ประเดิมชัย หารือบริหารทางพิเศษเอง ชี้รัฐทำได้ ไม่ต้องพึ่งเอกชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ หารือเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน โดยเฉพาะทางพิเศษศรีรัช พร้อมเรียกร้องให้รัฐพิจารณาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ชี้ให้เห็นว่าการต่อสัมปทานให้เอกชนส่งผลให้ผู้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งที่บริการลดคุณภาพ จึงเสนอให้รัฐบริหารเองผ่านกรมทางพิเศษฯ ที่มีศักยภาพพอ พร้อมแนะจัดตั้งกระทรวงหรือกรมทางด่วนเพื่อรวมระบบทางพิเศษทุกเส้นให้เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง วันนี้ผมมีความภูมิใจที่จะได้มีโอกาสมาทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียง ให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ที่จะต้องเสียภาษีให้กับรัฐ และจะต้องเสียอีกหลายสิ่งหลายอย่างให้กับสิ่งที่จะต้องถูกกำหนดโดยรัฐ วันนี้เรากำลังมาพูด ถึงเรื่องที่จะส่งผลกระทบกับผู้ที่จะใช้ทางด่วนที่มีอยู่ทั้งในกรุงเทพมหานคร และเขตรอยต่อ ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะญัตติที่จะให้มีการต่อ หรือไม่ต่อสัญญาสัมปทาน ทางด่วน ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในรายละเอียดถึงลักษณะ ทางกายภาพของทางด่วนให้ท่านประธานได้เห็นภาพ และเหตุผลความจำเป็นหลายประการ ถึงผลดีและผลเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้ประชาชนคนที่ใช้ ทางด่วนกำลังติดตามโดยใจจดใจจ่อว่า ผลในอนาคตที่จะส่งผลกระทบต่อพวกเขาที่จะต้องใช้ ทางด่วนนั้น เขาจะต้องถูกรับภาระเพิ่มขึ้น หรือว่าเขาจะได้ประโยชน์จากการบริหารราชการ แผ่นดินของรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น การกระทำในอนาคตจะเป็นเครื่องบ่งบอกและเป็น ตัวชี้วัดที่จะทำให้ประชาชนได้พิสูจน์ทราบได้ว่า ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบรักษาผลประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชน หรือว่าประเทศชาติอย่างแท้จริงหรือไม่ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ เรามีการพูดกันถึงตัวเลขถ้ามีการต่อสัญญาสัมปทานออกไปอีก ๓๐ ปี จะมีตัวเลขวงเงิน ที่เกี่ยวข้องประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงิน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในระยะเวลา ๓๐ ปี เป็นวงเงินที่มหาศาลที่ใครทุกคนก็หมายปองจ้องมองอย่างตามัน อยากที่จะคว้าเอามาครอง หรือเป็นเจ้าของ ทางด่วนที่เรากำลังพูดถึงโดยเฉพาะทางพิเศษศรีรัช ท่านประธานครับ ทางพิเศษศรีรัชไม่ใช่ซากศพ ทางพิเศษศรีรัชเป็นขุมทรัพย์ขุมทองที่มีมูลค่ามหาศาล ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้ว คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องปลดพันธนาการจากการจองจำ จากในอดีตที่ผ่านมาที่ประชาชนจะต้องถูกจองจำเหมือนกับการเป็นตัวประกัน โดยเฉพาะ คนกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลที่จะต้องเดินทางเข้าออกเมืองในการที่จะต้อง ทำมาหากินในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือว่าจังหวัดปริมณฑล การใช้ทางด่วน ท่านประธาน ครับ ประสิทธิภาพของทางด่วนที่เรามุ่งหวังอยากเห็นก็คือว่า เราสามารถประหยัดเวลา ในการเดินทาง ในการที่จะไปทำมาหากิน หรือว่าไปทำงานประกอบอาชีพ แต่ในข้อเท็จจริง ในปัจจุบันเราจะเห็นว่าในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนในยามเช้า