รังสิมันต์ ชี้ถวายสัตย์ไม่ครบ-ตั้งคำถามนิติธรรม-เรียกร้องรับผิดชอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๒

รังสิมันต์ โรม ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมบูรณ์ในการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการไม่กล่าวรับรองการรักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งผลต่อความชอบธรรมในการใช้อำนาจและการออกพระราชกำหนด โดยมองว่าเป็นการบ่อนทำลายหลักนิติธรรมและก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจในเจตนาทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้มีการชี้แจงอย่างเปิดเผย ตั้งคำถามต่อวุฒิภาวะของผู้นำรัฐบาล และเสนอให้พิจารณาการลาออก รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเมืองในอนาคต

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

คือประเด็นของผมก็คือว่าการที่ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่ได้อธิบายให้สังคมเข้าใจในหลายคำถาม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ กระดาษแข็งที่ท่านหยิบขึ้นมาอ่านตอนที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งท่านอาจารย์ปิยบุตร ได้เรียนกับท่านประธานเอาไว้ว่ากระดาษแข็งนี้ตกลงแล้วที่ท่านได้มาอ่าน เหตุใดถึงใช้ กระดาษแข็งนั้น แต่ไม่ใช้เอกสารที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเตรียมให้ สิ่งเหล่านี้ มีความสำคัญแต่ท่านประยุทธ์ไม่ได้อธิบาย ส่วนที่ท่านอธิบายเป็นในเรื่องของงบประมาณ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรของเราไม่ได้ถาม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่า ตกลงแล้วท่านไปเบี่ยงประเด็นเรื่องอื่นแทนที่จะอธิบายว่าในวันที่มีการแถลงของงบประมาณ ทำไมถึงไม่ยอมชี้แจงถึงแหล่งที่มาของงบประมาณตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ แต่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบ เอาละครับไม่เป็นไร ผมก็จะอภิปรายต่อไป ซึ่งในประเด็นของผมต้องเรียนกับท่านประธานด้วยความสัตย์จริงว่า ประเด็นที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้เป็นประเด็นที่ไม่ซ้ำกับใครแน่นอน เพราะที่ผ่านมาเราไปพูด ถึงเรื่องของการถวายสัตย์ปฏิญาณ อธิบายถึงหลักการซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ แต่สิ่งที่ผม กำลังจะอภิปรายต่อไปนี้ในเรื่องของการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าองค์พระมหากษัตริย์ การไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณอย่างที่เราทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดในถ้อยคำว่า จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ หมายความว่า ตัวรัฐธรรมนูญนี้ซึ่งประกอบไปด้วยบทบัญญัติ ๒๗๙ มาตรา ตัวท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะปฏิบัติและรักษาไว้ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าว บทบัญญัติเหล่านี้มีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลซึ่งต้องได้รับ ความคุ้มครอง ความเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ การกระทำใดที่ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญจะใช้บังคับมิได้ สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญยังได้รับรองสิทธิในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิต ร่างกาย สิทธิชุมชน การประกอบอาชีพ การนับถือศาสนา และยังรวมถึงในเรื่องอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น คณะรัฐมนตรี จะตราพระราชกำหนดได้เฉพาะเมื่อเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นรีบด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในกรณีเพื่อการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ยังมีบทบัญญัติอีกหลายเรื่อง ที่ผมไม่ได้เอ่ย ซึ่งหมายความว่าอะไร หมายความว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้คำสัตย์ว่า จะรักษาและปฏิบัติในบทบัญญัติเหล่านี้ ท่านประธานครับ การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ลองนึกดูหากท่านนายกรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดอาจจะเป็นในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับประชาชน ผมยกตัวอย่างเช่นพระราชกำหนด ซึ่งตัวอย่างนี้เป็นของจริงนะครับ และเพิ่งเกิดขึ้นแล้วคือ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครอง สถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยเงื่อนไขของการออกพระราชกำหนดจะต้องเป็นกรณี ที่มีความรีบด่วน ซึ่งอาจจะมีเงื่อนไข เช่น มีภัยที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ป้องปัดภัยพิบัติแห่งชาติ เงื่อนไขเหล่านี้คือเงื่อนไขที่จะทำให้ ฝ่ายบริหารสามารถออกพระราชกำหนดได้ ปรากฏว่าท่านตราพระราชกำหนดนี้โดยท่านอ้าง เหตุผลแค่เรื่องเดียวว่า ท่านไม่มีความพร้อม ผลคืออะไร ผลคือทำให้ประชาชนเสียโอกาส จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้หลายประการ นี่คือตัวอย่างรูปแบบหนึ่งของการใช้อำนาจตามอำเภอใจ โดยไม่สนใจว่าจะรักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเอาไว้ นี่คือเรื่องที่ ๑ ที่ได้เกิดขึ้นแล้วของ ผลของการไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ

เรื่องที่ ๒ การแถลงงบประมาณถามว่ารัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้กำหนดเอาไว้ ผมเชื่อว่าท่านรู้ดีว่าสาระสำคัญนั้นเป็นอย่างไร ปรากฏว่าสิ่งที่ท่าน ได้อธิบายต่อสังคม ท่านไปพูดถึงหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ท่านไปพูดถึงว่าเงินรายได้ จะมาจากเงินกู้ มาจากเงินภาษี ถามว่าถ้าพูดกันแบบนี้เราเอานักศึกษาเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ ๑ ก็เขียนได้ครับ และถามว่าถ้าเรายอมรับบรรทัดฐานแบบนี้ หากรัฐบาลคราวหน้า เขามาเป็นอีกและเขาทำแบบเดียวกันมันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติไหม ความมุ่งหมาย ของรัฐธรรมนูญคือต้องการให้รัฐบาลอธิบายออกมาให้ชัดเจนว่าตกลงแล้วในแต่ละนโยบาย ที่ท่านทำ ๑๒ เรื่องเร่งด่วน ท่านจะเอาเงินมาใช้กับเรื่องเหล่านั้นเท่าไรอย่างไร นี่คือสิ่งที่ พวกเราในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนอยากจะรู้ แต่ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรี ก็ไปพูดเรื่องอื่น ไม่อธิบายว่าทำไมท่านถึงไม่ได้เขียนระบุตรงนี้ จึงไม่แปลกที่ว่าทำไม พรรคอนาคตใหม่เราถึงนิยามการแถลงครั้งนั้นว่าลังเล โลเล และหลอกลวง เพราะสุดท้าย ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย หลังจากนั้นไม่กี่วันถัดมาสุดท้ายท่านก็เอาเงินงบกลาง ไปซื้ออาวุธต่อไป ซึ่งถ้าวันนั้นผมรู้ว่าท่านจะใช้เงินงบประมาณแบบนี้ ผมจะสามารถ เสนอแนะท้วงติงกับท่านได้แต่ผมไม่มีโอกาสนั้น รู้อีกทีรู้พร้อมประชาชนทุกคนครับ ท่านใช้ เงินงบประมาณไปกับการชอปปิง (Shopping) อาวุธ คราวนี้ ๒,๘๐๐ กว่าล้านบาท และเดี๋ยวคราวหน้าท่านก็จะซื้ออีก เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ นี่คือสภาพที่มันเป็นปัญหา ของการที่ท่านไม่แถลงนโยบายให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และท่านไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ให้ถูกต้อง ท่านประธานครับ การที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่แถลงให้ถูกต้อง ไม่ถวายสัตย์ ปฏิญาณให้ครบถ้วน มันทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงว่าตกลงท่านพยายามที่จะส่ง สัญญาณว่าอาจจะมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้นใช่ไหม โดยเฉพาะตัวผู้ที่แถลงไม่ครบถ้วน คนที่ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน คือบุคคล ที่มีประสบการณ์ในการทำรัฐประหารมาก่อน หากในอนาคตเกิดรัฐประหาร ผมเชื่อว่า สังคมไทยไม่มีใครแปลกใจครับ แต่ไม่มีใครยินดีเช่นเดียวกัน เพราะตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา ของการอยู่ภายใต้ระบอบการรัฐประหารนี้ก็พูดกันอย่างตรงไปตรงมาครับ ไม่มีอะไรดีเลย ผมเชื่อว่าในห้องนี้เพื่อนสมาชิกหลายคน หลายท่านคงมีคดี หลายท่านได้รับความเจ็บปวด จากการรัฐประหารไม่ต่างกับผม และท่านก็รู้ว่าการรัฐประหารนี้ส่งผลเสียทั้งสังคม เศรษฐกิจ และการศึกษา แม้กระทั่งการศึกษาก็ไม่พ้นนะครับ นี่คือสภาพที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา การที่ พลเอก ประยุทธ์ถวายสัตย์ปฏิญาณ อย่างน้อย ๆ ท่านถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ท่านจะรักษาและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ จะทำให้ประชาชนเขาอุ่นใจว่าอย่างน้อย ๆ ท่านยังเคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ท่านยังเคารพว่าประชาชนยังถือครองทรัพย์สินได้ อย่างน้อย ๆ สิทธิขั้นพื้นฐานตัวท่านถึงแม้จะมีประวัติในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางมาก่อน แต่คราวนี้ท่านจะเคารพ วันนี้ไม่มีใครรู้ครับว่าอะไรจะเกิดขึ้น ท่านอาจจะออก พ.ร.ก. ไปไล่ที่ชาวบ้าน ไปไล่ที่แล้วให้นายทุนเขาครอบครองทำเป็นโรงงานใหญ่ ๆ อ้างว่า เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติก็ได้ ท่านทำแบบนี้ได้ และผมเชื่อว่าองค์กรอื่น ๆ ก็จะบอกว่า ท่านไม่ผิดอีกเหมือนเดิม ท่านนายกรัฐมนตรีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้จริง ๆ เรื่องเหล่านี้ สะท้อนอะไรครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เราต่างก็รู้ดีว่ามีที่มาจากองค์กรลูกของ คสช. ที่นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงของการรณรงค์ประชามติท่านไปไล่จับ คนเห็นต่าง ท่านเกณฑ์ รด. เกณฑ์ทหาร เกณฑ์เจ้าหน้าที่ของรัฐ มาช่วยกันรณรงค์เพื่อให้ ประชามติผ่าน ท่านพูดออกอากาศว่าท่านจะไปรับรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าผม และผมเชื่อว่า อีกหลายคนในที่นี้เกินครึ่งแน่นอน เราไปโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ผลที่ออกมา เอาล่ะ ผลที่ออกมาคือฝ่ายรับมากกว่าฝ่ายไม่รับ ผมและท่านประธาน เราก็พยายามที่จะปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญให้ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร คือตัวท่านประยุทธ์กลับไม่จำเป็นต้อง รับผิดชอบในความผิดพลาดที่ท่านได้ละเมิดรัฐธรรมนูญเลยแม้แต่น้อย ลองเป็นพวกเราสิครับ ติดคุกครับ นี่คือสภาพที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ท่านทำไม่ว่าจะผิดเล็กน้อยหรือผิดมาก ท่านถูกเสมอ เราลองผิดนิดเดียวสิครับถึงขั้นยุบพรรคแน่นอน ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่ท่านเขียนขึ้นมาแท้ ๆ ท่านอาจจะไม่ได้เขียนโดยตรง แต่ท่านเขียนขึ้นมา แน่นอน ผมเลยอยากเรียกร้องว่าในเมื่อการกระทำที่ท่านทำผิดรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าท่านแก้ไขได้ ผมก็อยากให้แก้ไข แต่เสียดายครับท่านประธาน ช้าไปแล้ว ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านของกระผม เราไม่ได้มีความประสงค์ที่จะล้มรัฐบาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพยายามแนะนำคือเราต้องการให้ รัฐบาลทำให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายท่านเอาอีโก้ (Ego) เอาความรู้สึกส่วนตน ยกขึ้นมา แล้วทำให้ประเด็นที่ควรจะเป็นประเด็นที่ง่ายไม่ได้รับการแก้ไข ท่านปฏิบัติเหมือนกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับ ๒๕๖๐ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของตัวท่าน เพราะท่านใช้มันเอื้อประโยชน์ต่อตัวท่านเพียงอย่างเดียว ท่านทำผิดกี่ครั้ง ๆ ท่านไม่เคย คิดจะแก้ไข

ในประเด็นถัดไปนะครับ น่าเสียดายที่ พลเอก ประยุทธ์ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว แต่ไม่เป็นไรครับ ก็ถือว่าเป็นการตักเตือนกันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ว่าที่ผ่านมา ตัวท่านประยุทธ์นะครับ ผมสามารถกล่าวได้ว่าตัวท่านเป็นบุคคลที่ไม่มีวุฒิภาวะที่จะเข้ามา ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี แค่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ท่านยังแก้ไขไม่ได้ ซึ่งถ้าท่านทำจริง ๆ มันรวดเร็วและง่ายดาย ประสบการณ์ในต่างประเทศก็สอนเราแล้วว่ามันทำได้ แต่ท่านกลับยืนกระต่ายขาเดียว เถียงข้าง ๆ คู ๆ ว่าสิ่งที่มันผิดมันถูกนะ แทนที่ท่านจะกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาด อย่างตรงไปตรงมา ท่านกลับไม่ทำ ผมคิดว่าท่านไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำของ ประเทศ และการลาออกก็คือเครื่องมือหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำต่อท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ในส่วนของคำถาม ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรี คำถามแรก ผมขอถาม รัฐมนตรีทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นท่านอนุทิน ท่านจุรินทร์ ท่านวราวุธ