เรวัต วิศรุตเวช อภิปรายซักถามและตั้งข้อสังเกตต่อการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ ซึ่งอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 162 โดยเรียกร้องให้รับผิดชอบหรือพิจารณาลาออก พร้อมเสนอแนะให้การแถลงมีความกระชับ ไม่ซ้ำซาก และขอบคุณนายกรัฐมนตรีและทีมงานที่รับฟังความเห็น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ขอกราบเรียนว่าผมจะอภิปรายอย่างกระชับและชัดเจน และจะไม่ซ้ำประเด็นครับ ขออภิปรายเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับกรณี การกระทำของนายกรัฐมนตรีที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ ในการแถลง นโยบายเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ แต่ก่อนอื่นขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่มีความอดทนฟังพวกเรานะครับ ขอขอบคุณและชื่นชมครับ ขอสไลด์ที่ ๑
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
มาตรา ๑๖๒ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และนโยบายนั้น จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ๔ ข้อครับ คือ ต้องสอดคล้องกับ ๑. หน้าที่ ของรัฐ ๒. แนวนโยบายแห่งรัฐ ๓. ยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายซึ่งเป็นข้อที่ ๔ ท่านประธานครับ ขอได้โปรดจำตรงนี้ ไว้ให้ดีนะครับ เป็นเรื่องที่สำคัญครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ครับ สไลด์ (Slide) นี่เป็นหลักฐานสำคัญครับ เพราะเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรี ทำตามมาตรา ๑๖๒ เพียง ๓ ข้อเท่านั้นครับ คือข้อที่ ๑ ถึงข้อที่ ๓ จึงขอถามว่า ทำไม ในคำแถลงนโยบายจึงมีเพียงแค่ ๓ ข้อ ทำไมในคำแถลงนโยบายจึงมีเพียงแค่ ๓ ข้อ คณะรัฐมนตรีช่วยบอกเหตุผลได้ไหมครับว่า ทำไมไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องยุทธศาสตร์ชาตินั้นรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการตรา พ.ร.บ. การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ขึ้นมาใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๓ ครับ โดยมีความในมาตรา ๕ วรรคสาม บัญญัติว่าการกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะเข้า บริหารราชการแผ่นดิน ผมไม่อ่านทั้งหมดนะครับ จุด จุด จุด นะครับ ไปที่สุดท้ายเลยครับ ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เห็นไหมครับในสไลด์ (Slide) เขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้นความตามมาตรา ๕ วรรคสาม จึงเชื่อมโยงกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ ในข้อที่ ๓ และต่อมาเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๑ ก็มี การประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติทั้งที่เป็นเรื่องใหม่ แต่นโยบายของคณะรัฐมนตรีก็ได้ระบุว่า มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ท่านประธานครับ เห็นไหมครับว่าคำแถลงนโยบาย ได้ทำเป็น ๓ ข้อ แต่ข้อที่ ๔ ไม่ได้มีการชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ไว้แต่อย่างใดครับ ดังนั้น จึงขอถามผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีครับว่าทำไมไม่ระบุครับ คณะรัฐมนตรี มีเจตนาหลีกเลี่ยงเรื่องนี้เพื่ออะไรครับ ท่านประธานครับ ในหนังสือคำแถลงนโยบายเล่มนี้ สรุปไว้ว่ามีนโยบายหลัก ๑๒ เรื่อง กับนโยบายเร่งด่วนกับนโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่อง และมี การอธิบายว่าสอดคล้องกับมาตรา ๑๖๒ เพียง ๓ ข้อ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนปรากฏอยู่ใน ภาคผนวก ๒ หน้าที่ ๔๐ ครับ ท่านเปิดไปที่หน้าที่ ๔๐ ในภาคผนวก ๒ ครับ ท่านประธานครับ ตามตารางในภาคผนวก ๒ มีแต่การระบุว่านโยบายแต่ละข้อนั้นสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญมาตราใดบ้าง และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านใดบ้างเท่านั้น