วิรัช พันธุมะผล ชี้ข้อกล่าวหาของบีอีเอ็ม (BEM) ว่าเรียกค่าเสียหายจากรัฐโดยไม่มีมูล เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดเคยตัดสินว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยไม่ได้ผิดสัญญา พร้อมชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงทางกฎหมายเพื่อโต้แย้งความรับผิดชอบของรัฐ วิรัช พันธุมะผล วิพากษ์วิจารณ์การฟ้องร้องคดีความเสียหายที่เกินอายุความและเรียกร้องให้ตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กระผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอกราบเรียน ท่านประธานว่าประเด็นกฎหมายที่บริษัท บีอีเอ็ม (BEM) อ้างขึ้นมา เพื่อบอกว่าบริษัท บีอีเอ็ม (BEM) จะเรียกค่าเสียหายจากรัฐมากมายนั้น รวมทั้งสิ้น ๑๘ คดี กระผมในฐานะ เคยเป็นอัยการมาก่อน จึงได้ไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด และได้คุยกับอัยการรุ่นน้อง ๆ ว่า ข้อเท็จจริงมูลเหตุคดีและการต่อสู้คดีนั้นเป็นอย่างไร ผมกราบเรียนว่าจากคดีที่ ๑ คดีที่บอกว่า บีอีเอ็ม (BEM) เขาฟ้องการทางพิเศษแห่งประเทศไทยว่าให้ชดเชยค่าขาดรายได้ เนื่องจากการแข่งขันของถนนช่วงอนุสรณ์สถานไปถึงกองกษาปณ์ เรื่องนี้ต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าเรื่องนี้มันเริ่มตั้งแต่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เป็นนายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๓๖-๒๕๓๗ ช่วงนั้นนะครับ ได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการ จัดการเลือกตั้งเอเชียนเกมส์ขึ้นโดยมี ฯพณฯ บัญญัติ บรรทัดฐาน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านบัญญัติอีกนะครับ ทีนี้พิสูจน์ต่อไปว่า บีอีเอ็ม (BEM) ฟ้องว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยผิดสัญญา เพราะไปสร้างถนนเส้นอนุสรณ์สถาน ไปถึงกองกษาปณ์ ผมว่าฟ้องผิดนะครับ เพราะว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ไม่ได้ผิดสัญญากับ บีอีเอ็ม(BEM) อย่างไรทั้งสิ้น การสร้างทางก็ดีไม่ใช่เพียงแต่จริง ๆ บีอีเอ็ม (BEM) เขายังเข้าใจผิด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ขออนุญาตเอ่ยนาม อีกครั้งนะครับ ท่านสร้างทางหลาย ๆ เส้น ขยายเส้นช่วงนั้นเพราะว่าเพื่อรองรับ การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ เพราะท่านได้ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถานที่แข่งขัน กีฬาหลักด้วยซ้ำไป เชื่อมต่อราชมังคลากีฬาสถาน เชื่อมต่อเมืองเอกครับ นอกจากนั้น ในการที่ท่านกรุณาทำอย่างนั้นนะครับท่านยังติดต่อเมืองเอกยกเว้นว่าเวนคืนที่ดิน ที่ บีอีเอ็ม (BEM) ต้องสร้างบนที่ดินของเมืองทองอีกเป็นหลายพันล้านนะครับ จริง ๆ รัฐบาลทำเพื่อ บีอีเอ็ม (BEM) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยไม่ได้ทำผิดสัญญา แม้แต่น้อย เมื่อการทางพิเศษแห่งประเทศไทยไม่ได้ผิดสัญญา บีอีเอ็ม (BEM) ก็ไม่สามารถ ที่จะนำคดีไปสู่อนุญาโตตุลาการ ถ้าจะว่ารัฐบาลทำผิด ก็ต้องมาฟ้องรัฐบาลนะครับ ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จ่ายให้ ๑,๗๙๐ ล้านบาท โดยประมาณตัวเลขผมไม่ลงรายละเอียดครับ แต่ว่าในคำพิพากษาของศาลมีท่านผู้พิพากษา ๑๖ ท่าน ศาลปกครองสูงสุดจำนวน ๑๖ ท่าน ได้พิพากษาแย้งไว้ เขียนคำแย้งไว้ในคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ผมจะลอง