อนุรักษ์ บุญศล เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและพื้นที่ EEC เพื่อศึกษาความคุ้มค่า การร่วมทุนของรัฐ เหตุผลการเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชน และผลกระทบต่อผู้โดยสารและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันเห็นด้วย กับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาตรวจสอบการดำเนินการโครงการรถไฟ ความเร็วสูง เชื่อม ๓ สนามบิน สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา และการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ท่านประธานที่เคารพคะ เพราะว่าคำว่า มหาศาล ดิฉันไม่ได้ไปขัดขวางการสร้างการเจริญเติบโตของ อีอีซี (EEC) แต่อย่างใด และดิฉันไม่ได้ไปขัดขวางการสร้างแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) ๓ สนามบิน และเชื่อมไปไฮสปีด (High Speed) ไปที่ อีอีซี (EEC) แต่อย่างใดนะคะ แต่เมื่อคำว่า มหาศาล จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาตรวจสอบให้รู้ถึง แก่นแท้จริง ๆ ว่าเราจะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้อย่างไรบ้าง โครงการนี้ผ่าน ๕ จังหวัดค่ะ ท่านประธาน คือกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง ซึ่งปัจจุบันมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้ง ของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ท่าเรืออุตสาหกรรมและพาณิชย์ที่เป็นประตูการนำเข้า และส่งออกสินค้าหลักของประเทศ และตลอดแนวเส้นทางสายหลักในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก มีย่านชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว นิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือหลักคือท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือ แหลมฉบัง ทำให้รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ ๓ สนามบิน เส้นทางนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ อย่างมหาศาล เมื่อมีคำว่า มหาศาล จะต้องมีคำว่า ต้องละเอียด ศึกษาให้รู้เท่าทันการลงทุน ขนาดใหญ่ ท่านประธานที่เคารพคะ ดังนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ โครงการนี้ แปลกกว่าโครงการอื่น ๆ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลต้องออกเงินร่วมทุนเท่านั้น ดิฉันถามว่ารัฐบาล จะเลือกผู้ร่วมทุนแบบใด นี่คือคำถามพื้นฐาน คำถามพื้นฐานจากประชาชน แต่ดิฉันทราบ มาแล้วว่ารัฐบาลนั้นเลือกผู้ร่วมทุนแล้ว ดิฉันเลือกคำนี้นะคะ ดิฉันทราบคำว่า ประมูล ดี แต่ดิฉันเลือกคำนี้ จึงอยากทราบข้อมูลผู้ร่วมทุนเป็นแบบใด กลเม็ดเด็ดพรายแยบยล สักเพียงใด นี่คือความน่าสงสัยคลางแคลงใจเป็นยิ่งนัก เพราะมูลค่าที่รัฐร่วมลงทุนเป็นมูลค่า ถึง ๒๓๘,๓๓๐ ล้านบาท ดิฉันถามว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ และต้องคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อประโยชน์สูงสุดให้ประชาชนในเขต อีอีซี (EEC) ทั้งหมด นั่นคือคำถามที่ ๒ และอีกหนึ่ง ข้อสังเกตต่อไปนี้ว่าโครงการนี้นั้นที่กรุงเทพมหานครไปตะวันออกมีคนใช้ถนนถึง ๒๕ เส้นทาง ของถนน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคนต่อวัน แล้วโครงการที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูงนี้นั้น แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะมาขึ้นรถไฟ ๔๐,๐๐๐ กว่าคนต่อวัน แล้วดิฉันถามว่าเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคได้หรือยัง ต้องถามอีกครั้งว่าเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้หรือยัง ดูสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวอย่างนะคะท่านประธานที่เคารพคะ เพราะว่าทุกคนน้อยนัก ที่จะมารถไฟหรือแอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) หรือรถบีทีเอส (BTS) อะไรก็ตามที่รถยนต์ คันไหนที่แพงที่สุดในโลกมาดูที่นี่ค่ะ แล้วก็ดิฉันถามว่าเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วท่านมีโครงการ เปลี่ยนพฤติกรรมหรือยัง ๔๐๐,๐๐๐ คน ถ้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะมี ๔๐๐,๐๐๐ คนที่มาใช้ รถไฟความเร็วสูง ประเทศไทยมีรถยนต์กว่า ๔๐ ล้านคัน ประชากรในประเทศประมาณ ๖๖ ล้านคน ทุก ๆ ประชากร ๑.