ดะนัย มะหิพันธ์ ตั้งข้อสังเกตถึงการโอนงบประมาณจำนวนมากโดยไม่มีการวางแผนอัตรากำลังที่ชัดเจน พร้อมชี้ปัญหาการใช้จ่ายงบบุคลากรที่ไม่เหมาะสมในหลายกระทรวง เสนอให้มีการตรวจสอบและกำกับดูแลการบริหารงบประมาณและบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับภารกิจจริง เพื่อป้องกันการขอวงเงินเกินความจำเป็นและปัญหาขาดแคลนทรัพยากรในหน่วยงานที่รับโอนงบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ ได้ดูรายงาน การโอนงบประมาณของสำนักงบประมาณก็เป็นรูปเล่มที่ต่างจากรายงานงบประมาณ หน่วยงานอื่นก็ดีเพราะว่ามันประหยัดงบประมาณ ท่านทำได้กะทัดรัดดี แต่ก็ฝากว่าน่าจะ เพิ่มข้อมูลรายละเอียดว่าหน่วยงานเหล่านี้ได้รับจัดสรรงบประมาณเท่าไรถึงเหลืองบประมาณ ให้โอนไปหน่วยงานอื่นตั้งมากมาย ผมจะอภิปรายเฉพาะเรื่องของบุคลากรซึ่งเมื่อสักครู่ มีผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งท่านได้อภิปรายไปแล้ว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าผมดูจากตัวเลข การโอนออก โอนเข้า คือโอนออกแล้วก็รับโอนตั้ง ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันส่อให้เห็นว่า ในการวางแผนการจัดการบริหารงานบุคคล การกำหนดอัตรากำลังท่านไม่ได้มีการวางแผน เลยใช่ไหม ถึงทำให้มีงบประมาณเหลือจ่ายมากมาย ส่วนหน่วยงานรับโอนท่านเองก็ไม่ได้ มีการวางแผนใช่ไหม ท่านถึงต้องรอรับโอนงบประมาณเหล่านี้ นั่นมันหมายถึงการบริหาร จัดการขององค์กร ท่านประธานครับ ถ้าหากการวางแผนอัตรากำลังเป็นอย่างนี้ผมเชื่อว่า วันนี้จะมีหลายหน่วยงานที่มีบุคลากรล้น แต่หลายหน่วยงานที่บุคลากรไม่เพียงพอ เพราะดูจากการโอนงบประมาณกลับไปกลับมา นั่นแสดงให้เห็นว่าขาดการกำกับ ดูแล ในเวลาอันจำกัดผมจะชี้ให้เห็นเฉพาะบางกระทรวงที่โอนงบประมาณออกไปอย่างเดียว แม้กระทั่งหน่วยงานในกำกับในกระทรวงเองก็ไม่มีหน่วยงานไหนที่รับโอน ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
กระทรวงที่มีแต่โอนงบประมาณออกไป มีทั้งหมดอยู่ ๔ กระทรวง มีกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ ท่านดูตัวเลขของแต่ละกระทรวง กระทรวงเหล่านี้งบบุคลากรในองค์กรในหน่วยงานในกำกับไม่มีเลยต้องโอนไปให้กระทรวงอื่น อย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติท่านได้พูดว่ามีกระทรวงกลาโหมที่ได้รับงบประมาณเรื่องบุคลากร มากที่สุด แล้วก็ไม่ได้ใช้ เหลือ ๔,๔๗๐ กว่าล้านบาท ซึ่งใน ๔,๔๗๐ กว่าล้านบาท ในตัวกระทรวงกลาโหมเอง ทั้ง ๕ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานปลัด กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ทุกหน่วยงานมีเงินเหลือจากการใช้จ่าย ในเรื่องของบุคลากรทั้งหมด หน่วยงานที่เหลือมากที่สุดคือกองทัพบก มีเงินเหลือจ่าย จากการไม่บรรจุแต่งตั้งทั้งหมด ๒,๗๒๔ ล้านบาทเศษ อันนี้เป็นเรื่องที่ท่านคณะกรรมการ ผู้ทรงเกียรติ พี่น้องประชาชนก็ต้องดูว่าอย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไป แสดงว่า กระทรวงกลาโหมต้องการบุคลากรเท่าไร สำนักงบประมาณก็จัดให้โดยไม่มีการตรวจสอบ ข้อมูลด้านบุคลากรเลยใช่ไหม อันนี้เป็นคำถามที่จะต้องถามท่าน หน่วยงานต่อไปก็คือหน่วยงาน ของสำนักปลัดกระทรวง สำนักปลัดกระทรวงมีเงินเหลืออยู่ทั้งหมด ๑๐๔ ล้านบาทเศษ เฉพาะงบบุคลากร นั่นแสดงว่าตอนนี้สำนักปลัดกระทรวงมีบุคลากรเหลือเฟือ ล้น จนไม่สามารถ กำหนดตำแหน่งที่จะบรรจุได้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เหลือเงินอยู่ ๒๑ ล้านบาทเศษ ซึ่งก็เป็น กรมกิจการผู้สูงอายุ ๓ ล้านบาท กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ๑๗ ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ มีสำนักปลัด ๒๑ ล้านบาท กรมการค้าภายใน ๑๒ ล้านบาท และกรมการค้าต่างประเทศ ๙๙ ล้านบาท อันนี้คือตัวเลขที่ชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานเหล่านี้มีบุคลากรเพียงพอแต่ตั้งใจที่จะขอ เพื่อทำอะไรบางอย่าง เช่น กำหนดตำแหน่งขึ้นมาใหม่ใช่ไหม โดยไม่ได้คิดถึงกรอบอัตรากำลัง โดยไม่มีการวางแผน ท่านประธานครับ เหตุผลในการให้ว่าทำไมเงินเหลือจ่ายมีเหตุผลเดียวครับ การสรรหา การคัดเลือก การบรรจุอัตรา ไม่เป็นไปตามแผนที่ดำเนินการกำหนดไว้ มีแค่นี้ครับ นั่นแสดงว่าทุกหน่วยงานกำหนดอัตรากำลังแล้วก็ไม่ได้ดำเนินการแล้วหน่วยงานที่ไม่มีทำ อย่างไรครับ อันนี้ชี้ให้เห็นเฉพาะหน่วยงานที่โอนไป คราวนี้มาพูดถึงหน่วยงานที่รับโอนครับ หน่วยงานที่รับโอนเท่าที่ผมดูตัวเลข กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นกลุ่มที่ได้รับโอนมากที่สุด เหตุผลคือเงินไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายบุคลากร บรรจุอัตรากำลังกลางปีเป็นค่าตอบแทน คุณวุฒิ อันนี้คือเหตุผล ถามว่าถ้าไม่มีงบประมาณเหล่านี้โอนไปให้ท่านจะเอางบประมาณ ที่ไหนให้กับบุคลากรที่ท่านบรรจุกลางปี เมื่อท่านไม่ได้มีการวางแผน ถามว่าบุคลากรเหล่านี้ เมื่อท่านกำหนดงบประมาณ ของบประมาณไม่เพียงพอ และท่านเอาที่ไหนมาจ่าย ท่านประธานครับ วันนี้มีหลายหน่วยงานเข้ามาร้องเรียน ผมยกตัวอย่างกระทรวงมหาดไทย ครูศูนย์เด็กเล็กที่ดูแลอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาร้องเรียนกรรมาธิการการศึกษาว่า ไม่มีงบประมาณที่จะไปจ้างครูดูแลศูนย์เด็กเล็ก ครูอัตราจ้างของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูธุรการมาร้องเรียนว่าจะถูกเลิกจ้างเพราะว่าไม่มีงบประมาณ นั่นแสดงว่าการกำหนดกรอบอัตรากำลัง ทาง ก.พ.ร. ทางสำนักงบประมาณไม่ได้ตรวจสอบ ไม่ได้ดูแลเลยใช่ไหม จึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น จึงอยากจะเรียนท่านประธานฝากผ่านไปยัง ท่านผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับว่า อยากจะ ให้ท่านตรวจสอบ วางแผนดูอัตรากำลังให้ชัดว่าแต่ละหน่วยงานนั้นได้มีการกำหนดกรอบ อัตรากำลังอย่างไร เหมาะสมกับเนื้องานหรือไม่ไม่ใช่นึกอยากจะได้เท่าไรก็ขอ
เรื่องที่ ๒ ฝากผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ท่านกำลังจะตัดอยู่ให้ท่านเอารายงาน เหล่านี้ไปดูว่าหน่วยงานที่มีการใช้จ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามแผน ท่านน่าจะตัดไว้ เป็นเบื้องต้นก่อน เพราะอะไรครับ เพราะจะได้รู้ว่าท่านไม่ได้วางแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ที่เป็นไปตามแนวนโยบายนะครับ ผมไม่เห็นหน่วยงานใดเลยบอกว่างบเหลือจ่ายเกิดจาก การที่ท่านประหยัด ไม่มีเลยครับ มีแต่เรื่องไม่เป็นไปตามแผนทั้งนั้นเลย ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ฝากสำนักงบประมาณว่า ต่อไปถ้าท่านจะจัดสรรงบประมาณไปให้แต่ละองค์กรในกำกับ ของท่าน ท่านก็ควรจะสำรวจอัตรากำลังให้ชัดเจน เพื่อจะทำให้ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำอยู่ใน หน่วยงานของรัฐด้วยกัน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