สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๒

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หารือเรื่องการขยายระยะเวลาสัมปทานรถไฟฟ้าข้ามทางด่วน โดยแสดงผลการสรุปของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการต่อสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า บีทีเอส และเรียกร้องให้รัฐโปร่งใส โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการต่อสัมปทานทั้งสองโครงการ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคอนาคตใหม่ ส.ส. กรุงเทพมหานคร รถไฟฟ้ามาไม่ถึงทางด่วนข้ามไป ข้ามมาอยู่ชายแดนกรุงเทพมหานคร วันนี้นั่งทำงานในฐานะกรรมาธิการ เป็นที่ปรึกษา กรรมาธิการ ๔๕ วัน ได้ข้อสรุปของทางด่วนที่แตกต่างกันไป จะสังเกตได้ว่าทั้ง ๓๙ ท่าน ที่มานั่งทำงานอยู่ ๔๕ วันนี้มีผลออกมาไม่ว่าจะเป็นการต่อสัมปทาน ๓๐ ปี ต่ออีกเพียง แค่ ๑๕ ปี หรือไม่ต่อหรืออยากให้ประมูลกับบริษัทอื่น เพื่อเป็นทางเลือก ๔๕ วัน ที่เราทำงานกันมาได้ผลสรุปออกมาเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเสียงส่วนใหญ่คือมติ ไม่ใช่ว่าเสียงส่วนน้อย จะต้องตกไป แต่ทั้งหมดคือผลการศึกษาของที่เราไปทำงานกันมาว่า ทางออกทางเลือก ของการต่อสัมปทานทางด่วนนั้นยังมีช่องทางต่าง ๆ ในความเห็นของกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านที่ได้ไปศึกษาข้อมูลกันมา และในฝ่ายของทางพวกเราได้ชี้แจงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์สุรเชษฐ์ก็ดีในเรื่องของรายละเอียดเชิงลึก อาจารย์ภูมินทร์ได้ตั้งข้อสังเกต ทั้งด้านกฎหมาย ท่านวิรัตน์ได้นำข้อคิดเห็นของอัยการต่าง ๆ มาเปรียบเทียบว่า คดีหนึ่ง มีผลตัดสินไปแล้ว ทุก ๆ คดีต่อไปนี้จะต้องตกไปด้วยหรือไม่อย่างไร แกก็ได้ค้นคว้าข้อมูล และนำมาใส่ในผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการนี้ คุณคริส โปตระนันทน์ ก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากต้องต่อสัมปทานจริง นั่นคือหน้าที่ของฝ่ายบริหารและถ้าต่อมีการตั้งข้อสังเกตไว้ว่า จะต้องต่อแบบไหน อย่างไร แล้วทำไมถึงไม่มีการเปิดประมูลใหม่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ สูงสุดให้กับประชาชน

ท่านประธานครับ ผลการสรุปของคณะกรรมาธิการต่อสัมปทานทางด่วน และรถไฟฟ้า บีทีเอส (BTS) ผลการศึกษานี้จะต้องถามต่อที่ประชุมในอีกสักครู่ว่า ผลการศึกษาของพวกเราจะนำออกไปสู่ภายนอกหรือไม่ นี่คือจุดเริ่มต้น เราสู้ฟันกันมา ในที่ประชุมว่ารัฐต้องโปร่งใส ใครคิดเห็นอย่างไร แสดงความเห็นอย่างไร ข้อมูลทั้งสิ้นจะต้อง นำสู่กระบวนการที่จะไปประกอบการพิจารณา โอเค (OK) ครับ กรรมาธิการของเราไม่ได้ มีอำนาจชี้ขาดว่าจะต้องต่อหรือไม่ต่อ แต่เป็นเพียงผลการศึกษาเท่านั้น เพื่อให้ฝ่ายบริหาร เขาจะได้นำไปพิจารณาว่าความเห็นของใครเป็นอย่างไร