นันทนา สงฆ์ประชา หารือเรื่องโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โครงการที่มีการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยองเป็นจังหวัดที่มีการลงทุน และได้ออกกฎหมายบังคับใช้แล้ว และเธอเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ร่ำรวยให้กับประเทศและประชาชนโดยรวม และเธอไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาอีกในการพิจารณาโครงการนี้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ โครงการ อีอีซี (EEC) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พวกเรา ก็คงจะทราบกันดีว่าครอบคลุมไปยัง ๓ จังหวัด ก็คือจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง โครงการนี้เท่าที่ฟังข่าวสารมาโดยตลอดก็จะได้ยินถ้อยคำว่า เป็นโครงการ ขายชาติบ้าง เป็นโครงการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนบ้าง คำพูดดังกล่าวเป็นการมองโลก ในแง่เดียวนะคะในความเห็นของดิฉัน ท่านประธานคะ เครื่องมือในการหาเงินของประเทศเรา ถ้าเปรียบเสมือนเครื่องจักร เราก็จะมีการขับเคลื่อนอยู่ประมาณ ๔ ภาคส่วน ภาคส่วนที่ ๑ ก็คือภาคส่วนอุตสาหกรรม ภาคส่วนที่ ๒ คือภาคส่วนเกษตรกรรม ภาคส่วน ที่ ๓ คือการท่องเที่ยวและการบริการ ภาคส่วนที่ ๔ คือพาณิชยกรรม ถ้าพูดถึง ด้านภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยเรามีการพัฒนาการลงทุนโดยรัฐบาลในโครงการ ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการมาบตาพุดที่จังหวัดระยอง ซึ่งสร้างแล้วเสร็จมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีท่าเรือทั้งหมด ๑๒ ท่า และคาดว่าจะก่อสร้างเพิ่มอีกประมาณ ๓ ท่านะคะ โครงการแหลมฉบังที่จังหวัดชลบุรี สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๓๔ ปัจจุบันมีแอ่งจอดเรืออยู่ ประมาณ ๒ ท่า โครงการทั้ง ๒ โครงการนี้ลงทุนมานานกว่า ๒๗ ปีแล้วค่ะท่านประธาน หลังจากนั้นหลังจากสร้างโครงการขนาดใหญ่ทั้ง ๒ โครงการแล้ว ประเทศไทยเรายังไม่มี การลงทุนในด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อีกเลยใน ๒๗ ปี ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญที่รัฐบาล จัดทำโครงการ อีอีซี (EEC) คือเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก แล้วก็ได้ออกกฎหมาย บังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เป็นการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อย่างก้าวกระโดด ท่านสมาชิกคงทราบดีว่าเหตุที่ประเทศไทยของเราทำโครงการนี้ได้ เพราะประเทศไทยของเรามีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่มีความได้เปรียบ เป็นศูนย์กลางภูมิภาค อาเซียน (ASEAN) เอเชียจึงเป็นโอกาสและโครงการที่ดีมาก ขอขอบคุณรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด กล้าทำ ส่วนข้อกังวลในวาทกรรมที่พูดกันว่า จะมีการให้เช่าพื้นที่โครงการนี้ ในสัดส่วนถึง ๙๐ ปีนั้น เป็นการขายชาติเราต้องคิดใหม่ คิดบวกว่านักลงทุนในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านใด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ยิ่งมาลงทุนในประเทศไทยเรามากเท่าไร นานเท่าไร ยิ่งเป็นการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ร่ำรวย ให้กับประเทศและประชาชนโดยรวม โครงการ อีอีซี (EEC) นี้จะมีการร่วมมือกันกับสถานศึกษา สร้างหลักสูตรให้เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งจะสามารถสร้างแรงงานให้ได้จำนวนกว่า ๔๗๕,๐๐๐ คน โดยจะมีการสร้างแรงงาน ด้านการท่องเที่ยว ยานยนต์ การแพทย์ครบวงจร โลจิสติกส์ (Logistics) อุตสาหกรรม การบินอากาศยานและขนส่งระบบราง เป็นต้น พื้นที่ในการพัฒนาโครงการทั้ง ๓ จังหวัด แต่ละจังหวัดใช้พื้นที่ในการพัฒนาไม่มากนัก ในขณะที่ประเทศไทยเรามีพื้นที่รวมทั้งประเทศ อยู่ถึงประมาณ ๕๑๓,๑๒๐ ตารางเมตร เมื่อไม่นานมานี้นะคะท่านประธาน ดิฉันเพิ่งเดินทาง ไปยังประเทศสิงคโปร์กับท่าน ส.ส. มณเฑียร สงฆ์ประชา พี่ชาย ประเทศเขาเล็กนิดเดียว มีพื้นที่รวมทั้งประเทศประมาณ ๗๒๓.๒ ตารางกิโลเมตร ในขณะที่ประเทศไทยเรามีพื้นที่ รวมถึง ๕๑๓,๑๒๐ ตารางเมตร เขาพยายามที่จะทำให้ประเทศเขานี่เจริญ สร้างโอกาสให้กับ ตนเองให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนของโลกในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเราก็ฟัง ข่าวสารทุกวันว่า วันนี้มังกรกำลังสู้กับอินทรีย์ ทำไมเราไม่ฉกฉวย ทำไมเราต้องร่วมกัน สนับสนุนในโครงการขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในแผ่นดินของเรา เพราะฉะนั้นดิฉันอยู่ในสภา แห่งนี้มานานหลายปี ยังไม่เห็นโครงการที่ดีและเป็นความหวังของคนไทยได้เหมือนกับ โครงการ อีอีซี (EEC) นี้ และเชื่อว่าคนไทยทุกคนอยากจะเห็นเครื่องจักรในการสร้างรายได้ ให้กับประเทศขนาดใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งในประเทศไทยของเรา งานเดินมาได้ดีแล้วค่ะ ท่านประธาน ก่อนดำเนินการโครงการดิฉันเชื่อว่า ผู้รับผิดชอบคงได้ศึกษาผลได้ ผลเสีย ผลกระทบ หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในทุก ๆ มิติ นักลงทุนทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ ดิฉันเชื่อว่ามีความเชื่อมั่นที่จะมาลงทุน ถ้าเรามีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาอีกอาจจะเป็นการสร้างความไม่มั่นใจก็อาจจะเป็นได้ ถ้าสมาชิกท่านใดสงสัยท่านก็ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายตามข้อสงสัย ได้อยู่แล้ว ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการในญัตตินี้ สร้างไปเลยค่ะท่านประธาน เพื่อทำให้ประเทศชาติเรารุ่งเรือง ร่ำรวยต่อไป กราบขอบพระคุณค่ะ