เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพามาในการบริหารประเทศและการยึดอำนาจที่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ไม่ครบถ้วนและเพิ่มคำว่า "ตลอดไป" ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติ มาตรา 161 เรียกร้องให้มีการตรวจสอบความถูกต้องและดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ พระมหากษัตริย์ และประชาชนอย่างเคร่งครัด
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย ผมกราบเรียนว่าวันนี้ดีใจมากเลยที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมาตอบข้อซักถาม ของพวกเรากัน ในการประชุมแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้ในสภาว่า ผมพูดเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่ท่านยึดอำนาจ ถ้าผมอยู่ด้วยผมจะยิงท่าน ผมก็จะติดคุก ผมเรียนท่านเลยว่า ท่านแม้แต่กฎหมายพื้นฐาน กฎหมายอาญาเบื้องต้นท่านยังไม่มีความรู้เลย การยึดอำนาจนั้น เป็นกบฏ ถ้าผมยิงคนเป็นกบฏผมไม่ผิดกฎหมายหรอกครับ ที่ผมต้องพูดตรงนี้นิดหนึ่ง เพราะว่าวันนี้ท่านกระทำผิดรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องประเด็นของการถวายสัตย์ปฏิญาณซึ่งไม่ถูกต้องรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ การแถลงนโยบายที่ไม่เป็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ อะไรก็ตาม ท่านยังไม่แสดง ความรับผิดชอบใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นก็แสดงว่าท่านขาดความรู้ความสามารถ ไม่รู้พื้นฐาน ไม่รู้ระเบียบ ไม่รู้กฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วท่านจะบริหารประเทศชาติได้อย่างไร เอาละครับ ขออนุญาตตัดเข้าสู่ ช่วยฉายภาพแผ่นที่ ๑ ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ภาพที่ ๔ เป็น มาตรา ๑๖๑ ผมต้องขึ้นจอนิดหน่อย มาตรา ๑๖๑ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญบัญญัติว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ ผมจะไม่อ่าน เด็กประถมศึกษาที่หนึ่งเขาอ่านก็เข้าใจ ผมไม่ทราบว่าทำไมคณะรัฐมนตรี ไม่เข้าใจ ตามข้อความนี้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ ปฏิญาณให้ถูกต้องครบถ้วนถึงจะเข้ารับหน้าที่ได้ รัฐธรรมนูญมาตรานี้มีองค์ประกอบ อยู่ ๓ ส่วนด้วยกัน คือ ๑. ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณ ๒. ต่อพระมหากษัตริย์ ๓. ด้วยคำ ดังต่อไปนี้ การกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณมันต้องครบถ้วน ไม่ครบถ้วนก็ถือว่าไม่ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ ผมจะยกตัวอย่างสักนิดหนึ่ง การถวายสัตย์ปฏิญาณสมมุติว่าท่านกล่าว ถวายสัตย์ปฏิญาณถูกต้องครบถ้วนเลย ข้อความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ ครบถ้วน แต่ท่านไม่ได้กล่าวต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ท่านไปกล่าวต่อพระบรมฉายาลักษณ์ จะถือว่าถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญไหมครับ เดี๋ยวท่านช่วยตอบผมด้วยก็แล้วกัน การที่กำหนดไว้เช่นนี้มันเป็นการบังคับให้ต้องปฏิบัติ และจะต้องตีความโดยเคร่งครัดด้วย ไม่ใช่ว่าเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างไรกูก็ไม่สนใจ อะไรอย่างนี้ ผมว่ามันไม่ถูกต้อง มันประจักษ์และชัดเจน สำหรับการถวายสัตย์ตามมาตรา ๑๖๑ มีข้อยกเว้น อยู่ในวรรคสอง วรรคสองที่บอกว่า ในกรณีที่โปรดเกล้าฯ ให้คณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน ที่จะถวายสัตย์ปฏิญาณ ให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการตามมาตรา ๑๖๑ วรรคสองได้ เห็นหรือไม่ครับ เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ใช่ไม่มีข้อยกเว้นนะครับ เขามีข้อยกเว้น ตามมาตรา ๑๖๑ วรรคสอง แต่เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญเมื่อกล่าวสักครู่นี้มันไม่มีข้อยกเว้นนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีข้อยกเว้น ก็จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด จะกล่าวขาดตกบกพร่องเพิ่มเติมเล็กน้อย เช่น และ หรือ หรือที่ท่านรองวิษณุเขียนไว้ หนังสือหลังม่านการเมือง ผมก็มี ใครก็สนใจ ของท่านยอมเสียเงินซื้อมาทั้งนั้นละครับ ท่านอธิบายไว้หน้า ๕๑ ว่า แม้แต่ขาดและ หรือ อะไรต่าง ๆ ไม่ได้โดยเด็ดขาดเลย