จิรายุ ตั้งคำถามเศรษฐกิจถดถอย หนี้ครัวเรือนพุ่ง ต้องเร่งเปลี่ยนทิศทาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๒

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีข้อมูลไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ทั้งในด้านการใช้จ่ายงบประมาณ การก่อหนี้ และความเหลื่อมล้ำทางรายได้ พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและเรียกร้องให้รัฐบาลกล้ารับผิดชอบและเปลี่ยนแนวทางการบริหารประเทศอย่างเร่งด่วน ก่อนที่สถานการณ์จะนำไปสู่ความตึงเครียดทางการเมืองในอนาคตอันใกล้

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานอย่าเพิ่งเบรกเกม เสิร์ฟนะครับ กำลังค่อย ๆ ไล่ลำดับให้ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้ทราบ ก็มันเป็นข้อเท็จจริงที่ผมจะต้องให้ท่านตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่นท่านบอกว่ารัฐบาลนั้น ไม่เคยเลยที่จะใช้งบประมาณอะไรฟุ่มเฟือยอะไรต่าง ๆ ผมจะยกตัวอย่างอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ พวกเราอันดับแรกเป็นฝ่ายค้านก็จริง หน้าที่ของฝ่ายค้าน และหน้าที่ของคนไทยทุกคนคือการรักประเทศ ไม่มีใครอยากจะให้ประเทศเสียหาย เพราะว่าผมไปต่างประเทศ ถ้าบอกว่ามาจากไทยแลนด์เขาจะได้ยกนิ้วโป้งให้ เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีอย่ามากล่าวว่าตัวเองรักประเทศเพียงคนเดียว ประชาชนทุกคน รักประเทศเหมือนกับท่านละครับ แต่การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพ มันคือระบอบประชาธิปไตยและการถ่วงดุลอำนาจ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ท่านก็บอกว่า ประเทศอย่างนั้นไม่ได้ครับ ประเด็นที่ผมอยากจะบอกครับว่าตั้งแต่มีประเทศไทยมา ในช่วงหลัง ๆ นี้ มีประมาณปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ที่เขาไม่ได้กู้ เขาก็ทำดุลงบประมาณแบบสมดุล ท่านนายกรัฐมนตรีรู้หรือเปล่า ถ้าไม่รู้ไปเรียกเจ้าหน้าที่ข้างหลังให้ไปชี้แจงหน่อยว่าประเทศไทย เขาทำงบสมดุลกันปีไหน สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โน่นละครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบนี่ข้อมูลไม่แม่น อย่ามาตอบพวกตัวเลขเศรษฐกิจ ให้คนนั่งบนบัลลังก์ ที่เขาเป็นพวกมือเศรษฐกิจตอบครับ อันตรายครับ แล้วมันจะทำให้นักลงทุนมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเหมือนปานประหนึ่งว่า เงินสำรองระหว่างประเทศนี้มันเป็นยาวิเศษที่ฉันจะคุยได้ว่ารัฐบาลของท่านทำแล้วมันเจ๋ง ผมบอกเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านพูดผิด และเดี๋ยวท่านมาแก้ตัวด้วยนะครับว่า ทำไมผมจึงบอกว่าท่านพูดผิดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินสำรองระหว่างประเทศนั้น ถ้าท่านไม่รู้จริงไม่เป็นไร เงินสำรองระหว่างประเทศนักธุรกิจหรือผู้นำเข้าและส่งออก เขาเอาไว้สำหรับแลกเงินตรา