จิราพร ชี้นายกฯ ถวายสัตย์ไม่ครบ-แถลงนโยบายขัดรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๒

จิราพร สินธุไพร ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในการถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ชี้แจงที่มาของรายได้ พร้อมชี้ให้เห็นผลกระทบทั้งด้านความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล เศรษฐกิจ และการลงทุนจากต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้อง ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้อภิปรายในญัตติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้มีประเด็นที่อยู่ใน ความสนใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ การอภิปรายของดิฉันในวันนี้ไม่ได้เพื่อตัดสินว่า นายกรัฐมนตรีกระทำผิดข้อกฎหมายหรือไม่ แต่ดิฉันกำลังจะชี้ให้เห็นว่าการที่นายกรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๑๖๑ และยังกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ด้วยการแถลงนโยบายโดยไม่ชี้แจงที่มาของรายได้ตามมาตรา ๑๖๒ ดิฉันจะชี้ให้ท่านเห็นว่า การที่ท่านไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ มาตรานี้จะส่งผลกระทบร้ายแรง ต่อประเทศอย่างไร และในตอนท้ายดิฉันมีคำถามสำคัญถึงท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ท่าน ตอบคำถามนี้ต่อสภาแห่งนี้ และดิฉันคิดว่าท่านจะไม่ตอบคำถามนี้ไม่ได้ค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพ การที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ยืนยันว่าจะรักษาและปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนไม่อาจมีหลักประกันได้เลยว่านายกรัฐมนตรีจะบริหาร ราชการแผ่นดินภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และท่านก็ได้แสดงให้เห็นแล้วผ่านการแถลงนโยบายซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรา ๑๖๒ ที่วางหลัก ไว้ว่าคณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้อง สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ รัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับ หน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอขีดเส้นใต้เน้น ๆ ที่คำว่า ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย ซึ่งหากเรา ย้อนไปดูการแถลงนโยบายในครั้งนั้น และเอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ ดิฉันได้อ่านอย่างถี่ถ้วนก็ไม่ปรากฏว่ามีการระบุถึงงบประมาณและที่มาของงบประมาณที่จะ ใช้ในการดำเนินนโยบาย และดิฉันเชื่อว่ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ข้อกฎหมาย เป็นอย่างดี เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลผลิตภายใต้รัฐบาลของท่าน และดิฉันไม่เชื่อว่า คณะรัฐมนตรีทั้งคณะจะไม่ทราบว่าการแถลงนโยบายต้องระบุที่มาแจกแจงรายได้ และที่สำคัญรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ก็ได้ตอกย้ำอยู่เสมอว่าต้องปฏิบัติตามกรอบรัฐธรรมนูญ จะละเลยไม่ได้ ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จงใจที่จะแถลง นโยบายขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันก็ไม่สงสัยเลยค่ะ ว่าทำไมรัฐบาล ชุดนี้ถึงจงใจที่จะไม่ชี้แจงถึงที่มาของรายได้ในการดำเนินนโยบาย นั่นเป็นเพราะรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ไม่รู้จักวิธีหารายได้ค่ะ รู้จักหารายจ่าย และที่สำคัญยังทำลายโอกาสในการ หารายได้เข้าประเทศ ด้วยการทำให้ประเทศไทยต้องเสียความเชื่อมั่นต่อนานาชาติ ขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในกรณีไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งผลให้ทุกนโยบายที่ท่าน ได้แถลงไปมีปัญหาในการดำเนินการทุกนโยบายค่ะ และสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อทุกมิติ ในประเทศ โดยเฉพาะมิติเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพคะ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจของ ประเทศที่ย่ำแย่อยู่แล้ว วันนี้เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศทุกตัวมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ด้านการส่งออก