ความจริงผมก็จะอภิปรายเยอะ ท่านปิยบุตรอภิปรายไป พอสมควรแล้ว ผมก็ตัดหลังม่านการเมืองว่า ขาด และ หรือ ยังไม่ได้เลย นี่มันขาดทั้งประโยค ใช่ไหมครับ นอกจากขาดทั้งประโยคแล้วเพิ่มคำเข้าไปอีก มันไม่ผิดได้อย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีหายไปไหน เมื่อมันขาดไปทั้งประโยค ผมก็มีข้อความเพิ่มเติมเข้ามา ท่านวิษณุท่านเป็นเจ้าของบทความ เจ้าของหนังสือ ท่านปฏิเสธหรือไม่ว่าท่านเคยเขียน หนังสือเล่มนี้ไว้ด้วยข้อความตามที่คุณปิยบุตรหรือผมกล่าวเมื่อสักครู่นี้ ท่านปฏิเสธหรือไม่ ถ้าท่านไม่ปฏิเสธ นี่มันเป็นข้อเขียนของท่านเอง แล้วท่านจะทำอย่างไรครับ ท่านควรจะเสนอ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำให้มันถูกต้องตามรัฐธรรมนูญเสีย พวกผม เองไม่เกี่ยงหรอกนะครับ แล้วการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณของท่านนายกรัฐมนตรี มันไม่ได้ เพิ่งกล่าวมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไหนครับ กล่าวมาหลายครั้งอย่างที่คุณปิยบุตรพูดนะครับ ผมมีเอกสารนำเสนอสื่อทางรัฐสภาไปหลายตอนด้วยกันเลย หลายแผ่นด้วยกันเลย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแต่ละครั้ง แต่ละครั้ง ถือบัตรแข็งที่เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีพิมพ์ข้อความถวายสัตย์ปฏิญาณมาให้ ท่านก็ถวายสัตย์ปฏิญาณไปทุกครั้ง ทุกครั้ง ทุกครั้ง แต่สื่อผมแปลกใจไม่เห็นมีอะไรเลย ไม่ยอมให้สื่อออกมานะครับ ไม่ยอมอนุมัติให้ผมใช้สื่อนี่ก็ไม่เป็นไรครับ พี่น้องประชาชนจะได้รับรู้ว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง สำหรับการถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคมที่ผ่านมาอย่างที่ คุณปิยบุตรพูดนะครับ ท่านไม่ได้ใช้บัตรแข็ง ท่านก็ล้วงจากกระเป๋าออกมา ผมก็ใช้สื่อ ทางอิเล็กทรอนิกส์ดูดภาพออกมาชัดเจนเลยครับ ไม่มีคำว่า ปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ไม่มี แต่มีการเพิ่มข้อความว่า ตลอดไป ต่อท้ายนะครับ เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนตลอดไป เพิ่มเข้ามา ออกมาชัดเจนเลยนะครับ แสดงว่าข้อความที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ เมื่อครั้งก่อนนี้ มันไม่ได้เป็นไปตามระบบราชการ ไม่ได้เป็นไปตามที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอไป แต่ถ้าถามว่าท่านทำเองหรือเปล่า ผมก็ไม่เห็นนะครับ แต่มันไม่ใช่ข้อความตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนด เพราะฉะนั้นจะกล่าวว่าท่านจะถวายสัตย์ปฏิญาณครบถ้วนหรือไม่ ตอนนี้ไม่ต้องวินิจฉัยกันแล้ว ท่านเองก็เคยรับสารภาพว่าท่านกล่าวไม่ครบถ้วน แต่ขอให้ รัฐบาลอยู่ได้ก็แล้วกัน แต่อย่างโน้นอย่างนี้ท่านก็อ้างของท่านไปนะครับ เมื่อกล่าวไม่ครบถ้วนแล้ว เพราะมันเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าท่านถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนนะครับ กรุณาฉายภาพ ที่ ๑๑ ด้วยครับ ข้ามไปเลยครับ ขออนุญาตสักครู่นะครับ เพราะเอกสารผมถูกนั่นไปครับ ภาพที่ ๑๑ นะครับ ท่อนบนจะเป็นมาตรา ๑๖๑ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่ท่อนล่างคงไม่ถูกแล้วนะครับ ท่อนบนเป็นมาตรา ๑๖๑ ถูกต้องแล้วครับ ส่วนท่อนล่าง เป็นคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณของท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ ท่านจะเห็นว่าข้อความ ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ขาดหายไป ส่วนการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณจริง ๆ แล้วจะมีคำว่า ตลอดไป ต่อเพิ่มตรงท้าย เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งนี้ทั้งนั้นที่เพิ่มคำว่า ตลอดไป ก็มีวัตถุประสงค์ ผมดูแล้วคงว่าเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงทราบว่าถวายสัตย์ปฏิญาณ เสร็จแล้วท่านก็จะได้กล่าวอำนวยพรให้กับคณะรัฐมนตรีที่ไปกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อท่าน เมื่อวันก่อนนะครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะพูดผมได้ไปเอาคำอธิบายมาประกอบ รัฐธรรมนูญทั้งหมดทุกมาตรามาศึกษาอ่านดูแล้ว คำอธิบายที่ผมอยู่ในมือนี่นะครับ ก็ชัดเจน ก็ระบุไว้ว่า การกำหนดให้มีการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นไปตามหลักการ ที่ว่าอำนาจทั้งปวงเป็นของปวงชนชาวไทย โดยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข เป็นผู้ใช้ อำนาจนั้นผ่านองค์กรต่าง ๆ เมื่อจะมีผู้เข้าบริหารอำนาจนั้นจึงให้มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อให้รับรู้แหล่งที่มาแห่งอำนาจของผู้ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่และให้คำรับรองว่าจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งเป็นการยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน จะต้องถวายสัตย์ปฏิญาณให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจ ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจ แต่ท่านเป็นผู้ทรงมอบอำนาจและความไว้วางใจให้แก่คณะรัฐมนตรีไปปฏิบัติ ฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจึงต้องซื่อสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์และประชาชน การที่ ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญอาจจะเป็นการหลอกลวง ลบหลู่ หรือละเมิด พระมหากษัตริย์ และจะทำให้พระมหากษัตริย์และประชาชนไว้วางใจท่านได้อย่างไรครับ ในสภาแห่งนี้วันที่ท่านสุชาติ ตันเจริญ นั่งเป็นประธาน และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ซึ่งได้รับการรับรองเข้ามาปฏิญาณตน เหมือนวันนี้ที่ท่านประธานกล่าวนำ วันนั้นท่านสุชาติ ก็กล่าวนำ เสร็จแล้วผมได้ถาม สมมุตินะครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวปฏิญาณ ไม่ครบถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานจะให้สมาชิกผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ท่านสุชาติก็ตอบชัดเจนว่าต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญครับ ผมถามย้ำถึง ๓ ครั้ง ๓ คราด้วยกัน ท่านก็ยืนยันกับผมเหมือนกัน ๓ ครั้ง ๓ คราว่าต้องปฏิบัติไปตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ท่านก็คิดดูเอาเอง เราแค่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจวาสนาไปเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีอย่างท่าน ไม่มีอำนาจวาสนาที่ไปกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์หรอก เรายังต้องปฏิญาณตนด้วยถ้อยคำตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดเลย แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีล่ะทำไมไม่ทำให้ถูกต้อง ถูกไหมครับ ถ้าทำไม่ถูกต้องท่านก็ต้องพิจารณาตัวเอง ท่านเคยพูดว่าท่านเคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีเช่นเดียวกับผม ผมก็เรียนไว้เลยว่าสำหรับผมอายุ ๗๑ ปีแล้วครับ จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นก็จะต้อง ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง และทำเพื่อประเทศชาติ พระมหากษัตริย์และประชาชน แล้วท่านล่ะครับ ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้แล้วกับพระราชวงศ์ทุกพระองค์ ท่านต้องยืนหยัด ยืนยันสิ ผมยังกล้ายืนหยัดยืนยันเลย เมื่อความปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ ปฏิญาณไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวจะซักถามท่าน ท่านก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ตอบ ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว รัฐบาลต้องอยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านรับผิดชอบคนเดียวได้อย่างไร เพราะการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณมันกล่าว ทั้งคณะ ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบทั้งคณะนะครับ ท่านจะบอกถูกต้องคนเดียวไม่ได้ บางทีท่านก็อ้างพระปฐมบรมราชโองการ ผมก็ไปตรวจดูแล้วไม่ได้มีข้อความที่เกี่ยวข้องกับ การถวายสัตย์ปฏิญาณของท่านเลย หรือแม้แต่การที่ทำเรื่องขอพระราชทานกราบบังคมทูล เรื่องพระราชทานพรเป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ ท่านก็ทรงพระราชทานมาให้ ทรงพระราชทานมาท่านก็มากล่าวอ้างให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ เรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ จบแล้วไม่ต้องมาถามอีกแล้วนะครับ ทีนี้เมื่อหันไปถามท่านวิษณุจะขอหนังสือหลังม่าน การเมืองซึ่งรู้ทุกเรื่อง ผมเชื่อจริง ๆ ว่าท่านรู้เรื่องนะครับ พอนักข่าวถามท่านเรื่องถวายสัตย์ ปฏิญาณ ท่านก็บอกไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว ไม่ขอพูด ท่านให้คำตอบถ้วนแล้ว ผ่านไปแล้ว นักข่าวถามว่า ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบบ้าง มีนายกรัฐมนตรีคนก่อนถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบบ้างหรือไม่ ท่านก็บอกว่ามี แต่ท่านก็ไม่กล้ากล่าวยืนยันว่าเป็นใครนะครับ ท่านบอก แต่เพียงว่ามี การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่ตอบแล้วนะครับ จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ ท่านบอกว่า ไม่รู้ใครจะตอบได้ พออัยการเสนอ ท่านก็บอก ไม่ตอบแล้วเรื่องนี้ แล้วเดี๋ยววันหนึ่งจะรู้เองเรื่องนี้ไม่ควรพูด ท่านพูดอย่างนี้ อย่าทำว่าพี่น้องประชาชนหรือพวกเราในสภานี้เคลือบแคลงสงสัยไปหมดว่าทำไมท่านไม่คิด ทำอะไรสักอย่างหนึ่งให้ถูกต้อง เพราะท่านรู้ดีอยู่แล้วว่าถูกต้องเป็นอย่างไร ผิดเป็นอย่างไร ท่านควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีอย่างไร แล้วท่านควรจะเสนอแนะนายกรัฐมนตรีให้ทำอย่างไร พอส่งเรื่องไปผู้ตรวจการแผ่นดินท่านก็ให้สัมภาษณ์อีก ประชาชนและแม้กระทั่งสมาชิก พวกเราเลยนะครับ เรื่องนี้ไปถึงศาลแล้วควรหยุดพูด หยุดวิจารณ์ เดี๋ยวหมิ่นศาล ผมว่าดีเสียอีก พวกเรามาพูดมาซักกันมาก ๆ ถามกันมาก ๆ ศาลจะได้นำเอาข้อเท็จจริงไปใช้เป็นข้อมูล ประกอบการวินิจฉัยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายนที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณา โดยวินิจฉัยว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมืองของคณะรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหาร ในความสัมพันธ์เฉพาะพระมหากษัตริย์ จึงยังไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณา การถวายสัตย์ปฏิญาณดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจ การตรวจสอบขององค์กรใดตามรัฐธรรมนูญ จากคำสั่งศาลดังกล่าวมันเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัยว่าท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อพระมหากษัตริย์ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร ใช่ไหมครับ ศาลยังไม่ได้ วินิจฉัยเลยนะครับ จึงต้องเป็นหน้าที่ของพวกเราฝ่ายค้าน ทำหน้าที่เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามพวกเราในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยจะได้คลายความสงสัย พวกเรา จะถือโอกาสแนะนำและหาทางออกให้ท่าน ช่วยกรุณาขึ้นภาพ ๑๒ ด้วยครับ ภาพ ๑๒ มาตรา ๓ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล คณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนมาก ๆ แล้วว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของ ปวงชนชาวไทย และคณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วท่านปฏิบัติไหมครับ การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้เช่นนั้น ศาลจะเข้ามาก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของสภาได้อย่างไร มันเป็นหน้าที่ ของสภาเราที่จะต้องตรวจสอบซักถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ถูกต้อง ครบถ้วนจริงหรือไม่ เหตุใดถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน มีอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง หรือไม่ แล้วจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร พวกสภา พวกเราจะได้ช่วยกันแนะนำให้ท่าน ดำเนินการให้ถูกต้องนะครับ อย่างไรก็ตามผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีรับรู้รับทราบว่า คณะรัฐมนตรีเป็นอย่างไร แล้วยอมรับผิดชอบไหม สมควรจะได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผู้บริหารประเทศอีกต่อไปหรือไม่ ใครคนหนึ่งก็ได้ครับ ไม่ต้องท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียว หรอกครับ มีตั้ง ๓๖ ท่าน ถ้าใครมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติ พระมหากษัตริย์ และประชาชน เมื่อกระทำไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แสดงตนได้เลยครับ ขอรับผิดชอบทางการเมือง มันไม่ได้ผิดอะไรนี่ครับ ขอให้ท่านรับผิดชอบด้วย ภาพ ๑๓ ครับ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ มาตรา ๕ การกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ การกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ ส่วนมาตรา ๖ ผู้ใดจะละเมิดต่อพระมหากษัตริย์มิได้นะครับ เพราะฉะนั้นพิจารณาง่าย ๆ คำถวายสัตย์ปฏิญาณที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน มันขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้ามันขัด หรือแย้งมันก็ต้องเป็นโมฆะว่าไม่ได้มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ท่านอาจจะไปดำเนินการใหม่ ตามที่ฝ่ายค้านได้มีโอกาสเสนอแนะนำท่านไปเมื่อสักครู่ เพื่อที่ท่านจะบริหารประเทศชาติ ได้ต่อไป ผมว่าเป็นการดีนะครับ ท่านประธานครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ถูกต้องครบถ้วนขัดหรือแย้งหรือไม่ นักกฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบพิจารณา ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ฉายภาพ ๑๕ ด้วยครับ ภาพ ๑๕ เมื่อคณะรัฐมนตรีจงใจถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบถ้วนถูกต้อง ก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะทำการไต่สวน และมีความเห็นกรณีดังกล่าวว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่นะครับ ต่อไป ภาพที่ ๑๕ วิ. แพ่ง มาตรา ๑๑๒ ก่อนเบิกความพยานทุกคนต้องสาบานตนหรือกล่าว คำปฏิญาณว่าจะให้การตามความสัตย์จริงเสียก่อน เว้นแต่ ๔ ข้อด้วยกัน เห็นไหมครับ วิ. แพ่ง หลักในการจะให้การ พยานจะต้องปฏิญาณสาบานตนต่อหน้าผู้พิพากษาเสียก่อน จะมีข้อยกเว้น เขาก็ต้องยกเว้นไว้ ๔ ข้อด้วยกัน ถ้าไม่มีข้อยกเว้นก็ปฏิบัติตามนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นการปฏิญาณของพยานต่าง ๆ ก็ต้องดำเนินการโดยเคร่งครัด ไม่ดำเนินการไม่ได้ เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาเอาไว้ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ลงโทษจำคุกจำเลย พอจำเลยสู้ ไปถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาสำนวนแล้ว ก็วินิจฉัยว่าพยานจำเลยไม่ได้กล่าวคำปฏิญาณตน ต่อหน้าผู้พิพากษาตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๑๒ เพราะฉะนั้นคำให้การใช้ไม่ได้ ผู้พิพากษายกฟ้องนะครับ เห็นไหมครับ แค่ไม่ได้ปฏิญาณตนต่อหน้าผู้พิพากษาเท่านั้นเอง ศาลก็สั่งยกฟ้องไปเลย ท่านประธานครับ ปกติการถวายสัตย์ปฏิญาณของท่านนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะต้องพิมพ์ข้อความตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ใส่แฟ้มมอบให้ ท่านนายกรัฐมนตรีถือเพื่อกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์นะครับ จะได้ไม่เกิด ความผิดพลาด และได้กระทำมาโดยตลอด การถวายสัตย์ปฏิญาณดังกล่าวครั้งนี้ ได้นำแฟ้มแข็งเข้ามา ท่านนายกรัฐมนตรีได้นำกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ออกจากกระเป๋าเสื้อ มาถืออ่าน ซึ่งข้อความ ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ ถูกตัดออกไป และเพิ่มคำว่า ตลอดไป ต่อท้ายข้อความว่า เพื่อประโยชน์สุข ของประเทศและประชาชน ผมเรียนว่าเมื่อไม่ดำเนินการตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปเสนอให้ แต่ไปดำเนินการเอง เพราะฉะนั้นในทางอาญาท่านก็จะมีความผิดฐาน ปลอมเอกสาร และเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารราชการก็ผิดฐานปลอมเอกสารราชการ และการนำไปกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณก็เป็นการใช้เอกสารราชการปลอมเพิ่มขึ้นอีกนะครับ ทั้งยังปรากฏให้ประชาชนเห็นด้วยวาจาในการกระทำที่มิได้ภายในความมุ่งหมาย แห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งการถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นหน้าที่ของท่าน จึงต้องพ่วงข้อหาเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบไปอีกนะครับ สำหรับตัวท่านนายกรัฐมนตรีท่านเคยมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทิ้ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นบังคับใช้ใหม่ การที่ท่านไม่ยอม กล่าวถ้อยคำ ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ เป็นไปได้หรือไม่ครับว่าจิตใต้สำนึกของท่านไม่ได้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านจึงไม่สนใจ และไม่ยึดมั่นที่จะปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ และขอโทษนะครับ ผมอาจจะเลยเถิดไปนิดหนึ่ง