ท่านรู้ไหมครับว่าทำไมเงินตราทุกวันนี้ค่าเงินบาทมันถึงแข็ง พอแข็งทำอย่างไร เราก็ซื้อของจากต่างประเทศเอาเข้ามาครับ ท่านรู้ไหม ทำไมคนไทย ถึงไปเที่ยวเมืองนอกครับ เพราะค่าเงินบาทมันแข็งค่าขึ้น เราไปซื้อของเขาถูกลง เพราะฉะนั้นเรื่องเงินสำรองระหว่างประเทศท่านอย่าเอามาพูดในรัฐสภาให้กับ พี่น้องประชาชน เดี๋ยวเขาจะหาว่านายกรัฐมนตรีประเทศไทยไม่รู้เรื่อง ผมจะบอก ท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี เดี๋ยวท่านชี้แจงนะครับว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณตน ของท่าน รวมทั้งการไม่ชี้แจงที่มาของเงินงบประมาณทำไมพวกผมถึงต้องเข้าชื่อกัน เพื่อยื่นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่ามีเยอะ มันเป็นเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยครับ เขาไว้ให้นักลงทุนแลกเวลาเรา สั่งของเข้าแล้วนำของออกไป ไม่เกี่ยวเลยครับ ท่านไม่ต้องมาอวดสรรพคุณว่า โอ้โฮ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์เข้ามาแล้วบริหารราชการแผ่นดินดี คนทั้งประเทศเขารู้ครับว่าวันนี้เศรษฐกิจ ปากท้องและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเป็นอย่างไร ท่านประธานทราบไหมครับว่า ฐานะการคลังที่มีปัญหาในขณะนี้ เมื่อย้อนไปดูสถิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบาย เรื่องของอะไรที่ท่านจะแจกนี่ครับ มันเป็นการนอนหลับคืนนี้และตั้งใจจะฝันดี มนุษย์เรา บังคับฝันได้หรือครับท่านประธานครับ มนุษย์เราบังคับให้พี่น้องประชาชนไปเที่ยวได้หรือครับ ถ้าเขาไม่มีกะจิตกะใจจะเที่ยว ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด รายได้ สำคัญของรัฐหรือประเทศมันคืออะไรรู้ไหมครับ มันคือเงินภาษีเท่านั้นไม่เกี่ยวกับเงินทุน สำรองระหว่างประเทศ ไม่ใช่เลย ถ้าเป็นผมเป็นรัฐบาลในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ผมก็พูดได้ครับ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศก็มี ก็เหมือนกันแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เรื่องที่น่าตื่นเต้นจนชนิดที่ว่าเหงื่อตก คืออะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ การลงทุนครับ ตัวเลขของคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุนหรือ บีโอไอ (BOI) ส่งตัวเลขออกมาให้กับสาธารณชนครับว่า ตั้งแต่ปฏิวัติ รัฐประหารรัฐบาลของท่านนี่ละ คนมาลงทุนน้อยลง ๆ เรียกว่า สาละวันเตี้ยลง ประมาณนั้น เลยท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นเมื่อไปดูวงเงินงบประมาณที่ท่านพยายาม จะชี้แจงบอกว่า โอ้โฮ ใช้จ่ายประหยัดแล้วอย่างโน้นอย่างนี้ ท่านประธานดูสิครับ ปี ๒๕๕๗ งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ต่อเนื่องจนปี ๒๕๕๘ ใช้เงินประมาณ ๒.