ยกตัวอย่างคร่าว ๆ ให้ฟัง ศาลท่านบอกว่าอันนี้ ๑๖ ท่าน เสียงข้างน้อยนะครับ การพิจารณาความรับผิดชอบของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ต้องพิจารณาตาม วัตถุประสงค์โดยสุจริตของคู่สัญญา ตามมาตรา ๑๗๑ มาตรา ๓๖๗ แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าในขั้นตอนเจรจาการทำสัญญานั้น บริษัทได้เสนอ ต่อรองสุดท้าย ๒ ข้อ คือ ๑. ให้รัฐบาลรับรองว่าถ้าผลตอบแทนลงทุนไม่ถึงร้อยละ ๑๕ รัฐบาลจะชดเชยให้ ๒. รัฐบาลจะก่อสร้างทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ (Tollway) ต่อแค่ อนุสรณ์สถาน แต่รัฐมนตรีนี้มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๓๙ ว่ารัฐจะไม่จ่าย ค่าชดเชยในส่วนที่ขาดให้แก่บริษัท โดยบริษัทจะพิจารณาก่อสร้างโครงการดอนเมือง โทลล์เวย์ (Tollway) ให้สิ้นสุดเพียงอนุสรณ์สถาน กรณีจะเห็นได้ว่าการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยทำสัญญากับ บีอีเอ็ม (BEM) จะไม่ใช้วิธีชดเชยรายได้หรือประกันรายได้ ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายความว่า บีอีเอ็ม (BEM) ยังมีความเสี่ยงว่ารายได้จากค่าผ่านทางอันเป็น ผลตอบแทนการลงทุนในโครงการทางด่วนจะคุ้มทุนหรือไม่ ความเสี่ยงที่จะได้กำไร หรือขาดทุนจากการลงทุน จึงอยู่ในวิสัยในฐานะบริษัทผู้ประกอบการขนาดใหญ่ จะต้อง ประเมินความเสี่ยงในส่วนนี้ ข้อ ๒ ที่ศาลท่านว่าการที่รัฐบาลสร้างลอยฟ้าจากอนุสรณ์สถาน ไปถึงกองกษาปณ์เป็นการแข่งขันกับ บีอีเอ็ม (BEM) นั้น ถึงร้อยละ ๕ หรือไม่ บีอีเอ็ม (BEM) ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีรถยนต์จำนวนร้อยละ ๕ ที่เคยใช้เส้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ-บางปะอิน หันไปใช้ทางด่วนที่รัฐบาลสร้างหรือไม่ เพราะ บีอีเอ็ม (BEM) นี้เปิดใช้วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๔๑ ส่วนของรัฐบาลที่เปิดไปถึงกองกษาปณ์นี้ เปิดวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๑ ท่านเห็นไหมครับ เปิดพร้อมกัน แล้วจะบอกว่าแข่งขันกันได้อย่างไรถ้าว่าของ บีอีเอ็ม (BEM) เปิดก่อนแล้ว แล้วรัฐบาลเปิดทีหลัง แล้วมีรถหันมาใช้ของรัฐบาล อย่างนี้ถือว่าแข่งขันนี่เปิดพร้อมกัน แล้วใครจะไปรู้ว่าใครมาใช้ตรงไหนกันก่อน เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผล บริษัท บีอีเอ็ม (BEM) จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทำให้เขาขาดรายได้ไปร้อยละ ๕ นะครับ อีกอย่างหนึ่งนะครับ ศาลท่านบอกว่าหน่วยงานของรัฐไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือสัญญาต้องชำระเงินแก่ผู้นั้น และโดยที่เงินหรือทรัพย์สินของรัฐนั้น ย่อมเป็นทุนหรือเครื่องมือที่หน่วยงานของรัฐจำต้องใช้ ในการดำเนินกิจการปกครองหรือจัดทำบริการสาธารณะ ดังนั้นการรักษาตลอดจน การจำหน่ายจ่ายโอนเงิน หรือทรัพย์สินของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงไม่อาจกระทำด้วยดุลพินิจอิสระตามความพึงพอใจเหมือนอยู่ภายใต้กฎหมาย หรือระเบียบ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจกฎหมายอย่างเคร่งครัด คือการจะใช้เงินนี้ต้องโดยออกเป็น พระราชบัญญัติ ออกเป็นกฎหมาย เพราะฉะนั้น และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้ให้ ความสำคัญกับหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง อย่างเคร่งครัด