคียง เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อน ปี ๒๕๔๙ จนมาถึง ปี ๒๕๔๙ จนมาถึงอดีตก่อน การรัฐประหารครั้งนี้ บ้านเมืองในประเทศไทยแบ่งกลุ่ม แบ่งก้อน ถ้าเปรียบเทียบเปรียบ ประหนึ่งว่ามีกระดานไวต์บอร์ด (Whiteboard) ๑ อัน มากั้นประชาชนทั้ง ๒ ฟากฝั่งไว้ อีกฟากหนึ่งบอกว่ากระดานแผ่นนี้สีน้ำตาล อีกฟากฝั่งหนึ่งคือสีขาว สร้างความขัดแย้ง ให้ประชาชนต่างคนต่างเถียงกันไป เถียงกันมา คนบางกลุ่ม บางก้อน เดินถอยหลังออกมา แล้วบอก อ๋อ นี่คือกระดานไวต์บอร์ด (Whiteboard) แต่คนที่ยังอยู่ในวังวนว่ายังมีความ ขัดแย้งว่า กระดานแผ่นนี้มันสีอะไร จะต้องเอาเป็นเอาตาย เอาชนะกันให้ได้ ก็ยังแยกไม่ออก จนมาวันหนึ่งรองเท้าทหารได้ทลายกำแพงกั้นทางสังคมอันนี้ ทลายกระดานไวต์บอร์ด (Whiteboard) อันนี้แล้วบอกประชาชนให้กลับบ้านเสีย แต่เขายังทิ้งปมไว้ในสังคมว่า กลับบ้านเถอะนะกระดานนี้สีน้ำตาล แต่เขาไปส่งประชาชนอีกฟากฝั่งหนึ่งกลับบ้าน ก็บอกเช่นกัน บอกกลับบ้านเถอะนะกระดานฝั่งนี้คือสีขาว ยังสร้างประเด็นในสังคม ทำให้เกิดรอยร้าวจนถึงปัจจุบัน และครั้งนี้รอยร้าวนั้นถึงแม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ มันกำลัง จะกลับมาอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ผ่านเลยไป เลยไป เลยไป เทคโนโลยีก้าวเข้ามา ทำให้ประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่ ประชาชนที่ร่วมชะตากรรมครั้งนั้น ได้มีข้อมูลที่ศึกษาเพิ่มขึ้นว่า อ๋อ ความขัดแย้งที่เราเคยขัดแย้งกันมามันเป็นเพียงความขัดแย้ง ทางการเมือง กระดานแผ่นนั้นมันมีทั้ง ๒ สี เราไม่น่าเอาเป็นเอาตายช่วงชิงความชนะ ว่ามันคือสีใด แต่ด้วยกาลเวลาผ่านไปเซิร์ช (Search) อินเทอร์เน็ตก็รู้ว่ากระดานไวต์บอร์ด (Whiteboard) ด้านหลังจะเป็นสีน้ำตาล ด้านหน้าจะเป็นสีขาว ทำให้ถึงบางอ้อทั้งประเทศ และสถานการณ์คลี่คลายลง จนมาถึงวันนี้ครับ วันนี้สถานการณ์กำลังจะก้าวเข้าสู่จุดเริ่มต้น ผมจึงอยากจะให้มันหยุดชะงัก แล้วให้ผู้เกี่ยวข้องตอบให้ชัดว่าในวันถวายสัตย์ปฏิญาณ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดหรือไม่ได้พูด ถ้าไม่ได้พูดท่านไม่ได้พูดเพราะเหตุใด ไม่ได้พูด เพราะผมเผอเรอ ไม่ได้พูดเพราะเป็นกิจวัตรประจำวันของผม ไม่ได้พูดเพราะผมพูดผิด ๆ ถูก ๆ แบบนี้อยู่แล้ว หรือไม่ได้พูดเพราะผมให้ใครคนหนึ่งเตรียมตัวมาแล้วไม่ได้พูด หรือท่าน เตรียมมาเพื่อพูดอย่างนั้นเลย ท่านตอบให้ชัดประชาชนจะได้เลิกทะเลาะกันว่า อีกฝั่งหนึ่ง ตอนนี้กำลังบอกว่าท่านพูดครบแล้ว ครบแล้ว จะเอาอะไรกันอีก จะมาตามประเด็นอะไรกัน มากมาย เหตุการณ์บ้านเมืองมีเยอะแยะแก้กันไม่หวาดไม่ไหวเรื่องแค่นิดเดียวเอง พูดครบแล้ว แต่อีกฟากฝั่งหนึ่งของประชาชนท่านมาบริหารราชการแผ่นดินในราชอาณาจักรไทย มีประชาชนมากกว่า ๗๐ ล้านคน ความคิดเห็นมันย่อมแตกต่าง ท่านต้องสลายความคิดเห็น ที่แตกต่างเหล่านี้ ท่านต้องประคับประคองความคิดเห็น อันไหนที่เป็นจุดเริ่มต้นของ ความขัดแย้งท่านทลายเสีย และวันนี้จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งมาจากตัวท่าน นี่คือจุดเล็ก ๆ ประชาชนกำลังเคลือบแคลงสงสัยและแบ่งกลุ่ม แบ่งก้อน แบ่งเป็น ๒ ฟากฝ่ายว่าฝั่งนี้บอก ครบแล้ว แต่อีกฟากฝั่งหนึ่งบอกยังไม่ครบ มันกำลังสร้างความขัดแย้งในประเทศไทยหรือไม่ และมันจะเดินก้าวไปทีละขั้น ทีละขั้น ทีละขั้น ทำให้สู่วิกฤตการณ์ทางการเมือง อย่าง ๑๐ ปีที่แล้วอีกหรือเปล่า เราต้องการเข้ามาเพื่อให้ยุติปัญหาเหล่านี้ใช่หรือไม่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ โอเค (OK) ครับ ในช่วงแรกที่ท่านตอบและท่านติดภารกิจ โอเค (OK) ผมเข้าใจ แต่คำตอบของท่านยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าท่านพูดครบหรือไม่ครบ และท่านพูดอย่างนั้นเพราะเหตุผลอะไรสุดแท้แต่ท่านเท่านั้นที่รู้ ไม่มีใครรู้ แต่วันนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ไม่เป็นไร ขณะนี้ยังเหลือรองนายกรัฐมนตรีอีก ๑ ท่าน และรัฐมนตรี อีกหลายท่าน ผมไม่ขอตั้งคำถามกับนายกรัฐมนตรีแล้ว เพราะหลาย ๆ ท่านตั้งไปแล้ว แต่ครั้งนี้ผมขอให้คณะรัฐมนตรีตอบชัด ๆ กับประชาชน ไม่ต้องตอบกับพวกผม ไม่ต้องตอบ กับใครทั้งนั้น ตอบกับประชาชนว่า คณะรัฐมนตรีในวันที่เข้าไปกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ พร้อมกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกล่าวตามนายกรัฐมนตรีหรือท่านกล่าวตามรัฐธรรมนูญ ตอบให้ชัดเลยครับว่าผมกล่าวตามรัฐธรรมนูญอยู่คนเดียวเลย นายกรัฐมนตรีหยุดพูด แล้วผมยังพูดอยู่ต่อ จะได้รู้ว่ายังมีคนเคารพรัฐธรรมนูญอยู่ ท่านตอบชัด ๆ ตอบทีละคนก็ได้ คณะรัฐมนตรีที่ยังเหลืออยู่ ณ เวลานี้นะครับ ว่าท่านกล่าวคำปฏิญาณตามนายกรัฐมนตรี หรือกล่าวตามรัฐธรรมนูญ ตอบประชาชนให้ชัด และอำนาจตาม มาตรา ๑๕๒ ที่จะเป็นญัตติ ในวันนี้ นอกจากตั้งคำถามไปยังคณะรัฐมนตรีแล้วผมยังอยากเสนอแนะ ๑ อย่างว่า นายกรัฐมนตรีในเหตุการณ์ครั้งนี้การที่ท่านจะกลับมาภายใต้รัฐธรรมนูญที่พวกท่านบอกว่า เขียนมาเพื่อท่าน เพื่อท่านเป็นรัฐบาล ท่านกลับมาอีกครั้งง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย แต่ท่านต้อง รักษาเกียรติภูมิแห่งการเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยไว้ การกระทำผิดใด ๆ การแสดงออกทางการเมือง การแสดงออกทางการรับผิดชอบทางการเมืองอย่างชายชาติทหาร ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านลาออก ท่านกลับมาง่ายมาก แต่ถ้าท่านตัดสินใจลาออก ท่านจะได้แสดงสปิริต (Spirit) ของเกียรติภูมิแห่งการเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย และเป็นบรรทัดฐานต่อ ๆ ไปในรัฐบาล ว่าความผิด ความผิดพลั้ง ความเพลี่ยงพล้ำใด ๆ ทางการเมือง การรักษาเกียรติภูมิ ของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น