เพชรดาว ตั้งคำถามผลกระทบความไม่สงบใต้ หวังเยียวยาเด็กอย่างทั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ตั้งกระทู้สดถึงผลกระทบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ส่งผลต่อเด็กและเยาวชนตลอดระยะเวลา 15 ปี เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการคุ้มครองสิทธิเด็กตามอนุสัญญาสิทธิเด็กและกฎหมายคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 พร้อมเรียกร้องให้มีการเยียวยาอย่างรอบด้าน ทั้งต่อเด็กกำพร้าที่ได้รับและไม่ได้รับการรับรอง ส่งเสริมสุขภาพจิต การศึกษา และการมีงานทำ เพื่อสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำในอนาคต

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย กระทู้ถามสดด้วยวาจาในวันนี้ขออนุญาตในหัวข้อการดูแลเยียวยาเด็ก ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการอยู่ ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ท่านประธานที่เคารพ ระยะเวลา ๑๕ ปี ถ้าเป็นเด็กก็ถือว่า เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ช่วงอยากเรียนรู้ ช่วงอยากรู้อยากเห็น อยากทดลอง สถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอายุเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นย่าง ๑๖ ปีแล้วค่ะ เด็กที่เกิดตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ซึ่งถือว่าเป็นปีปฐมฤกษ์ของความรุนแรงที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เขาได้ซึมซับ จากสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน รอบโรงเรียนคือความรุนแรง ทุกรัฐบาลมีมาตรการยุทธศาสตร์ ที่แตกต่างกันไป ผ่านไป ๑๕ ปีจนถึงวันนี้เรามีนายกรัฐมนตรีท่านที่ ๗ แล้วค่ะในการแก้ไข ปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลชุดที่ ๙ เหตุการณ์ความรุนแรง ก็ยังคงมีต่อเนื่อง สิ่งที่จะต้องทำควบคู่กันไปนอกเหนือจากยุติความรุนแรงซึ่งเป็นความรุนแรง เชิงกายภาพที่เราเห็นชัดที่สุด เราสื่อสารได้ง่ายที่สุดนั่นก็คือจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน ผู้ที่เสียชีวิต ความเศร้าเสียใจ สลดหดหู่เปรียบเสมือนต้นไม้ที่เราเห็นใบไม้ เห็นดอกผล ที่มันร่วงลงมา แต่สิ่งที่เรามักมองไม่เห็นและไม่ศึกษาให้ลึกซึ้ง นั่นคือลำต้นและรากเหง้า ของปัญหาที่เป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ การปกครอง การศึกษา อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมค่ะ