จึงถือได้ตามหลักกฎหมายมหาชนว่าหน่วยงานของรัฐไม่อาจถูกบังคับให้ ชำระหนี้ให้แก่ผู้ใด และเป็นหลักกฎหมายว่าด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพราะฉะนั้นศาลปกครองสูงสุดต้องพิจารณาในประเด็นนี้ด้วย แต่ศาลปกครองสูงสุด เสียงข้างมากไม่ได้พิจารณาประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นศาลปกครองสูงสุด ๑๖ ท่าน ท่านบอกว่า เมื่อคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการขัดต่อหลักกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ตุลาการเสียงข้างน้อย ๑๖ ท่าน จึงเห็นว่าศาลปกครองสูงสุดชอบที่จะมีคำสั่ง ปฏิเสธการขอบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ นี่คือคำพิพากษา และด้วยความเคารพ ในคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด นอกจากที่ความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อยแล้ว ผมยังเห็นว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยไม่ได้ทำผิดสัญญา แต่การที่สร้างทางเพิ่มขึ้นนี้ สร้างทางไม่ใช่เฉพาะทางอนุสรณ์สถานไปถึงกษาปณ์นะครับ รัฐบาลยังสร้างขยายถนนต่าง ๆ ช่วงนั้น เพราะว่าเพื่อรองรับการแข่งเอเชียนเกมส์ เพราะฉะนั้น บีอีเอ็ม (BEM) จึงไม่สามารถ ใช้วิธีการของอนุญาโตตุลาการที่จะฟ้องการทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ ข้อ ๒ รัฐบาลเป็นผู้สร้างทางเพื่อบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน รัฐจึงไม่ต้อง รับผิดชอบ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนเพิ่มเติมนอกจากที่ตุลาการเสียงข้างน้อย มีความเห็นแล้ว ผมยังเห็นว่าคดีนี้แม้ว่าศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาตัดสินแล้วก็ตาม เรายังใช้วิธีพิจารณาความในศาลปกครอง มาตรา ๗๕ ขอให้ศาลปกครองพิจารณาใหม่ โดยรัฐบาลร้องสอดเข้าไปว่าการฟ้องของ บีอีเอ็ม (BEM) นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีข้อกฎหมายเพิ่มขึ้น ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้น ศาลปกครองควรจะมีการพิจารณาพิพากษา ในคดีนี้ใหม่นะครับ อันนี้เป็นคดีที่ ๑ ซึ่งยังไม่จบง่าย ๆ อย่างที่บางคนว่า เราต้องแพ้ ไม่ใช่ ผมยืนยันว่าเรายังสู้ได้ ผมเรียกอัยการมาพบคุยกับอัยการแล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ นี่เป็นความคิด โทษนะครับ อันชั่วร้ายของบริษัท เพราะอะไรครับ เพราะเขาฟ้องคดีแรก ค่าเสียหาย ปี ๒๕๔๒-๒๕๔๓ ท่านสมาชิกฟังนะครับ พอศาลปกครอง ชี้คดีนี้ปุ๊บ โอ้โฮ เหลิง มาฟ้องปี พ.ศ. ๒๕๔๔ กับ ปี ๒๕๖๐ โอ้โฮ นี่โทษนะครับ คิดได้อย่างไร ท่านจะให้รัฐบาลอยู่เฉย ๆ ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔-๒๕๖๐ ไม่สร้างหนทางเพิ่มขึ้นเลยหรือ หรือถนน เส้นนั้นจะเป็นเสียหายตลอดถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ตลอดมา ฟ้องอีก ปี ๒๕๔๔-๒๕๖๐ ในประเด็นเดียวกันที่รัฐบาลสร้างถนนเพิ่มขึ้น ฟ้องอีก ๗๒,๒๒๕ ล้านบาท คิดได้อย่างไรครับ ผมไม่เชื่อว่าศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินให้เรา และคดีนี้ยังไม่ได้ขึ้นศาล และผมยืนยันว่าคดีนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินมีความเห็นแย้งว่า บีอีเอ็ม (BEM) นี่เป็นผู้ประกอบการค้า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ประกอบการค้าจะเรียกร้องจากความเสียหาย เกิดจากการผิดสัญญานั้นไม่เกิน ๒ ปี