๕ ล้านล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกู้เพื่อชดเชยเท่าไรรู้ไหมครับ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ พอมาปี ๒๕๕๘ ต่อเนื่องปี ๒๕๕๙-๒๕๖๐ มีแต่เพิ่มขึ้นมา เป็นระยะ ๆ งบประมาณปี ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ๒.๙๒ ล้านล้านบาท ท่านกู้ ๕.๕ แสนล้านบาท ตัวเลขขึ้นเป็นกราฟอย่างนี้เลยนะครับ เวลากู้เงิน ท่านประธานครับ ท่านประธานมีสตางค์ ท่านประธานจะกู้เงินมาทำไมครับ ถ้าเงินในกระเป๋าท่านประธานมีเงินของประเทศไทย ไม่มีใครกู้ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านพูดอะไรนี่ถ้าท่านพูดเรื่องการเมือง ผมยอมฟังท่าน แต่พอเมื่อสักครู่นี้ท่านพูดเรื่องเศรษฐกิจพี่น้องประชาชนทั้งหลายตั้งสติ ฟังให้ดีนะครับ ไม่ได้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีผมชื่นชมท่านหลายเรื่องในการตัดสินใจเด็ดขาด ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เรื่องเศรษฐกิจท่านอย่าครับ อันตราย นักลงทุนทั่วโลกฟังการอภิปรายวันนี้ ว่ารัฐบาลประเทศไทยจะเดินทางไปในทิศทางไหน จะลงทุนอย่างไร เศรษฐกิจจะดีไหม ทุกวันนี้คนไม่มาลงทุนก็เพราะว่า ๑. มันไม่ชัดเจน นโยบายไม่คมชัด มีแต่จะกระตุ้นรายจ่าย ด้วยการแจกเงิน วันดีคืนดีไม่รู้เอาอะไรคิด ท่านประธานครับ จะให้ข้าราชการหยุด ๒ วัน ไปเที่ยว ข้าราชการมาบอกผม คุณจิรายุช่วยบอกท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยเถอะ อย่าไปจัดเลยแบบนี้ เอาสตางค์มาให้เบี้ยเลี้ยงดีกว่า เพราะวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดจะได้ซักผ้า ผมก็เคย อภิปรายในที่ประชุมไปแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานไปดูปี ๒๕๖๑ งบประมาณรายจ่าย ๓.๐๕ ล้านล้านบาท กู้เพื่อชดเชย ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้ทำไมล่ะครับ ถ้าท่านบอกว่า เศรษฐกิจดี ท่านบอกเงินคงคลังดีก็ไปยืมธนาคารแห่งประเทศไทยมาสิครับ เขาจะให้ท่าน ยืมหรือ นี่ผมถึงบอกอย่างไร ข้าราชการข้างหลังเขียนให้ท่านอ่านให้ละเอียด ไม่ใช่เขียน ท่านก็อ่าน ๆ ป แล้วสุดท้ายไปเอาเงินสำรองระหว่างประเทศมารวมกับเงินคงคลัง ซึ่งใช้แล้ว ก็มีรายรับรายได้จากภาษี สรรพากรเก็บ ศุลกากรเก็บ สรรพสามิตเก็บ คนละเรื่องเลย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นต่อมาท่านประธานครับ ท่านรู้ไหมครับ นี่เดือน ๙ ปี ๒๕๖๒ รัฐบาลกู้เพื่อชดเชยไปแล้ว ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๓.๐ ล้านล้านบาทครับ อย่างไรละครับ แล้วบอกว่าเศรษฐกิจดี ท่านออกนโยบายมานี่ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเงินการคลังที่เมื่อสักครู่นี้ท่านพูด การยกเว้นภาษี งบการลงทุน ไม่น้อยกว่าเท่านั้นเท่านี้ การจัดเก็บภาษี ท่านยังไปตำหนิคนจนอีกว่าคนจนไม่เสียภาษี ถ้าเข้าร้านสะดวกซื้อแล้วไม่เสียภาษีนี่ต้องจับมานะ ไปซื้อของไปซื้อพืชผลทางการเกษตร กินข้าวถ้าไม่เสียภาษีต้องไปจับมานะ เอาอีกแล้วท่านนายกรัฐมนตรีผม แล้วท่านพูดต่ออีก นโยบายที่ท่านบอกว่าพรรคพลังประชารัฐ ขออภัยที่เอ่ยครับ เคยหาเสียงอย่างโน้นอย่างนี้ พรรคร่วมรัฐบาลหาเสียงอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า ท่านบอกค่อยไป พิจารณา อันนี้ก็แล้วแต่ประชาชนตัดสินใจว่าจะโดนแหกตาหรือเปล่า ก็สุดแท้แล้วแต่ แต่เวลานั่งฟังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างพวกผมนี่สะท้อนใจวันดีคืนดีท่านก็ว่าอีก ดูถูกประเทศไทย ไม่รักประเทศ ปัทโธ่ ใครไม่รักประเทศ เกิดตำบลพระนคร จังหวัดพระนคร ผมนี่ท่านประธานครับ รักประเทศเหมือนกับท่านนี่ล่ะ แต่กลไกที่ตอบแทนกับ พี่น้องประชาชนให้ท่านได้รับฟังไว้ มันจะเป็นแนวทางที่ท่านบริหารราชการแผ่นดินได้ ยังดีนะก่อนจบท่านไม่หงุดหงิดท่านยังมาติดตลกทำหน้าอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั่วโลกดูถ่ายทอดสดอยู่ นายกรัฐมนตรีไทยอย่างนี้หรือครับ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ คณะรัฐมนตรีต้องชี้แจงครับ เพราะว่าการแถลงนโยบายของท่าน โดยไม่ชี้แจงที่มาของ งบประมาณมันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดในประเทศแบบนี้ ผมไม่รู้ท่านเอาอะไรคิดกัน แต่ที่แน่ ๆ ก็คือคิดที่ว่าเงินที่ท่านเอามาใช้นี่คือเงินภาษีของประชาชนครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องบอก ไม่ใช่เป็นเศรษฐีขุดหลังบ้านแล้วเจอบ่อน้ำมัน โอ้โฮ รวย ไทยแลนด์รวย ทุกวันนี้จนกระจุก รวยกระจาย เพราะอะไรรู้หรือไม่ครับ รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสมัยนี้ก่อหนี้ ด้วยการกู้เงินเพื่อชดเชยงบประมาณมากที่สุดขีดเส้นใต้ร้อยครั้ง กู้เงินงบประมาณมากที่สุด ผมจึงบอกเลยครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่แม่นเรื่องเศรษฐกิจอย่ามาขึ้นบัลลังก์แล้วพูด แบบนี้ ท่านพูดเรื่องการเมือง พูดเลย รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์กู้ไปแล้วนี่พี่น้องประชาชน ที่เคารพครับ ๒.๑๙ ล้านล้านบาท ตั้งแต่ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึง ปี ๒๕๖๒ นโยบายที่สำคัญคืออะไรครับ เฮลิคอปเตอร์มันนี (Helicopter money) ขึ้นเครื่องบินแล้วโปรย คนแก่นอนอยู่บ้านไม่มีปัญญาครับ เด็ก ๓ ขวบ ไม่มีปัญญาวิ่งมา รับเงินครับ เพราะท่านโปรยเงินโดยไม่แบ่งกลุ่มเป้าหมาย เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาของ รัฐบาล ๕ ปีที่ผ่านมา และเศรษฐกิจของประเทศน่าเป็นห่วงเรื่อย ๆ และนอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ตอบตรงประเด็นเลยว่า ท่านแสดงงบไว้ที่ไหน ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้บอกว่า เดี๋ยวก็รู้เองล่ะ จ่ายให้คนไปเที่ยวได้ไปเที่ยว เศรษฐกิจก็กลับมา ก็ผมบอกแล้วอย่างไรครับ คืนนี้ยังไม่ทันนอนเลย ท่านประธานบังคับฝันตัวเองได้หรือไม่ครับ ไม่ได้ถูกหรือไม่ครับ อยากฝันดีใจจะขาด แต่คืนนี้ฝันร้าย ฝันว่ามีคนลากรถถังออกมาปฏิวัติ เพราะฉะนั้น ผมจึงบอกท่านประธานต่อไปนี้ว่า เศรษฐกิจของประเทศวันนี้พี่น้องประชาชนที่ฟัง พรรคฝ่ายค้านทำงานอย่างมีคุณภาพ ผมจะบอกท่านว่าน่าเป็นห่วงมากไตรมาสที่ ๔ คือ อีก ๓ เดือนข้างหน้านี้ มีแต่ตกลง ๆ ตกลง ความสุขก็ยังตกลง มีความสุขอยู่พวกเดียว ก็พวกที่ท่านนั่งอยู่ข้างบนนี่ละครับ คณะรัฐมนตรีที่ได้ตำแหน่งกัน ที่เหลือประชาชน ทั้งประเทศมีความทุกข์กับภาวะเศรษฐกิจ เพราะหนี้ครัวเรือนสูงถึง ๑๒.๙๘ ล้านล้านบาท หรือถึง ๗๘.๗ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ดัชนีมวลรวม

ประเด็นต่อมาก็คือกำลังซื้อในประเทศหดหาย ถามพี่น้องประชาชนที่ดู ถ่ายทอดสดครับ ท่านรู้สึกไหมครับว่าท่านไปเดินห้างสรรพสินค้าเจอเขาลดราคารองเท้า คู่ใหม่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๑. ซื้อเลย กับ ๒. คู่เก่ามันยังใช้ได้อยู่ ผมเชื่อว่าคนยังคิดแบบนี้ครับ คู่เก่ามันใช้ได้อยู่ เพราะฉะนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ เมื่อคนไม่จับจ่ายใช้สอยก็เกิดปัญหาตามมา ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้ครับ เพราะไม่ได้รับภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่านประธานที่เคารพครับ และพี่น้อง ประชาชนทราบไหมครับว่าประเทศไทยแลนด์ของเราวันนี้เรามีหนี้ครัวเรือนประมาณ อันดับที่ ๒ ของเอเชียหรือเป็นอันดับที่ ๑๑ ของโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากไปยัง คณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะให้คนไทยต้องร้องไห้กันถึงขนาดไหน ท่านจะให้ คนไทยต้องผูกคอตายหรือฆ่าตัวตายจากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ในรอบ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา อีกกี่คนครับในเรื่องของเศรษฐกิจ และท่านประธานที่เคารพครับ รู้ไหมครับว่าทำไมช่วงนี้ ฝุ่นมันน้อยลง ไม่ใช่ฝนตกหรอกครับ เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ที่ฝุ่นมันเยอะขึ้นเพราะว่า คนมันเตะฝุ่นมากขึ้น ดูได้จากตัวเลขที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการจ้างงานท่านก็ไปตำหนิประชาชนอีก ก็มันเลือกงาน มนุษย์ก็มีโอกาสเลือก ใครจะเลือกได้แบบท่านละครับ ถ้าเป็นผม ผมก็ต้องเลือก จะกินอาหารผมยังเลือก ประชาชนเขาก็เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเลือกในปัญญาที่เขาไม่ถึง เขาก็ทำงานในสิ่งที่เขาพูดไม่ได้ ผู้นำประเทศไทยไม่ควรพูดแบบนี้ครับ แล้วท่านประธานที่เคารพครับท่านทราบไหมครับ หลังการปฏิวัติมีตระกูลไม่กี่ตระกูล ยกตัวอย่างเช่น ตระกูล จรวน. มีเงินเพิ่มขึ้นประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตระกูล จรธว. มีเงินเพิ่มขึ้นประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตระกูล ยวทย. มีเงินเพิ่มขึ้น ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ตระกูล สรวด. มีเงินเพิ่มขึ้น ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ตระกูล