จิรัฏฐ์ ตั้งข้อสังเกตโครงการอีอีซี ขอทบทวนผลกระทบสิ่งแวดล้อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๒

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงผังเมืองและการขยายพื้นที่อุตสาหกรรม 165,000 ไร่ ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนและขาดความโปร่งใส จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนกระบวนการอนุมัติผังเมือง ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน และจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบอย่างเร่งด่วน พร้อมแสดงความกังวลต่อความร่วมมือของพรรคการเมืองในการผลักดันเรื่องนี้ แม้มีเสียงสนับสนุนในสภาเป็นจำนวนมากแต่ยังไม่สามารถตั้งกรรมาธิการได้

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับต้องบอกว่า อีอีซี (EEC) คำนี้เป็นคำที่ผมเชื่อว่า หลายท่านถ้าเกิดได้ยินคำนี้จะต้องรู้สึกว่ามันคือการพัฒนาของประเทศ หลายท่านอาจ จินตนาการไปถึงความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ซึ่งมันจะนำพาความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้กับเรา แต่ถ้าท่านประธานลองไปถามคนในพื้นที่ของผม ถ้าท่านประธานไปถามคนที่ได้รับ ผลกระทบจากโครงการ อีอีซี (EEC) ท่านประธานลองไปถามผู้ประกอบการที่ไม่สามารถ ผลิตสินค้าใหม่ ๆ ได้ เนื่องจากพื้นที่ที่เขาตั้งโรงงานอยู่มันกลายเป็นสีเขียว ท่านประธาน ลองไปถามประชาชนที่ถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ เพราะว่าไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ของตัวเอง พวกเขาจะตอบท่านครับว่า ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนที่เรากำลังพูดอยู่มันเป็นความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของใครกันแน่ ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าประชาชนในเขตพื้นที่ที่ผม รับผิดชอบ รวมถึงตัวผมเองตอนนี้หวาดระแวงมากครับ เพราะว่าร่างผังเมืองผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน อีอีซี (EEC) สำนักงาน อีอีซี (EEC) อนุมัติไป เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคมที่ผ่านมา ตอนนี้รออย่างเดียว คือรอ ครม. อนุมัติ ซึ่งไม่รู้เมื่อไร ในขณะที่ ญัตติที่ผมยื่นเข้าไปเพราะว่าผังเมืองเป็นเหตุผลหลักเลยครับ ผมต้องการชะลอไว้ก่อน เพื่อที่จะทบทวน กระบวนการที่ไม่ถูกต้อง กระบวนการที่มีข้อสงสัยเคลือบแคลงเยอะแยะ มากมาย ผมยื่นญัตตินี้วันที่ ๓ กรกฎาคมครับท่านประธาน จนถึงวันนี้ก็ ๒ เดือนนิด ๆ ครับ ผมก็ไม่ทราบว่าอะไรทำให้ญัตติด่วนมันไม่ด่วน ท่านประธานครับ ก่อนจะพูดถึงเหตุผลที่ต้อง ขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาโครงการนี้ ผมคงต้องเล่าย้อนกลับไปสักเล็กน้อยครับว่า โครงการ อีอีซี (EEC) ถ้าผมอยากจะเล่าเป็นนิทานต้องบอกว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วครับ ท่านประธาน รัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร พยายามหมกมุ่นอยู่กับตัวเลข จีดีพี (GDP) พวกเขาต้องการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการใช้วิธีแบบเดิมก็คือแผนพัฒนาพิเศษ พวกเขา เริ่มจากโครงการ เอสอีซี (SEC) โครงการพัฒนาพิเศษเขตชายแดนในหลาย ๆ จังหวัด เงิน๕๒,๐๐๐ ล้านบาทของประชาชนถูกใช้ไปโดยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง แต่ยังไม่จบ ครับ ยังไม่ล้มเหลว เพราะท่านบอกว่าท่านชะลอเอาไว้ก่อน ขอกลับมาดูที่ อีอีซี (EEC) ก่อน ผมเชื่อครับว่าท่านมีความพยายาม เพราะว่าท่านพยายามกู้หน้าด้วยการอัปเกรด (Upgrade) อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ด้วยการเพิ่มครับ เพิ่มอะไรบ้าง เพิ่มรถไฟ เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับต่างชาติ เพิ่มพื้นที่สีม่วง เพิ่มอำนาจให้กับสำนักงาน อีอีซี (EEC) แบบล้นฟ้าเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญท่านไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วท่านเพิ่มปัญหาความเหลื่อมล้ำแบบ ไม่มีทางจะแก้ไขได้เลย แต่ด้วยความที่โครงการใหญ่ระดับนี้ครับท่านประธาน มีข้อจำกัด ทางกฎหมายเยอะแยะมากมายเลย ไม่สามารถที่จะทำให้สำเร็จภายในเวลาอันสั้นได้ คสช. จึงออกคำสั่งหลายฉบับตั้งแต่ ๒/๒๕๖๐ ๒๘/๒๕๖๐ ๔๗/๒๕๖๐ ยังมี พ.ร.บ. เกี่ยวกับโรงงาน เกี่ยวกับโรงงานขยะ พ.ร.บ. เกี่ยวกับอาคารสูง ผังเมือง เยอะแยะมากมาย ซึ่งผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด เพราะว่าสุดท้ายแล้วกลายร่างไปเป็น พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) ในเดือนพฤษภาคมปี ๒๕๖๐ ซึ่งท่านก็พยายามชมกันเองว่าดี เลิศหรูและรวดเร็วมาก เพราะว่า ท่านข้ามกฎหมายไป ๓๐ กว่าฉบับ กฎหมายที่ท่านข้ามไปแล้วท่านบอกว่ารวดเร็ว เป็นกฎหมายที่เป็นหลักประกันว่ามรดกทรัพยากรธรรมชาติของเราจะถูกส่งต่อให้ลูกหลาน กฎหมายที่เป็นหลักประกันในเรื่องของผังเมือง เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องของสิ่งแวดล้อม กฎหมายพวกนี้มีไว้คุ้มครองปกป้องรักษามรดกของเรา ซึ่งท่านไม่สนใจ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. นี้มีบอร์ด (Board) บริหารเป็นนายกรัฐมนตรีครับ มีคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอีกเยอะแยะมากมายเลย ยกเว้นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งแน่นอนว่าทำอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องท่องเที่ยวอยู่แล้ว ยกเว้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อันนี้ต้องเว้นครับ เพราะมนุษย์ไม่มีความมั่นคงแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อันนี้ต้องรีบเว้นเลยครับ เพราะไม่มีอะไรยุติธรรมเลยสำหรับ อีอีซี (EEC) ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าจำเป็นต้องให้ รัฐมนตรีเหล่านี้เข้ามาเพื่อร่วมรับผิดชอบถึงแม้ ครม. ยังไม่อนุมัติผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน อีอีซี (EEC) แต่ว่าสำนักงาน อีอีซี (EEC) ซึ่งก็เป็นคณะ ครม. นั่นละที่เป็นบอร์ด (Board) บริหารอนุมัติไปแล้ว พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) ให้อำนาจอะไรท่านบ้าง ท่านให้อำนาจตัวเองยิ่งเสียกว่า คณะรัฐประหารอีก ท่านสามารถกำหนดเขตเองได้ กำหนดเพิ่มได้ด้วย พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) ไม่ใช่ ๓ จังหวัดนะครับ ท่านสามารถเพิ่มจังหวัดใกล้เคียงได้เป็น ๗ จังหวัด ๘ จังหวัด ๙ จังหวัด เมื่อไรก็ได้ ขยายเขตได้ ลดได้ บอร์ด อีอีซี (Board EEC) ออกใบอนุญาตได้หมด ออกใบอนุญาต โรงงานได้ ออกเวิร์กเพอร์มิต (Work Permit) ได้ เราไม่ต้องมี ตม. แล้วนะครับ ๓ จังหวัด ให้สัมปทานได้ จัดซื้อจัดจ้างได้ จะเวนคืนที่ตรงไหนก็ได้ ถึงแม้ท่านจะอ้างตลอดว่า แต่ต้องให้ ครม. อนุมัติก่อน แต่มันก็หมายความว่ามันมีความเป็นไปได้ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายมาจนถึงวันนี้ร่างผังก็ถูกผ่านโดยสำนักงาน อีอีซี (EEC) ไปแล้วเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ต้องยอมรับว่าท่านมีเทคโนแครต (Technocrat) ที่ดีเยี่ยม ท่านมี พีอาร์ (PR) สุดอลังการ ท่านใช้เงิน พีอาร์ (PR) ๑ เดือน ๘ ล้านกว่าบาทไปกับการ พีอาร์ (PR) โฆษณาด้วยกราฟิค (Graphic) ด้วยวิธีทางการตลาดที่สุดยอด ผมต้องยอมรับ ซึ่งเป็นวาทกรรม มันเป็นวาทกรรมการพัฒนา ที่ทำให้คนต่อต้าน มันเหมือนมีน้อย แต่คนในพื้นที่พวกเขาลำบาก มีแต่ผู้ได้ประโยชน์เท่านั้น ที่จะมีสิทธิมีเสียงมาตะโกนบอกว่าเราสนับสนุน อีอีซี (EEC) ท่านประธานครับ วาทกรรมนี้ มันสืบทอดมาตั้งแต่ยุคโชติช่วงชัชวาลของอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) แล้วมัน ก็มาถึง อีอีซี (EEC) แล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมันได้ง่าย ท่านประธานครับ เวลานี้ท่านเหลือ กระดุมแค่เม็ดเดียว คือ ครม. ถ้าท่านติดกระดุมเม็ดนี้เมื่อไรจะไม่มีอะไรหยุดได้แล้วนะครับ นี่คือเหตุผลที่เราจะต้องมีคณะกรรมาธิการเข้าไปศึกษา นิทานเรื่องนี้จบดื้อ ๆ แบบนี้ ท่านประธาน เพราะว่าเราไม่รู้หรอกว่ามันแฮปปีเอ็นดิ้ง (Happy Ending) หรือเปล่า แต่ว่า ที่รู้แน่ ๆ คือนิทานเรื่องนี้มันสอนอะไรบ้าง ผมขออนุญาตเจ้าหน้าที่เปิดเอกสารได้ไหมครับ ก่อนอื่นขออนุญาตบอกว่าทั้งผมเองและพรรคอนาคตใหม่ เราไม่ได้มีเจตนาในการขัดขวาง การพัฒนาของประเทศ เพราะว่าเราเห็นความไม่โปร่งใส แล้วก็มีความสงสัยเคลือบแคลง เยอะแยะมากมายในกระบวนการจัดทำผัง ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายถึงข้อแนะนำที่เป็นทางออก ให้นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ช่วยเปลี่ยนหน้าด้วย ผมเลื่อนไม่ได้ ที่ท่านเห็นนี้คือผัง อีอีซี (EEC) นี่คือผังที่อนุมัติจากสำนักงาน อีอีซี (EEC) ครั้งแรกที่ผม เห็นผังนี้มันสะดุดตาตรงไหน ท่านประธานลองดูหน้าถัดไปครับ ตรงนี้เกาะสีชังครับ ซ้ายมือเรามีพื้นที่สีม่วงอยู่บนเกาะสีชังแล้วนะครับไม่เป็นไรอันนี้เอาไว้ก่อน หน้าถัดไป ท่านประธานครับ ผมลองปรับสีเพื่อให้เห็นชัดว่าพื้นที่สีม่วงกับพื้นที่อย่างอื่นมันแตกต่างกัน ตรงไหน ผมไม่เข้าใจว่านี่เรียกว่าเขตตรงไหน ไม่ใช่เขตครับท่านประธาน นี่มันกระจัดกระจาย มั่วซั่วไปหมด จะจิ้มเอาตรงไหนก็ได้สเกล (Scale) ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ มองอะไร ไม่เห็นเลย นี่เป็นการทำแบบลวก ๆ จะพูดแบบนั้นก็ได้ มันเร็วเกินไปท่านประธาน ผมไม่คิดว่าการทำ อีไอเอ (EIA) การลงไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครอบคลุมพื้นที่ ๘,๒๙๐,๐๐๐ ไร่ มีประชากร ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนมันจะเสร็จภายใน ๑ ปีได้ หลายคน บอกว่าอะไรที่เกี่ยวกับ อีอีซี (EEC) มันเร็วไปหมด แต่ผมอยากบอกว่ามันไม่จริง เพราะญัตติ ผมไม่เร็วเลย หน้าถัดไปครับ นี่คือพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบเป็นปากอ่าวออกทะเลของ แม่น้ำบางปะกง ท่านจะเห็นทางคดเคี้ยวนั่นคือแม่น้ำบางปะกงที่เลาะไปกับตัวเมืองแปดริ้ว ซึ่งถ้าท่านประธานจับปลาได้ที่นี่ ท่านสามารถบั้งปลาได้ ๘ ครั้ง และนั่นคือที่มาของ ชื่อแปดริ้ว แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วชาวประมงที่อยู่ริมฝั่งเลี้ยงปลากะพงในกระชังไม่ได้ ปักหอยแมลงภู่ไม่ได้ ทั้งปู ทั้งป่าชายเลนไม่เหลือแล้วครับ แต่ท่านทำอะไร หน้าถัดไป ผมขออนุญาตซูม (Zoom) เข้าไปตรงพื้นที่ที่เห็นภาพเมื่อสักครู่ ท่านจะเห็นเส้นคั่นกลาง ข้างบน