ชลน่าน ศรีแก้ว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๒

ชลน่าน ศรีแก้ว ขอบคุณประธานสภาและคณะกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า โดยชี้แจงว่ารายงานมีผลการศึกษา ๕ บรรทัด แบ่งเป็น ๒ เรื่อง และระบุว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการขยายสัญญา แต่มีรายละเอียดข้อสังเกตที่ต้องนำไปปฏิบัติ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบขอบคุณ ท่านประธานที่กรุณาอนุญาตให้ผมได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น ต่อกรณีที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าที่สภามอบหมายให้ไป ทำการศึกษาและนำรายงานเข้าสู่สภาให้สภาได้พิจารณารับรู้รับทราบรายงานนี้ และที่สำคัญ รายงานนี้มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการแนบท้ายมาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ ท่านประธานจะขึ้นบัลลังก์ ท่านประธานชวน หลีกภัย ได้กรุณาแจ้งกับสมาชิกว่ามันเป็น ภารกิจของสภา มันเป็นหน้าที่ของสภาเลยที่ต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ข้อสังเกตที่กรรมาธิการได้แนบมาพร้อมกับรายงาน เพราะการเห็นชอบของสภามันมีผล ต่อการนำไปสู่การปฏิบัติ คือสภาจะส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขณะนี้คือฝ่ายบริหาร คณะรัฐมนตรี และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้รับข้อสังเกต ของสภา ผมต้องใช้คำว่า ของสภานะครับ เพราะเมื่อกรรมาธิการผ่านมาที่สภา สภารับแล้ว เป็นของสภา นำไปพิจารณาว่าจะปฏิบัติอย่างไร เมื่อครบ ๖๐ วันแล้วนี่ต้องแจ้งว่าได้ปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติหรือไม่มาให้สภารับทราบ มันจำเป็นขนาดที่ข้อบังคับเขียนไว้เลยครับ ท่านประธานที่เคารพ เขียนไว้เลยว่าท่านประธานต้องแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นวาระแรกด้วย หลังจากได้รับการแจ้งมาจากหน่วยงานที่นำข้อสังเกตนั้นไปปฏิบัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเกริ่นมาอย่างนี้มันเป็นความสำคัญของสภาจริง ๆ ที่จะต้องมี ความเห็นในวันนี้ แต่ก่อนที่จะมีความเห็น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิของสมาชิกที่จะได้พิจารณาตัวรายงานของคณะกรรมาธิการ ผลการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการ และก่อนที่จะมีการลงมตินะครับ ผมเองไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย ข้อสังเกต เพราะข้อบังคับกำหนดไว้ให้ลงมติโดยไม่ต้องอภิปราย ก็เป็นข้อจำกัดยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมือผมคือรายงานผลงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งมีอดีต ท่านรัฐมนตรีวีระกร คำประกอบ ขออภัยที่เอ่ยนาม ขออนุญาตเอ่ยนามท่านทำหน้าที่เป็น ประธาน ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานและคณะกรรมาธิการที่เคารพทุกท่าน ๓๙ ท่านนะครับ ที่ได้ไปเป็นตัวแทนของสภาเรา ได้รับภารกิจที่ค่อนข้างจะลำบากนะครับ ไปร่วมกันพิจารณาศึกษาและมีผลงานการศึกษา มีข้อสรุปมา มีข้อสังเกตมาให้เรา ผมดูคณะกรรมาธิการแต่ละท่าน ชื่นชมครับ อย่างน้อยมีรัฐมนตรีอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ ๔ ท่าน เป็นเสนาบดีที่เคยทำงานด้านการบริหารมา และหลายท่านมีเวลาที่จะเป็นเสนาบดี ผมฟังจากทุกท่านได้อภิปราย หลังจากที่ท่านประธานแถลงรายงานมาแล้ว ทุกท่านได้แสดง ความเห็นให้กับสภารับรู้รับทราบ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการพิจารณารายงาน ของสภาผู้แทนราษฎร เอาสมัยนี้ก็ได้ครับ หรือล่วงไปอีก ๒๐ ปีก็ได้ ทุกสมัยที่ผ่านมา ผมไม่เคยเห็นกรรมาธิการจะมาแถลงเป็นรายบุคคลในลักษณะอย่างนี้ต่อสภา อย่างมาก ท่านประธานก็แถลงให้สมาชิกได้พิจารณามีข้อพิจารณาซักถามสอบถามข้อเท็จจริง หรือต่าง ๆ ผลงานที่ท่านศึกษามา ท่านกรรมาธิการแต่ละท่านก็ลุกขึ้นมาตอบในมุมที่ท่าน ได้รับมอบหมายหน้าที่เป็นการเฉพาะ หลังจากนั้นเราก็จะมาลงมติในเรื่องข้อสังเกต ท่านประธานครับ เหตุที่ผมต้องพูดอย่างนี้มันมีผลครับ มีผลต่อรายงานฉบับนี้มากเลย ท่านประธานครับ ผมเองได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ เพราะว่าในญัตติที่ท่านเสนอเข้ามา เป็นญัตติด่วน บอกว่ามันกระทบกับประโยชน์สำคัญของประเทศชาติและประชาชน ถ้ามีการต่ออายุสัมปทานรัฐจะเสียหาย พี่น้องประชาชนจะเสียหาย ไม่มีผลการศึกษา ไม่มีผลการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เขียนมาอย่างนั้นครับ เราก็บอกถ้าอย่างนั้นไปศึกษามา เอารายละเอียดมาตอบในสภา แต่สิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ รายงานที่เราได้มามีผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ถ้าผมจะเอาข้อเท็จจริงขึ้นมา ชี้ให้ท่านประธานเห็นผลการพิจารณา ผลการพิจารณามีอยู่ ๕ บรรทัด แล้วก็แยกส่วน เพราะว่าญัตตินี้มี ๒ เรื่องครับ การต่อสัมปทานทางด่วนและการต่อสัมปทานรถไฟฟ้า บีทีเอส (BTS) ทางด่วนขนรถ รถไฟฟ้าขนคน ผมชอบมาก ขออนุญาตนำเอาคำของท่าน ดอกเตอร์มาครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านไปใช้ เพื่อเข้าใจง่าย มีอยู่ในข้อ ๕.๒.๑ นี่คือ ผลการพิจารณา ผลการศึกษา ผลการศึกษาเขียนไว้อย่างนี้ท่านประธานครับ ผลการพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน มีกรรมาธิการจำนวน ๓๙ คน กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน แล้วก็มีรายละเอียดว่า กรรมาธิการเห็นด้วยมี ๒๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒ ท่าน งดออกเสียงและสงวนความเห็น มาอภิปรายในสภา ๕ ท่าน แล้วก็มีการลาการประชุมไป ๑ ท่าน หลังจากนั้นรายงานฉบับนี้ ก็จะเข้าสู่สรุปความเห็นข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โดยรวบรวม ความเห็นของกรรมาธิการแต่ละคนได้แสดงไว้ในภาคผนวก แล้วก็รวมมาเป็นความเห็น ข้อสังเกต ท่านประธานครับ มันเป็นสิ่งที่ผมเองในฐานะสมาชิกสภามีความลำบากใจมากว่า ผมจะให้ความเห็นกับข้อสังเกตนี้อย่างไร