ความเห็นจากด้านไหนเป็นอย่างไร นี่คือผลการศึกษาในด้านทางด่วนครับ ส่วนในด้านของรถไฟฟ้า เราตั้งข้อสังเกตกันมาว่าเราเชิญผู้เกี่ยวข้องในหน่วยงานต่าง ๆ ก็ดี มาให้ข้อมูลให้ข้อคิดเห็นเรา และเราก็ถามคำถามนี้กับทุกหน่วยงานว่า มาตรา ๔๔ มาจากที่ใด มาตรา ๔๔ ใครเป็นคนร้องขอ ทุกหน่วยงานที่มาตอบครับ ตอบเหมือนกันครับ ไม่ทราบ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้องขอ มาตรา ๔๔ ท่านปลัดกรุงเทพมหานคร ท่านรองปลัด กรุงเทพมหานคร ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยที่มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการทุกท่านตอบ เหมือนกันหมดครับ อันนี้ไปค้นคว้าในบันทึกรายงานการประชุมได้ว่าไม่ทราบจริง ๆ ว่า มาจากที่ไหน อยู่ดี ๆ ก็ลอยตูมมาแล้วก็ตั้งคณะกรรมการทำงาน แล้วก็มีความกระเหี้ยน กระหือรือที่จะต้องต่อภายในตอนนี้ เมื่อสักครู่นี้ท่านยุทธพงศ์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เขาบอกว่าจะต้องต่อ ๔๐ ปี ในความเป็นจริงขออนุญาตอธิบายชัด ๆ อีกนิดเดียวก็คือว่า ต่ออีก ๓๐ ปี แต่สัมปทานนี้จะหมดอายุในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า แต่มีความต้องการที่จะต่อ ตั้งแต่ตอนนี้ครับ ต่อไปอีก ๓๐ ปีจาก ๑๐ ปีนี้ ท่านยุทธพงศ์ก็เลยสรุปว่า ๔๐ ปี เพราะฉะนั้น อีก ๑๐ ปีข้างหน้า ๒๕๗๒ ผ่านไปกี่รัฐบาลครับ ผ่านไปกี่ยุคสมัย ผ่านไปกี่คนตัดสินใจ และบริบทของประเทศเปลี่ยนไปเช่นไรมันยังมาไม่ถึง แต่วันนี้ข้อสรุปคืออยากจะให้ต่อไปอีก ๓๐ ปี แต่ตัดสินใจในวันนี้ ผมคิดว่าไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องมาตัดสินใจในวันนี้ และความคิดเห็นของพวกเราที่มานั่งในกรรมาธิการทั้ง ๖ ท่านในนามพรรคอนาคตใหม่ ทั้ง ๖ ท่านเรามีความเห็นอย่างชัดเจนว่า เราจะไม่ต่อสัมปทานทางด่วนและเราจะไม่ต่อ สัมปทานรถไฟฟ้า บีทีเอส (BTS) ทั้ง ๒ กรณีอย่างชัดเจน และนี่คือผลการทำงาน ๔๕ วัน อยู่ภายใต้การศึกษาของคณะกรรมาธิการนี้ที่จะถามต่อสภาต่อไปว่า ผลการศึกษานี้จะ นำออกไปให้ฝ่ายบริหารพิจารณาหรือไม่ หรือถ้าสภาแห่งนี้เห็นว่าไปทำงานกันมา ๔๕ วัน แล้วผลการศึกษาทั้งหมดนี้ไม่ควรออกไปอีกสักครู่น่าจะต้องกดไม่เห็นด้วย ก็คือผลอันนี้ จะต้องอยู่ตรงนี้ละครับ ไม่ได้ออกไปไหนอยู่ในห้องนี้ แต่ถ้าทุกท่านเห็นด้วย ผมคิดว่าน่าจะ เห็นด้วยเหมือนกันทั้งห้อง ผลการศึกษาเล่มนี้จะได้เดินออกจากห้องไปสู่สายตาประชาชน และเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐโปร่งใส คือการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่คือผลการสรุป คร่าว ๆ ที่อยากจะให้ทุกท่าน ส่วนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านใดมีข้อสงสัยหรืออยากจะ ซักถามก็เดี๋ยวกราบเรียนเชิญเลยครับ ผมขอสรุปเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