สาทิตย์ ชี้อภิปรายออกนอกประเด็น ห่วงคลาดเนื้อหารายงานศาลรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๒

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท้วงติงการอภิปรายที่เบี่ยงเบนจากเนื้อหารายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของศาลและเรียกร้องให้พิจารณาเนื้อหาสาระหลักของรายงานอย่างตรงจุด โดยเฉพาะผลการดำเนินงานและบทบาทที่ขยายเพิ่มขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2560

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมจะได้ อภิปรายประเด็นในรายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมถือโอกาสนี้ ได้แสดงความเห็นท้วงติงท่านประธานไว้สักนิดหนึ่งว่า ปกติแล้วในการอภิปรายรายงาน ทั้งหลายของหน่วยงานซึ่งมาถึงสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องมี การอภิปรายพิจารณากันในเนื้อหาของรายงานฉบับนั้น ๆ บังเอิญเมื่อสักครู่นี้ที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปนั้น ก็มีสมาชิกหลายท่านมีความรู้สึกว่าไม่ได้ตรงกันกับเนื้อหาในประเด็นของ รายงานประจำปี แต่เป็นการหยิบยกเนื้อหาบางประการและขยายออกไปนอกเหนือจาก เนื้อหาที่อยู่ในรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือไปเรื่องที่มาก็ดี ไปเรื่องการยึดโยง กับประชาชนก็ดี ซึ่งอันนั้นเสมือนกับเป็นการไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะอยู่ในเนื้อหาของรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ แต่บังเอิญว่าที่ท่าน อภิปรายไปนั้นท่านประธานก็ไม่ได้ท้วงติง เพื่อนสมาชิกก็ให้เกียรติกับสมาชิกด้วยกัน ด้วยการรับฟังท่านอภิปรายไป เพราะถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของท่าน ซึ่งอาจจะไม่ได้ตรง กับความเห็นส่วนตัวของเพื่อนสมาชิกคนอื่น แต่ที่ผมท้วงติงเอาไว้ เพราะผมคิดว่า การอภิปรายเนื้อหาต่าง ๆ ของรายงานของสภานั้นจำเป็นต้องเดินตามเนื้อหามิฉะนั้นแล้ว จะมีการขยายตัวเนื้อหาออกไปถึงเรื่องอื่นด้วย ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ข้อบังคับการประชุมของเรา ผมคิดว่าท่านประธานคงรู้สึกเหมือนผมเมื่อสักครู่นี้ว่ามีเนื้อหา บางส่วนนั้นอาจจะก้ำกึ่งคาบเกี่ยวกันอยู่ เพราะในตัวรายงานของศาลรัฐธรรมนูญนั้นท่านทำไว้ ละเอียดนะครับ ทำไว้ละเอียดตั้งแต่ท่านอธิบายถึงเรื่องของที่มา รายงาน กฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้องของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในบทนำส่วนที่ ๑ ซึ่งอันนี้เป็นความจำเป็น ที่หน่วยงานแต่ละหน่วยงานจะรายงานว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตัวนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ในส่วนของรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกันครับ เพราะท่านอธิบายในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับตัวรัฐธรรมนูญ แล้วถอดออกมาเป็นเนื้อหาที่อ่านง่าย ก็คือตัวองค์ประกอบก็ดี หน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญก็ดี วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็ดี และได้อธิบาย ไปถึงตัวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่ามีอำนาจหน้าที่ พันธกิจ โครงสร้าง แผนยุทธศาสตร์ อัตรากำลัง หรืองบประมาณอย่างไร แต่ตัวเนื้อหาหลัก ๆ ผมคิดว่าอยู่ในส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ และส่วนอื่นอีก ๒ ส่วนหลัง นั่นก็คือว่าด้วยเรื่องการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ส่วนที่ ๓ ผลการดำเนินงานของ ศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่เกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านคดี ด้านการวิจัย และด้านอื่น ๆ ด้วย ซึ่งส่วนนี้ผมคิดว่าเป็นส่วนที่เป็นสาระสำคัญของตัวรายงาน ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมมีความสนใจเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญและรายงานฉบับนี้ มากเป็นพิเศษครับ อาจจะด้วยเหตุที่ว่าเราไม่ได้มีสภามา ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ทำให้สภาผู้แทนราษฎร ไม่มีโอกาสที่จะได้พิจารณาถึงรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อมีขึ้นมาแล้ว แม้ว่าจะเป็นรายงานที่ย้อนกลับไปถึง ๑ ปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่ผมให้ความสำคัญ ก็เพราะว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีความสำคัญถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญหนึ่งของกระบวนการที่จะต้อง ทำให้รัฐธรรมนูญนั้นสามารถบังคับใช้ได้ หรืออาจจะพูดภาษาชาวบ้านได้ว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ในตัว เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ได้ประกาศบังคับใช้อยู่ในขณะนี้นั้นได้ผ่านการ ประชามติมาแล้ว ความคาดหวังส่วนหนึ่งของพี่น้องประชาชนก็คือเรื่องของการปฏิรูป การเมืองผ่านตัวเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในหมวด ๑๑ ของรัฐธรรมนูญนี้ และบัญญัติเรื่องศาลรัฐธรรมนูญเอาไว้ ในเนื้อหาที่เขียนเอาไว้นั้นส่วนหนึ่ง ที่จะเกี่ยวข้องกับสาระที่ผมจะอภิปรายก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นโดยรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ได้มีการขยายอำนาจของศาล พูดง่าย ๆ ก็คือเพิ่มภาระงานของ ศาลรัฐธรรมนูญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งต่อไปนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทำขึ้นและจะเกี่ยวพัน กับหลาย ๆ องค์กร รวมทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาด้วย เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งประชาชนสามารถที่จะไปร้อง ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ไปรองรับ สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนด้วย ยกตัวอย่างเหล่านี้เป็นต้น ไม่ได้แต่เฉพาะของการ ที่จะต้องดูแลเรื่องความขัดด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ว่ากฎหมายที่รัฐสภาร่างไปหรือออก ใช้บังคับไปก็ดี หรือแม้แต่เรื่องของการที่บัญญัติห้ามเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของงบประมาณ ซึ่งก็เป็นอำนาจส่วนหนึ่งของศาลรัฐธรรมนูญด้วย แต่ในความรับรู้ของพี่น้องประชาชนนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีต่าง ๆ ที่เป็นความเห็นไม่ตรงกันหรือขัดแย้งกันทางการเมือง ตรงนี้ละครับที่ผมคิดว่าเกี่ยวกับสาระ ของตัวรายงานในศาลรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือเรื่องของงานประชาสัมพันธ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมไปพลิกดูรายงานของท่านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องประชาสัมพันธ์ เพราะผมคิดว่า มีความจำเป็นมากที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทำเรื่องของการประชาสัมพันธ์บทบาท อำนาจหน้าที่ วิธีการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญให้พี่น้องประชาชนได้เกิดความเข้าใจ เนื่องจากว่าถ้าเกิดเราทำประชาสัมพันธ์น้อยไป ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของ กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง พรรคการเมือง ตัวนักการเมือง หรือแม้แต่กระทั่งไปเกี่ยวข้องกับบางส่วนที่เป็นเครือข่ายของบรรดานักการเมืองที่มีอิทธิพล พรรคการเมืองที่ทรงอิทธิพลทั้งหลาย ก็มีโอกาสที่ศาลรัฐธรรมนูญจะถูกกล่าวหา ถูกโจมตี ถูกใส่ร้ายอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่และที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เพราะฉะนั้นการทำ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน การชี้แจง การทำประชาสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องใหญ่ครับ แต่พอ พลิกดูในสาระของรายงานที่เสนอมาแล้ว ผมบอกท่านประธานครับว่าผมเป็นห่วงจริง ๆ ผมไม่แน่ใจว่าท่านเขียนครบหรือเปล่า แต่ว่าถ้าทำเฉพาะที่อยู่ในรายงานนี้มันจะเป็นเรื่อง น่าเป็นห่วงมาก ไปดูที่หน้า ๕๔ นะครับ ท่านทำผลการดำเนินงานด้านเอกสารสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เราฟังดูเราก็รับรู้ว่าเราทำประชาสัมพันธ์น้อยมาก เช่น จัดพิมพ์ วารสารศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเผยแพร่ให้แก่หน่วยงานของรัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา สมาชิกวารสารและผู้สนใจทั่วไป ฉบับที่ ๑๘ เดือนพฤษภาคม เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๙ จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม ๑,๐๐๐ เล่มเท่านั้น เดือนกันยายน เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๙ ก็ ๑,๐๐๐ เล่ม เดือนมกราคม เดือนเมษายนก็ ๑,๐๐๐ เล่ม จัดพิมพ์หนังสือรวมบทความทางวิชาการ เพื่อเผยแพร่ จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม จัดพิมพ์หนังสือรายงานการศึกษาวิจัย ๒ เรื่อง เรื่องละ ๑,๐๐๐ เล่ม จัดพิมพ์หนังสือรัฐธรรมนูญ ซึ่งอันนี้ผมก็เป็นห่วงว่าคนที่อ่านจะมีคนอ่านสักแค่ไหน เพียงใด เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้อธิบายถึงบทบาทหน้าที่หรืองาน หรือวิธีการพิจารณาคดี ของศาลรัฐธรรมนูญให้คนทั่วไปเข้าใจ มี ๖,๐๐๐ เล่ม จัดพิมพ์หนังสือรวมคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปี ๒๕๖๐ อีก ๑,๐๐๐ เล่ม มีเท่านี้ครับ ที่เผยแพร่ด้วยงานเอกสาร คนไทยมี ๗๐ กว่าล้านคน เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๓๐ กว่าล้านคน ผมคิดว่าการจัดพิมพ์ เอกสารสมัยนี้คนที่อ่านเป็นเอกสารต่าง ๆ ก็มีน้อยอยู่แล้ว พอไปพลิกดูงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Technology Digital) ของท่าน เรากลับพูดถึงกระบวนงานภายในของศาลรัฐธรรมนูญเอง เช่น พัฒนาระบบงานคดี ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องของศาลเอง พัฒนาและบำรุงรักษาระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศในระบบถอดเสียงอัตโนมัติในภาษาไทย อันนี้ก็เป็นเรื่องกระบวนการ ของศาล พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อบริหารองค์กรก็เป็นเรื่องของศาล เรื่อง ๔ ๕ ๖ เรื่องนี้ เป็นเรื่องของศาลทั้งสิ้น แต่เรื่องการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน รายงานฉบับนี้ ผมไม่เห็นในรายงานฉบับนี้ถ้ามีกรุณาอธิบายด้วย เช่น ในหน้าที่ ๖๒ เรื่องที่ ๖ เรื่อง ความร่วมมือประชาสัมพันธ์กับเครือข่ายทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งในรายงานของท่าน กลับเป็นเรื่องของการจัดสัมมนาทางวิชาการ ซึ่งเวลาจัดสัมมนาทางวิชาการคนที่ไปฟังก็มี ความจำกัดอยู่แล้ว แล้วเนื้อหายากที่คนทั่วไปจะทำความเข้าใจได้ แม้แต่กระทั่งมีการสร้าง ความร่วมมือทางวิชาการเซ็น เอ็มโอยู (MOU) กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่องของการ เสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายและการปกครองที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่จังหวัดเชียงราย หรือสัมมนาทางวิชาการ เรื่องศาลรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จังหวัดจันทบุรี ที่สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ผมเห็นเท่านี้เข้าใจเป็นตัวอย่าง แต่ที่ผมกำลังบอกก็คือว่า ต้องยอมรับว่า เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญมันมีความพยายามบิดเบือนตัวเนื้อหาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กับวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ต้องยอมรับว่าวิธีพิจารณาคดีที่มาของ ศาลรัฐธรรมนูญมีคนวิพากษ์วิจารณ์ไว้เยอะ สักครู่นี้เพื่อนสมาชิกก็พูดถึง ผมก็กลับไปอ่าน การดีเบต (Debate) ซึ่งเคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งก็มีอาจารย์คนหนึ่งทางกฎหมายมหาชน เช่นเดียวกัน ก็มีหลักคิดทางวิชาการที่แย้งกันกับแนวความคิดที่มีการอภิปรายไปแล้ว