ประเด็นที่ดิฉันขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภา ต้องขอบคุณมาก ๆ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาตอบในประเด็นเด็กในวันนี้นะคะ ประเด็นเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องถือว่า เป็นการสูญเสียที่มองไม่เห็น ต้องขอบคุณภาพจากไทยรัฐทีวีออนไลน์ (TV Online) ภายใต้ หลักอนุสัญญาสิทธิเด็กการไม่เลือกปฏิบัติ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก ซึ่งท่านรัฐมนตรี ก็ได้ให้ความสำคัญและได้เข้าร่วมงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในวันครบ ๓๐ ปีที่อนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็กถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศไทย เพื่อให้เด็กมีสิทธิในการมีชีวิตรอดปลอดภัยจาก ภัยอันตรายโดยย้ำว่าเด็กคือผู้บริสุทธิ์หรือเด็กไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม เด็กควรมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและไม่ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตี รวมทั้ง พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พุทธศักราช ๒๕๔๖ เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องปฏิบัติต่อเด็ก คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่เรารับผิดชอบ ไม่ว่าเด็กนั้นจะมีผู้ปกครองหรือไม่ก็ตาม คำถามของดิฉันทั้ง ๓ คำถามจะมีความเกี่ยวข้องกับอนุสัญญาสิทธิเด็กและพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็กที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอสไลด์ (Slide) นี้เลยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานที่เคารพคะ ตัวเลขที่ดิฉันได้ขึ้นให้ดูเป็นจำนวนตัวเลขเด็กกำพร้าจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ ๓ ฝ่ายรับรองตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ คือปีนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นที่น่าสังเกตว่า ตัวเลข ๖,๖๕๓ คนของเด็กกำพร้าจาก ๓ ฝ่ายรับรองเท่านั้น ๓ ฝ่ายรับรองคือเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองที่รับรองว่าเหตุการณ์ที่เกิดนั้นเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเด็กเหล่านี้ ๖,๐๐๐ กว่ารายก็จะได้รับสิทธิในการเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นตัวเงิน ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษารายปี เบี้ยยังชีพรายเดือนจนจบปริญญาตรี แต่จากการวิจัยเชิงคุณภาพของทีมคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ปัตตานี พบว่าแม้จะได้รับเงินเยียวยาแล้วเด็กกลุ่มนี้ก็ยังประสบปัญหาด้านอื่น เช่น ต้องออกจาก โรงเรียน ต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนวัยอันควร และในกลุ่มเด็กผู้ชายก็จะมีความเสี่ยงเข้าสู่ วงจรยาเสพติด ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านคุณภาพชีวิตและเรื่องของการเยียวยาด้านจิตใจ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปค่ะ สไลด์ (Slide) ถัดไปจะเป็นข้อมูลเด็กกำพร้าเกือบ ๑,๐๐๐ คน ๖๘๒ คนเป็นเด็กกำพร้าที่เกิดจากสถานการณ์ เช่นเดียวกัน แต่ว่า ๓ ฝ่ายไม่รับรองค่ะ จำนวนตัวเลขเหล่านี้จากศูนย์ประสานงานวิชาการ ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ อยู่ที่มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานี เป็นตัวเลขในปี ๒๕๖๐ ๒ ปีที่แล้ว เด็กกำพร้าเกือบ ๑,๐๐๐ คน ไม่มีสิทธิที่ดิฉันกล่าวถึงครั้งแรกค่ะ เพราะ ๓ ฝ่ายไม่รับรอง เด็กถูกล้อ ถูกสร้างความเกลียดชัง ถูกมองว่ามาจากครอบครัวของฝ่ายตรงข้ามกับรัฐ นอกจากจะไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ แล้วจะมีบาดแผลทางใจที่ยากจะเยียวยา ยิ่งไม่ได้รับการดูแล ยิ่งไม่มีการศึกษายิ่งง่ายต่อ การชักจูงค่ะ เด็กที่พ่อถูกวิสามัญจะมีความแค้นในตัวว่ารัฐเป็นคนยิงพ่อเขา เด็กจะมีประเด็น ที่ติดค้างอยู่ในใจ ซึ่งต้องมีกระบวนการส่งต่อเพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านั้นโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นนักจิตวิทยาหรือว่าจิตแพทย์เด็ก ฉะนั้นระบบฐานข้อมูลต้องดีและต้องเป็นปัจจุบัน เพราะฉะนั้นตัวเลขอันนี้เป็นตัวเลขที่ยังไม่เป็นปัจจุบันนะคะ หน่วยงาน ศวชต. ที่กล่าวถึง เป็นหน่วยงานที่ทำงานด้านการเก็บข้อมูล เป็นหน่วยงานหลักและเป็นหน่วยงานที่รวบรวม ตัวเลขเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการในตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เมตตา กูนิง ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ปัจจุบันท่านได้เสียชีวิตแล้ว ท่านอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลสถิติและแผนที่เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนะคะ

คำถามแรกนะครับ นิยามเด็กที่ได้รับผลกระทบที่ต้องได้รับการดูแลในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกลุ่มไหนบ้าง คงไม่เฉพาะเด็กกำพร้าที่ ๓ ฝ่ายรับรอง เด็กได้รับ ผลกระทบทางอ้อมไม่มีบาดแผลทางกาย แต่มีผลกระทบทางด้านจิตใจใครจะเป็นคนดูแล และจะทำอย่างไรให้ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของเด็กกำพร้าที่ ๓ ฝ่ายไม่รับรองเหล่านี้ ไม่ให้กลายเป็นปัญหาสังคมในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา รัฐใช้ฐานข้อมูล จากไหนในการทำงานนอกเหนือจากฐานข้อมูลของ พม. ที่กล่าวไปแล้ว ข้อมูลคืออำนาจค่ะ มีประโยชน์ในการติดตามช่วยเหลือ ใครเป็นคนติดตาม เด็กเหล่านี้รัฐให้ทุนการศึกษามา ๖,๐๐๐ กว่าคน กี่คนที่จบปริญญาตรี กี่คนที่ลาออกกลางคัน แล้วก็กี่คนเมื่อจบแล้วทำงานที่ไหน อย่างไร และกี่คนว่างงาน คำถามแรกค่ะ ขอบคุณค่ะ