จะต้องแสดงออกทางการเมือง อย่างสมศักดิ์ศรี และครั้งนี้หากท่านยืนขึ้นและพูดอย่างชายชาติทหารว่าสิ่งที่กระทำไปนั้น ผิดพลาดจริง ๆ แล้วจะรักษาสถานภาพนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรไทยต่อ ๆ ไป ท่านขอรับผิดชอบอย่างไร วันนี้ถึงท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่กลับมาตอบ แต่ขอให้ คณะรัฐมนตรีตอบคำถามของผมในหลาย ๆ คำถาม เพราะว่าครั้งนี้ครับ ประชาชนเดือดร้อน มากมายอย่างแสนสาหัส เกียรติภูมิของนายกรัฐมนตรีต้องการการเรียกคืนครับ ถึงแม้ว่า สถานการณ์ต่าง ๆ นายกรัฐมนตรีจะบอกว่าจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ นายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจครับ ท่านได้ดูแลประชาชนอย่างอบอุ่น ท่านได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี อย่างครบถ้วนภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่วันนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสำคัญครับ คนที่จะต้องรักและหวงแหนจะต้องเป็นผู้นำประเทศ จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรี วันนี้ประชาชนกล่าวหาว่าร้าย ใส่ร้ายต่าง ๆ นานาครับ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นอะไรต่าง ๆ กระดุกนิดกระดิกหน่อยก็มีปัญหา มันเป็นเพราะจุดเริ่มต้นตรงนี้ละครับ หากท่านยอมรับเสียก็จบ แต่จุดเริ่มต้นนี้มันจะนำพาไปให้สร้างความไม่น่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีในลำดับต่อไป ทุกวันนี้ไม่ว่าท่านจะกล่าวอะไร ท่านจะทำอะไร ผิดไปหมดครับ ไม่เชื่อท่านไปดูในโลก โซเชียลมีเดีย (Social media) หรือไม่ก็โลกเสมือนจริงก็ได้ ในโลกที่ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ มันเลยเลยเถิดทำให้ทุกอิริยาบถของท่านนายกรัฐมนตรีทุกวันนี้ ท่านทำอะไรผิดไปหมดครับ เพราะจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ความผิดเล็ก ๆ แค่นี้ ท่านไม่ยอมรับ ดูไม่ดีไปด้วย เสื่อมเสียไปด้วย ล่าสุดนี่น้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานีท่านก็ลงพื้นที่ทันทีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มันธานีเหมือนกันประชาชนยังกล่าวหากันทั่วประเทศ ประชาชนบ่นหิวข้าวทั้งประเทศ นายกรัฐมนตรีบอกแจกเงินไปเที่ยว ก็ให้เงินแล้วจะไปกินข้าวที่ไปเที่ยวจะเป็นไร แต่ทุก ๆ อย่าง มันผิดไปหมด เพราะท่านกล่าวคำเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านไม่ยอมรับ แล้วท่านก็ปล่อยเลยเถิดไป ๆ สร้างความเคลือบแคลงใจในสังคม สร้างปัญหาในสังคมไทยและมันจะเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่นำมาสู่ปัญหาอันยิ่งใหญ่ต่อไป ผมฝากไว้เพียงเท่านี้ และขอให้คณะรัฐมนตรีทุกคน ที่เหลืออยู่ ณ เวลานี้ช่วยตอบคำถามผมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