ประเด็นที่ ๑ ครับ ข้อสังเกตนี้ไม่ใช่ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่เป็นกลุ่มเป็นบุคคล เพราะท่านมีข้อสังเกต ทั้งกรรมาธิการที่เห็นด้วยว่าควรให้ต่อ มีเหตุผลไล่ไป ๑ หน้า และมีข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการที่ไม่เห็นด้วยว่าไม่ควรต่อ มีเหตุผลอีก ๑ หน้า ความเห็นของคณะกรรมาธิการ ที่งดออกเสียงและขอสงวนความเห็นมาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้อีก ๑ หน้า อันนี้คือข้อสังเกตครับ ท่านประธาน ข้อสังเกตคือสิ่งที่เมื่อสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ต้องส่งไปให้หน่วยงาน เขารับไปสู่การปฏิบัติ ผมถามท่านประธานครับ อันที่ ๑ ไม่ใช่ข้อสังเกตกรรมาธิการ อันที่ ๒ ผมเป็นหน่วยงานคือการทางพิเศษแห่งประเทศไทยที่รับผิดชอบโดยตรงเลยครับ เขาจะเอาข้อสังเกตของท่านผู้ใดไปสู่การปฏิบัติ อย่างมากเขาก็รับไปแล้วก็ตอบว่า นำเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ข้อสังเกตที่รับมาการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ไม่สามารถปฏิบัติได้ จึงเรียนมาเพื่อทราบ มันจะเป็นอย่างนั้น ท่านประธานครับ อันนี้คือ ตัวข้อสังเกตที่ผมจะไม่ลงเนื้อหาในรายละเอียด เพราะข้อบังคับห้ามไม่ให้ผมอภิปราย แต่สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอบคุณท่านกรรมาธิการไปแล้วนะครับ วันนี้เป็นครั้งแรกที่แต่ละท่านได้มาแสดงทัศนะของท่านให้สภาได้รับรู้รับทราบ ผมเอง ก็เสียดายครับ ทัศนะเหล่านั้น ความรู้ความเห็นเหล่านั้น แทนที่จะมาอยู่ในเนื้องาน ของรายงานเป็นผลการพิจารณา เรากลับไม่เห็นอะไรเลยครับ เรื่องอัยการที่พูดมาอย่างดี ไม่มีให้เห็น เรื่องเชิงเทคนิคที่ท่านเสนอมาไม่มีให้เห็น เรื่องขัดต่อกฎหมายไม่ว่าจะเป็น รัฐธรรมนูญ กฎหมายการร่วมทุนไม่มีให้เห็นครับ ท่านบอกว่า ไม่ต้องซ่อน ไม่ต้องบอก ไม่ต้องเขียนในรายงาน ขออนุญาตไปแถลงที่สภา อย่างนั้นหรือครับ ทำได้หรือ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านทำรายงานมาให้กับสภามันไม่ใช่รายงานที่สภาพึงจะใช้ได้ และสภาของเรา ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นแหล่งที่ใช้ข้อมูลในการอ้างอิงไปทุกหน่วยงาน ผมเป็นลูกหลานเยาวชน ผมสนใจมาก ขออนุญาตท่านประธานหยิบเอกสารฉบับนี้ เราอยากทราบว่าเรื่องเขตอุทยานแห่งชาติ ที่ทับลานเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ มีการศึกษาไว้ ผมก็สืบค้นหา ผมได้รายงานฉบับนี้มา สามารถที่จะอ้างอิงที่มาที่ไป ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ที่มันหนาเป็นปึ๊งใหญ่ มีรายงาน ของกรรมาธิการจริง ๆ ที่ต้องมาใช้อยู่แค่ ๑๘ หน้าครับ นี่คือเอกสารอ้างอิงแหล่งที่มาที่ไป ที่กรรมาธิการได้ศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อมาบอกกับสภาว่าข้อตัดสินใจของเขา ๑๙ คนนี้ อยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล หลักฐานเชิงประจักษ์ ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่มีทั้งหมดแล้ว ท่านประธานครับ แต่เสียดายครับ กรรมาธิการชุดนี้ไม่ได้แสดงหลักฐานเหล่านั้นให้กับสภา ได้รับรู้รับทราบเลย ท่านก็ไปรวบรวมความเห็นของแต่ละท่าน ซึ่งดี ๆ ทั้งนั้นละครับ ผมพยายามอ่านทุกคน ผมขอบคุณในความรู้ความสามารถของกรรมาธิการแต่ละท่าน เสียดายว่าทำไมท่านไม่มาเขียนไว้ในรายงาน ทำไมท่านไปคิดว่าความเห็นของกรรมาธิการ แต่ละท่านเป็นข้อสังเกตที่ต้องนำสู่ปฏิบัติ มันได้หรือครับ มันได้หรือ จริงอยู่ครับ ท่านประธานครับ ฉบับแรกในชุดที่ ๒๕ ของเราที่มีรายงานแบบนี้เข้ามา เป็นฉบับแรก จริง ๆ ครับ ผมมิอาจจะไปกล่าวว่าเป็นข้อผิดพลาดบกพร่อง ความไม่เข้าใจ ไม่รู้ ของกรรมาธิการ เพราะทุกท่านเป็นผู้รู้ทั้งหมดเลย ท่านกรรมาธิการ ขออภัยครับเอ่ยนาม ท่านเกียรติ สิทธีอมร ตั้งข้อสังเกตไว้ดีมาก ท่านสงวนความเห็นไว้ด้วยแล้วก็มีทางออก ถ้ากรรมาธิการชุดนี้รับความเห็นอย่างนั้น เป็นความเห็นกรรมาธิการและไปเขียนเป็น ข้อสังเกตที่เป็นความเห็นร่วมของกรรมาธิการนะครับ ส่งไปใครก็นำสู่ปฏิบัติ ประเด็นที่ ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมไม่ก้าวล่วงเรื่องมติเรื่องความเห็นนะครับ เมื่อการศึกษาแล้ว ผลการศึกษาจะตอบญัตตินั้นอย่างไรขึ้นกับญัตติครับ ถ้าศึกษาเรื่องของ อีอีซี (EEC) ที่เรากำลังจะเข้านี่นะครับ แน่นอนครับ โครงการมันยังไม่ได้ทำ ความเห็นของ กรรมาธิการที่ศึกษาอาจจะมีทางเลือก ๑ ๒ ๓ ดีอย่างนี้ ไม่ดีอย่างนี้ ถ้าทำแล้วผลกระทบ จะเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ทำผลกระทบจะเป็นอย่างนี้ ประชาชนได้ประโยชน์อย่างนี้ รัฐต้องลงทุน อย่างนี้ ให้เราเห็นหมดเป็นทางเลือก แต่ว่าเห็นใจครับ กรรมาธิการชุดนี้รับโจทย์ไปเป็นเรื่อง ที่มีการต่ออายุอยู่แล้ว ทำอยู่แล้ว มันก็เลยเป็นลักษณะว่า แม้ว่าเราให้ไปศึกษาสิ่งที่ กรรมาธิการทุกท่านคิดอยู่ในกรอบของกรรมาธิการคือต้องตอบให้ได้ว่าต่อหรือไม่ต่อ ต่อหรือไม่ต่อ คิดได้ครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ดำเนินการอยู่แล้ว กรรมาธิการต้องมี ความเห็นว่าต่อดีอย่างไร ไม่ต่อดีอย่างไร แล้วก็สรุปให้เราครับ สรุปมาในนี้เลยว่ากรรมาธิการ ส่วนใหญ่เสียงข้างมากเห็นด้วยว่า ควรต่ออายุสัมปทานทางด่วนให้กับบริษัท ทางด่วน และรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่กรรมาธิการได้กรุณาพูดว่า บีอีเอ็ม (BEM) บีอีเอ็ม (BEM) บีอีเอ็ม (BEM) นี่ละครับ มันเป็นภาษาอังกฤษเป็นตัวย่อ ผมก็ขออนุญาตขยายความว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) อันนั้นคือชื่อจริงของเขาที่จะต้องพูด ในสภาและเพื่อพี่น้องจะได้เข้าใจ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้แย้งเลยว่าท่านจะมีความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อันนั้นเป็นเรื่องของกรรมาธิการและสภาเราก็จะพิจารณาเอง แต่สิ่งที่ท่านทำ ท่านไม่มีข้อมูลสนับสนุนในรายงานการศึกษาของเราเลย ออกมาปั้งเป็นมติเลย ท่านประธาน ผมฝากไปยังท่านประธานกรรมาธิการครับ ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีทำงานในสภามานาน ผมก็แปลกใจว่า ทำไมรายงานฉบับนี้โผล่ออกมาได้ เราไม่ได้ให้ท่านไปทำญัตติ ถ้าสภา มอบหมายอย่างนี้ให้เสนอตั้งญัตติด่วน เรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาให้ความเห็นชอบ การต่ออายุสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า ไปให้ความเห็นชอบมาเลย แล้วกรรมาธิการนำมา เสนอต่อสภา สภาจะได้พิจารณาว่าจะเห็นชอบกับกรรมาธิการหรือไม่ ท่านตอบมาอย่างนั้น เป๊งเลยครับ ไม่เป็นปัญหาใด ๆ แต่อันนี้ท่านตอบคำถามนั้นโดยละทิ้งประเด็นอื่นไป ผลดี ผลเสีย เอาง่าย ๆ ครับ ที่มาของปัญหาท่านก็ไม่แจ้งพวกผมเลยว่ามันเกิดจากอะไร ทำไมต้องไปเสียค่าโง่ ทำไมต้องขึ้นอนุญาโตตุลาการ ทำไมต้องเสีย ๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอีก ๑๘ คดี ทำไมท่านคิดว่า ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ทำไม มันเกิดจากอะไร ใครต้อง รับผิดชอบ ใครผิด ไม่มีครับ ไม่มีในรายงานฉบับนี้เลย ผมก็แปลกใจว่า ๔๕ วันนี่ท่านไปทำอะไร ท่านไปทำอะไรครับ เป็นผู้รู้ทั้งนั้น ขออภัยที่ผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะที่ผมพูดผมต้อง รักษาสภาไว้ครับ ถ้าสภาให้ความเห็นฉบับนี้ไปนะครับ การตีความของความเห็นสภา มีหลากหลายมาก ร้ายกาจที่สุด คือสภาให้ความเห็นชอบการต่ออายุแล้ว สภาไม่ให้ต่อนะ เหมือนกรรมาธิการบางท่านบอกว่า เมื่อสภาไม่ให้ต่อแล้วคุณยังทำอยู่นี่คุณทำได้หรือ หมายถึงถามคนที่กระทำนะครับ ท่านประธานครับ ผลการศึกษาของสภาหมายถึง ของกรรมาธิการ เราย่อมมีความเห็นของสภา ย่อมมีความเห็นกรรมาธิการตามเอกสิทธิ์ ของเรา จะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ทำได้หมดครับ เพราะว่าผลการศึกษานั้นไม่ได้มีข้อผูกมัด กับหน่วยงานหรือองค์กรใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นศาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน ไม่ได้มีข้อผูกมัดใด ๆ นะครับ เพียงแต่ส่งไปแล้วเขาจะนำสู่การปฏิบัติหรือไม่เท่านั้นเอง มันเป็นข้อเสนอของสภา ถ้าคุณนำสู่ปฏิบัติก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มีแค่นั้น ไม่ได้ผูกมัด เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธานครับ สัญญาแรก สัมปทานแรกคือ ทางด่วน ท่านบอกว่าท่านเห็นด้วย แล้วทุกท่านก็มาให้เหตุผลตรงนี้ ซึ่งโดยอนุมานว่า เสียงส่วนรวมเห็นด้วยควรต่อ แล้วอนุมานเอาเรื่องของการต้องชดใช้หนี้ ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านเขียนมาญัตติเป็นหลักว่ามันจะถูกฟ้องร้องคดีแรกเสียแล้ว คดีที่ ๑๕ คดีที่ ๑๖ คดีที่ ๑๗ คดีที่ ๑๘ ต้องเสียต่อ ท่านอนุมานอย่างนั้นก็พอที่จะฟังได้ครับ พอที่จะฟังได้ เรื่อง บีทีเอส (BTS) ของกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายไปถึงบางหว้า ท่านประธานครับ กรรมาธิการบอกว่าไม่สมควรต่อ เหตุผลท่านก็ไปเขียนเป็นเหตุผลส่วนตัวเหมือนผมไปดู การวินิจฉัยของศาลที่เราใช้ระบบไต่สวน ให้เขียนคำวินิจฉัยส่วนตัวของแต่ละคน ซึ่งในรายงานเท่าที่ผ่านมาผมค้นทุกฉบับไม่เคยมีครับ อันนี้เป็นครั้งแรกก็ดีครับ เป็นเรื่องดี ผมว่ากรรมาธิการต่อไปก็ควรจะทำอย่างนี้ด้วยนะครับ กรณีถ้ามีความเห็นที่บันทึกเป็น ลายลักษณ์อักษร ท่านประธานครับ ผมเองด้วยความเคารพท่านประธาน ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ของเราคือสภาจะให้ความเห็นชอบกับข้อสังเกตที่ผมนำเรียนไปแล้ว เนื้อในผมพูดได้แค่นี้ เพราะท่านสรุปให้ผมแค่นี้ ไม่มีข้อดี ข้อเสียอะไรให้ผมเปรียบเทียบได้ แต่ข้อสังเกต ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้นะครับ ๑. มันไม่ใช่ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๒. ข้อสังเกตนี้ คุณนำเอาความเห็นส่วนบุคคลไปเขียนไว้ทั้งหมดมันจะนำสู่การปฏิบัติของหน่วยงานไม่ได้เลย มันก็แค่ส่งไปแล้วเขาก็โยนทิ้ง แล้วก็ตอบมาว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ก็แล้วแต่สภาที่จะ พิจารณาว่าจะเห็นอย่างไร ด้วยความเคารพท่านประธานครับ