การท่องเที่ยวที่ชะลอตัวตั้งแต่ พลเอก ประยุทธ์เข้ามาบริหาร ประเทศ แล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาพลิกฟื้นได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ในด้านการลงทุน จากการศึกษาของอังค์ถัด (UNCTAD) ซึ่งเป็นองค์กรของสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องการค้า และการพัฒนาก็ปรากฏว่า ๔ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติ หรือที่เรียกว่า เอฟดีไอ (FDI) ต่ำที่สุดในอาเซียน ถ้าไม่นับประเทศบรูไน ประเทศกัมพูชา สปป. ลาวและประเทศพม่า และตอนนี้ประเทศไทยยังต้องมาประสบปัญหาที่ต่างชาติ ขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลทั้งในกรณีที่เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ รัฐบาลที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลที่ไม่ชี้แจงที่มาของรายได้ในการแถลงนโยบาย เหล่านี้ เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้ต่างชาติอาจลังเลได้ว่าเมื่อรัฐบาลชุด นี้หมดอำนาจลง การลงทุนบริษัทเหล่านั้น อาจถูกคู่แข่งฟ้องร้องและตกเป็นโมฆะได้ ท่านประธานคะ ในด้านการบริหารงบประมาณของรัฐบาลที่ผ่านมาก็ปรากฏว่าใช้จ่าย อย่างสุรุ่ยสุร่าย เน้นไปที่การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ อ้างเพื่อความมั่นคงของรัฐ แต่ไม่ได้ สนใจถึงความมั่นคงของประชาชน ท่านทราบหรือไม่ว่าปีนี้ตัวเลขคนว่างงานเพิ่มสูงขึ้น พุ่งเป็นเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ คน ท่านทราบหรือไม่ว่าตอนนี้หนี้ครัวเรือนของประเทศไทย ในไตรมาสแรก สูงเป็นอันดับ ๒ ของเอเชีย และตัวเลขเหล่านี้กำลังจะถูกซ้ำเติมให้ย่ำแย่ลง เพราะการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพคะ แม้แต่เครื่องยนต์ ตัวสุดท้ายคือการบริโภคภายในประเทศที่รัฐบาลต้องกระตุ้นอย่างเร่งด่วน ก็ปรากฏว่า เป็นการกระตุ้นโดยขาดประสิทธิภาพและไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในการแถลงนโยบายรัฐบาล ไม่ได้ระบุถึงจำนวนงบประมาณและที่มางบประมาณที่จะมาใช้กับนโยบายนี้ แต่ปรากฏว่า วันดีคืนดีค่ะ รัฐบาลก็ประกาศว่าจะแจกเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในเมื่อว่าท่านไม่ได้ระบุถึงที่มาที่ไปของเงินที่จะมาใช้แต่แรก ก็เป็นปัญหาว่าสภาแห่งนี้เข้าไป ตรวจสอบไม่ได้ และที่สำคัญหนึ่งในเป้าหมายของการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คือเพื่อ ต้องการให้คนออกไปท่องเที่ยวในเมืองรอง แต่ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าเมืองรอง ส่วนใหญ่ที่อยู่ในภาคเหนือและภาคอีสานตอนนี้ประสบภาวะอุทกภัยครั้งใหญ่ แค่หนีน้ำ ก็ลำบากแล้วค่ะ รัฐบาลคิดว่าประชาชนจะเอาอารมณ์ที่ไหนไปท่องเที่ยว ท่านประธานที่เคารพ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลยังไปบังคับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เงินจำนวน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปเพื่อนโยบายของรัฐบาล ตามที่ได้มีหนังสือสั่งการ ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว ๕๑๖๔ ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ ดิฉันมีข้อสังเกตว่างบประมาณจำนวน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ถ้าเทียบแล้ว คิดเป็นกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน และเกือบเท่ารายได้ทั้งปีขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยหลักการแล้วเงินมากมายมหาศาลขนาดนี้จะนำมาใช้กับนโยบาย ของรัฐบาล จะต้องผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ แต่ปรากฏว่าการใช้เงินจำนวนนี้กลับผ่านเพียง การอนุมัติผ่านกระดาษเพียงแค่ใบเดียว แล้วก็เป็นปัญหาว่ารัฐสภาเข้าไปตรวจสอบไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ และนี่ยังถือเป็นอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างของรัฐบาลในการพยายามกระทำ ขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๐ ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เพียงพอ และต้องให้ท้องถิ่นอิสระในการบริหาร