อันนั้นคือถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) ที่มุ่งหน้าไปพัทยา พื้นที่ตรงนั้นถูกรายล้อม ข้างหน้าด้วยแม่น้ำบางปะกงโอบล้อมไว้ เราไม่จำเป็นต้องจินตนาการไปไกลครับ แค่เมกเซนส์ (Make sense) ธรรมดาทั่วไปก็รู้ว่า พื้นที่ตรงนี้มันทำอุตสาหกรรมไม่ได้ หน้าถัดไปครับ ท่านแจ้งผมมาว่าท่านจะต้องเว้นพื้นที่ เพื่อเป็นกันชนกับแหล่งน้ำ ๕๐๐ เมตร ผมตีรัศมีมาให้ ๕๐๐ เมตร หน้าถัดไปครับ นี่คือพื้นที่ ที่ได้ครับ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ที่เป็นโรงงานที่ผมได้ข่าวว่าผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม (Lithium) ท่านเว้น ๕๐๐ เมตรก็จริงครับ แต่ผมจินตนาการไม่ถึงครับว่าเราจะปล่อยน้ำเสีย เราจะ ปล่อยของเหลวที่มีสารปนเปื้อนมุดใต้มอเตอร์เวย์ (Motorway) ถนน ๘ เลนข้ามไปทิ้ง ข้างบนอย่างไร วิถีชีวิตของคนแปดริ้วอยู่กับแม่น้ำบางปะกงนะครับ ผมไม่รู้ว่าพวกท่าน เกิดที่จังหวัดไหนกัน แต่นี่จังหวัดบ้านผม พื้นที่ตรงนี้โลเคชัน (Location) มันดีจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ข้างหลังติดมอเตอร์เวย์ (Motorway) ข้างหน้าติดแม่น้ำ ผมไม่รู้ว่าแบตเตอรี่ ลิเทียม (Lithium) ที่ใช้ถ่านหินเป็นวัตถุดิบ เขาจะขนมาทางถนนหรือเปล่า ผมเชื่อว่าต้องมา ทางเรืออยู่แล้ว ๕๐๐ เมตรตรงนั้นที่เว้นไว้มันจะมีผลอะไรครับ เราประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมจากยุทธศาสตร์ เราไม่ได้ประเมินจากตัวหนังสือที่เขียนบอกไว้ ในกระดาษนะครับท่านประธานแต่ละพื้นที่มันไม่เหมือนกัน หน้าถัดไปครับ ท่านประธานผมขออนุญาตซูม (Zoom) เข้ามาอีกนะครับ ในวงกลมสีแดงตรงนั้น หน้าถัดไปครับ ผมซูม (Zoom) เข้ามาอีกนิดหนึ่ง นี่คือพื้นที่ก่อสร้างที่เป็นภาพจาก กูเกิล เอิร์ท (Google earth) ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ ในขณะที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ ผังเมืองยังเป็นสีเขียวอยู่นะครับ หน้าถัดไปครับ อันนี้คือภาพเก่านะครับ เมื่อเช้านี้ ก่อนผมออกมาที่สภา กำลังขึ้นโครงหลังคาแล้ว หน้าถัดไปครับ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๒ ยังไม่ได้สีม่วงนะครับท่านประธาน แต่ก่อสร้างไว้เกือบปีแล้ว ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ เพิ่งจะมา สีม่วงเอง มีการแจ้งความ มีการฟ้องร้องแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันนี้ก็ยังเชื่อมเหล็กกัน แบบสบายใจ ผมไม่ได้โทษนิคมอุตสาหกรรม ไม่ได้โทษผู้ประกอบการ ผมตั้งญัตติ เพื่อโทษนโยบายที่เอื้อให้พวกเขาได้ นโยบายที่เอื้อให้คนรวยแล้วรวยได้อีก เราเคยตั้ง ข้อสงสัยว่าทำไมคนรวยไม่รู้จักพอ ก็ประเทศเรามันเอื้อให้ทุกครั้ง เอื้อให้ตลอด หน้าถัดไป กลับมาที่ภาพนี้ ผมอยากทราบว่าทำไมความสงสัยนี้เป็นคำถามที่ถามมานาน พื้นที่ที่เพิ่ม ขึ้นมา ๑๖๕,๐๐๐ ไร่เฉพาะสีม่วง ทำไมต้องมาอยู่ในจุด ๆ ตรงนั้น ทำไมไปอยู่ในบริเวณ สีเหลืองบ้างไม่ได้ ความเหมาะสม ความสมควร ท่านไม่เคยให้เหตุผล ในขณะที่ชาวบ้าน มีเหตุผลว่าทำไมไม่ควรจะสีม่วงตรงนั้น แต่ท่านไม่เคยตอบว่าทำไมมันควรจะสีม่วงตรงนั้น ๑๖๕,๐๐๐ ไร่ ที่เพิ่มปัญหาความเหลื่อมล้ำทะลุจักรวาลไปแล้ว เพราะปีที่แล้วเราที่สุดในโลก ๑๖๕,๐๐๐ ไร่ที่มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น ๒๐-๓๐ เท่าหรือบางคนอาจจะบอกถึง ๑๐๐ เท่าด้วยซ้ำ เพราะซื้อราคาไร่หนึ่งไม่ถึงแสนแต่ขายได้ ๒๕ ล้านบาท คนที่ถือที่ดินถือครองที่ดิน เยอะที่สุดคือนิคมอมตะนคร อย่างต่ำ ๆ ก็ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐,๐๐๐ ไร่ แน่นอน มีความสงสัยครับว่าท่านวิษณุ เครืองาม เคยเป็นประธานบอร์ด (Board) อมตะนคร ท่านลาออก ๑ วัน วันรุ่งขึ้นท่านได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ อีอีซี (EEC) ก็มา หน้าถัดไป เรามาดูอันนี้ครับ ผมอยากรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เราลองมาเล่นเกมกันท่านประธาน อันนี้เหมาะ จะเป็นพื้นที่สีม่วงไหมครับ ข้างหน้าเป็นถนน เส้น ๓๓๑ หน้าถัดไปเลยครับ สีม่วงนั้นคือ นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ (Gateway) แต่ทำไมตรงนั้นไม่สีม่วงครับในวงกลม ในเมื่อมีถนนอยู่แล้ว มีโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว ถนนเส้นนี้ก็เขาทำไว้เพื่อรองรับ อุตสาหกรรม แค่มันไม่ติดแม่น้ำเอง หน้าถัดไปครับ ตรงนี้สมควรสีม่วงไหมครับ ไปเลยครับ ไปเร็ว ๆ ครับ ตอนนี้สีม่วงแล้วครับ ไม่มีเหตุผล ไม่มีความเหมาะสม ไม่มีหลักการอะไรทั้งสิ้น อยากสีม่วงตรงไหนก็สีม่วง โอเค (OK) ท่านถือปากกาอยู่ ท่านถือดินสอสีม่วงอยู่ผมรู้ แต่ท่านต้องถามคนในพื้นที่ด้วยครับ หน้าถัดไปครับ นี่คือการรับฟังความคิดเห็น ๔๐ ครั้ง ที่ท่านบอก หน้าถัดไปครับ นี่คือพื้นที่ตำบลโยธะกาพื้นที่ของทหารเรือที่เป็นปัญหา แล้วตอนนี้ชะลออยู่ ซึ่งชาวบ้านก็ยังหวาดระแวงเหมือนเดิมว่าสรุปแล้วเป็นอย่างไรกันแน่ จะเอาหรือไม่เอากันแน่ หน้าถัดไปครับ นี่ที่วัดหลวงพ่อโสธรวรารามวิหารครับ วันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีมา แล้วก็ได้รับหนังสือจากมือ รับด้วยมือของท่านเองแต่ยังไม่มีการตอบ หน้าถัดไปครับ นี่คือหนังสือเรียกเพื่อเป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้าย ลงวันที่ ๒๐ เพื่อนัดประชุมวันที่ ๒๕ โดยที่หนังสือฉบับนี้ผมต้องหามาด้วยความยากเย็นกว่าจะได้ หน้าถัดไปครับ อันนี้คือความคิดเห็นของประชาชนในวันนั้น ที่มีคนอัดเสียงออกมาแล้ว ผมถอดเป็นข้อความ อันนี้แค่ส่วนหนึ่งนะครับ ซึ่งไม่เคยได้นำมาใช้เลยแม้แต่ข้อความเดียว นี่แค่ ๑ ใน ๔๐ นะครับท่านประธาน หน้าถัดไปครับ อันนี้คือตัวอย่างการทำ อีไอเอ (EIA) การลงไปรับฟังความคิดเห็นของกรมโยธาธิการและผังเมืองเองครับ ซึ่งทำควบคู่ไปกับ อีอีซี (EEC) เพราะว่า อีอีซี (EEC) มันซ้อน มันเป็นการทำงานซ้ำซ้อนของ ๒ หน่วยงานผมจะ ให้ดูว่าวิธีการรับฟังความคิดเห็นมันทำกันอย่างไร หน้าถัดไปเลยครับนี่คือผังเมืองรวม อำเภอบางปะกงที่ถูกเปลี่ยน ผังนี้ถือว่าใหญ่สำหรับการลงรายละเอียด แต่ถ้าเทียบกับผังอีอีซี (EEC) ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เรามองอะไรไม่เห็นหรอกครับ หน้าถัดไปครับ นี้คือข้อเสนอที่ นิคมอุตสาหกรรมร้องขอเข้ามาเพื่อขอตั้งโรงงาน ขอตั้งนิคมอุตสาหกรรม จะเห็นว่า มีหลายนิคมอุตสาหกรรมที่ขอตั้งบริเวณนี้ หน้าถัดไปครับ พอมีการขอตั้งนิคมอุตสาหกรรม ที่ปรึกษาก็ลงไปหาประชาชน ลงไปหาผู้นำท้องถิ่น อันนี้เป็นภาพบางส่วน เปลี่ยนหน้าเลยครับ ซึ่งลงไปเยอะมากและเอาความคิดเห็นทุกคนไปใช้จริง ๆ หน้าถัดไปครับ เปลี่ยนเลยครับ โอเค (OK) เจ้าหน้าที่ครับผมใช้พอยเตอร์ (Pointer) ได้แล้ว อันนี้เป็นสรุปประเด็นย่อยครับ ประเด็นที่ได้รับฟังความคิดเห็นมา นี่คือพรีเซนต์ (Present) ที่เขาบอกว่าเขาเอามาใช้จริง ๆ อันต่อไปคือประเด็นปัญหา เขาพบปัญหาเยอะแยะมากมายเลยครับทั้งรถติด ทั้งพื้นที่กาก อุตสาหกรรม ทั้งปัญหาน้ำเสีย ปัญหาจราจรติดขัด ระบายน้ำไม่ทัน พื้นที่สามารถเป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้ ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะ พื้นที่ที่มีศักยภาพพัฒนาเป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศบริเวณเกาะนก มีปัญหาระบายน้ำในเขตบางผึ้งปัญหาน้ำทะเล กัดเซาะ มีศักยภาพด้านการเกษตรที่ดีในอำเภอเขาดิน ซึ่งอำเภอเขาดินก็คือตรงบริเวณที่มี การก่อสร้างไปแล้วที่ผมได้เปิดให้ดูนะครับ อันนี้เป็นปัญหาศักยภาพพื้นที่ พื้นที่ตรงนี้เป็น พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยการขยายตัวของอุตสาหกรรมตรงนี้รวดเร็วเกินไป ปัญหาน้ำเน่าเสีย ระบายไม่ทัน บำบัดไม่ทัน คลองสาขาเน่าเสีย ชุมชนไม่มีรางระบายน้ำเลย ปัญหาเส้นทาง สัญจรสายหลักมีปริมาณจราจรแออัด พื้นที่ใหญ่เกินไป พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยรุนแรง ปัญหาน้ำ ในแม่น้ำบางปะกงมีความเค็มและเป็นกรดระยะเวลานาน ปัญหาน้ำเสียส่งผลกระทบถึง ป่าชายเลน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง น้ำดิบมีจำกัด เยอะแยะไปหมด นี่คือปัญหาของ พื้นที่ นี่คือภาพจากกรมโยธาธิการและผังเมืองที่บอกว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่เกษตรชั้นดี พื้นที่ตรงนี้ ผลิตปลาน้ำจืด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ สุดท้ายที่ปรึกษาคอนซัลต์ (Consult) ทีมนี้ มีทางเลือกออกมา ๒ ทาง หลังจากนั้นมีการประชุมครับท่านประธาน แล้วก็ลงไปรับฟัง ความคิดเห็นอีก ๑ รอบเพื่อที่จะสรุป สุดท้ายสรุปได้ว่าจะใช้ผังทางเลือกที่ ๒ ซึ่งถ้า ท่านประธานดูเปรียบเทียบกับผัง อีอีซี (EEC) เมื่อสักครู่มันคนละโลกกันเลยครับ พื้นที่ที่อยู่ติดแม่น้ำพวกเขาเว้นไว้ พวกเขาบอกว่าไม่ควรจะทำอุตสาหกรรม นอกจากเป็น อุตสาหกรรมเก่าอยู่แล้ว และนี่คือสรุปผังครับท่านประธาน เมื่อเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่อันนี้แน่นอนครับ อันนี้คือการระบุ ระบายสีม่วงลงไปในพื้นที่ที่มี คนโทรศัพท์มาบอกให้ระบายพื้นที่ที่เขาเป็นเจ้าของอยู่แล้ว หรือพื้นที่ที่เพิ่งซื้อมาได้ ซึ่งกว้านซื้อมาด้วยราคาถูกแสนถูก เรามาดู พ.ร.บ. ต่อ สิทธิประโยชน์เยอะแยะเลยครับ ท่านประธาน สิทธิประโยชน์เหล่านี้ไม่ได้ให้เฉพาะผู้ที่มาลงทุน ๑๖,๕๐๐ ไร่ เพราะว่า นิคมอุตสาหกรรมเดิม ผู้ประกอบการเดิม โรงงานอุตสาหกรรมเดิมที่เคยได้ไปแล้วก็ได้ต่อ ได้วีซ่า (Visa) ทำงาน ๕ ปี มีวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ดูแลอย่างดี ภาษี เงินได้บุคคลธรรม ๑๗ เปอร์เซ็นต์ต่ำสุดในอาเซียน (ASEAN) สามารถเช่าที่ดินราชพัสดุได้ อันนี้ชาวโยธะกาได้ยินแล้วสะดุ้งนะครับท่านประธาน ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรรวมถึงวัตถุดิบ มีเงินสนับสนุนให้ไปทำวิจัยก็ได้ อนุญาตให้ถือ กรรมสิทธิ์ที่ดินได้ด้วย แถมปล่อยเช่าต่อได้ด้วย ท่านประธานครับ นี่คือ ๑๒ อุตสาหกรรม เป้าหมาย ๑๒ อย่างที่เป็นนิว เอสเคิฟ (New S-curve) ผมยกตัวอย่างหุ่นยนต์ เพื่ออุตสาหกรรม การแพทย์สุขภาพครบวงจร การบินโลจิสติกส์ (Logistics) เชื้อเพลิง ชีวภาพ เคมีชีวภาพดิจิทัล การป้องกันประเทศ ท่านประธานครับจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นที่ผลิตรถยนต์อันดับ ๑๐ ของโลกนะครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏฉะเชิงเทรา ยังไม่มีวิชาหรือสาขาอะไรเกี่ยวกับยานยนต์เลย แต่ท่านประธานจะให้เราไปผลิตรถยนต์ ที่ไม่ใช้น้ำมันแล้วหรือครับ ด้านล่างคือภาพที่เป็นผลจากวาทกรรมที่ผมได้พูดไป นี่คือภาพ การต่อต้านในพื้นที่ของคนที่ได้ประโยชน์ ชาวบ้านที่คิดว่านี่คือการพัฒนา ชาวบ้านที่บอกว่า เราอยากทำงานใกล้บ้าน ในขณะที่กรมการจัดหางานเมื่อเช้าผมเช็ก (Check) มีตำแหน่งว่างอยู่ ๘๕๐ ตำแหน่ง จังหวัดฉะเชิงเทรามีอุตสาหกรรม ๒,๒๐๐ โรง ไม่มีใครตกงานหรอกครับ ท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่ท่านบอกเราไว้ครับ ท่านบอกว่าจะมีอัตราจ้าง ๔๗๕,๐๐๐ อัตรา ท่านบอกว่ารัฐจะได้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอบแทนทางการเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากให้ท่านพิสูจน์ให้ผมดูหน่อยครับ ท่านพิสูจน์ไม่ได้ครับ ท่านทำ ได้แค่กราฟิก (Graphic) ที่สวยงามนี่ละ ที่ท่านพิสูจน์ได้คือความสัมพันธ์อันดีระหว่างท่านกับ เจ้าสัว นายทุนพวกนั้นต่างหาก ที่ท่านพิสูจน์ได้คือความลำบากของประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนต้องไปก้มกราบผู้ที่มาฟังความคิดเห็น ที่ท่านพิสูจน์ได้คือการเสียสิทธิสภาพ นอกอาณาเขตในพื้นที่โยธะกาที่มีฝรั่งนั่งรถทหารเข้ามาดูพื้นที่ เข้ามาดูบ้านที่ชาวบ้านกำลัง นั่งกินข้าวกับลูกอยู่ เพื่อมองทำเลที่จะตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ท่านประธานครับ นี่คือ การกำหนดเขตผังเมืองอุตสาหกรรม หรือว่าผัง อีอีซี (EEC) เป็นการกำหนดเขตที่ไม่ได้เป็น การพัฒนา หรือถ้าเป็นการพัฒนานี่ก็เป็นการพัฒนาที่ผลประโยชน์มันไปตกอยู่กับคนไม่กี่คน ผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับคนพื้นที่ อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ไม่ได้จ้างคน ในพื้นที่ทำงาน ผลประโยชน์ที่สุดแล้วเป็นของเจ้าสัว นายทุนที่ผมพูดถึงตั้งแต่โรงงานยังไม่ได้ ทันมีหลังคา เพราะมูลค่าที่เพิ่มมหาศาลขนาดนั้น นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครยังไม่ทันได้ ถมที่เลยนะครับ ๘๐,๐๐๐ กว่าไร่ เขายังไม่ได้ถมเลยท่านประธาน เขาขายได้ทันที ท่านบอกว่า ประชาชนคนธรรมดาได้อะไรจาก อีอีซี (EEC) ๑. ขจัดความยากจน ความหิวโหย ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ท่านคอมเมนต์ (Comment) เองนะครับ ผมอ่านให้อย่างเดียว ๒. ความมั่งคั่ง ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีสอดคล้องกับธรรมชาติ ๓. ปกป้องดูแลโลก ๔. สันติภาพ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ๕. ความร่วมมือ ผมขอข้ามเลย ดีกว่าครับ เสียเวลาอ่านตรงนี้ อย่าลืมนะครับภาษีที่เอาไปสร้างอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) เป็นภาษีจากคนจนด้วย ท่านประธานครับนี่คือพื้นที่เขาดินที่ผมบอก คนเขาดินหาเงินได้วันละ ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท จากการที่มีปู มีกุ้ง เข้ามาในเขตของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องออกไปจับ ท่านวัด จีดีพี (GDP) คนพวกนี้ไม่ได้ ท่านวัด จีดีพี (GDP) การขายกุ้ง ขายปลา ขายปูไม่ได้นะครับ ในเมื่อท่านวัดไม่ได้ ท่านอย่าบอกว่ามันไม่มี แน่นอนว่า ในทางเศรษฐศาสตร์ โอเค (OK) มูลค่าทางการเกษตรมันเทียบเท่าไม่ได้กับอุตสาหกรรม หรอกครับ แต่ท่านไม่มีสิทธิจะมาบอกว่าประชาชนของผมเป็นได้แค่แรงงาน ประชาชน พวกนี้ไม่ได้เป็นภาระของรัฐเลยนะครับ พวกเขาไม่เคยออกจากพื้นที่ด้วยซ้ำ ถ้าไม่จำเป็น ต้องออกมาซื้อข้าวซื้อของ ผมไม่เคยเห็นพวกเขาด้วยซ้ำ