ศวนปภ. มีเงินเพิ่มขึ้นเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมถามว่าทำไมท่านบอกว่าทำนโยบายแบบนั้น แต่ท่านหาเงินตรงไหน ท่านบรรจุ ในสิ่งที่พวกเราตั้งญัตติหรือไม่ครับ ตระกูลที่ผมพูดมานี้ค้าขายให้กับรัฐบาล ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ในสมัย คสช. มาจนถึงทุกวันนี้ทั้งสิ้นครับ แต่ เอสเอ็มอี (SMEs) หรือธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมตายลง ๆ เปิดร้านค้าท่านประธานไปเดินเลยครับ ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัด ยุงไม่ค่อยมีหรอกครับ เพราะว่านั่งตบยุงกัน คนมีแต่คนดู มีแต่คนขาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกต่อไป ปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ประเทศสิงคโปร์แจกเงิน แบบที่ท่านแจกนี่ละครับ แต่เขาแจกได้เพราะอะไรครับ ประเทศเขาพัฒนาแล้ว เงินคงคลัง เขาเยอะ เขาเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีโน่นนี่นั่นได้ เขาก็เลยต้องแจกเงินให้ประชาชนไปเที่ยว ครับ เกาะเล็ก ๆ มันไปเที่ยวไหนไม่ได้ก็เอาเงินไปเที่ยวเมืองนอก เมืองไทย ๖๐ กว่าล้านคน ทุกวันนี้ท่านดูข่าวโทรทัศน์สิครับ ผมเห็นพี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ทำงานเก่งกว่ารัฐบาลอีก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ คนจนครับ ประเด็นก็คือว่าท่านแจกเงินไปแล้วชาวบ้าน บอกว่า แจกไว้ก็เก็บไว้ก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อไร คำถามต่อมาก็คือว่า ดัชนีเชื่อมั่น ผู้บริโภคท่านรู้ใช่ไหมครับว่า ๒๒ เดือน คำว่า ดัชนี คือการวัดว่าเราจะซื้อของหรือไม่ซื้อ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาตกต่ำลง ท่านประธานครับ อย่างนี้เลยนะครับ กดไลก์ (Like) หัวคว่ำ ๒๒ เดือนต่อเนื่อง รัฐบาลท่านไม่ใช่หรือครับ ถ้าท่านบอกว่าท่านใช้วิธีการบริหารราชการ แผ่นดินแล้วทำให้ประชาชนมีเศรษฐกิจดีก็มีคนไปเที่ยว ท่านไม่ต้องไปแจกเงินเขาหรอก ผมชอบไปเขาค้อท่านประธานครับ ขึ้นไปบนภูเขา แต่ปีนี้ผมบอกสมาชิกหลายคน บอกไว้ก่อน เงินก็ไม่ค่อยดี เก็บสตางค์ไว้ก่อน เพราะฉะนั้นไม่ผิดหรอกครับที่ท่านอธิบาย แต่ผมจะบอกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ ซานตาคลอสมันมีแต่ในนิยายนะครับ แต่ซานตาตู่ มีตัวจริงในประเทศไทย ซานตาคลอสแจกแต่ในจินตนาการครับ ลูกผมเล็ก ๆ วันคริสต์มาสก็จะเอาถุงเท้ามาแขวนไว้หน้าห้อง ผมก็ต้องเอาสตางค์ไปใส่ ๑๐๐ บาท ลูกก็ขอบคุณซานตาคลอสเขาไม่เคยขอบคุณผม เหมือนกันครับ แต่ที่นี่เขาจะต้องมองไปยัง นายกรัฐมนตรีครับว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นซานตาตู่แจกเงินได้อย่างไร ในเมื่อเงินทั้งหลายนี้ทำให้คนรวยกระจุกแล้วก็จนกระจายครับ ผมขอพูดคำพูดของไอน์สไตน์ ท่านประธานที่เคารพครับ อะไรที่ท่านทำมาแล้ว ๕-๖ ปีที่ผ่านท่านอย่าไปทำมันซ้ำเลย ไอน์สไตน์พูดว่าอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่า