ประเสริฐ ตั้งคำถามงบฯ กว่า 1,800 ล้านค้างสร้างอาคาร ตรวจเงินแผ่นดิน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ประเสริฐ จันทรรวงทอง วิพากษ์รายงานการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินปี 2560 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านธรรมาภิบาลและการพัฒนาองค์กร พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานที่ล่าช้ากว่า 11 ปี แม้ได้รับเงินสนับสนุนไปแล้ว 492 ล้านบาท ขณะที่ยังมีเงินคงค้างอีกกว่า 1,800 ล้านบาทที่ยังไม่ถูกใช้ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการจัดการที่ดินและแบบแปลนก่อสร้าง เรียกร้องให้เร่งดำเนินการเพื่อให้มีอาคารที่เหมาะสม รองรับภารกิจการตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อไม่ให้ประเด็นนี้ต้องวนกลับมาหารือในสภาอีกในอนาคต

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานฉบับนี้ เป็นรายงานของปี ๒๕๖๐ ย้อนหลังไป ๒ ปี ผมเองได้ดูถึงวิสัยทัศน์และพันธกิจซึ่งเขียนไว้ อย่างสวยหรู มีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ถึง ๔ มิติ อ่านแล้วก็ขอชื่นชมในการทำงานของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ได้ตั้งใจรักษาปกป้องผลประโยชน์ภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ ประเด็น ที่อยากกราบเรียนก็คือ เรื่องของการวางยุทธศาสตร์ในมิติประสิทธิผลเชิงยุทธศาสตร์ ในเป้าประสงค์ที่ ๔ ที่บอกไว้ว่าการมีสถาบันธรรมาภิบาลในการพัฒนาองค์กรสำหรับบุคลากร ภายใน สตง. เอง และบุคลากรภายนอก มิติอีกด้านหนึ่งก็คือมิติด้านการพัฒนาองค์กร ในเป้าประสงค์ที่ ๑๔ ที่กล่าวไว้ว่าต้องการพัฒนาบุคลากรให้มีความเพียงพอแล้วก็มีประสิทธิภาพ ในการทำงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูจากรายงานของสภาที่ได้ส่งมาให้เล่มนี้นะครับ เห็นว่าการดำเนินการในบางเรื่องนั้นไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งใจไว้เลย เรียกว่า ถ้าเป็นข้อสอบผมว่าสอบตก ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการบริหาร งบประมาณ ผมมีเรื่องที่จะต้องกราบเรียนท่านประธาน ดังนี้

เรื่องแรกก็คือ เรื่องโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน อาคารนี้ได้รับงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ วันนี้ปี ๒๕๖๒ ผ่านมา ๑๑ ปี ได้รับเงินทั้งสิ้น ๔๙๒ ล้านบาท โดยมีรายละเอียดที่สำคัญอยู่ ๒ โครงการ โครงการที่ ๑ คือโครงการก่อสร้าง สถาบันธรรมาภิบาลปัจจุบันยังไม่ก่อสร้างเลยครับท่านประธาน ได้รับงบประมาณ ๑๓๕ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ผ่านมา ๑๑ ปี โดยให้เหตุผลว่าที่ดินยังไม่ได้อยู่ระหว่างการเพิกถอนสิทธิ ผมถามท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง ตอนขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๑ หลายปีที่ผ่านมา สำนักงบประมาณหรือกรรมาธิการเขาไม่ได้ถามท่านหรือครับว่า การของบประมาณนั้นต้องมีรูปแบบการก่อสร้าง สถานที่ก่อสร้างต้องมีความสมบูรณ์ รายละเอียดต่าง ๆ ต้องมีความพร้อมในการดำเนินการ นั่นเป็นเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ใช้งบ ๓๕๗ ล้านบาท ยังไม่ก่อสร้างครับท่านประธาน ๑๑ ปีที่ผ่านมาสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้เอาเงินฝากที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณแต่ละปีไปฝากธนาคาร ไว้เฉย ๆ ในวงเงิน ๑,๘๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นแล้วในเรื่องนี้ผมต้องสอบถามผู้มาชี้แจง สำนักงานได้อ้างเหตุผลไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ก่อสร้าง เรื่องการปรับปรุงแบบ สุดท้ายอ้างอะไรครับท่านประธาน อ้างบอกว่าต้องรื้อสภาพการก่อสร้างเดิม ซึ่งปัจจุบัน มีสิ่งก่อสร้างอยู่บนที่ก่อสร้างของอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ซึ่งเดิมตั้งใจจะสร้างบริเวณที่เช่า ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ไกลจากสภาผู้แทนราษฎร ผมถามว่าตอนของบประมาณ ในการสนับสนุน สำนักงบประมาณหรือกระทรวงการคลังเขาไม่ได้ขอดูแบบแปลนก่อสร้าง ไม่มีการขออนุญาต หรือไม่มีการทำอะไรจนแล้วเสร็จจนถึงกระบวนการของบประมาณ หรืออย่างไร นั่นเป็น ๒ ประเด็น ผมขอสรุปท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานมีเวลาให้จำกัด เหลือเกิน จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นดูแล เงินงบประมาณปี ๒๕๖๓ ถึง ๓.๒ ล้านล้านบาท ผมมีประเด็นที่อยากถามผู้ชี้แจง ๒-๓ ประเด็น

เรื่องแรก ถ้าท่านยังไม่สร้าง ท่านเอาเงินไปฝากธนาคาร ๑,๘๐๐ ล้านบาท กว่า ๑๐ ปีแล้ว ท่านสามารถคืนเงินให้กระทรวงการคลังได้หรือไม่ และเวลาท่านจะทำ สำนักงานใหม่ท่านไปขอใหม่ได้ไหม วันนี้งบประมาณของรัฐบาลต้องกู้เขามานะครับ ใช้งบประมาณแบบขาดดุล ในขณะที่หน่วยงานราชการหลายหน่วยงานมีเงินคงค้างอยู่ใน บัญชีเป็นจำนวนมาก

เรื่องที่ ๒ ถ้าท่านยังไม่สร้าง ทำไมไม่หาสถานที่แห่งใหม่ จะเช่าหน่วยงานอื่น หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเรียนอย่างนี้เนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นเป็นสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์ตรวจเงินคนทั้งประเทศ แต่ท่านไปดูอาคารเก่าของท่านในวันนี้เถอะครับ สภาพแออัด คับแคบ ทางเดินยังไม่มีเลย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าการตรวจเงินงบประมาณแผ่นดิน ถึง ๓.๒ ล้านล้านบาท มีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีอาคารสถานที่ที่มีความเหมาะสม มีความสง่างาม แล้วก็น่าเกรงขาม สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ เรื่องบุคลากรที่มีสถานที่ทำงานที่มีความเหมาะสม เพราะฉะนั้น แล้วนั่นเป็นคำถามที่ ๒

เรื่องสุดท้าย ไม่ใช่คำถามแต่อยากฝากผ่านไปยังผู้ชี้แจง ผมหวังไว้ว่าในรายงาน ที่ท่านจะนำเสนอปีต่อไป ผมจะไม่เห็นเรื่องนี้เข้ามาสู่การพิจารณารายงานของสภาอีก แล้วก็อยากเห็นการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารธรรมาภิบาล ซึ่งในอนาคตจะเป็นที่พึ่งพาเป็นที่ตรวจสอบภาษีอากรของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน