วีระกร คำประกอบ หารือปัญหาการต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน 30 ปี ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐกว่า 7 แสนล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนข้อตกลงกับบริษัท บีอีเอ็ม เพื่อประโยชน์ของประชาชน.
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองมีส่วนได้เสียกับทางด่วนเขาด้วยเหมือนกันนะครับ ท่านประธาน เมื่อประมาณปี ๒๕๒๔ บ้านผมที่อยู่ซอยระนอง ๑ ซึ่งไม่ใช่บ้านผมหรอก บ้านพ่อผม คุณสวัสดิ์ คำประกอบ ของท่านประธานนะครับ โดนเวนคืนทั้งหลังเลยเพื่อที่จะ สร้างทางด่วนขั้นที่ ๑ วันนั้นถึงวันนี้มันก็ล่อเข้าไป ๓๖ ปี ๓๗ ปีไปแล้วครับ ทราบมาว่า ทางด่วนจะหมดสัญญาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนขั้นที่ ๑ สายที่ผมพูดถึงนั่นคือสายบ้านผม ซอยระนอง ๑ โดนทางด่วนขั้นที่ ๒ ประมาณปี ๒๕๓๐ แต่ทางด่วนขั้นที่ ๑ นั้นมีมาก่อนแล้ว คือตั้งแต่บางนาไปจนถึงมาลงดินแดง แล้วก็มีส่วนต่อขยายที่ท่าเรือ แยกขวามือออกไปทาง นางลิ้นจี่ อันนั้นมีมาก่อนแล้ว ก็จะหมดสัญญาทั้ง ๒ เส้นนี่ละครับ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางด่วน ขั้นที่ ๑ หรือทางด่วนขั้นที่ ๒ บางโคล่มาถึงแจ้งวัฒนะ นึกว่าจะได้ใช้ถนนฟรีสิครับ ไม่ต้องเสียสตางค์ น่าจะเป็นประโยชน์ที่ดี แต่มาทราบว่าจะมีการต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน ให้เขาอีก ๓๐ ปี ซึ่งเป็นข้อเสนอจากการหารือกันระหว่างคู่กรณี ก็คือบอร์ด (Board) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกับบริษัท บีอีเอ็ม (BEM) หรือบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้า กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้มีข้อตกลงกันเพื่อที่จะระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทที่ว่านี้ก็คือ การฟ้องของบริษัท บีอีเอ็ม (BEM) ฟ้องการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ฟ้องเรื่องอะไรครับ ก็มีอยู่ ๒ กรณีหลัก ๆ ก็คือ เรื่องของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยอนุมัติเส้นทางดอนเมือง โทลล์เวย์ ไปแย่งสัมปทานเขา ไปแย่งผู้โดยสารเขา ทำให้เขาได้รับความเสียหาย นั่นข้อที่ ๑ ซึ่งปรากฏว่าได้มีการตัดสินคดีความกันไปเรียบร้อยแล้ว สู้กันมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ กว่า จนกระทั่งวันนี้เกือบ ๒๐ ปี เสียไปแล้ว ๔,๓๐๐ ล้านบาท ยังมีคดีที่ยังอยู่ ในระหว่างการฟ้องร้องอีก ๑๗ คดี คาดหมาย ซึ่งคำว่า คาดหมาย ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า เอาอะไรมาคาด เนื่องจากว่าศาลก็ยังไม่ได้ตัดสินว่าแพ้หรือชนะ อีกประมาณ ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องเสียหาย คาดว่ารัฐบาลจะต้องเสียค่าโง่ตรงนี้อีก ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท จึงได้มีการตกลงกันระหว่างบริษัทที่เขาเรียกร้องค่าเสียหายคือ บริษัท บีอีเอ็ม (BEM) ถ้าจะว่าไปก็คือ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) นั่นละ ซึ่งเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ข้างหลัง กับบอร์ด (Board) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยก็ตกลง เกี๊ยะเซียะกัน ทำอย่างไรจะได้ไม่ต้องเสียค่าทางด่วน แต่มันออกมาก็ผิดปกติ การต่อสัญญา ๓๐ ปีไปข้างหน้าประชาชนก็คงจะเสียหายเยอะเหมือนกัน หวังว่าอาจจะได้นั่งรถขึ้นทางด่วน ฟรีไม่ต้องเสียสตางค์ อยากจะเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ เหมือนที่ท่าน ส.