๖๕ คน มีรถยนต์ ๑ คัน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกที่มีคนเดินทาง กว่า ๔๐๐,๐๐๐ คนต่อวัน ดิฉันถามเพียงว่าท่านให้ประชาชนมาใช้ระบบราง และการเพิ่มขึ้น ลดลงของประชากรนั้นท่านมีโครงการที่แยบยลสักเพียงใด เพราะว่าเมื่อสักครู่นั้นก่อนที่จะ เข้าสู่คณะกรรมาธิการนี้นั้นก็มีการถกแถลงกันอย่างถึงพริกถึงขิงเลยทีเดียวว่า ค่าโง่ทางด่วน แต่ดิฉันนั้นไม่กล้าที่จะใช้คำนั้นหรอกค่ะ เพราะว่าข้าราชการครูเก่าอย่างดิฉันไม่กล้าที่จะใช้ คำนั้น เพราะกระทรวงศึกษาธิการไม่ให้กล่าวว่าใครโง่ ทุกคนนั้นเก่งไม่เหมือนกันค่ะ ดิฉัน ใช้คำว่า ค่าต่ำต้อยด้อยศักดินานั้นจะเสียซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือไม่ แล้วทีนี้นั้นเรื่องของผู้โดยสารบอกว่าถ้าทำแล้วจะมีผู้โดยสารทั้งไทยและเทศจะใช้แอร์พอร์ต ลิงก์ (Airport Link) และลงไปที่ระเบียงเศรษฐกิจ อีอีซี (EEC) ที่สวยงาม มีพร้อมทุกอย่าง ถึงวันละ ๑๐๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ คน ดิฉันถามว่าการประกันผู้โดยสารจากภาครัฐมีหรือไม่ อย่างไรแล้วใครได้ประโยชน์จากผู้โดยสารเพิ่ม และใครเสียประโยชน์เมื่อผู้โดยสารลด รัฐหรือเอกชนคะ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวพัทยากว่า ๑๓.๖ ล้านคน เป็นคนไทย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ต่างชาติ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันหวังว่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนในการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาตรวจสอบนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในคราวก่อนนั้น ในปี ๒๕๕๔ มีการศึกษาโครงการที่จะทำรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพมหานครผ่านอีสาน ไปที่ สปป. ลาว ไปที่ประเทศเวียดนาม ไปที่ประเทศจีน โดยนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ของประเทศ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนอีสาน ๒๐ ล้านกว่าคน หวังว่าจะได้ไป เที่ยวทะเลที่ประเทศเวียดนามไปกลับ เราหวังไว้เช่นนั้นและเราก็หวังอยู่ว่าเมื่อมีรถไฟ ความเร็วสูงไปที่อีสานผ่านที่ สปป. ลาวแล้วไปที่ประเทศเวียดนาม ไปถึงประเทศจีนนั้น อีสานก็จะไม่ได้ย้ายถิ่นฐานมาที่ อีอีซี (EEC) เรื่องนี้ที่ ส.ส. อีสานลุกขึ้นมาเพื่อให้ตั้ง กรรมาธิการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ แต่ตราบใดที่ยังเสียค่าต่ำต้อยด้อยศักดินาอยู่นั้น คนอีสานก็จะเดินทางด้วยรถ ด้วยถนนที่มีการร้องเรียนในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด เพื่อสู่พัทยา ๙๐๐ กิโลเมตร ก็ไม่ต้องใช้รถไฟความเร็วสูงก็ได้หากว่าพี่น้องทางภาคตะวันออกนั้น เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส นี่คือดิฉันถามว่าเมื่อโครงการนี้เกิดขึ้นได้ มันจะต้องกระจาย ความเจริญรุ่งเรืองไปสู่ทุกภาค เราไม่มีทะเล เรามีภูเขา เราไม่มีทรัพยากรที่เกิดมาและงดงาม เหมือนภาคอื่น ๆ เขา แต่เรามีวัตถุโบราณมากมายที่ซ่อนอยู่ในใต้ผืนพิภพเช่นนี้ แล้วเมื่อ การลำเลียงในเรื่องของรถไฟความเร็วสูงถึงภาคอีสาน สร้างโรงงานสิคะคนก็ไม่ได้ย้ายถิ่นฐาน หรือสร้างงานให้เกิดขึ้น คนอีสานก็ไม่ได้ย้ายถิ่นฐานมา แล้วที่ดิฉันเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ ใครร่วมลงทุนกับรัฐ รัฐจะเสียค่าต่ำต้อยด้อยศักดินาหรือไม่ ดิฉันสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการ ศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