ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร หารือกรณีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๒

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร หารือกรณีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยชี้แจงว่าโครงการส่วนต่อขยายสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องออก ม.๔๔ และวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการที่เสนอให้ต่อสัญญาออกไปอีก ๔๐ ปี เนื่องจากขัดต่อ พ.ร.บ. ร่วมทุน (PPP) ต่อมาหารือเรื่องระบบขนส่งมวลชนสายหมอชิต-ลำลูกกา และแบริ่ง-บางปู ที่อยู่ในเขตจังหวัดอื่น โดยชี้ว่ามติเห็นชอบของสภา กทม. ในอดีตขัดกับกฎหมายปัจจุบัน ส่อไปในทางทุจริตและไม่โปร่งใส จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบและดำเนินการอย่างถูกต้อง สุดท้าย หารือเรื่องการต่อขยายทางด่วนและบีทีเอส โดยเสนอให้สภาพิจารณาประเด็นมูลค่าข้อพิพาทและการก่อสร้างทางยกระดับดับเบิลเดก เพื่อแก้ปัญหาจราจร

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ด้วยความเคารพท่านประธาน คือท่านประธานครับเนื่องจากว่า ในรายงานของคณะกรรมาธิการที่เสนอต่อสภา เหมือนว่าเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชุดเดียว แต่มันมี ๒ เรื่องครับท่านประธาน แล้วก็ที่ผ่านมาตอนที่ท่านประธานชวน นั่งเป็นประธานในที่ประชุม ก็จะเป็นแต่เรื่องทางด่วนทั้งนั้นนะครับท่านประธาน บีทีเอส (BTS) ผมว่าแทบจะไม่มีคนพูดถึงเลยครับ แต่ว่าในญัตติมันมีอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน ทีนี้ท่านประธานครับ ผมก็เรียนอย่างนี้ว่า ในกรรมาธิการมันมีความเห็นที่มันไม่ตรงกัน มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ผมด้วยความเคารพท่านประธานผมก็จะได้รวบรัด เพราะว่าผมเคารพประธาน อย่างเมื่อวานนี้ท่านประธานบอกเอาอย่างนี้ ผมก็เอาตาม ประธานเลย ทีนี้ท่านประธานครับ พอมันมีส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือกับสายสีเขียวใต้ ถามว่า ถ้าท่าน พลเอก ประยุทธ์ หรือบิ๊กตู่ ไม่ไปออก ม. ๔๔ ที่มีกรรมาธิการพูดถึงหลายคน ถามว่ารถไฟสายสีเขียวเหนือกับสายสีเขียวใต้ที่จะต้องเปิดทำเสร็จแล้วมันวิ่งได้ไหม วิ่งได้ครับ วิ่งได้อย่างไรผมจะเรียนท่านประธาน เรียนท่านกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในสมัยยุคผู้ว่าราชการอัศวิน พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๕๙ ได้ไปจ้างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) วิ่งรถเรียบร้อยแล้วครับ ไปถึงปี ๒๕๘๕ ก็คือส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือจากสถานีหมอชิตไปถึงสถานีคูคต จังหวัดปทุมธานี แล้วก็จากสถานีแบริ่งไปถึงสถานีเคหะบางปู จังหวัดสมุทรปราการ วิ่งรถเรียบร้อย จ้างวิ่งรถไปถึงปี ๒๕๘๕ เพื่อมันไปสิ้นสุดพร้อมกับส่วนต่อขยายที่ทำสมัย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ เป็นเงินทั้งหมด ๑๙๒,๕๘๘ ล้านบาท ดังนั้นไม่ต้องออก ม. ๔๔ ก็ไม่มีปัญหาครับ ส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ สายสีเขียวใต้มันวิ่งได้ปกติอยู่แล้ว และผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะนั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถ้าท่านนั่งจากสถานีแบริ่งไปถึงสถานีเคหะบางปู วันนี้วิ่งได้อยู่แล้ว และขณะเดียวกัน จากสถานีหมอชิตที่ท่านจะวิ่งตอนนี้ไปถึงสถานีห้าแยกลาดพร้าว วันนี้ก็วิ่งได้อยู่แล้ว และท่านประธานครับอยู่ ๆ วันที่ ๑๑ เมษายน ก็คือหลังเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แล้วก็ไปออก ม. ๔๔ ตั้งคณะกรรมการเรียกว่า คำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่องแต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว มีใครครับ มี ๑. ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ ๒. ปลัดกระทรวงการคลัง ๓. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ๔. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕. เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ๖. อัยการสูงสุด ๗. ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ๘. นายภควัต โกวิทย์วัฒนพงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน ๙. ศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านระบบรถไฟฟ้าคนนี้เป็นใครครับ คนนี้นะครับที่เป็นคนออกแบบถนนเลียบ แม่น้ำเจ้าพระยาแล้วมันทำไม่ได้คนนี้ละครับ ๑๐. ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการ แล้วก็เป็นเลขานุการ ท่านประธานครับ คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ไปทำอะไรครับ มีหน้าที่ไปเจรจากับบริษัทบีทีเอสซี (BTSC) บีทีเอส (BTS) นั้นละครับ ใช้คำว่า ซี (C) คือว่า คอมพานี (Company) ไปเจรจากับ บีทีเอส (BTS) ที่จะให้เขาต่อขยายสัมปทานไป ๔๐ ปี นับอย่างไร ๔๐ ปี ก็คือนับจากวันนี้ไป ปีนี้ ๒๕๖๒ ไปถึงปี ๒๕๗๒ ๑๐ ปี แล้วท่านก็บวกมาอีก ๓๐ ปี ก็เป็น ๔๐ ปี ซึ่งที่ผมสงสัย ท่านประธานครับ แล้วกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็เอากับผมไม่ให้ต่อนี่เพราะอะไรครับ ไปออกทำไมครับ ซึ่งผู้ว่าฯ อัศวินเขาจ้างวิ่งรถอยู่แล้ว ไม่เดือดร้อนเลยครับ ทุกวันนี้ก็วิ่งได้ อยู่แล้ว และขณะเดียวกันไปต่อให้เขาตั้ง ๔๐ ปี นอกจากคณะกรรมการชุดนี้ไปเจรจา ต่อให้เขา ๔๐ ปี ไม่พอครับท่านประธาน คณะกรรมการชุดนี้ไม่รู้เก่งมาจากไหนครับ มีท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มีปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นเลขานุการ บอกว่า ถ้าคณะกรรมการชุดนี้เจรจากับบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เสร็จแล้ว ให้เขาต่อสัญญาออกไปอีก ๔๐ ปี สัมปทาน ๔๐ ปีก็ถือว่า บีทีเอส (BTS) เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน ที่เรียกว่า พีพีพี (PPP) เข้าไปเลยโดยไม่ต้องไปผ่านคณะกรรมการด้านการเงินของ กระทรวงการคลัง อะไรไม่ต้องผ่านเลยนะครับ ให้ถือว่าเข้าไปเลย และท่านประธานครับ บีทีเอส (BTS) นี่ท่านประธานตั้งแต่วิ่งมาเมื่อ ๒๐ ปีจนถึงวันนี้ยังไม่เคยเข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน เลยครับ ซึ่งท่านประธานเชื่อไหมครับ มันเกินพันล้านบาทแน่นอนครับ บีทีเอส (BTS) มูลค่า เป็นแสน ๆ ล้านบาท แต่ไม่ยอมเข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน อันนี้คือสิ่งที่กรรมาธิการตั้งข้อสงสัยครับ และกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่บอกว่า ไม่ให้ต่อ และคณะกรรมการชุดนี้ทุกวันนี้ยังไม่เลิกนะครับ ท่านประธาน ผมฝากท่านประธานไปบอกคณะกรรมการชุดนี้ว่า ถ้าไม่เลิกผมจะเอาเรื่อง เป็นรายคนเลยนะครับ

ท่านประธานครับ คำถามต่อมา ท่านประธานสงสัยไหมครับว่า จากสถานีแบริ่ง ไปถึงสถานีเคหะบางปู คือสถานีแบริ่ง สถานีสำโรง สมุทรปราการ ผ่านโรงเรียนนายเรือ ไปถึงสถานีเคหะบางปู มันไม่ได้อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร มันคือจังหวัดสมุทรปราการ และจากสถานีหมอชิตวิ่งขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ ไปถึงสถานีคูคตมันอยู่จังหวัดปทุมธานี ถามว่า แล้วกรุงเทพมหานครเกี่ยวอะไร แล้วคุณจะเอาเงินของคนกรุงเทพมหานครไปวิ่งรถให้กับ คนจังหวัดสมุทรปราการ คนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งไม่เกี่ยวเลย ผมและคณะกรรมาธิการ ก็ได้ถามท่านปลัดกรุงเทพมหานครบอกว่า เรื่องนี้สภากรุงเทพมหานครเคยรู้เรื่องไหม แล้วเคยเห็นชอบไหม ท่านประธานทราบไหมครับว่าเป็นอย่างไรครับ เรื่องนี้มันเหมือน เรื่องโกหกหลอกลวง อย่างไรท่านประธาน ส่งหนังสือมาให้ท่านประธาน คือท่านวีระกร ส่งหนังสือมาบอกว่า สภากรุงเทพมหานครเห็นชอบ เห็นชอบอะไรครับ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ มีหนังสือ ที่ กท ๐๒๐๐/๑๘๓๒ เรื่องแจ้งมติที่ประชุมสภา กทม. บอกว่า ที่ประชุมสภา กรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบให้ญัตติขอความเห็นชอบในหลักการ ให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการระบบขนส่งมวลชนระบบหลัก สายหมอชิต-ลำลูกกา และสายแบริ่ง-บางปู ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่นอกกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่สมัยไหนครับ ตั้งแต่ ๓๑ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ สมัยนั้น คุณชายสุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่เลย แต่ว่ามาตรา ๔๔ เพิ่งออกเมื่อสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกันเลยครับ วันนี้กรรมาธิการได้พบเรื่องที่ไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทุจริตหลายเรื่องมากถึงได้มาเรียนท่านประธาน เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า เรื่องนี้ปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้หรอกครับ เพราะว่ามันมีเรื่องความไม่โปร่งใส เรื่องความไม่ถูกต้อง อยู่หลายเรื่องที่ผมได้เรียน แล้วก็ฝากท่านสมาชิกว่าเอกสารรายละเอียดที่ผมได้อภิปราย อยู่ในรายงานการประชุมที่เอามาเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ

ท่านประธานครับ อีกเรื่องเดียวครับ สั้น ๆ นิดเดียวก็คือ เรื่องการต่อขยาย ทางด่วน เพราะว่ามันเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ ผมเห็นว่าอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดเดียวกัน แต่ว่าเป็น ๒ เรื่องนะครับท่านประธาน และท่านประธานครับ ผมก็ต้องกราบเรียนว่าในญัตติ ทั้งเรื่องทางด่วนและเรื่อง บีทีเอส (BTS) ที่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้บรรจุให้เป็นญัตติด่วน เพราะว่าทั้ง ๒ เรื่องจะต้องรีบต่อขยาย รีบตัดสินใจนะครับ นี่ละภายในเดือนนี้ต้องรู้แล้วว่า ทางด่วนจะให้เขาต่อไหม บีทีเอส (BTS) จะให้เขาต่อไหม เพราะว่า บีทีเอส (BTS) มีเรื่อง มาตรา ๔๔ เรื่องทางด่วนก็มีเรื่องคำพิพากษาศาล มีเรื่องดอกเบี้ย มีเรื่องการบังคับคดี ทีนี้พอเข้ามาในที่ประชุมคณะกรรมาธิการครับท่านประธาน ก็มีทั้งคนเห็นด้วย มีทั้งคน ไม่เห็นด้วย ทีนี้ในกรรมาธิการในเมื่อมีทั้งคนเห็นด้วยและคนไม่เห็นด้วยก็ต้องฟังเสียง ส่วนใหญ่ว่า เสียงส่วนใหญ่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนะครับ ผมก็เรียนว่าไม่มีใครไปล็อบบี้ (Lobby) ใคร หรือไปมีใครไปอะไรใครครับ แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยที่ผมมาเป็นกรรมาธิการ บางเรื่องก็เห็นเหมือนกัน บางเรื่องก็เห็นไม่เหมือนกัน ซึ่งผมว่าไม่มีเรื่องอะไรผิดปกตินะครับ ในระบอบประชาธิปไตยไม่มีใครเห็นเหมือนกันหมดหรอกครับ ท่านประธานครับ ผมขอสรุป นิดเดียว เรื่องการต่อขยายสัมปทานทางด่วน ๓๐ ปี ถามว่ากรรมาธิการไม่ได้ไปลงลึกหรอกว่า คดีสู้กันมากี่คดีนะครับ ตั้งแต่เมื่อไร แต่มีเรื่องอย่างนี้ครับ วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๑ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้ กทพ. คือการทางพิเศษแห่งประเทศไทยให้ชำระเงิน ๔,๓๑๘ ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่คดีสิ้นสุดนะครับ อันนี้จะครบ วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๑ อันนี้คือที่มาของเรื่องทั้งหมด วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ คณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานของรัฐที่มีข้อพิพาทสัญญาอนุญาโตตุลาการ หรือถูกฟ้องต่อ คดีศาลปกครองเป็นคดีเดียวหรือหลายคดี ในประเด็นเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องการเจรจา ต่อรองกับคู่พิพาท เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทบรรเทาความเสียหายของรัฐ และให้เกิดประโยชน์ เกิดความเป็นธรรมแก่ราษฎร มติ ครม. บอกว่าให้ไปเจรจาเรื่องมันถึงเป็นที่มานะครับ ส่วนที่ว่าจะไปพิพาทกันเมื่อไร แล้วกี่คดีอะไรต่าง ๆ มันมาแบบนี้ครับ มันมีมติ ครม. สรุปมาแล้วครับ ทีนี้ถึงเป็นเรื่องด่วนเข้ามาถึงสภาว่า สภาจะเห็นชอบไหมหรือจะไม่เห็นชอบ ไม่ใช่สภานะครับ ก็คือให้ศึกษาว่ามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการต่อสัญญาสัมปทาน ทางด่วน วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ครม. มีมติรับทราบ และแนวทางการเจรจาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ครม. มีมติให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเร่งรัดการเจรจากับบริษัททางด่วนหรือ บีอีเอ็ม (BEM) ให้ยุติโดยเร็วที่สุด อันนี้ละครับก็คือเป็นที่มาที่จะต้องเป็นญัตติด่วนเข้ามา แล้วสภา แห่งนี้ถึงตั้งกรรมาธิการขึ้นมา แล้วประเด็นในการเจรจา ๑. ก็คือมูลค่าข้อพิพาทที่ยุติ ซึ่งกรรมาธิการหลายท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ๒. การก่อสร้างดับเบิลเดก (Double Deck) คืออะไร ผมขอขยายความนิดเดียวครับ คือปัจจุบันเนื่องจากว่าการเวนคืนที่ดินมันลำบาก ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ มอเตอร์เวย์ (Motorway) ที่ทำไปเมื่อ ๓ ปีที่แล้วมีอยู่ ๒ สายหลักก็คือ บางปะอิน-โคราช ซึ่งตอนนี้คนเป็น ส.ส. ทางภาคอีสานคงเห็นแล้วว่าเป็นรูปเป็นร่าง ใกล้จะได้ใช้แล้ว อีกสายหนึ่งก็คือ จากบางใหญ่ไปกาญจนบุรี บางใหญ่-กาญจนบุรี เพิ่งก่อสร้างไปได้ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เองครับ เพราะอะไรครับ เวนคืนครับ ขนาดไป ต่างจังหวัดยังติดเรื่องเวนคืน ทีนี้ในกรุงเทพมหานครวันนี้การจราจรติดขัดมาก อย่างเรา มาสภาเราต้องอาศัยทางด่วนขั้นที่ ๒ ที่ว่าจะต่อสัญญาจากด่านตรงงามวงศ์วานมา ของผม ก็ต้องมาทางพระราม ๖ ทีนี้ท่านประธานครับ วันนี้จะเห็นเลยครับว่ารถมันติดมหาศาลเลย ทีนี้ครั้นจะขยายหรือจะ สร้างทางด่วนใหม่วันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ท่านเห็นไหมครับในต่างประเทศการแก้ปัญหาก็คือ ทำทางด่วนที่เขาเรียกว่า ดับเบิลเดก (Double Deck) ก็คือทำเป็นชั้นที่ ๒ ยกระดับขึ้นไป ซึ่งถามว่าในประเทศไทยของใหม่ไหมครับ ไม่ใหม่ครับ วันนี้มีกองทุนอันหนึ่งเขาเรียกว่า ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์ ไอเอฟ (Thailand future fund IF) ก็คือ ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (Thailand future fund Infrastructure fund) ซึ่งการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยได้ขายไป แล้วเอาเงินมาทำทางด่วนยกระดับตรงบริเวณสะพานแขวน ตรงบางโคล่ ทำสะพานคู่กับสะพานแขวนอีก ๒ สะพาน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จากพระราม ๓ ทำดับเบิลเดก (Double Deck) ขั้นที่ ๒ เพื่อระบายรถไปยังถนนพระราม ๒ ก็คือ ธนบุรี-ปากท่อ คือขนาดออกไปนอกเมือง ชานเมืองอย่างนั้นยังทำเลยครับ และถ้าในเมืองในรายงาน การประชุมก็คือจะทำดับเบิลเดก (Double Deck) จากไหนครับ ก็คือจากตรงด่านงามวงศ์วาน เลียบมาถนนพระราม ๖ แล้วก็จะมาถึงตรงต่างระดับพญาไท ก็จะออกไปพระราม ๙ เพื่อที่จะยกระดับไปสนามบินสุวรรณภูมิ ก็คือไปจบตรงหมดเขตของทางด่วนตรงนั้น อันนี้ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ ทำไมกรรมาธิการได้พิจารณาว่าควรจะทำหรือไม่ เพราะว่าอะไร เพราะว่าถ้าไม่ทำรถมันเพิ่มทุกวันครับ ถ้าไม่ทำแล้วการจราจรมันจะเดินทางกันอย่างไรครับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่กรรมาธิการได้พิจารณา แล้วก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็เป็นที่มาของเรื่องนี้ทั้งหมด และผมก็ยืนยันกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าไม่มีหรอก ครับท่านประธานครับ ไม่มีใครที่จะมาแทรกแซงการทำงานของกรรมาธิการได้ กรรมาธิการ ทุกท่านผมยืนยันครับว่าทำงานเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณครับ