เบญจา เสนอตั้งกรรมาธิการตรวจสอบผลกระทบอีอีซี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๒

เบญจา แสงจันทร์ หารือปัญหาผลกระทบจากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยเน้นว่าการพัฒนาดังกล่าวเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนใหญ่และนักลงทุนข้ามชาติ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับส่วนแบ่งและต้องเผชิญกับมลพิษและข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลดำเนินการผ่านกลไกกฎหมายที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดิฉันและคณะเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเสนอให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและตรวจสอบผลกระทบจากการดำเนิน โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ท่านประธานคะเป็นเวลาเกือบ ๓๘ ปี ที่ดิฉันเกิดและเติบโตในภาคตะวันออก ก็ได้เห็นการเดินหน้าภาคตะวันออกสู่การเป็น ประเทศอุตสาหกรรมมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีการผลักดันพื้นที่ชายฝั่งทะเล ภาคตะวันออก หรือที่เราเรียกกันว่าอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ภายใต้รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างปิโตรเคมี โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงกลั่น น้ำมัน ท่าเรือสินค้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาแทนที่เศรษฐกิจดั้งเดิมของคนในท้องถิ่น ภาคตะวันออกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ศาลปกครองสูงสุดจะได้ยืนยันถึงปัญหามลพิษ ที่ตามมาจากอุตสาหกรรมเหล่านั้น และกำหนดให้บางพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตควบคุม มลพิษ แต่ท่านทราบหรือไม่คะว่าโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ก็ยังเป็น กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักมาจนถึงทุกวันนี้ โดยที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาของเก่าได้เลย ปัจจุบันประเทศไทยของเราก็กำลังย้อนกลับไปสู่ทางเลือกเดิม นั่นก็คือการทุ่มเทให้กับ การพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้วยทุนจากต่างประเทศแบบเหล้าเก่าในขวดใหม่ ในชื่อ โครงการว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ซึ่งครอบคลุมจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยองและจังหวัดฉะเชิงเทรา ในปัจจุบันประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ต้องพึ่งพาการลงทุนของทุนต่างชาติและถ้าไปดูในโครงการ อีอีซี (EEC) แทบจะไม่มี อุตสาหกรรมตัวไหนเลยที่ตอบสนองกับชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ในภาคตะวันออก เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมไบโอเทค (Biotech) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ แทบไม่เกี่ยวข้องเลยกับพี่น้องที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกยางพารา มังคุด ทุเรียนหรือเงาะ ที่ผ่านมาคนที่ได้รับประโยชน์ไม่ใช่คนทั่วไป อย่างประชาชนในพื้นที่ค่ะ พูดให้ชัดก็คือคนที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มทุนระดับชาติที่มี สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งฐานการผลิตอยู่ที่จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรากับกลุ่มทุนข้ามชาติที่เข้ามาหาสถานที่เพื่อเป็นสถานที่ประกอบ กิจการ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าพรรคอนาคตใหม่จะขวางความเจริญหรือขวางการพัฒนา แต่เราอยากเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่สร้างเม็ดเงินให้กับการพัฒนา เยอะที่สุดในประเทศไทยแล้ว แต่คนภาคตะวันออกไม่เคยได้รับส่วนแบ่งจากเม็ดเงินนั้นเลย ที่ผ่านมารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ใช้ทุกกลไกทางกฎหมายที่จะขจัดปัญหาและอุปสรรค ต่าง ๆ เพื่อที่จะเร่งเครื่องเดินหน้าในโครงการนี้ โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสนอพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่มี หลายมาตราที่เอื้อให้กับกลุ่มทุนและนักลงทุน อย่างเช่น การยกเว้นภาษีต่าง ๆ มากมาย มีการออกคำสั่ง มาตรา ๔๔ แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออกที่มีตัวแทนของรัฐและเอกชนเข้าไปนั่ง เบิกค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากเงิน งบประมาณ แล้วก็ใช้อำนาจมหาศาลในการที่คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจยิ่งใหญ่ กว่าคณะรัฐมนตรีปัจจุบันเสียอีก เพราะว่าคณะกรรมการชุดนี้ใช้อำนาจเต็มในการผูกพัน กับหน่วยงานราชการทุก ๆ โครงการเลยนะคะ แล้วก็สามารถกำหนดนโยบายอนุมัติ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ได้ โดยมาจากส่วนกลาง โดยไม่มีคนในพื้นที่มีส่วนร่วมด้วยเลย เรียกว่า คุณประยุทธ์คิด คณะกรรมการทำ ส่วนกลางรับเงิน แต่ว่าประชาชนรับกรรมค่ะ ท่านประธาน การส่งเสริมและการลงทุนใน บีโอไอ (BOI) กลายเป็นการส่งเสริมให้กับ กลุ่มทุนธุรกิจผูกขาดมากขึ้นในปัจจุบัน - ๙ ๕ / ๑ สผ ๒๐/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จินตนา ๙๕/๑ เพราะว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนไม่กี่กลุ่มที่เป็นกลุ่มทุนใหญ่ มีการลดภาษี ให้มากมาย แล้วก็ให้สิทธิประโยชน์หลายอย่างกับรัฐ ประชาชนกลายเป็นผู้เสียผลประโยชน์ ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบนี้มันเป็นทิศทางการพัฒนาที่เอื้อให้กลุ่มทุนใหญ่มากกว่า แม้รัฐบาลจะอ้างว่าตัวเลขเศรษฐกิจและการส่งออกมีตัวเลขที่ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ว่าปัญหา ของโครงสร้างทางเศรษฐกิจมันจะชัดเจนขึ้นเมื่ออดีตปลัดกระทรวงการคลังท่านหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังว่า ตัวเลขการส่งออกที่ดีขึ้นนั้น มีเพียงบริษัทส่งออกรายใหญ่ราว ๑๐ บริษัทเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์ แต่ว่าธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) รายย่อยกลับไม่ได้รับประโยชน์เหล่านั้นเลย ในพื้นที่ภาคตะวันออก มีการรื้อผังเมืองใน ๓ จังหวัดภาคตะวันออกและใช้กระบวนการพิจารณารายงาน การวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม อีไอเอ (EIA) ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเร่งรัด และไม่คำนึงถึง การมีส่วนร่วมของประชาชนเลยค่ะ เมื่อไม่กี่วันมานี้เราจะได้ยินข่าวจากหน้า ๑ มีการ ประกาศออกมาว่า ได้มีการศึกษาเพื่อที่จะถมทะเล เพื่อพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ ๓,๐๐๐ ไร่ บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นโครงการปิโตรเคมีส่วนขยายของเอ็กซอนโมบิล ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ มูลค่าประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ ที่รองรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคอล อุตสาหกรรมชนิดนี้เป็นอุตสาหกรรมสกปรกค่ะ ท่านประธาน เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมลภาวะให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก และมันยังเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ระบุใน พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) อีกด้วย มีแต่จะทำให้อุตสาหกรรมเดิมดำเนินการในพื้นที่ สิ่งที่รัฐบาลที่แล้ว ได้กล่าวไว้ว่าอยากจะมีอินโนเวชัน (Innovation) มีดิสรัปชัน (Disruption) อยู่ที่ไหนคะ อันนี้เรายังไม่เคยเห็นเลยในรัฐบาลที่ผ่านมา ขณะนี้พื้นที่ อีอีซี (EEC) ได้มีโครงสร้างพื้นฐาน ไปบ้างแล้ว และมีการจัดทำข้อตกลงกับเอกชนบางรายเพื่อเร่งให้เกิดโครงการนี้เร็วที่สุด ภายใต้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ รัฐบาลที่ผ่านมา และผูกพันต่อในรัฐบาลนี้ตามกรอบแผน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ท่านประธานทราบหรือไม่คะว่า ทุกอย่างเร่งรีบมากจนดูเหมือนว่า ประชาชนทุกคนนั่งเป็นเพียงแค่ผู้ชมเท่านั้น ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ก็ถูกขีดเส้นให้เดิน จนไม่เห็นทางเลือกอื่นที่จะเดินเลยค่ะ ท่านประธานคะ รัฐบาลที่ผ่านมาวางเป้าหมายให้มี รายได้มากขึ้น และ อีอีซี (EEC) คือเครื่องยนต์ตัวเดียวของรัฐบาลที่แล้ว ที่เป็นเครื่องยนต์ สผ ๒๐/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จินตนา ๙๕/๒ ที่เหลืออยู่ที่รัฐบาลเลือกจะที่จะใช้เดินหน้าเร่งเครื่องโดยไม่สนใจเสียงทัดทานของคน ในพื้นที่เลย ท่านประธานคะคำถามคือว่า ก่อนที่เราจะเริ่มเดินหรือเริ่มขยับเท้า เราจะไม่ศึกษาเส้นทางความเป็นไปได้ทั้งหมดก่อนที่จะก้าวเดินกันเลยหรือคะ ครั้งหนึ่งดิฉัน ได้เข้าร่วมเวทีดีเบต (Debate) ของพรรคการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเวทีที่พูดถึง เรื่อง อีอีซี (EEC) ใครได้ประโยชน์และใครเสียประโยชน์ ในเวทีนั้นมีคุณอุตตมหัวหน้า พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเดิมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนั่งอยู่ในรัฐบาล คสช. แต่ปัจจุบันท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่งอยู่ด้วย มีเสียงประชาชนคนในพื้นที่ ลุกขึ้นถามท่านว่า ท่านทราบหรือไม่ว่ารถไฟความเร็วสูงที่ท่านปั้นมาด้วยความภูมิใจ นักหนานั้นอยู่บนพื้นที่เสี่ยงภัยแก๊สระเบิดสูงสุดถึง ๑๐ กิโลเมตร ท่านทราบหรือไม่พื้นที่ ที่ท่านส่งเสริมเขตอุตสาหกรรมนั้น มันอยู่ในเขตพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี อยู่ในพื้นที่ ที่อยู่ในอำเภอพานทอง อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอบางปะกง ท่านกำลังจะปั้นให้มันเป็น นิคมอุตสาหกรรม แต่พื้นที่เหล่านั้นเป็นที่ผลิตข้าวปลาอาหารให้คนทั้งประเทศกินนะคะ ท่านจะเอาโรงงานไปตั้งไว้ตรงนั้นจริง ๆ หรือคะ ท่านทราบหรือไม่ว่าพื้นที่ที่ท่านส่งเสริม เป็นเขตอุตสาหกรรม จริง ๆ แล้วท่านส่งเสริมไปแล้วนั้นพื้นที่บริเวณอมตะนครใกล้ ๆ บ้าน ดิฉันเมื่อต้นปีที่ผ่านมาฝนตกแป๊บเดียวน้ำก็ท่วมแล้ว พื้นที่ตรงนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำท่วมตามข้อมูลโยธาธิการและผังเมือง ยังไม่รวมคันดินที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เพราะว่ามันได้เปลี่ยนพื้นที่เหล่านั้นให้เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากไปแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังท่วมอยู่ ตกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นชาวบ้านนอนไม่หลับนะคะพื้นที่บริเวณนั้น ต้องคอยระวังว่าน้ำจะท่วม ตอนไหน เมื่อไร ท่านทราบหรือไม่ว่าชาวบ้านในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกนั้นได้ต่อสู้ กับโครงการที่ไม่สอดคล้องกับพื้นที่แบบนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เป็นต้นมา แต่วันนี้พวกเขาต้องพ่ายแพ้เพราะว่ามีมาตรา ๔๔ ซึ่งยกเลิกกระบวนการทำผังเมืองทั้งหมด พื้นที่ อีอีซี (EEC) ตอนนี้โรงงานจะไปตั้งที่ไหนก็ได้ จะเสี่ยงภัยน้ำท่วมหรือว่าจะเป็นพื้นที่ เกษตรกรรมชั้นดีก็ไม่ได้สน เพื่อที่จะบอกว่าตั้งตรงนี้แล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น บ้านเมือง จะเจริญรุ่งเรืองรุดหน้า และนี่คือเสียงจากประชาชนคนในพื้นที่ ท่านทราบหรือไม่คะ มีชาวบ้านที่ต่อสู้ในพื้นที่มานานมากกว่า ๕๐ ปี ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาล ปัจจุบันมีนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ อีอีซี (EEC) ชาวบ้านถูกข่มขู่คุกคาม ขับไล่ออกจาก ที่ดินที่อยู่มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และที่น่าเศร้าเสียใจมากที่สุดในการต่อสู้ในครั้งนี้คือ มีชาวบ้านในตำบลแสมสารที่ถูกขับไล่ มีความเครียดมากเสียจนเส้นเลือดในสมองแตก และขณะนี้เสียชีวิตแล้ว นี่เป็นความน่าเศร้าและน่าสลดมากที่เราพยายามผลักดันโดยที่ไม่มี ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในพื้นที่หรือมีส่วนร่วมในการพัฒนานี้เลย การจัดการโรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลไม่ได้เป็นไปตามนโยบายเขตเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันพื้นที่อีอีซี (EEC) ตอนนี้มีปัญหาอย่างมาก มีความเสียหายรุนแรงต่อชุมชน กิจการบางอย่างก็เอา โรงงานไปตั้ง แล้วก็เอาเครื่องจักรไปตั้งได้เลย โดยที่ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเรื้อรัง มานานมาก ปัญหาที่สำคัญของชาวชุมชนภาคตะวันออกคือ ในเรื่องของปัญหาผังเมือง และปัญหาที่ดิน เรื่องผังเมืองไม่เฉพาะ อีอีซี (EEC) แต่กรณีผังเมือง อีอีซี (EEC) ปัจจุบันนี้ใช้ มาตรา ๔๔ ไปแล้ว วันนี้ได้แปลงร่างเข้าไปอยู่ใน พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ไปแล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วมีการกำหนดให้มีการศึกษาและวางผังเมืองก่อน แต่ว่าโครงการนี้ มีการใช้มาตรา ๔๔ ก็เลยไม่ต้องมีการศึกษา สำนักงาน อีอีซี (EEC) กับคณะกรรมการอีอีซี (EEC) ที่มีอำนาจมากล้นเหลือสามารถที่จะจิ้มเอาได้เลยว่าเอาพื้นที่ไหนทำอะไรก็ได้ แล้วก็แผนการใช้ประโยชน์ในที่ดินเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในช่วงนี้ กำลังอยู่ในช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อค่ะท่านประธาน กำลังจะมีการประกาศใช้ในระยะเวลาอันใกล้นี้แล้ว ดิฉันและประชาชนในพื้นที่เห็นว่าผังเมืองไม่ควรเป็นเรื่องของใครบางคน หรือว่าเป็นของคน กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่มันควรจะเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน เป็นเรื่องของคนไทย ทุกคน เหมือน ๆ กันค่ะท่านประธาน สิ่งที่รัฐบาลที่แล้วบอกกับเราเสมอก็คือว่าจะไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าที่ตำบลแสมสารมีคนมากกว่า ๖,๐๐๐ คน ตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง มีคนมากกว่า ๑๐๐ คนแน่ ๆ ตำบลหนองตีนนก อำเภอบ้านโพธิ์ มากกว่า สผ ๒๐/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ลลิตา ๙๖/๒ ๑,๐๐๐ คน ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง มากกว่า ๑,๐๐๐ คน ท่านทราบหรือไม่ว่า คนเหล่านี้กำลังจะไร้ที่อยู่อาศัย กำลังจะไร้ที่ทำกิน เขากำลังจะถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ เพื่อจะเอาที่ดินเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) นี่ละค่ะ วันนี้รัฐกำลังวิ่งหนีเรา แล้วก็ทิ้งคนเหล่านั้นไว้ข้างหลัง โดยไม่ได้สนใจว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร ท่านประธานคะ ผู้มีอำนาจในช่วงที่ผ่านมา เขาอาจจะไม่ทราบว่าประเทศนี้เป็นของคนไทย ทุกคน เขาทราบหรือเปล่าว่ามีคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และอยู่ในพื้นที่ที่มีการพัฒนา เขาคง ไม่ได้ยินเสียงประชาชนที่ตะโกนส่งเสียงบอกกับพวกเขาว่าประชาชนเหล่านี้เขาไม่ได้ ขัดขวางความเจริญ หรือไม่ได้ขัดขวาง ไม่ต่อต้านการพัฒนาใด ๆ เลย เขาเห็นด้วย และเขาต้องการให้พื้นที่ที่เขาอยู่อาศัยมีความเจริญ เหมือนทัดเทียมนานาอารยประเทศ แต่เขาไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาที่ไม่เห็นหัวเขา ไม่เห็นหัวประชาชน และไม่นับรวมเขา เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานี้ ท่านทราบหรือไม่ว่าคนในท้องถิ่นดั้งเดิมเขาอยู่อาศัยกันมา หลายชั่วอายุคน พวกเขาส่งเสียงบอกกล่าวกับรัฐบาลที่แล้วที่ใช้อำนาจออกกฎหมายอีอีซี (EEC) มาเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนได้เข้าไปดำเนินโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ โดยไม่ฟังเสียง ทัดทาน ไม่ปรึกษาหารือกับประชาชนคนในพื้นที่นี้เลย ท่านทราบหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นไฟ หรือไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภคใด ๆ ในภาคตะวันออก มีค่าการใช้ไฟฟ้า หรือค่าการใช้น้ำนี้สูงที่สุดในประเทศไทย และน้ำไม่เพียงพอในการใช้ ไฟไม่เคยเพียงพอ ในการใช้ แต่ท่านกำลังจะเอาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ไปตั้งอยู่ในพื้นที่ของภาคตะวันออก และน้ำกับไฟหรือว่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ จะถูกส่งตรงไปที่พื้นที่นี้ก่อนที่จะให้ประชาชนได้ใช้ อันนี้คือสิ่งที่เราเห็นว่าไม่ควรจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานี้นะคะ ด้วยเหตุนี้เองค่ะท่านประธาน ดิฉันจะขอทวงสัญญาจากทุก ๆ พรรคการเมืองที่ได้ให้ไว้กับ พี่น้องประชาชนตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ดิฉันจำได้ค่ะได้ว่าทุกพรรคการเมืองในเวลานั้นเห็นด้วยว่า ควรจะมีการชะลอแล้วมีการทบทวนโครงการ อีอีซี (EEC) นี้ไปก่อน และดิฉันเสนอให้ ทุกพรรคการเมืองที่ได้สัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ วันนี้เรามาร่วมกันเพื่อทบทวนพิจารณา กระบวนการจัดทำผังเมืองและ พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) นี้ และขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาและศึกษาผลกระทบของการจัดทำผังเมืองในพื้นที่และการออก พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) นี้เพื่อมีการคำนึงถึงประชาชนทุกคนที่ท่านเคยสัญญาไว้ แล้วก็คำนึงถึงสภาวะ แวดล้อม คำนึงถึงหลักการระบบนิเวศตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย ท่านประธานคะ ที่ดิฉันทวงสัญญากับทุก ๆ คน เพื่อที่จะบอกว่าให้ทุก ๆ ท่านกลับไปตอบกับประชาชน ในพื้นที่ของท่านได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของประเทศนี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้เป็นของใคร มันพิเศษสำหรับใครกันแน่ พิเศษสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พิเศษสำหรับนายทุนคนไหน หรือว่าพิเศษสำหรับคนไทยทุก ๆ คนเท่า ๆ กัน ท่านประธานคะ ขอบคุณค่ะ