พิสิฐ ชี้ สตง. ควรปรับกฎหมายตรวจสอบ-เปิดช่องชี้แจงเพื่อโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือบทบาทของ สตง. ในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้หน่วยงานอิสระภายนอกตรวจสอบแทนการควบคุมโดยกรมบัญชีกลาง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและระบบถ่วงดุล รวมถึงเน้นย้ำการใช้เทคโนโลยีลดการใช้กระดาษในราชการ และเสนอให้มีกระบวนการเปิดโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบเพื่อความยุติธรรมในการจัดทำรายงานการตรวจสอบ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเช่น สสส.

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของ สตง. ๓-๔ ประเด็นด้วยกัน โดยรวมแล้ว สตง. มีบทบาทสำคัญมากที่จะช่วยดูแลในเรื่องของระบบธรรมาภิบาลในเรื่องการเบิกจ่ายของ หน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งปีที่ผ่านมาในรายงานก็ได้ระบุว่าได้มีการไปตรวจถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ผมก็เชื่อว่าท่านก็ได้ทำประโยชน์ให้กับระบบการคลังเป็นอย่างมาก แต่ว่าในการออกแบบ วิธีการทำงาน ผมก็มีความรู้สึกว่ากฎหมายที่ทำไว้น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ถ้าเปรียบเทียบกับเอกชน ท่านลองนึกดูนะครับ ในเอกชนจะมีฝ่ายการเงิน แล้วก็ฝ่ายที่ทำงาน ฝ่ายบัญชี แต่เขาจะไม่ใช้คน ๓ กลุ่มนี้มาตรวจสอบ เขาจะใช้บุคคลภายนอกคือผู้สอบบัญชี ภายนอกที่เป็นอิสระมาตรวจสอบ ๓ หน่วยงานนี้ แต่ในระบบราชการของเรากรมบัญชีกลาง มาตรวจสอบ สตง. โดยที่กรมบัญชีกลางเป็นคนจ่ายเงิน และ สตง. ก็เป็นคนไปดูแลในส่วนของ บัญชี สตง. เอง ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าระบบการถ่วงดุลไม่เกิดขึ้นระหว่างกระทรวงการคลัง กับ สตง. ผมไม่ได้หมายถึงว่ากรมบัญชีกลางหรือกระทรวงการคลังไม่มีความรู้ในการตรวจสอบ แต่กระทรวงการคลังเป็นคนจ่ายเงิน ท่านเป็นคนใช้เงิน ดูแลหน่วยงานของท่านแล้วก็ทำบัญชี เพราะฉะนั้น ๒ หน่วยงานนี้มีความเกี่ยวโยงกัน สิ่งที่ควรจะทำก็คือควรจะต้องมีหน่วยงาน ภายนอกมาตรวจสอบการทำงานระหว่างท่านกับกรมบัญชีกลางว่าเมื่อรับเงิน จ่ายเงินมานี้ ได้ใช้ถูกต้องหรือไม่ ประทานโทษถ้าเกิดมองในแง่ลบ เกิดคนจ่ายเงินกับคนใช้เงินซูเอี๋ยกัน พวกเราเจ้าของเงินภาษีอากรก็จะไม่ทราบ แต่ถ้ามีบุคคลที่ ๓ มาตรวจสอบ เรื่องนี้ก็น่าจะ มีความเบาใจยิ่งขึ้น ผมเข้าใจดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กำหนดอยู่ในกฎหมาย ในกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายปี ๒๕๔๒ ได้ระบุไว้กว้าง ๆ ว่าให้ท่านประธานสภา ท่านประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลังร่วมกันกำหนดผู้ตรวจสอบ คือเขียนไว้กว้าง ๆ อยู่ในมาตรา ๕๙ แต่ในกฎหมายฉบับใหม่ที่เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเพิ่งออกมาในปี ๒๕๖๑ ของ สตง. มีระบุไว้ในมาตรา ๗๔ ว่าให้กรมบัญชีกลางทำหน้าที่ ในการตรวจสอบ ผมจึงอยากจะขอถือโอกาสนี้ฝากไปยังท่านที่จะทำหน้าที่ในการแก้ไข รัฐธรรมนูญว่า ถ้าหากมีโอกาสที่จะตรวจสอบดูแลตรงนี้น่าจะได้มีการปรับปรุงข้อกฎหมายนี้ ประเด็นก็คือว่าท่านควรจะต้องใช้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงของกระทรวงการคลัง มาทำการตรวจสอบจะได้มีความเป็นอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกฎหมายของท่านเอง ก็มีการเปิดทาง เปิดช่องไว้ให้จ้างผู้สอบบัญชีภายนอกที่เป็นเอกชนมาตรวจสอบหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่ท่านได้ให้ความยินยอมด้วยถึงเกือบ ๆ ร้อยแห่งด้วยกัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ผมก็อยากจะฝากเป็นประเด็นว่า เพื่อจะให้ระบบมีการถ่วงดุลกันที่เหมาะสม ควรจะต้อง มีการใช้หน่วยงานที่เป็นอิสระ ไม่ใช่กรมบัญชีกลางมาตรวจสอบ สตง. อันนั้นก็เป็นประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องการทำงานของ สตง. ที่ตรวจสอบไปคือตรวจสอบว่า เป็นไปตามระเบียบถูกต้องหรือไม่ มีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้มี การกล่าวไปบ้างแล้ว ผมจะไม่กล่าวซ้ำ แต่ผมอยากเห็นการตรวจสอบเป็นการตรวจสอบ เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้ว่าจะเป็นไป ตามระเบียบข้อบังคับก็ตาม แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เราน่าจะมีการทำงาน ที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ตัวอย่างที่ท่านได้ระบุไว้ในเอกสารว่ามีการสร้างอาคารใหม่แล้วก็ ยังไม่สามารถทำอะไรได้ก็เลยเป็นที่เก็บเอกสาร ใช้เงินไปหลายสิบล้านบาท จริง ๆ แล้ว ทุกวันนี้เราน่าจะใช้ระบบเปเปอร์เลส (Paperless) คือไม่ใช้กระดาษกัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ฝากเป็นข้อสังเกตให้ทาง สตง. เวลาที่ท่านไปตรวจสอบน่าจะแนะนำให้หน่วยงานนี้ใช้กระดาษ ให้น้อยที่สุดด้วยเหตุผลหลายอย่างด้วยกันนะครับ

ประการสุดท้าย การทำงานของท่านใน ๒ เดือนที่ผ่านมา ผมได้ดูรายงาน หลายฉบับที่ท่านได้ทำกับหน่วยงานที่เป็นผู้รับตรวจ ตัวอย่างเช่นในกรณีของ สสส. ท่านได้โปรดไปดูรายงานของ สตง. เกี่ยวกับ สสส. ซึ่งเผอิญวันนั้น สสส. ได้มาชี้แจงกับ สภาผู้แทนราษฎร กระผมไม่มีเวลาได้กล่าวให้ความเห็น แต่ถ้าท่านดูรายงานผมมีความรู้สึกว่าคนที่ทำรายงาน ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้รับตรวจ ผมได้ไปสอบถามผู้รับตรวจว่าทำไมจึงมีการเขียนว่า เขามีการใช้จ่ายผิดพลาดบ้าง หรือมีการใช้จ่ายเกินวงเงินบ้างหรือมีการใช้จ่ายโดยที่ไม่ได้ คำนึงว่ามีเงินเพียงพอหรือไม่บ้าง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้เป็นข้อหาร้ายแรง เป็นข้อหาที่ต้องนำไป สู่การเอาเรื่อง แต่เมื่อได้สอบถามหน่วยงานที่รับตรวจก็คือ สสส. แล้ว คำชี้แจงเขาผมคิดว่า ฟังได้ครับ ผมจะไม่เสียเวลาท่านพูดในที่นี้ แต่ขอให้ท่านได้ไปตรวจสอบดู ผมคิดว่าผู้สอบบัญชี ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับหน่วยรับตรวจเท่าที่ควรในเรื่องนี้ ก็คือเขียนรายงานตามที่ตนเอง มองข้างเดียว จริง ๆ แล้วในรายงานฉบับที่กรมบัญชีกลางตรวจสอบ สตง. ก็ได้มีการเปิดทาง ให้ผู้รับตรวจก็คือ สตง. ชี้แจง ซึ่งผมคิดว่าเป็นระบบที่ดีแล้วก็อยากเห็น สตง. ได้ดำเนินการ กับหน่วยรับตรวจอื่น ๆ ด้วยว่าเปิดทางให้กับเจ้าของเรื่องเขาได้มีการชี้แจง ขอบพระคุณครับ