โกวิทย์ พวงงาม แสดงความคิดเห็นว่าการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในปี 2560 มีปัญหาที่อำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นซ้อนกับส่วนราชการ และขอให้มีการพิจารณาโดยคณะกรรมการ 3 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังขอให้ปรับปรุงการทำงานของ สตง. โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการทุจริตและทำรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขออภิปรายรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับรายงานและเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนที่ สตง. ได้เข้าไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตามอยากจะนำเรียนว่าการตรวจสอบ ของการทำรายงานปรากฏอยู่ในหน้า ๑๓-๑๗ ผมเรียนว่ามีหลายประเด็น ส่วนหนึ่งขอชมเชยว่า ได้แจกแจงรายละเอียดในการตรวจสอบเรื่องการเงินและบัญชี ตรวจสอบเรื่องการปฏิบัติงาน ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และตรวจสอบการดำเนินงาน ทีนี้ในการตรวจสอบใน ๓ ประเด็น ตามรายงาน อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการมาชี้แจงก็คือมันมีอยู่ เรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นปัญหา ผมเข้าใจว่าการดูการตรวจสอบการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ผมขอเป็นปากเสียงให้กับคนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งก็ร้องเรียนมาว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินโดยเฉพาะเรื่องของอำนาจหน้าที่ คืออำนาจหน้าที่ที่ท้องถิ่นทำผมเรียนว่าเป็นอำนาจที่เป็นไปตามกฎหมายส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง ยังมีปัญหาอยู่เพราะยังมีอำนาจซ้อนอำนาจระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคกับท้องถิ่น จึงเป็นประเด็นให้เกิดความซ้ำซ้อน แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นถ้าท้องถิ่นไปทำภารกิจบางเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องผู้สูงอายุ เรื่องท่องเที่ยว เรื่องบรรเทาสาธารณภัย เรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข ประเด็นก็คือว่าบางเรื่องไปซ้ำซ้อนกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในภารกิจนั้น ๆ ท้องถิ่น ร้องเรียนว่า สตง. ได้ไปตรวจสอบหลายพื้นที่ตรวจสอบว่าทำไม่ได้ตามอำนาจหน้าที่ บางที่ ก็ทำได้บางที่ทำไม่ได้ มันจึงเป็นประเด็นให้เขาทำภารกิจแล้วต้องคืนเงินให้กับ สตง. เพราะถูก ชี้มูลว่าทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่การตรวจสอบนั้นก็มุ่งไปที่ความโปร่งใสซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งข้อเท็จจริง ท้องถิ่นก็ไม่ได้ทุจริตหรือไม่ได้ทำงานไม่โปร่งใส แต่ว่าเอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าการเอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้งโดยไม่คิดเรื่องของ การทุจริตมันก็น่าจะทำให้ สตง. ได้คลี่คลายเรื่องนี้บ้าง แล้ววิธีการก็ไม่ยาก ผมเคยเสนอว่าให้มีคณะกรรมการลองพิจารณาดู แต่ไม่ใช่ สตง. เป็นผู้ตีความเสียเองว่าทำได้ หรือไม่ได้ แต่ควรจะมีคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย เช่น ฝ่าย สตง. เข้ามาพิจารณาร่วมกับฝ่ายท้องถิ่น และฝ่ายราชการอาจจะเป็นกระทรวงมหาดไทยหรือสำนักนายกรัฐมนตรีก็แล้วแต่ เพื่อจะไป พิจารณางานของท้องถิ่น ผมคิดว่าท้องถิ่นหลายท้องถิ่นเกิดความกังวลใจในการทำงานและ การตีความ จึงทำให้เขาไม่กล้าที่จะคิดโครงการใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น ซึ่งเกิดนวัตกรรมท้องถิ่น เยอะแยะ เพราะฉะนั้นความคิดสร้างสรรค์ที่เขาไม่ได้คดโกง ไม่ได้ทุจริตควรจะเปิดโอกาส แต่ว่า ต้องมีวิธีการ เพราะฉะนั้นฝากเรียนไปยัง สตง. ว่าจะต้องมีวิธีการ เพราะผมดูนโยบายแล้ว ส่วนหนึ่ง สตง. บอกว่าต้องการการมีส่วนร่วมในการตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้ผมเห็นด้วย สตง. บอกว่าต้องปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมหลักขององค์กรให้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลัก ความเป็นอิสระและความเที่ยงธรรมสุจริต อันนี้ก็ถูกต้อง
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากในประเด็นสุดท้าย และผมอยากจะเสนอว่า ควรมีในรายงานด้วย ซึ่งในรายงานนี้ไม่มี เพราะว่าในแต่ละปี สตง. จะทำข้อสังเกตไปยัง หน่วยงานต่าง ๆ ที่ สตง. เข้าตรวจสอบว่าจะต้องดำเนินงานและแก้ไขในเรื่องอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องหนึ่งที่ติดตามและมีข้อเสนอว่าหน่วยบางหน่วยไม่ได้จัดทำแผนป้องกัน การทุจริต ซึ่งท่านบอกว่าบางหน่วยทำ บางหน่วยไม่ทำ นั่นคือแผนการป้องกัน นี่ก็คือวิธีทำ แผนการป้องกันก็คือทำอย่างไรให้การทุจริตในองค์กรนั้นน้อยลง นั่นเป็นวิธีการที่ถูกต้อง แต่ผมเรียนว่าในรายงานถ้าเขียนแค่ว่ามีข้อสังเกต ข้อเสนอแนะอย่างไรเท่านั้นมันไม่เพียงพอ จำเป็นจะต้องไปติดตามว่าที่แนะนำเสนอแนะไปมีกี่หน่วยที่ดำเนินการทำตามคำแนะนำ มีกี่หน่วยที่ยังไม่ได้ทำ แล้วให้เสนอเป็นรายงานเข้ามาในรายงานเล่มสีขาวนี้ด้วย ก็จะเป็นประโยชน์ กับพวกกระผมที่ดู ผมจึงกราบเรียนท่านประธานสภาว่า ๒ เรื่องใหญ่ที่ผมเสนอ
เรื่องที่ ๑ ก็คือ ทำอย่างไรให้ สตง. ได้คิดเรื่องหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะทำงาน ให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นในท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แล้วข้อสังเกตที่มีอยู่ในรายงาน เล่มสีขาวก็ขอให้ทำรายงานเสนอมาด้วยในปีต่อไปว่าหน่วยที่ให้ข้อสังเกตนั้นได้ดำเนินการ อย่างไร แค่ไหน เพียงไร ขอบคุณท่านประธานครับ