ถ้าท่านประธานเป็นคนกรุงเทพฯ เหมือนผม ท่านประธานทำงานอยู่แถวสีลม ท่านประธานต้องตื่นตีห้า เพื่อที่จะไปทำงานแปดโมงเช้า ถ้าท่านประธานอยู่แถวเขตสายไหม ทำงานแปดโมงเช้า ท่านประธานออกจากบ้านหกโมงเช้า รับรองท่านประธานทำงานไม่ทัน ถึงแม้ว่าขึ้นทางด่วน เพราะว่าทางด่วนมันกลายเป็นที่จอดรถลอยฟ้าไปเสียแล้วในปัจจุบัน นั่นหมายความว่ามันเป็นตัวชี้วัดที่ทำให้เรามองเห็นภาพว่าปัจจุบันคนไม่มีทางเลือกมากนัก ในเรื่องของการที่จะเดินทางไปทำงาน มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ เพราะว่าทุกคน มียานพาหนะ ระบบขนส่งมวลชนที่จะรองรับในการให้บริการ โดยเฉพาะในเขตเมือง อย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมันไม่เชื่อมโยงและสามารถที่จะสนองตอบที่จะให้ ประชาชนนั้นใช้เป็นทางเลือกในการใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นทุกคนก็เลือก ในการที่จะมีรถยนต์เป็นของตัวเอง เพื่อที่จะใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปยังที่ทำงาน ทางพิเศษศรีรัชกำลังจะหมดอายุสัญญาสัมปทานในปี ๒๕๖๓ ซึ่งโดยเฉพาะทางพิเศษศรีรัช ถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญที่อยู่ใจกลางที่เชื่อมต่อออกไปในทุกทิศทาง ทางพิเศษศรีรัช เชื่อมต่อไปบางไทร เรียกว่าทางพิเศษอุดรรัถยา ทางพิเศษศรีรัชเชื่อมไปทางศรีนครินทร์ เรียกว่าทางพิเศษศรีรัช ส่วนดี (D) ทางพิเศษศรีรัชเชื่อมต่อออกไปทางบางโคล่เรียกว่า ทางพิเศษศรีรัช ส่วนบี (B) บังเอิญส่วนที่จะหมดสัญญาคือ ส่วนเอ (A) กับส่วนบี (B) ซึ่งส่วนบี (B) นี้ยังต่อไปอีกนะครับกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร ซึ่งเป็นทางด่วนที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันยังมีการเอาเงินที่เป็น เงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่ลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในทางพิเศษเฉลิมมหานคร แบ่งเข้าไปเป็นรายได้ให้กับบริษัทเอกชนที่เข้ามาบริหารทางพิเศษศรีรัช รวมทั้งในส่วนของ ทางพิเศษอุดรรัถยาและทางพิเศษศรีรัช ส่วนดี (D) ท่านประธานครับ ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คนที่จะต้องรับผิดชอบที่จะต้องร่วมกันพิจารณาและคิด เพื่อที่จะบริหารจัดการเรื่องของ การจราจรของกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลอย่างครบทั้งระบบ ที่ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ ก็เพราะว่าเรายังมีทางด่วน ไม่ว่าจะเป็นดอนเมืองโทลล์เวย์ ทางด่วน สายเอกมัย-รามอินทรา ซึ่งปัจจุบันทางด่วนเหล่านี้เชื่อมโยงต่อกันไปทั้งหมด ถามว่า วันนี้ถ้าคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ตัดสินใจที่จะรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง จะต้องรีบดำเนินการในการทำตามคำพิพากษาที่พิพากษาให้การทางพิเศษ แห่งประเทศไทยแพ้คดีที่จะต้องจ่ายเงิน ๔,๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่า ถ้าเราแพ้ เราต้องจ่าย เพราะว่าศาลพิพากษาไปแล้ว จากวันนั้นถึงวันนี้ จากวันที่ศาลพิพากษา จนถึงวันนี้ยังไม่มีการจ่าย ถามว่าวงเงิน ๔,๓๐๐ ล้านบาท หยุดอยู่ที่ ๔,๓๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ท่านประธานครับ ไม่ได้หยุดนะครับ ปัจจุบันการทางพิเศษแห่งประเทศไทยยังมีภาระ ที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยอีกวันละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท จากวงเงินที่จะต้องจ่าย อาจจะเรียกว่า ค่าโง่ หรือว่าค่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือว่าค่าด้อยประสบการณ์ หรือค่าอะไรก็ตามแต่ ดอกเบี้ยวันละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เดินไปไม่มีวันหยุด ฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่รับผิดชอบในปัจจุบันว่าเรายอมที่จะตัดเนื้อร้ายเพื่อที่จะให้ เลือดหยุดไหล เพราะไม่อย่างนั้นวันละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ที่เป็นดอกเบี้ยที่การทางพิเศษ แห่งประเทศไทยต้องจ่าย เพราะว่าผู้มีอำนาจไม่ตัดสินใจที่จะจ่ายตามคำพิพากษา นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ผมก็พยายามติดตามข้อมูล ถามว่าปัจจุบันในอดีตที่ผ่านมา เราให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ แล้วนำรายได้มาแบ่งกันระหว่างการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยกับเอกชน ผมพยายามถามจากเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยว่า ถ้าสัญญาหมดเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เรามีความพร้อม ท่านมีความพร้อม ในการที่จะบริหารจัดการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยที่อยู่ในความรับผิดชอบหรือไม่ ผู้รับผิดชอบคือ เจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำงานการทางพิเศษแห่งประเทศไทยมีความพร้อม ทั้งบุคลากร ทั้งความรู้ความสามารถที่จะเข้ามารับผิดชอบในการบริหารจัดการในการดูแล ทรัพย์สินที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั้งสิ้น ไม่จำเป็นจะต้องพึ่งเอกชน ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าดีใจที่เราสามารถ สร้างองค์กรที่มีบุคลากรที่มีความพร้อม โดยเฉพาะในส่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตที่จะได้นำเรียนผ่านท่านประธานไปถึงผู้ที่จะรับผิดชอบในอนาคต ช่วยพิจารณาเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการประกอบในการที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ที่ผมนำเรียนท่านประธานว่าจะทำให้เป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อสักครู่ผมเรียนท่านประธานว่า ระบบทางพิเศษที่มีอยู่ ในปัจจุบันเรามีอยู่หลายเส้นทาง ปัจจุบันแต่ละเส้นทางก็อยู่ในความรับผิดชอบของ แต่ละองค์กร ของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งตรงนี้ถ้าเรามองถึงอนาคตที่จะให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงแล้ว ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับท่านประธานที่รัฐจะต้องพิจารณา อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะทำให้ระบบทางด่วนทุกเส้นทางนั้นสามารถนำมาเชื่อมโยงให้เป็น โครงข่ายที่อยู่ในระบบเดียวกัน ในแต่ละสัญญา สัญญาแต่ละสัญญาเริ่มที่จะทยอย หมดสัญญาไปเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างทางพิเศษศรีรัช ส่วนดี (D) จะหมดสัญญาในปี ๒๕๗๐ ก็เหลืออีกประมาณ ๘ ปี ทางพิเศษอุดรรัถยาจะหมดในปี ๒๕๖๙ อีก ๗ ปี ทางด่วนในส่วน เอกมัย-รามอินทรา ก็เหลืออีก ๑๐ กว่าปี ท่านประธานครับ ถ้าเรามองอย่างนั้นคิดว่าถ้าเรา จะบริหารจัดการให้เป็นประโยชน์ ในอนาคตรัฐบาลอาจจะตั้งกระทรวงทางด่วนหรือ กรมทางด่วนขึ้นมาเพื่อที่จะมาบริหาร ทำให้ทางพิเศษทุกเส้นทางที่มีอยู่ ให้มาอยู่ในระบบเดียวกัน แล้วก็จะสามารถกำหนดในเรื่องของอัตราค่าผ่านทาง ที่จะทำให้ ประชาชนนั้นสามารถที่จะประหยัดงบประมาณในการเดินทาง ปัจจุบันถ้าท่านประธาน ขึ้นจากบางโคล่ไปลงเอกมัย ไปลงรามอินทรา ท่านประธานต้องเสียถึง ๓ ต่อ ถ้าในอนาคต เราเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวทั้งหมด ท่านจะขึ้นจากจุดไหน ไม่ว่าจะขึ้นจากบางโคล่ หรือว่าขึ้นจากบางไทร ไม่ว่าจะขึ้นจากศรีนครินทร์ ไม่ว่าจะขึ้นจากพระราม ๙ หรือแม้แต่ ขึ้นจากบริเวณใกล้ ๆ สภาทีโอทีของเราที่แจ้งวัฒนะ เราก็จะสามารถกำหนดอัตรา ค่าผ่านทางที่เป็นธรรม แล้วไม่ต้องมากังวลในเรื่องของข้อได้เปรียบเสียเปรียบ ในเรื่องของสัญญาในอนาคตว่า เราจะถูกฟ้องร้องจากผู้รับสัมปทานของเราไปหรือไม่ เหมือนกับการที่เราถูกฟ้องร้องในส่วนของทางพิเศษอุดรรัถยา ท่านประธานลองนึกภาพว่า สัญญาที่มีการเขียนกันไว้ ในลักษณะที่เป็นการปิดโอกาสสำหรับพี่น้องประชาชน ท่านสร้าง ทางพิเศษอุดรรัถยา เพื่อให้บริการกับพี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันรัฐมีนโยบาย ขยายทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ออกไปรังสิต ท่านมองว่าเป็นการแข่งขันทำให้ท่าน เสียประโยชน์ ทั้ง ๆ ที่ทาง ๒ เส้นนี้อยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร ท่านประธานครับ คนที่จะใช้ เส้นทางก็เป็นคนกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน แต่ในลักษณะของสัญญาที่เขียนไว้ทำให้ มีการตีความว่าบริษัทเอกชนเสียหายจากการแข่งขันที่ทำให้มีการสร้างทางในลักษณะ ของการแข่งขัน อย่างนี้ผมคิดว่ามันเป็นการปิดโอกาสสำหรับการคิดโครงการใหม่ ๆ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่นับวันจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะตามมาด้วย เรื่องของผลประโยชน์ในเรื่องของการเก็บเกี่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งที่ผมนำเรียน ไปในวันนี้จะเป็นผลเป็นที่ประจักษ์ต่อไปในอนาคต ก็ต้องคอยเวลาและโอกาสคนที่มีหน้าที่ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดปัจจุบันที่จะมาสานต่อจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ว่าจะตัดสินใจบนพื้นฐาน ของการที่จะรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน โดยการปลดเปลื้องพันธนาการ จากการจองจำในสัญญาทาสอย่างที่ผ่านมาหรือไม่ หรือว่าเลือกที่จะเดินโดยหลับหูหลับตา ไม่ได้คิดว่าในอนาคตประชาชนจะต้องถูกแบกรับภาระมากน้อยแค่ไหน อย่างไร อันนั้นเป็น เรื่องของอนาคตที่เราต้องติดตาม เหมือนกับคำพูดที่มีอยู่ในภาษากฎหมายที่บอกว่า กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา กรรม ในที่นี้ก็คือการกระทำของคนที่รับผิดชอบว่าท่านจะยึดถือ หรือว่ามีเจตนาในการที่จะดูแลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ ฉะนั้นตรงนี้ผมขอ อนุญาตนำเรียนท่านประธาน ฝากเป็นข้อสังเกตว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องรื้อทั้งระบบ เพื่อที่รัฐจะต้องรักษาประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วผมเชื่อว่าในขณะนี้องค์กร อย่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีเจ้าหน้าที่ มีบุคลากร ที่มีความพร้อมที่จะปกป้อง และยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพียงแต่ว่าผู้มีอำนาจมากกว่าจะให้โอกาสเขา ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนหรือไม่ ก็ขออนุญาตฝากท่านประธาน และขอบคุณท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