ส. พีระพันธุ์ พูดเมื่อสักครู่นี้ มันหมดสัญญาสัมปทานแล้วเราก็จะได้ขึ้นใช้ทางด่วนขั้นที่ ๑ ทางด่วนขั้นที่ ๒ และทางพิเศษอุดรรัถยากันฟรี ความจริงแล้วส่วนทางพิเศษอุดรรัถยายังไม่หมดสัญญา ส่วนที่จะหมดสัญญาปีหน้าปี ๒๕๖๓ มีทางด่วนขั้นที่ ๑ และทางด่วนขั้นที่ ๒ เท่านั้น ส่วนทางพิเศษอุดรรัถยาก็จะเป็นปี ๒๕๗๐ และอีกเส้นหนึ่งก็คือพระราม ๙-ศรีนครินทร์ ก็จะหมดปี ๒๕๖๙ เรื่องที่เราให้ความสนใจก็อยู่ตรงนี้ละครับ คราวนี้ผมฟังดูก็ด้วยความตั้งใจนะครับอยากจะได้ ใช้ทางด่วนฟรี จะหมดสัญญาสัมปทาน ๓๐ ปีกันแล้ว ก็ดีใจ แต่ว่าก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะคุณหมอระวี มาศฉมาดล ได้พูดถึงเรื่องนี้เอามาปรึกษากันตั้งแต่เปิดสภาเลยครับ ว่าท่านจะยื่นญัตตินี้ มันเป็นเรื่องของค่าโง่ทางด่วนที่จะต้องไปต่อสัญญาเขา ๓๐ ปี คำว่า ค่าโง่ หมายความว่า เราจะเสียมากกว่าได้ ส่วนได้ของเราก็คือไม่ต้องเสียค่าที่คาดว่าศาล จะตัดสินว่าเราแพ้ทั้งหมดทุกคดีอีก ๑๗ คดี รวมแล้วประมาณ ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท แลกกับต่อสัญญาให้เขาฟรีไปอีก ๓๐ ปี ซึ่งการต่อสัญญา ๓๐ ปีนี้ก็ดีตรงที่เราไม่ต้อง เสียค่าปรับนะครับ อย่าไปเรียกค่าโง่ เรียกว่าค่าปรับ ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่หมอระวี เล่าให้ผมฟังว่ารัฐบาลจะสูญเสียรายได้เยอะในช่วง ๓๐ ปี สัญญาสัมปทานข้างหน้า ประมาณ ทั้งหมด ๗๕๑,๐๐๐ ล้านบาท แยกเป็นรายได้ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยอีก ๓๐ ปี ข้างหน้านะครับ ๓๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเก็บในเรต (Rate) ปัจจุบันนะครับ โดยไม่มีการขึ้น ราคาเลย กับ บีอีเอ็ม (BEM) หรือบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จะได้ ๔๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเห็นไหมครับว่าตัวเลขมันเขย่งกันอยู่ละครับ ช่วงนี้คำว่า เขย่ง มันเป็นคำฮิต ขออนุญาตมาใช้ บีอีเอ็ม (BEM) จะได้ผลประโยชน์ ๔๒๔,๐๐๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าตัวเลขที่เราเต็มที่ที่จะเสียจากการฟ้องร้องที่ประมาณการนะครับว่าเราแพ้หมด ทุกคดี มันแค่ ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท แลกกับรายได้ที่ บีอีเอ็ม (BEM) จะได้รับใน ๓๐ ปี ข้างหน้า ๔๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็แน่ละครับว่าถ้าเราจ่ายเงินเราคงต้องจ่ายไว ๆ นี้ คงคาด ประมาณอย่างนั้นว่า บอร์ด (Board) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยก็คงคาดว่า เพื่อไม่ให้เราต้องไปเสียเงิน เป็นเงินสดที่จะต้องจ่ายให้เขา ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท สู้เราให้สัญญาสัมปทานดีกว่า คงมองในแง่นั้น แต่ว่าตัวเลขมันไม่น่าจะสมดุลกัน สักเท่าไรละครับ กับรายได้ที่ บีอีเอ็ม (BEM) เขาจะได้ เก็บค่าสัมปทานทั้งหมด ไม่ทราบว่า