การทำสิ่งเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แต่กลับหวังผลที่แตกต่าง คือการเสียสติ ท่านประธานเด็ก ๆ เคยซื้อตุ๊กตุ่นตัวเล็ก ๆ ไหมครับ ที่มันมีลานหมุน ไขลานหน่อย แล้วมันเดินต๊อกแต๊ก ๆ เราก็นั่งดูด้วยความสนุกครับ พอมันไปเดินข้างฝามันก็เดินชนข้างฝา ต๊อกแต๊ก ๆ อยู่อย่างนั้น รัฐบาลชุดนี้อาการเดียวกันเลย เพราะอะไรครับ กลัวว่าจะว่าเดี๋ยวไปลอกนโยบาย พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ไม่ชอบทักษิณก็เลยไม่อยากใช้นโยบาย ประชานิยม สุดท้ายแล้วก็เป็นอย่างทุกวันนี้เหมือนตุ๊กตุ่นที่มันเดินชนข้างฝา ท่านประธาน ที่เคารพครับ

ประเด็นต่อมา ทำไมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ จึงต้องบังคับใช้ให้ ครม. ได้ชี้แจง เพราะท่านทั้งหลายบริหารเงินของประชาชน ประชาชนมีหน้าที่ถามผ่าน ผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ จึงมาดูกันว่าประชาชนผู้เสียภาษีเขามองว่า ท่านเห็นหัวเขาหรือไม่ งบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ท่านบอกที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว ท่านบอกอย่างไรก็ต้องแจก ไม่อย่างนั้นจะไปเที่ยวหรือ ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ดู ไส้ในหรอกว่าเขาทำอะไรกัน แจก ๑,๐๐๐ บาทให้ท่านประธาน ขออภัยครับ ท่านประธาน ต้องไปลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน (Application) แล้วพอลงทะเบียนปุ๊บท่านประธาน ต้องไปซื้อ ถ้าบ้านท่านประธานอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ท่านต้องไปซื้อที่จังหวัดอ่างทอง ไปเที่ยว ที่จังหวัดอ่างทอง ๑,๐๐๐ บาทท่านไปใช้ร้านที่จังหวัดอ่างทอง แต่ขับรถจากจังหวัดบุรีรัมย์ ไปจังหวัดอ่างทองท่านประธานจ่ายเองนะครับ ท่านประธานพาภรรยาไป พาลูกไป ท่านประธานก็ต้องจ่ายเอง คำถามคือ ยังเป็นตัวตุ๊กตุ่นที่มันเดินเข้าผนังอย่างนี้หรือครับ เขาทำกันมาไม่รู้กี่รัฐบาล แต่ท่านก็ยังฝืนทำ แล้วอย่างนี้จะบอกได้อย่างไรว่าภาวะเศรษฐกิจ มันจะดีขึ้นได้ ๓ เดือนจากนี้ไปใครมีสตางค์ก็ให้เก็บไว้ก่อน แจก ๑,๐๐๐ บาทก็เก็บไว้ก่อน เพราะว่าค่าน้ำ ค่าไฟเดี๋ยวนี้ก็แพง คำถามต่อมาที่ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามอธิบาย แจกเงินบอกว่าไปเที่ยว วันนี้ท่านทำธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) หมดเนื้อหมดตัว เอสเอ็มอี (SMEs) คือกลาง ย่อม พวกจะเปิดร้านห้องแถวเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีใครกล้าเปิด ท่านไปเดินดู ได้เลยทุกจังหวัดเป็นอย่างนี้หมด ไม่ได้พูดลอย ๆ ครับ จิรายุไม่ได้พูดลอย ๆ พูดจากดัชนี การเรียกเก็บภาษีของท่านต่ำกว่าประมาณการ มีคนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พยายามจะมาเล่นการเมืองพูดต่อว่าต่อขานโน่นนั่น เอาเข้าจริง ๆ ตอบไม่ได้ ท่านเก็บภาษี ไม่เป็นไปตามเป้าหมายจริง ๆ เพราะประชาชนไม่ใช้จ่ายสตางค์ หลายท่านมีความเห็น ตรงกันว่า รัฐบาลชุดนี้มีปัญหาทางด้านชุดความคิด หรือไม่กล้าบอกท่านนายกรัฐมนตรี แบบตรง ๆ ผมพูดแบบคนทั่วไปถ้าท่านเป็นพ่อผม เป็นอาผม เป็นลุงผม ผมจะบอกท่าน ครม. ต้องบอกท่าน อย่าเกรงใจ เห็นท่านดุเสียงดัง ไม่มีแล้วครับปรับทัศนคติ วันนี้ต้องพูด ข้อมูลความจริง ชุดความจริงสำเร็จที่มันพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นจริง บอกเขาเถอะครับ ไม่ใช่ว่ากลัวเดี๋ยวโดนปรับ ครม. เกรงใจ ไม่กล้าบอก ลอยตัวยิ่งไม่เกี่ยวกับพรรคฉัน พรรคฉันเป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาลลอยตัวดีกว่า ปล่อยแกเดินไปคนเดียว แล้วจะให้ท่าน มาตอบอย่างนี้อายเขาทั้งปฐพี ไม่ใช่อายแต่เฉพาะประเทศไทย ฝรั่งมังค่าเขาดูเมืองไทยกันอยู่ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีต้องตระหนักว่าไทยแลนด์เจ๋งในอาเซียน (ASEAN) สุดท้ายปลายทาง ท่านประธานที่เคารพ ท่านรู้ไหมว่าอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้านี้เตรียมตัวกันให้ดีเศรษฐกิจจะแย่ เมื่อวานนี้สมาคมธนาคารไทยบอกว่าจะยกเลิกการผ่อน ๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งหมด เดี๋ยวนี้ เราไปซื้อของผ่อน ๖ เดือน ๐ เปอร์เซ็นต์ เราไปท่องเที่ยวผ่อน ๑๒ เดือน ๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลไปเข้มงวดจนกระทั่งปล่อยเงินกู้ไม่ได้ทั้งระบบ ประชาชน ระดับรากหญ้าอยากจะมี ทีวี (TV) จอแบนสักเครื่อง ดู ทีวี (TV) มีท้ายมานานแล้ว ๖ เดือน ฟรี ๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ประชาชนก็ไม่ใช้จ่ายสตางค์ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายแล้วก็จะเป็นปัญหา เพราะฉะนั้น ๔ เดือนนับจากนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต้องยอมรับความจริง สิ่งที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ ถ้าเป็นการอภิปรายเรื่องงบประมาณ ผมจะไม่ว่าอะไรท่านเลย

ท้ายสุดท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนคาดหวัง แม้ว่าจะผิดหวัง เมื่อตอนเลือกตั้ง หลายพรรคการเมืองบอกว่าไม่เอาท่าน หลายพรรคการเมืองก็บอกช้า ๆ ชัด ๆ ไม่เอาท่าน แต่สุดท้ายก็นั่งกันอยู่ข้างบนนี้หมด ไม่ว่ากันครับ บุญพาวาสนาส่ง แต่สุดท้ายผมอยากจะถามท่านรองวิษณุ เครืองาม ที่นั่งอยู่ที่นี่เดี๋ยวท่านช่วยตอบด้วยนะครับ ท่านพูดหลายครั้งโดยเฉพาะ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมา ท่านพูดบอกว่า พลเอก ประยุทธ์ ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ สักวันพี่น้องประชาชนจะรู้ว่าทำไมไม่ควรพูด ท่านช่วยพูด ให้พวกผมและประชาชนทั่วประเทศได้ฟังหน่อยนะครับ และผมขอกราบเรียนไปยัง ท่านประธานสภา ท่านได้เตรียมตัวเก็บสตางค์ให้ดี ๔ เดือนจากนี้เข้าสู่เรดโซน (Red zone) เป็นช่วงเผาจริงอย่างแน่นอนครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