และผมเชื่อว่าไม่สามารถฟ้อง บีอีเอ็ม (BEM) ได้ และผมคุยกับอัยการแล้วว่าเราจะต้องสู้ว่าไม่ให้ขึ้นอนุญาโตตุลาการ จริง ๆ ท่านลองนึกดู ปี ๒๕๔๔-๒๕๖๐ เกินอายุความไหมครับ ๑. เกินอายุความไหมครับ แม้แต่คดีแรกดอกเบี้ย เขาไม่ให้คิดเกิน ๕ ปี ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านเป็นนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญมาก ไปฟ้องดอกเบี้ยที่เกิน ๕ ปี ศาลเขาไม่น่าพิพากษาให้ได้ เพราะฉะนั้นเป็นความฝันที่ว่า โอ้โฮ จะได้อีกเท่าตัวนะครับ
คดีที่ ๓ นี่คือเห็นความเอาเปรียบบริษัท บีอีเอ็ม (BEM) ฟ้องอะไรครับ ฟ้องว่าขอค่าใช้ทาง เก็บค่าทาง ๓ เดือนก่อนที่ บีอีเอ็ม (BEM) จะสร้างถนน ส่งถนนให้เสร็จ แล้วความจริงเขาก็พยายามส่งเมื่อ ๓ เดือนก่อนที่จะเปิดใช้ทีหลัง แต่ปรากฏว่าแผงข้างทาง ก็ยังทำไม่เสร็จ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยบอกว่ามันยัง ไม่ปลอดภัยจึงยังไม่เปิดใช้ ท่านรู้ไหมครับ บีอีเอ็ม (BEM) นี่ดึงเรื่อง ไม่ยอมเปิดใช้แม้จะ เสร็จแล้ว การทางพิเศษแห่งประเทศไทยต้องไปฟ้องศาลแพ่ง ศาลแพ่งใช้เวลาไต่สวนวันเดียว เพราะว่าช่วงนั้นประชาชนประท้วง ประชาชนออกมาเดินขบวนว่าที่สร้างเสร็จแล้วทำไม ไม่เปิดให้ประชาชนใช้ ทำให้การจราจรข้างล่างติดขัดมาก ประชาชนจะออกมาเดินขบวน แล้วศาลใช้เวลาหนึ่งวันสั่งให้เปิดใช้ภายในหนึ่งวัน ศาลแพ่งท่านได้กรุณา ผมมีคำพิพากษา ศาลแพ่งคำสั่งศาลแพ่งไว้ ต่อไปนะครับ นี่คือคดีที่ ๓
คดีที่ ๔ หนักหนาสาหัส คดีที่ ๔ เขาขอค่าเนื้องานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น การสร้างทางลง ๓ จุด ที่ถนนอโศก ๒. ที่ถนนงามวงศ์วาน ๓. ที่ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งใน สัญญาเขียนไว้ว่า ให้สร้างตามแบบที่เจ้าของพื้นที่กำหนด ท่านคิดดูสิครับ เมื่อ กทม. บอกเอาอย่างนี้เขาก็ไปสร้าง สร้างเสร็จแล้วฟ้องหาว่าเนื้องานเพิ่ม คดีนี้นะครับ ผมเรียนว่าศาลปกครองบอกว่า ตอนนี้ศาลได้อ่าน ผู้แถลงคดีระบบของศาลปกครอง เมื่อเจ้าของสำนวนทำเสร็จแล้วก็ต้องให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งเป็นผู้แถลงคดี ท่านได้อ่านแล้ว ท่านได้แถลงแล้วว่าเราไม่ต้องจ่ายหรอก เพราะฉะนั้นอีก ๒ คดี คดีที่ ๒ คือเป็นสิ่งที่ เป็นไปไม่ได้ คดีที่ ๓ ก็คือศาลจะอ่านแต่ว่าเราชนะไปครึ่งหนึ่งนะครับ เพราะว่าผู้แถลงคดี บอกว่าไม่ต้องจ่าย คดีที่ ๔ คดีที่ ๕ ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ผมก็ยัง เชื่อว่าเราไม่แพ้นะครับ
ทีนี้ต่อไปนี่ประเด็นสำคัญ โอ้โฮ เขาฝันมากเลยนะครับ บีอีเอ็ม (BEM) เขาฝันมากเลยครับ คดีที่ ๖-๑๘ คือจะฟ้องอะไรท่านทราบไหมครับ ฟ้องว่าการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยไม่ปรับขึ้นค่าผ่านทางตามที่ บีอีเอ็ม (BEM) ร้องขอ ทีนี้การปรับขึ้น ค่าผ่านทาง ไม่ใช่ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีอำนาจกำหนดว่าให้ปรับ ค่าผ่านทางเท่าไรครับ นี่ครับประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องกำหนดให้การทางพิเศษ เฉลิมมหานคร และการทางพิเศษศรีรัชเป็นทางที่เสียค่าผ่านทางประเภทรถยนต์ที่ต้องเสีย หรือยกเว้นค่าผ่านทางและอัตราผ่านทางพิเศษ กฎหมายเขียนไว้ว่า ฉะนั้นอาศัยอำนาจ ตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคล ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๓๔ บัญญัติให้เป็นการกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมจึงออกประกาศไว้ดังนี้ นี่คือเห็นชัดไหมครับ การจะปรับขึ้นค่าผ่านทาง เป็นอำนาจของรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยไม่สามารถ ที่จะปรับขึ้น การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเมื่อ บีอีเอ็ม (BEM) ขอร้อง ขอมา การทางพิเศษ แห่งประเทศไทยก็ยื่นเรื่องไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยนั้นการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยขึ้นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอนนี้รู้สึกมาอยู่กับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ แล้วครับ ท่านก็เป็น ผู้ที่ได้ประกาศแล้วว่า เมื่อหมดสัญญา หมดสัญญาแล้วจะเอาทางด่วนขั้น ๑ ขั้น ๒ ที่จะตกมาเป็นของรัฐในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ คือปีหน้าครับ ใกล้ ๆ นี่เองครับ จะให้ใช้แค่ ๑๕ บาท ให้เก็บแค่ ๑๕ บาทตลอดสาย นี่คือคำมั่นสัญญาของลูกสถาบัน ที่สอนให้รักประชาชน ขออนุญาตบอกว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ ขออนุญาต เอ่ยนามธรรมศาสตร์นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณเก็บ ๑๕ บาทตลอดสาย ท่านรัฐมนตรี ที่เคารพครับ ผมหวังอย่างยิ่งว่าท่านจะทำเพื่อประชาชน พอเก็บ ๑๕ บาท เก็บเฉพาะทางขึ้น ท่าน ส.ส. ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ท่านจะเห็นนะครับ ตรงทางขึ้นไม่ติดหรอกครับ แต่ติดตรงไหนรู้ไหมครับ ติดตรงคลองเตยนะครับ กับติดตรงจะลงงามวงศ์งานนะครับ ติดเป็นแพเลยครับ พอติดปุ๊บมันก็ติดต่อเนื่องไป เพราะฉะนั้นถ้าเก็บจุดผ่านทาง โดยเก็บ ทางขึ้นอย่างเดียวไม่มีปัญหา รถก็จะไม่ติด ประชาชนก็จะได้เร็ว นี่คือความคิดของผม ที่ผมได้ไปศึกษาจากอัยการและอัยการทุกคนบอกว่า สู้ครับ สู้พี่ เราไม่ได้ผิดเลย เราสู้เต็มที่นะครับ และผมพร้อมที่จะไปบอกว่าเราช่วยกันนะครับ ผมคุยกับอธิบดีอัยการที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ บอกว่าต้องสู้เต็มที่ สู้ทุกทางที่เราจะไม่แพ้ เราจะยอมให้เอกชนมาครอบงำประเทศไทยได้ อย่างไรนี่คือประเด็นเกี่ยวกับทางด่วนนะครับ
ส่วนประเด็นเกี่ยวกับรถไฟฟ้าก็เหมือนกัน จะครบแล้วครับ ตอนผมอยู่ กทม. ผมเคยอยู่กับ พลตรี จำลอง สร้างถนน สร้างรถไฟฟ้ามาเพื่อประชาชน แต่ตอนนั้น ผมก็ยังไม่รู้จะพูดอย่างไรครับ เพราะว่าท่านกำหนดค่ารถไฟฟ้าแพงมาก ในโอกาสนี้ ผมก็บอกว่าในส่วนที่มันจะตกเป็นของรัฐ เมื่อครบแล้วรัฐก็เอามาทำเอง รัฐอย่าคิดว่า รัฐจะต้องกำไรหรือขาดทุนนะครับ ไม่ต้องคิดว่าการเดินรถไฟฟ้ารัฐต้องกำไร ต้องคุ้มทุน ในส่วนที่เป็นของรัฐแล้ว เราก็มาลดเหลือ ๑๕ บาท อย่างที่ท่านรัฐมนตรีต้องการนะครับ ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม เอ่ยนามอีกทีครับ ผมภูมิใจท่านเพราะว่าท่านบอกเก็บ ๑๕ บาท ท่านลองเก็บ ๑๕ บาทครับ ส่วนที่ขยายต่อ ส่วนที่เติมไปทางทิศเหนือกับทิศตะวันออกครับ อันนั้นถ้าจะลดก็ไม่เป็นไรครับ รัฐก็เอางบประมาณมาชดเชยสิครับ เพราะว่าทุกคนเสียภาษี อย่าบอกว่าเสียภาษีเอาเงินของแผ่นดินทั้งประเทศมาชดเชยให้คนกรุงเทพฯ ไม่ใช่ครับ คนกรุงเทพฯ เสียภาษีเยอะ ก็เอาเงินที่เสียมาก ค่าภาษีต่าง ๆ จากกรุงเทพฯ นี่ก็เยอะนะครับ เพราะฉะนั้นมาชดเชย เพราะฉะนั้นนี่คือความเห็นของกระผมครับ เพื่อแผ่นดินของเรา เพื่อประโยชน์ของประชาชน ขอบพระคุณท่านประธานครับ