ต้องแบ่งให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไม่แบ่งก็รับเต็ม ๆ ๗๕๑,๐๐๐ ล้านบาทในอีก ๓๐ ปีข้างหน้า แลกกับที่เราอาจจะต้องเสียค่าปรับหรือว่าการแพ้ คดีทุกคดีทั้ง ๑๗ คดี เพียง ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ดูแล้วก็ไม่นั่นละครับ ไม่เหมาะสม เท่าไร อย่างไรก็ตามครับได้ฟังเพื่อนสมาชิกดอกเตอร์สุรเชษฐ์ ซึ่งอดีตท่านเป็นเจ้าหน้าที่ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ก็คงเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านก็ได้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่เสียหาย โดยเฉพาะไปพาดพิงถึงผู้นำ ท่านพูดว่าท่านผู้นำ ตั้งธงมาอย่างนั้นครับ ท่านไม่ได้อ่าน ไม่ได้ออกชื่อหรอกครับ แต่ผมก็เข้าใจว่าหมายถึง ท่านผู้นำประเทศ ซึ่งก็คงจะได้รับความเสียหาย ท่านอยู่ข้างนอก ท่านไม่รู้หรอกครับว่า ภายในสภาเราไปว่าอะไรท่านบ้าง แต่ว่าเป็นเรื่องที่ผมว่าเข้าใจผิดเสียมากกว่า ท่านดอกเตอร์ สุรเชษฐ์คงจะไม่ทราบว่า หรือจะทราบก็ไม่ทราบนะครับ เอาเป็นว่ารัฐบาลนี้เมื่อคุณหมอระวี ท่านได้พูดขึ้นตั้งแต่เริ่มเปิดสภา หมอระวีก็จะเป็นเจ้าของเรื่องนี้เหมือนกับในสาธารณชน จะรับทราบว่าเราจะต้องเสียค่าโง่ทางด่วน ๗๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ หมอระวีท่านไปช่องไหน ท่านก็จะพูดเรื่อยเลย รัฐบาลก็เกิดมีความรู้สึก มันเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้จริง ๆ หรือ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลนี้ละครับที่ขอให้ทบทวนเรื่องนี้ใหม่ มีคำสั่งไปแล้วนะครับ ให้บอร์ด (Board) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยไปทบทวนเรื่องนี้ใหม่แล้วส่งเรื่องมาดูใหม่ จะเอาอย่างนี้ไม่ได้ประเทศชาติเสียหาย เพราะฉะนั้นถ้ามองในแง่บวกกันบ้างนะครับ อย่าไปมองในแง่ลบเสียอย่างเดียวก็ต้องเห็นว่า ทางรัฐบาลนี้เขาก็มีความสนใจที่ไม่อยากจะ เสียค่าโง่ทางด่วนตามที่คุณหมอระวีได้พูดถึง ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลเขาด้วย ที่ท่านตั้งธงว่าท่านผู้นำอย่างนั้น เป็นผลงานชิ้นโบว์ดำอย่างนี้ ถ้าเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำรัฐบาลนี้จะให้ผม พรรคพลังประชารัฐ ให้มาตั้งคณะกรรมาธิการทำไมครับท่านประธาน ให้พวกเราตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อสร้าง ความโปร่งใสให้เกิดขึ้น ไม่ให้มีเรื่องอะไรที่จะครหาได้ จะไปอ้างโบว์ดำอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าจะคิดว่ารัฐบาลหรือว่าท่านผู้นำตั้งธงสร้างโบว์ดำอะไรของท่านนะครับ เขาก็ต้องไม่ให้ พวกเราตั้งคณะกรรมาธิการสิครับ ก็ต้องมีเสียงห้ามมาบ้าง นี่ไม่มีหรอกครับ เอาเลย นอกเหนือจากท่านให้คณะรัฐบาลของท่านสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้บอร์ด (Board) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยทบทวนสัญญาใหม่ยังไม่พอนะครับ ยังให้พวกเรา มาช่วยกันตั้งคณะกรรมาธิการครับท่านประธาน พวกเราก็จะได้พิจารณากันให้เกิด ความโปร่งใสละครับ นี่ก็จะเห็นได้ว่าถ้าท่านผู้นำที่ท่านหมายถึงนั้นท่านต้องการความโปร่งใสครับ ต้องการเห็นความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในเรื่องของสัญญาสัมปทานทางด่วน ผมคิดว่าต่อไปพี่น้อง ประชาชนคนไทย ถ้าคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเราได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ก็คงจะได้เป็นประโยชน์ครับ พี่น้องทั้งหลายก็คงจะ ๑. เราไม่ต้องเสียค่าทางด่วนเพิ่มขึ้น ทุก ๑๐ ปี ๑๐ บาทนะครับ ซึ่งท่านก็คงจะโดนกันอ่วมแล้ว วันนี้ก็โดนไปเท่าไรเข้าไปแล้วนะครับ มันจะหมดสัญญาแล้วครับ ๒. ถ้ารัฐบาลท่านมีความกรุณาเห็นว่าสัญญาทางด่วนนี้หมดแล้ว สัมปทานครบถ้วนในปีหน้า ปี ๒๕๖๓ ครบถ้วนแล้วครับ ขั้นที่ ๑ ขั้นที่ ๒ ครบถ้วนแล้ว ผมเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะใจดีนะครับ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านนี้ ท่านศักดิ์สยามเป็นคนใจดีครับ อาจจะเสนอ ครม. ให้ยกเว้นค่าทางด่วนขั้นที่ ๑ ขั้นที่ ๒ ต่อไปก็ได้ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ขอเรียนกับท่านประธานว่าทุกอย่างมีความโปร่งใสแน่นอน เราพิจารณากันโดยสภาผู้แทนราษฎร เรามีสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถทางด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็น คุณหมอระวี หรือดอกเตอร์สุรเชษฐ์ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ดูแล้วท่านมีความเข้าใจปัญหานี้ดีมากนะครับ เพียงแต่ว่าท่านอาจจะเข้าใจรัฐบาล ผิดไปสักนิดหนึ่ง แล้วท่านผู้นำด้วย ท่านบอกท่านผู้นำเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตั้งธงอย่างนั้น อย่างนี้ ผมว่าอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนนะครับ ต้องขอประทานโทษด้วยที่เอ่ยนามท่าน แต่ว่าอยากจะเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่ว่าจะเป็น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี คุณศักดิ์สยามก็ดีครับ มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ให้โปร่งใสให้พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากการหมดสัญญาสัมปทาน ทางด่วนทั้ง ๒ สายครับ รวมทั้งทางพิเศษอุดรรัถยาในปี ๒๕๗๐ ด้วยนะครับ ผมมีเวลา เหลืออีกเยอะครับท่านประธาน แต่ว่าเอาสักแค่นี้ละครับ ต้องการเพียงจะแก้ไขให้ท่าน ทั้งหลายได้ทราบ ทางบ้านที่ได้รับฟังทั้งทีวี (TV) ก็ดี ทั้งวิทยุก็ดี ได้รับทราบว่าไม่ใช่เป็น ความผิดของรัฐบาลนะครับ รัฐบาลอาจจะได้ข้อมูลผิดพลาดมาจากบอร์ด (Board) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยก็ได้ อันนี้ก็ต้องยอมรับ แต่เมื่อท่านเห็นว่าเกิดความไม่ชอบมาพากล หรือเปล่า จากการที่คุณหมอระวี มาศฉมาดล ส.ส. ของเราได้ทักท้วงขึ้นมา ทักท้วงมา เป็นเวลากว่าเดือนแล้ว ไปเวทีไหนคุณหมอระวีก็จะพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งนี้ รัฐบาลก็มี ความเข้าใจครับ คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ผู้นำของเราหรือว่ารัฐบาลจะรอบรู้ไปเสียทุกเรื่อง ก็ต้องอาศัยนี่ละครับ การที่เรามีสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นสิ่งดีที่เราได้ตรวจสอบ เราได้ตักเตือน พิจารณา พิเคราะห์ ตั้งคณะกรรมาธิการบ้าง ส.ส. ของเราบ้าง ได้ผู้มีความรู้ ในเรื่องดังกล่าว ก็จะได้เป็นผู้ทักท้วงให้รัฐบาลได้มีความเข้าใจและแก้ปัญหาเสียให้ถูกต้อง ขอบคุณครับท่านประธาน