สาทิตย์ ชี้รายงานกรรมาธิการคลุมเครือ ต้องชัดเจนก่อนเสนอสภา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๒

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบการนำเสนอรายงานของกรรมาธิการที่ขาดผลการพิจารณาศึกษาอย่างเป็นทางการ และเรียกร้องให้ยึดถือหลักการตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของสภาในการเสนอรายงานที่สะท้อนข้อเท็จจริงและข้อสังเกตอย่างมีระบบ แทนการอภิปรายซ้ำความเห็นส่วนบุคคล

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนท่านประธานว่า เรื่องที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะเป็นเรื่องของบทบาทของสภา ผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็น ๑ ใน ๓ อำนาจ ก็คืออำนาจนิติบัญญัติที่ต้องทำหน้าที่ในฐานะ ที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ที่สำคัญมากก็คือว่า รายงานฉบับนี้เป็นรายงาน ที่ทำเสร็จแล้วของกรรมาธิการ เป็นชุดแรกของสภาชุดนี้ด้วย แต่สภาพที่เราเห็นตลอด ระยะเวลาตั้งแต่คณะกรรมาธิการชุดนี้รายงานมาตั้งแต่ต้น ผมคิดว่าทำให้พวกเราในฐานะ สมาชิกสภานี้สับสนมาก และยิ่งมีการถ่ายทอดสดไปถึงพี่น้องประชาชนทางบ้านด้วย ก็จะยิ่ง เกิดความสับสนมากขึ้นอีกว่า รายงานการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งโดยปกติที่ผ่านมา เมื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นรูปเล่มของรายงานนั้น เวลาเสนอสภาประธาน จะใช้เวลาที่สั้นมากในการสรุป แล้วก็ให้เพื่อนสมาชิกซักถาม แต่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการให้กรรมาธิการแต่ละคนลุกขึ้นแสดงความเห็น และเป็นความเห็นที่ ไม่ตรงกันด้วย ให้สมาชิกได้ฟังในสภานี้ เหมือนกับฉายซ้ำว่า ในห้องคณะกรรมาธิการก็เป็น แบบนี้แล้วก็ให้สมาชิกได้ฟังอีกครั้งหนึ่ง ผมตั้งประเด็นขึ้นมาเป็นประเด็นแรกว่า นี่ถือว่า เป็นรายงานผลการพิจารณาศึกษาหรือไม่ ที่สำคัญก็คือในตัวรายงานที่บอกว่า เป็นรายงาน เรื่องการพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า บีทีเอส (BTS) ไม่มี สิ่งที่เรียกว่าเป็นผลของการรายงานการศึกษา มีแต่รายงาน ๒ เรื่อง คือ ๑. รายงานว่า ในเรื่องดังกล่าวนี้มีกรรมาธิการลงมติไว้อย่างไร และมีความเห็นอย่างไร เมื่อผมอ่านจบแล้ว ผมเกิดคำถามขึ้นในใจอีกว่า นี่เป็นรายงานผลการพิจารณาศึกษาหรือเป็นรายงานสรุป ความเห็นของคณะกรรมาธิการ ถ้าเป็นรายงานผลการพิจารณาศึกษา รายงานฉบับนี้เสนอ เข้าสู่สภาเพื่อรับทราบ ผมคิดว่าชอบ แต่ถ้าเป็นรายงานความเห็นของกรรมาธิการ ไม่ใช่รายงานผลการพิจารณาศึกษา ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ยังไม่ควรเสนอเข้าสู่สภาก่อน ท่านอย่าลืมกรรมาธิการชุดนี้ไปทำงานในฐานะที่สภามีมติตั้งกรรมาธิการเป็นการทำหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๒๙ เขียนไว้เรื่องของการตั้งกรรมาธิการ รวมถึง กรรมาธิการวิสามัญด้วยว่า เพื่อกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษา เรื่องใด ๆ แล้วรายงานให้สภาทราบตามระยะเวลาที่สภากำหนด เขียนไว้ในข้อบังคับด้วยว่า เมื่อศึกษาเสร็จแล้วต้องรายงาน ผมกลับไปอ่านดูรายงานเดิมของสภาที่เคยทำไว้ เอาใกล้ที่สุด ท่านเสิร์ช (Search) กูเกิล (Google) เดี๋ยวนี้เลย รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศของสภาปฏิรูปประเทศในชุดเมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้ว ตัวรายงานของเขา จะไม่เขียนเลยว่า กรรมาธิการแต่ละคนคิดอย่างไร เพราะสภาไม่ต้องการฟังว่าสมาชิก หรือกรรมาธิการแต่ละคนมีความเห็นอย่างไร เพราะความเห็นทุกคนที่อภิปราย ถูกบันทึกไว้ในรายงานการประชุมเรียบร้อยแล้ว เรียกสอบค้นได้ ไม่ว่าท่านอภิปรายในสภานี้ หรืออภิปรายในคณะกรรมาธิการก็ตาม แต่สิ่งที่ทำในรายงานเขาจะบอกเลยว่า ที่มาของ เรื่องที่พิจารณาศึกษาเป็นอย่างไร คณะกรรมาธิการเชิญใครมา แต่ละคนให้ข้อมูลอย่างไร ก็มีข้อมูลพูดตรง ๆ เป็นรายงานการศึกษาในเชิงที่เป็นงานค่อนข้างจะเป็นวิชาการ กรรมาธิการซักถามเขาให้ข้อเท็จจริง ก็สรุปมาเป็นรายงานการศึกษาในแต่ละเรื่อง เมื่อศึกษา จนครบกระบวนการแล้วข้อบังคับเราจึงเขียนต่อว่า ถ้าคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกต แล้วข้อสังเกตนั้นมีข้อสังเกตไปถึงหน่วยงานใด เช่น บางรายงานมีข้อสังเกตถึงศาล บางรายงานมีข้อสังเกตถึงองค์กรอิสระ บางรายงานมีข้อสังเกตถึงรัฐบาล หรือกระทรวง ทบวง กรมใด กรรมาธิการก็ชอบที่จะเขียนข้อสังเกตเหล่านั้น ลงในรายงานผลการพิจารณา ศึกษาของคณะกรรมาธิการ เมื่อเรื่องเข้าสู่สภา สภารับทราบรายงานจบแล้ว จริง ๆ ไม่มี โหวตอะไร ยกเว้นท่านมีข้อสังเกต ข้อบังคับจึงเขียนว่าให้สภานี้ลงมติให้ความเห็นชอบ เรื่องของข้อสังเกตนั้น แต่ในข้อบังคับเขียนว่าโดยไม่มีการอภิปราย เพราะถือว่า คณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณาศึกษาและอภิปรายกันครบถ้วนแล้วในชั้นของ คณะกรรมาธิการนั้นเอง ท่านไปอ่านรายงานฉบับนี้ดูครับ ไม่มีผลการพิจารณาศึกษาที่เป็นรายงานทางวิชาการ เช่นที่ว่านั้นเลยแม้แต่ข้อเดียว ท่านเพียงแต่บันทึกว่า ในเรื่องของการต่อสัมปทานทางด่วน มีคนเห็นด้วย ท่านใช้คำว่า ส่วนใหญ่ ด้วยนะ ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าต้องต่อสัญญาสัมปทาน แล้วแบ่งเป็นช่องว่า เห็นด้วยคนนี้คิดอย่างไร เห็นด้วยคนนี้คิดอย่างไร นั่นคือความเห็นครับ ไม่ใช่ผลการพิจารณาศึกษาใด ๆ ทั้งสิ้น คำถามจึงนำต่อมาว่า เมื่อเป็นรายงานความเห็น ไม่ใช่ผลการพิจารณาศึกษาสภาจะรับทราบอะไรครับ สภารับทราบความเห็นหรือครับ ไม่ใช่สิ่งซึ่งรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ข้อบังคับเขียนไว้เลยแม้แต่น้อย เพราะความเห็น แต่ละคนสภารับทราบไม่ได้ ความเห็นท่านท่านต้องรับผิดชอบบันทึกไว้ในรายงาน การประชุมและต้องถูกเปิดเผยโดยรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ยกเว้นเป็นเรื่องรายงานการประชุมลับ ซึ่งการเปิดเผยต้องมีมติเป็นการเฉพาะ ด้วยความเคารพนะครับ ทุกหน้าของท่านเป็นเรื่อง ความเห็นทั้งสิ้น แล้วไม่เคยมี ผมอยู่สภานี้มาปีนี้ปีที่ ๒๔ ผมเรียนท่านประธานตรง ๆ ครับ ผมไม่เคยเจอรายงานกรรมาธิการแบบนี้นะครับ จริงอยู่ความเห็นกรรมาธิการอาจจะ ไม่ตรงกัน แต่ผลการพิจารณาศึกษาท่านเอาแหล่งข้อมูลหรือคนที่ให้ข้อมูล ๑๐-๒๐ ที่ กรรมาธิการก็ต้องมีข้อสรุปว่า ๑๐-๒๐ ที่นั้น เขามีข้อศึกษาที่เป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์ ต่อเรื่องที่ท่านพิจารณาศึกษาอย่างไร ที่เป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง นั่นจึงต้องตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ไม่มีนะครับ ในรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับใด ที่จะเขียนบอกว่า ทั้งนี้ให้ระบุความเห็นของกรรมาธิการลงไปด้วย ไม่มีครับ และไม่เคย มีรายงานกรรมาธิการชุดใดที่ขึ้นต้นบอกว่า กรรมาธิการลงมติด้วยคะแนนเสียงเท่านั้นเท่านี้ และเห็นด้วยแบบนั้นแบบนี้ มันจึงไม่แปลกหรอกครับที่เป็นที่มาของประเด็นที่เกิดขึ้นสักครู่ ก่อนที่ผมพูดขึ้นมา เพราะถ้ามีรายงานในลักษณะที่ไม่เป็นทางวิชาการแบบนี้จะชวนให้ สมาชิกเกิดข้อสงสัย และเป็นประเด็นที่อาจจะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ได้ ผมเห็นด้วย กับคุณหมอชลน่านจากพรรคเพื่อไทย ประทานโทษเอ่ยนามท่าน ผมคิดว่าท่านต้องเอา รายงานฉบับนี้กลับไปทบทวนใหม่แล้วครับ ที่สำคัญก็คือ ถ้าจะทำรายงานใหม่ต้องกลับมาให้ ตรงตามรัฐธรรมนูญ กลับมาให้ตรงตามข้อบังคับ เป็นผลการพิจารณาศึกษาและเป็นข้อมูล ทางวิชาการ จะออกซ้าย ออกขวา มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ท่านเขียนมาครับ สภาก็รับทราบ และถ้าท่านมีข้อสังเกตในการศึกษาของนักวิชาการที่เขียนถึงรายงานของคณะกรรมาธิการ เขาให้ความสำคัญมากว่า รายงานของคณะกรรมาธิการที่สภาตั้งขึ้นถือเป็นงานสำคัญ ของระบบรัฐสภา เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินนโยบายของประเทศ ท่านต้อง มีข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน แต่ไม่ใช่เสนอความเห็นลักษณะแบบนี้ ผมถามว่าถ้าเรารับทราบ ความเห็นเหล่านี้ส่งไปไหนส่งไปแล้วคนรับฟังความเห็นจะให้ทำอย่างไรต่อ มันทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจึงเสนอว่า รายงานฉบับนี้ผมคิดว่าไม่ใช่รายงาน ผลการพิจารณาศึกษา และควรที่จะถอนเพื่อกลับไปพิจารณาทำใหม่ครับ ขอบพระคุณครับ