พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เรียกร้องให้สำนักงบประมาณทำรายงานที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการโอนงบประมาณในกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโอนออกของกองทัพบก
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ท่านประธานสภาของเรามารับทราบถึงรายงานการโอนงบประมาณ ของงบประมาณประจำปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ก็ต้องเรียนว่าอยากจะเท้าความเพื่อให้ประชาชนที่รับชมอยู่ทางบ้านได้เข้าใจว่าสิ่งที่เรา กำลังพิจารณาอยู่นี้เป็นการโอนงบประมาณในส่วนของรายจ่ายงบกลาง รายจ่ายงบบูรณาการ และรายจ่ายงบบุคลากร ผมจะขออภิปรายในส่วนของรายจ่ายงบบุคลากร รายจ่ายงบบุคลากรนั้น ก็คือเงินเดือนนั่นเอง คือค่าตอบแทน ค่าจ้างชั่วคราว ค่าจ้างประจำที่หน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ ๒๐ กระทรวง ส่วนราชการอื่น ๆ ที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงได้วางแผนเอาไว้ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๑ เพื่อจะใช้จ่ายในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๒ ทีนี้ก็เกิดการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามแผน มีทั้งที่เหลือ และไม่พอจึงทำให้เกิดการโอน ภายใต้รายงานฉบับนี้ก็ได้ระบุเหตุผลโดยคร่าว ๆ เอาไว้ว่า เพราะอะไรเราถึงจะต้องมีการโอนออก หรือรับโอน ซึ่งประเภทของการโอนออกนั้น ก็มีทั้งการโอนภายในกระทรวง และโอนระหว่างกระทรวง เหตุผลคร่าว ๆ ระบุไว้อย่างนี้ครับว่า อย่างที่ ๑ ก็เป็นการโอนจากการย้ายหรือลาออกของอัตรากำลังพล หรืออัตรากำลังข้าราชการ เหตุผลข้อที่ ๒ ก็คือการรับบรรจุใหม่ระหว่างปีงบประมาณที่ล่าช้าแล้วก็ไม่เป็นไปตามแผน เหตุผลอีกข้อหนึ่งก็คือการสิ้นสุดของวาระคณะกรรมการชุดต่าง ๆ แล้วก็เหตุผลข้อสุดท้าย ก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ทีนี้ถ้ามาดูในภาพรวมของการโอนออก ภายใต้รายงานนี้จะพบว่า ทุกกระทรวงเลยทั้ง ๒๐ กระทรวง และส่วนราชการเป็นต้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทุกหน่วยงาน มีการโอนทั้งสิ้น มีทั้งการโอนออกและรับโอน ถ้าดูตัวเงินในภาพรวมการโอนภายในกระทรวง จะพบอยู่ประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การโอนระหว่างกระทรวงอยู่ที่ ๔,๗๐๐ กว่าล้านบาท การโอนออกทั้งหมดและรับโอนทั้งหมดอยู่ประมาณ ๕,๐๘๐ กว่าล้านบาท เมื่อเราไปเทียบดู กับงบบุคลากรในภาพรวมทั้งหมดของปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๒ ดูแล้วเหมือนไม่เยอะ คืออยู่ที่ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์จากงบบุคลากรที่อยู่ที่ ๑.๐๖ ล้านล้านบาท ถ้าพูดถึงตรงนี้แล้ว ก็อาจจะมองว่าไม่เยอะเท่าไร ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นไปได้จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ แต่เมื่อเจาะดูรายกระทรวงที่ก่อนหน้านี้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ๒ ท่าน ก็ได้อภิปรายไปแล้ว ก็คือกระทรวงกลาโหม จากยอดการโอนออกเมื่อสักครู่ที่ผมบอกว่าอยู่ที่ ๕,๐๘๐ กว่าล้านบาท ๘๘ เปอร์เซ็นต์ของยอดนี้ ๔,๔๐๐ ล้านบาท คือการโอนออกของกระทรวงกลาโหมเท่านั้น ท่านประธานนึกภาพออกไหมว่าถ้าเรามี ๑๐๐ บาท ๘๘ บาท โอนออกภายใต้กระทรวง กระทรวงเดียวคือกระทรวงกลาโหม ลงไปดูข้างในหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหม ก็ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็มีการโอนออกทั้งสิ้น แต่ที่น่าสนใจคือเฉพาะกองทัพบกเท่านั้นมีการโอนออกถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของยอด ๔,๔๐๐ ล้านบาท ก็เป็นประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่งครับ ครึ่งหนึ่งของการโอนออก งบประมาณทั้งหมดของปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๒ เรามาย้อนดูกระทรวงกลาโหมเป็นกระทรวง ที่ได้รับงบประมาณด้านบุคลากรสูงที่สุดในบรรดากระทรวงทั้งหมด ทุกรัฐบาลผ่านมาเป็นแบบนี้มาตลอดครับท่านประธาน และแนวโน้มก็มีแต่จะสูงขึ้น ๆ ทุก ๆ ปี ปีนี้เป็นครั้งแรกที่สภาแห่งนี้ได้รับทราบว่าการบริหารจัดการในงบประมาณบุคลากรของ กระทรวงกลาโหมนั้นเป็นอย่างไร ต้องโอนออกอย่างไร เพราะเราอยู่ภายใต้กฎหมาย ที่ถูกเขียนขึ้นโดยรัฐบาล คสช. เอง ท่านประธานครับ ดังนั้นผมก็อยากจะเรียนถามไปยัง สำนักงบประมาณว่าภายใต้เล่มนี้ เล่มสีเหลืองที่ท่านทำรายงานออกมา อย่างที่ผมเรียน ครึ่งหนึ่งของการโอนออกคือกองทัพบก แต่ปรากฏอยู่เพียง ๒ หน้ากระดาษเท่านั้นครับ ที่บอกเหตุผลว่าทำไมกองทัพบกจะต้องโอนงบประมาณออก ผมถึงอยากจะเสนอ ทางสำนักงบประมาณว่าในการทำรายงานฉบับนี้ซึ่งควรจะเป็นข้อมูลเพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้พิจารณาว่าควรหรือไม่ที่จะต้องตัดงบประมาณในด้านบุคลากรกับหน่วยงานใด อยากจะให้ ท่านได้ทำเอกสารในรายละเอียดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเรามาย้อนดูเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณปี ๒๕๖๑ ที่เขียนขึ้นมา ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าที่เขียนมา ให้สำนักงบประมาณต้องส่งรายงานแก่สภาเพื่อให้เราได้ตรวจสอบ เพื่อให้เราได้รู้ถึงประสิทธิภาพ ในการทำงานของกระทรวงต่าง ๆ รวมถึงถ้าหากว่าเป็นไปได้อยากจะให้ทางสำนักงบประมาณ ได้พิจารณาถึงวิธีการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเอาไปประกอบในการที่จะอนุมัติในการที่จะตัดงบ ในครั้งต่อไปของทุกหน่วยงาน ขอบพระคุณท่านประธานครับ