ท่านประธานครับสุดท้ายผมอยากย้อนกลับไปวันที่ ๕ สิงหาคม วันที่เรามี ครม. อนุมัติผังเมือง อีอีซี (EEC) ถ้าเราใช้ความเป็นปกติชน ใช้สติปัญญาพื้นฐานทั่วไป ผมอยากจะถามว่าทำไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ทักท้วง อะไรเลยหรือครับ ผมอยากจะถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไม่คิดจะทำนิคม อุตสาหกรรมเองหรือครับ ทำไมต้องเอาทุกอย่างไปให้นิคมอุตสาหกรรมหมดเลย กำไรอยู่กับ นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านไม่คิดบ้างหรือครับว่า ค่าเช่าที่ดิน ๙๙ ปีมันจะเพียงพอในการรักษาสุขภาพของประชาชนที่เดือดร้อนจากมลพิษ เหล่านี้ กระทรวงคมนาคมท่านไม่คิดว่ารถไฟมันจะเกินไปหรือครับ ในเมื่อถ้าผมจะไปพัทยา ผมขับรถแค่ชั่วโมงเดียวเองจากมอเตอร์เวย์ (Motorway) ไป ผมจะขึ้นรถไฟทำไมครับ ถ้าท่านอยู่แรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กรมจัดหางาน ฉะเชิงเทรา ตำแหน่ง ว่างงานเต็มไปหมด โนว์ฮาว (Know-how) เราก็ไม่เคยได้ กระทรวงศึกษาธิการท่านต้อง ตอบว่าท่านเซ็นอนุมัติผังนี้ไปได้อย่างไร ในเมื่อท่านไม่มีความพร้อมเลย ประชาชนไม่มี ความพร้อมในการทำธุรกิจอุตสาหกรรมคลัสเตอร์ (Cluster) ๗ อย่างที่ท่านบอก แถมท่าน ยังปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาใช้วิชาชีพ ซึ่งเป็นวิชาชีพที่เราควรจะหวงไว้ให้คนของเรา อย่างเช่น วิศวกร สถาปนิก ไกด์ หมอ พยาบาล พวกเขาเข้ามาทำได้หมดนะครับวิชาชีพเหล่านี้ ในประเทศอื่นเขาไม่ให้เข้าทำนะครับ ถ้าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอทวงเอกสารที่ผมขอไปก่อน ท่านให้สัญญาไว้แล้วเมื่อครั้งก่อน ซึ่งผมยังไม่ได้ ถ้าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผังเมืองมันทำให้คนเหลื่อมล้ำกันขนาดนี้ ท่านไม่ตั้งคำถามบ้างหรือครับ ถ้าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมอยากถาม อีกนิดหนึ่งว่า ท่านเวนคืนที่ประชาชนได้ตลอดเลยครับ ไม่ว่าจะมีรถไฟ ไม่ว่าจะมีถนนอะไร จะเวนคืนแค่ไหนก็ได้ ท่านเวนคืนที่เจ้าสัวบ้างได้ไหมครับ เวนคืนที่ ๑๖๕,๐๐๐ ไร่ก่อน แล้วค่อยขายคืนได้ไหมครับ สุดท้ายถ้าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีบวกรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วงที่สุด ในเมื่อ ๓ จังหวัดนี้อยู่ใจกลางประเทศ ท่านยังดูแลรักษาไม่ได้เลย ท่านยังปล่อยให้ต่างชาติเข้ามากอบโกย เข้ามาถือครอง ถือสิทธิที่ดิน เอาลูกเอาหลานเข้ามาอยู่ได้โดยที่ไม่เสียภาษี และท่านจะดูแลจังหวัดที่อยู่ ชายแดนอย่างไร ท่านจะดูแลพี่น้องทหาร พี่น้องตำรวจอย่างไร ท่านประธานครับ ผมคิดว่า การพัฒนาที่ผลประโยชน์มันไม่ได้ตกอยู่กับคนส่วนใหญ่ ผลประโยชน์มันไปตกอยู่กับคนเพียง ไม่กี่คน คนแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วยังอ้างเหตุผลสารพัด อ้างเอกสารที่ท่านเมก (Make) เก่งมาก ท่านสร้างเอกสารเก่ง ผมต้องยอมรับ ท่านมีเอกสารรองรับทุกอย่าง มีการจ้าง การคอนซัลต์ (Consult) มาทำถี่จนไม่รู้จะถี่อย่างไร งบประมาณมหาศาล สำนักงาน อีอีซี (EEC) ไม่ขึ้นกับใครเลยนอกจากนายกรัฐมนตรี แต่ใช้งบหลวง การพัฒนาแบบนี้ผมคิดว่า เราจำเป็นต้องมีกรรมาธิการวิสามัญเข้าไปศึกษา ถ้าเป็นไปได้เจตนาผมอยากจะทบทวน พ.ร.บ. นี้ใหม่ด้วยซ้ำ

สุดท้ายผมอยากให้พรรคการเมืองทั้ง ๔ พรรคที่ยื่นญัตตินี้เข้ามานะครับ ขออนุญาตเอ่ยถึง มีข่าวว่าเราจะไม่ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ถ้า ๔ พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส. รวมกันผมคิดว่าน่าจะเกิน ๓๐๐ คนตั้งกรรมาธิการวิสามัญนี้ไม่ได้ ผมคิดว่าเราควรจะ พิจารณาตัวเองครับ ขอบคุณครับท่านประธาน