ไม่มีตรงไหนเลยที่ระบุถึงแหล่งที่มาของรายได้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเกิดปัญหาว่าเมื่อการแถลงนโยบายนั้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปแล้ว จึงขอถามท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไรครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๕ ครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง บัญญัติว่า รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล จุด จุด จุด ต้องปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐบาล เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐบาล คณะรัฐมนตรีจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง และถ้าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ ก็ต้องไปดูมาตรา ๕ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๖ ครับ ในมาตรา ๕ บัญญัติไว้ว่า การกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ การกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ ดังนั้นการแถลงนโยบายจึงเป็นโมฆะไปแล้วครับเพราะขัด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ และฝ่าฝืนมาตรา ๓ วรรคสอง ท่านประธานครับ ผิดก็ต้องผิดนะครับ มันมีความชัดเจนครับ เพราะมันเป็นข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกครับ การแถลงนโยบายที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไปแล้วนั้นต้องถือว่า ความผิดสำเร็จแล้วครับ ผมจึงขอเสนอแนะให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกครับ เพราะถ้าบริหารต่อไปคงจะก่อปัญหาตามมาอีกมากมายครับ ทำไมผมถึงพูดเช่นนี้ครับ เพราะเมื่อการกระทำนั้นใช้บังคับไม่ได้ การบริหารราชการแผ่นดินก็ดี การประชุม ครม. ก็ดี การอนุมัติใช้จ่ายเงินก็ดี การอนุมัติโยกย้ายข้าราชการก็ดี ซึ่งได้ทำไปแล้ว และที่กำลังจะทำอีก ในอนาคตล่ะครับ อีกหลายกรรมหลายกรณีก็จะมีปัญหาตามมาอีกแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๗ ครับ สไลด์ (Slide) ที่ ๗ ในมาตรา ๑๖๔ บัญญัติไว้ อย่างชัดเจนเลยครับว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น หากคณะรัฐมนตรีไม่ดำเนินการตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ กรณีนี้จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความ ไม่ซื่อสัตย์สุจริตตามความในมาตรา ๑๖๔ (๑) และยังเข้าข่ายเป็นการไม่รักษาวินัย ในกิจการ ที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ตามความในมาตรา ๑๖๔ (๒) อีกด้วยครับ นโยบายของรัฐบาลที่ไม่มีการชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ ส่อให้เห็นเจตนาอันฉ้อฉลเข้าข่ายแถลงนโยบายเสมือนดังตีเช็คเปล่าครับ หลีกเลี่ยงวินัยการเงินการคลัง ซึ่งได้กระทำการไปแล้ว โดยขาดสัมมาทิฐิและอาจมั่นใจ ในอำนาจว่าคงไม่มีใครกล้ามากล่าวหาให้ต้องรับผิดใด ๆ ได้ ผมหวังว่าการอภิปรายของผม จะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและออกมาเรียกร้องให้ท่านลาออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ การอภิปรายครั้งนี้ผมทราบดีว่าเป็นการอภิปราย โดยไม่มีการลงมติ แต่ข้อมูลที่ผมอภิปรายนั้นย่อมมีผลในทางกฎหมายต่อไป เพราะยังมี รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๔ (๑) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๘ ท่านประธานครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายขัดรัฐธรรมนูญย่อมเข้าข่าย ความผิดมาตรา ๒๓๔ (๑) ในส่วนที่ว่า คณะรัฐมนตรี รวมทั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองย่อมจะถูกกล่าวหาได้ว่ามีพฤติการณ์ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ในเวลาอันใกล้นี้ คณะรัฐมนตรีกำลังจะเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เข้าสู่สภา ซึ่งต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะการเสนอร่างกฎหมาย งบประมาณต้องเป็นไปตามมาตรา ๑๔๒ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๙ มาตรา ๑๔๒ สอดคล้อง รับกันกับมาตรา ๑๖๒ คือต้องแสดงแหล่งที่มา และประมาณการรายได้ผลสัมฤทธิ์ หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ขอท่านประธานช่วยดูตามไปด้วยนะครับ แต่เมื่อนโยบายคณะรัฐมนตรีไม่มีการชี้แจง แหล่งที่มาของรายได้ตั้งแต่แรก และคณะรัฐมนตรีจะเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปี เพื่อให้มีเม็ดเงินไปบริหารราชการแผ่นดินในปี ๒๕๖๓ ได้อย่างไรครับ จะอ้างอิง ตัวเลขมาจากที่ไหนครับ หรือว่าจะตีเช็คเปล่า เมื่อทำไม่ได้เศรษฐกิจที่รอให้แก้ไขจะแก้ไข อย่างไรครับ ผมขอถามผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมคาดว่า อาจมีบางท่านใน ครม. ชุดนี้ คงจะโต้แย้งในประเด็นนี้โดยอ้างถึงตัวเลขในคำแถลงนโยบาย หน้า ๓๔ โปรดดูหน้า ๓๔ เพราะฉะนั้นผมจะนำเอาข้อความในหน้า ๓๔ ซึ่งอยู่ในคำแถลง นโยบายในหนังสือเล่มนี้ให้ทุกท่านได้พิจารณาว่าที่เขียนไว้เช่นนั้น เป็นการชี้แจงใช่ไหมครับ ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๑๐ ในหน้า ๓๔ ย่อหน้าแรกในหนังสือเล่มนี้ครับเขียนไว้ว่า ซึ่งในช่วงระยะเวลาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลคาดว่างบประมาณประจำปี จะอยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณ ๓.๓ ล้านล้านบาทต่อปี และถ้ารัฐบาลอยู่ ๔ ปี เป็นเงินเท่าไรครับ ๑๓.๒๒ ล้านล้านบาท มันจะไหวหรือครับ ไหวไหมครับ และในย่อหน้าที่ ๒ ได้ระบุไว้นอกจากนี้ย่อหน้าที่ ๒ แผนงานหรือโครงการใดที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว รัฐบาลจะพิจารณาใช้จ่ายจากเงิน นอกงบประมาณ จุด จุด จุดนะครับ ซึ่งย่อหน้าที่ ๒ ทั้งย่อหน้าก็ไม่ได้ระบุแหล่งที่มา ของรายได้ครับ ทั้งย่อหน้าไม่มีการระบุแหล่งที่มาของรายได้เลยครับท่านประธาน เห็นหรือไม่ครับ รายจ่ายกำหนดไว้แล้ว ๔ ปี ๑๓.๒ ล้านล้านบาท แต่รายได้ยังไม่มีครับ ยังไม่มีรายได้เลยครับ จึงไม่อาจชี้แจงได้ว่าตรงไหนที่เป็นการชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ครับ ผมไม่เห็นเลยครับ ช่วยชี้แจงหน่อยสิครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้วครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑๑ นี่คือหลักฐานที่มัดแน่นที่ท่านปฏิเสธไม่ได้ครับ ผิดก็ต้องผิดสิครับ นี่คือตารางสรุป ที่ผมอภิปรายมาครับ ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างมาตรา ๑๖๒ กับนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ท่าน ได้แถลงมา ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่ามีการปฏิบัติตามมาตรา ๑๖๒ เพียง ๓ ข้อครับ ดูตารางเลยครับ เพียง ๓ ข้อเท่านั้น แต่ข้อ ๔ กลับไม่ได้ทำครับท่านประธาน เมื่อฝ่ายเราเคารพกฎกติกา กฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีปัญหามากมายก็ตาม แต่ว่าเป็น กฎหมายสูงสุดใช่ไหมครับ เมื่อพวกเราปฏิบัติตามก็อย่าให้เราต้องเป็นปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เพียงฝ่ายเดียวสิครับ ทุกฝ่ายก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วยสิครับ ท่านก็ต้องปฏิบัติตาม กฎหมายด้วย เมื่อท่านทำผิดก็ต้องผิดสิครับ ไม่ใช่ว่าทำผิดเป็นสิบเป็นร้อยก็ไม่เคยผิดเลย ประเทศเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรครับ เราถอยหลังเข้าคลองหรือเข้าอุโมงค์ลึกมาก ลึกเสียจน ขนาดที่ว่าเราไม่สามารถเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยครับ จากการทำรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ และซ้ำอีกครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๕๗ ทำไมประเทศถึงถอยหลังมาขนาดนี้ ในที่สุดแล้วผมขอสรุปว่า เมื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายโดยการแถลงนโยบายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ดังที่ได้อภิปรายมาทั้งหมดนี้ ท่านจึงไม่สามารถบริหารประเทศได้ ผมมีข้อเสนอแนะว่าท่าน ได้โปรดลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเถิดครับ ขอบพระคุณครับ