ตนเองในเรื่องของการเงินการคลัง การเข้าไปแทรกแซงในลักษณะนี้จะทำให้เสถียรภาพ ทางการเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพ นอกจาก สถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศที่ว่าย่ำแย่อยู่แล้ว ตอนนี้ประเทศไทยก็สุ่มเสี่ยง จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ในขณะที่หลายประเทศ กำลังจัดองคาพยพเพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกกับสงครามทางการค้า แต่ปรากฏว่าประเทศไทยกลับเน้นในการสร้างสงครามทางการข่าว อย่างเช่นที่ผ่านมาบอกว่า เศรษฐกิจเราดี จีดีพี (GDP) เรามีแนวโน้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เศรษฐกิจประเทศไทย ของเรามาถูกทางแล้ว เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ตรงกันข้ามกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ในปัจจุบัน และตอนนี้ประเทศไทยกำลังถูกลดความน่าเชื่อถือจากการที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และในขณะที่ประเทศมหาอำนาจที่มีความแข็งแกร่งทาง เศรษฐกิจยังหวั่นไหวต่อสถานการณ์สงครามทางการค้า จากองคาพยพซึ่งประกอบไปด้วย ทีมเศรษฐกิจชุดใหญ่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ปรากฏว่าประเทศไทยทุกอย่างกลับดูง่ายดาย ถึงขนาดที่ว่าเอาอดีต ผบ.ทบ. อย่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และทุกอย่างก็กลับดูง่ายและประมาทถึงขนาดที่ว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจท่านนี้แถลงนโยบาย โดยที่ไม่ชี้แจงที่มาของรายได้ ท่านประธานที่เคารพ การที่นายกรัฐมนตรีมีท่าทีจงใจ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน โดยข้อความที่ขาดหายไปเป็นใจความสำคัญ ในการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ และท่านยังได้ตอกย้ำการไม่ปฏิบัติตามบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญด้วยการจงใจไม่แจกแจงที่มาของรายได้ในการแถลงนโยบาย นั่นเป็นเพราะท่าน ไม่ได้ตระหนักว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าท่านเคยชินกับการเป็น หัวหน้า คสช. เคยชินกับการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเหนืออำนาจอธิปไตยทั้งสาม จนกระทั่ง เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือกำเนิดขึ้นมาท่านก็ยังบริหารประเทศเสมือนหนึ่งไม่มีรัฐธรรมนูญ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วประชาชน นักลงทุนต่างชาติ สังคมโลก จะมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านจะปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ และสามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยมั่นคงหรือราบรื่นต่อเนื่อง ดิฉันเห็นท่านสมาชิกหลายท่านได้เสนอแนะทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นต่อท่านนายกรัฐมนตรี และดิฉันก็ไม่ทราบว่าสุดท้ายแล้วท่านเลือกที่จะแก้ปัญหานี้อย่างไร แต่ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันขอถามผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี แทนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า ท่านจะรับปากและยืนยันต่อสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็น ศูนย์รวมอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยแห่งนี้ได้หรือไม่ว่า ท่านจะยืนยัน ยืนหยัด รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ และจะปกป้องประเทศจากอำนาจ การยึดอำนาจ อีกครั้งนะคะ ท่านจะรับปากและยืนยันต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นศูนย์รวมอำนาจอธิปไตยของ ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศแห่งนี้ได้หรือไม่ว่า ท่านจะยืนหยัดรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ และจะปกป้องประเทศจากการยึดอำนาจ ท่านจะตอบหรือไม่ตอบคำถามนี้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเลือกที่จะไม่ตอบ คำถามนี้จะกลายเป็นเครื่องหมายคำถาม ขนาดใหญ่ที่จะติดตัวท่านไปตลอดการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ดิฉันจะขอใช้เวลา ของรัฐสภาเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