เพราะอาจารย์อีกท่านหนึ่งก็พูดถึงเรื่องความสำคัญสูงสุดของตัวรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งต้องมี บทบัญญัติที่ต้องพิทักษ์ตัวเองเอาไว้ เหล่านี้เป็นต้น มีการบิดเบือนคำวินิจฉัยคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญในหลายเรื่อง ท่านประธานคงจำได้ย้อนกลับไปปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ มีคดีสำคัญที่เกี่ยวกับบุคคลซึ่งมีตำแหน่งในทางการเมืองสูงสุดของประเทศ ในเวลานั้น ก็มีการหยิบยกเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญมาวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากนั้นมีการชุมนุม ทางด้านการเมืองของคนบางกลุ่ม ก็ถึงขั้นที่มีการข่มขู่ มีการเปิดเผยชื่อของคนในครอบครัว ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เหล่านี้เป็นต้น หนักไปถึงครั้งหนึ่งมีคนซึ่งไปติดสินบนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญถึงขั้นมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน แล้วมีการเผยแพร่เรื่องนี้กันให้ผ่าน สื่อมวลชนด้วย แต่บ่อยครั้งหลังจากนั้นกระบวนการวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ มันแตกต่างอย่างไร เช่น ระบบไต่สวนเป็นอย่างไร วิธีเขียนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เขาทำกันอย่างไร คำวินิจฉัยส่วนตนทุกคนต่างเขียนมา แล้วเอา ๘-๙ คนที่เป็นตุลาการเอามา เปรียบเทียบกัน หรือเอามารวมกัน แล้วก็ดูว่าเสียงข้างมากนั้นว่าอย่างไร มันมีความสำคัญ หรือมีผลต่อคดีอย่างไร หรือเป็นรูปแบบของการพิจารณาคดีในรูปแบบวิธีการที่รัฐธรรมนูญ เลือกใช้อย่างไร ส่วนนี้ต้องอธิบายพี่น้องประชาชนทั้งสิ้นครับ แล้วอธิบายผ่านสื่อเอกสาร อย่างเดียวไม่พอ ท่านพิมพ์ทีละ ๑,๐๐๐ เล่ม ๒,๐๐๐ เล่ม แล้วไปจัดอภิปรายเพียงแค่บางที่ เท่านั้น ก็ไม่พออีกครับ ท่านประธานอย่าลืมว่าผ่านมาไม่นานมีคดีที่ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง แล้วส่งผลให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล (Social) ค่อนข้างเยอะ ถึงขั้นศาลรัฐธรรมนูญเองได้ออกหนังสือเตือนออกมาที่สื่อมวลชนไปใช้คำว่า เตือนนักเลงคีย์บอร์ด (Keyboard) ในทางหนึ่งมันสะท้อนว่ากระบวนการเหล่านี้มีอยู่จริง เพราะกระบวนการไปสร้างความเข้าใจผิดเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญมันมีลึกกว่านั้น แล้วไม่ได้ กระทำแค่ในประเทศ มีต่างประเทศกระทำด้วย ผมนั่งอ่านบทที่แปลมาจากคนที่ทำงาน ด้านเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศ เป็นคนต่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมิได้ทรงไว้ ซึ่งความยุติธรรม ผมแปลความได้เช่นนั้น นี่มาจากต่างประเทศ มีบทความบางอย่างซึ่งลึกไป กว่านั้นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องศาลรัฐธรรมนูญแล้วไปไกลมาก ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงในที่นี้ แต่ทั้งหมดทั้งปวงมันส่งผลกระทบต่อการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลต่อความเชื่อถือของตัวศาลรัฐธรรมนูญเอง ทั้ง ๆ ที่ประชาชนที่ไปลงประชามติ รับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็ฝากความหวังไว้กับทุกองค์กรในรัฐธรรมนูญทั้งหมด รวมทั้ง ศาลรัฐธรรมนูญด้วยที่จะมาทำหน้าที่ปฏิรูปการเมืองให้กับประเทศนี้ ดังนั้นการสร้าง ความเข้าใจทั้งหลายมันจะทำให้การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญนั้นพูดง่าย ๆ ในภาษา ชาวบ้านคือมีความศักดิ์สิทธิ์ เชื่อถือได้ ไม่เกิดความเข้าใจผิดจากพี่น้องประชาชน บางคนครับอ่านสื่อโซเชียล (Social) ทั้งหลายอาจจะไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่ได้อ่านตัวรัฐธรรมนูญ ไม่เข้าใจที่มาของศาลรัฐธรรมนูญแม้แต่คำว่า ยึดโยงกับประชาชน ก็อาจทำให้เกิด ความเข้าใจผิดได้ ผมเคารพความคิดเพื่อนสมาชิก แต่บางทีต้องไปอธิบายเรื่องหลักการ แบ่งแยกอำนาจหรือเปล่าครับในเนื้อหาเอกสารประชาสัมพันธ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้อง ทำมากกว่าเอกสาร อาจจะต้องมีการย่อยออกมาแล้วก็ผ่านรูปแบบของสื่อโซเชียล (Social) ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย ถ้าเราคิดแต่เพียงว่าเรามีกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และไปเพิ่มบทละเมิดอำนาจศาล อย่างเดียวไม่พอนะครับ เพราะการสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทั่วไปเป็นเกราะ กำบังความสุจริตของตุลาการรัฐธรรมนูญในการทำหน้าที่ของท่านเอง เราจะปล่อยให้คน บิดเบือนอย่างนี้ไปทุกวัน ฝังหัวไปทุกวัน ล้างความคิดที่ถูกและไปสู่ความคิดที่เขาต้องการ ที่จะให้เป็นทุกวันนี้ มันเป็นผลลบกับการทำงานของตัวศาลรัฐธรรมนูญเอง อันนี้คือ ความเป็นห่วงของผม แน่นอนที่สุดครับ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นศาลที่มีความสำคัญ ผมใช้คำว่า มีความสำคัญต่อการปฏิรูปการเมืองเกือบจะทั้งระบบในประเทศไทย ที่ผ่านมา ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้เคยกล่าวในสภาแห่งนี้ว่า ที่ผ่านมาถ้าไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ มันก็จะเละเทะไปมากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่เราเห็นมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปีของความขัดแย้ง ทางการเมืองในประเทศไทย ผมเอาใจช่วยและหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะได้ทำหน้าที่ในการ ที่จะเป็นองค์กรของศาลตามรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะพิทักษ์ไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากการทำ ประชามติของพี่น้องประชาชนต่อไป แต่ท่านต้องสร้างเกราะกำบัง สร้างความเข้าใจ เพราะฉะนั้นผมหวังว่าเมื่อท่านกลับไปดูแล้วทบทวนตัวรายงานฉบับนี้ท่านจะไปปรับวิธีการ ทำงานของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเสีย ผมว่าคนในศาลรัฐธรรมนูญเองก็รู้ครับ ไปอ่าน บทความในเว็บไซต์ (Web site) ทั้งหลายที่วิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านจะเห็นแนว เลยว่าเขาคิดอย่างไร บางส่วนถูกครับ เป็นการท้วงติงที่มีเหตุมีผล ซึ่งอาจจะนำไปสู่การปรับ การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญได้ต่อไปในอนาคต แต่บางส่วนมันเป็นการนำไปสู่บางเรื่อง ที่ใหญ่กว่านั้น อันนี้คือความน่าเป็นห่วง ในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งเราอยากเห็น การปฏิรูปการเมืองและเป็นคนหนึ่งที่ยอมรับ หรือลงมติรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็หวังจะเห็น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ทำหน้าที่ในการปฏิรูปการเมืองและให้องค์กรทุกองค์กรได้ทำหน้าที่ ของตัวเองอย่างเต็มที่ภายใต้ความเข้าใจที่ถูกต้องของพี่น้องประชาชน ก็หวังว่าตัว ศาลรัฐธรรมนูญเองท่านที่มาชี้แจงในวันนี้ผ่านท่านประธานไปจะได้ไปปรับวิธีการทำ ความเข้าใจ การประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน อาจจะเริ่มตั้งแต่ตัวอำนาจหน้าที่ เริ่มตั้งแต่วิธีการพิจารณาและไปอ่านดูถึงสิ่งที่มันเกิดขึ้นในโลกโซเชียล (Social) แล้ว และต้องมีการอธิบายในแต่ละเรื่อง แล้วต้องทำเชิงรุกอย่างเป็นกระบวนการให้เกิด ความเข้าใจ มิฉะนั้นแล้วผมคิดว่าการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตอาจจะมีปัญหา ความเข้าใจของพี่น้องประชาชนได้ ผมถือโอกาสนี้ได้อภิปรายตัวเนื้อหาในรายงานของ ศาลรัฐธรรมนูญประจำปี ๒๕๖๐ ให้กับท่านประธานครับ แล้วก็ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ ที่ชี้แจงและถ้ามีเนื้อหาส่วนใดที่ผมอภิปรายไป แล้วท่านมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่จะชี้แจง ผมก็จะได้รับฟังและได้ช่วยกันเติมเต็มให้การทำงานของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มี ประสิทธิภาพที่ประชาชนจะให้ความเชื่อถือไว้วางใจได้ต่อไปขอบพระคุณครับ