จักรพันธ์ แจงปัญหากองทุนพัฒนาไฟฟ้า ชี้กระทบชุมชนกรุงเทพฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

จักรพันธ์ พรนิมิตร ชี้ปัญหาการบริหารจัดการงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ที่ชุมชนในกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบ แต่หน่วยงานกรุงเทพมหานครไม่รับดำเนินโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว โดยเฉพาะโครงการเกินสามแสนบาท แม้มีกลไก คพรฟ. กำหนดสัดส่วนการเสนอโครงการและมีตัวแทนประชาชนมีส่วนร่วม แต่การขับเคลื่อนจริงกลับติดขัดจากความไม่ชัดเจนในการประสานงานระหว่างจังหวัดนนทบุรีกับกรุงเทพมหานคร และการไม่รับผิดชอบของหน่วยงานท้องถิ่นต่อโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปรายในส่วนของรายงานประจำปี ของ กกพ. ขออนุญาตใช้ชื่อย่อนะครับ เพราะมีเพียงประเด็นเดียว คือประเด็นที่เกี่ยวกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามที่มีเพื่อนสมาชิก ๒-๓ ท่านได้อภิปรายพูดถึงไปบ้างแล้ว แต่สำหรับผมประเด็นที่อยากจะอภิปรายก็จะเป็น เรื่องที่การดำเนินงานของกองทุนดังกล่าวที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในชุมชน ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยที่กองทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ก็คือเพื่อเป็นทุน สนับสนุนให้มีการบริการไฟฟ้าไปยังท้องถิ่น แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือพัฒนาชุมชนที่อยู่ใน ท้องถิ่นในบริเวณรอบ ๆ โรงไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง แล้วก็การดำเนินงาน ของโรงไฟฟ้า จากวัตถุประสงค์ดังกล่าวก็ทำให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ก็คือคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าหรือว่าตัวย่อคือ คพรฟ. ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนภาครัฐแล้วก็ผู้แทนของภาคประชาชน ซึ่งจะมีสัดส่วนมากกว่า คือภาคประชาชนจะอยู่ที่ ๒ ใน ๓ สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพมหานครเรามีส่วนที่ได้รับบริการ หรือว่าการเข้าถึงงบประมาณจากกองทุนดังกล่าวอยู่ ๑ กองทุน ก็คือกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนืออยู่บริเวณเชิงสะพานพระราม ๗ พื้นที่จังหวัดนนทบุรี แต่ว่าเป็นพื้นที่ที่ต่อเนื่องแล้วก็มีรัศมีที่ครอบคลุมมาถึงบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ก็คือครอบคลุมพื้นที่ ๘ เขตปกครอง เขตบางพลัด เขตตลิ่งชัน เขตพระนคร เขตดุสิต เขตพญาไท เขตราชเทวี เขตจตุจักรแล้วก็เขตบางซื่อ ส่วนอีกส่วนหนึ่งนั้นจะเป็นพื้นที่ ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ดังนั้นคณะกรรมการ คพรฟ. ของชุดโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ก็จะประกอบไปด้วยผู้แทนภาคประชาชนจากทั้งกรุงเทพมหานคร แล้วก็จากจังหวัดนนทบุรี ซึ่งประเด็นปัญหามีอยู่อย่างนี้ ท่านประธานครับ ตามที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้เอ่ยไปแล้วว่า กองทุนดังกล่าวนี้ก็จะมีกฎเกณฑ์ที่ให้ตัวแทนภาคประชาชนได้มีการเสนอโครงการ ผ่านตัวแทนของเขาในคณะกรรมการดังกล่าว เพื่อนำเงินทุนจากกองทุนไปพัฒนาพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การให้ทุนการศึกษา หรือจะเป็นเรื่องของ การสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการมีอยู่ ของโรงไฟฟ้า สำหรับในส่วนของกองทุนที่ผมพูดถึงในส่วนของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ก็มีลักษณะพิเศษนิดหนึ่งครับ เนื่องจากว่าเป็นกองทุนเดียวที่ต้องดำเนินการกับชุมชนที่อยู่ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งในกองทุนอื่น ๆ นั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ท่านก็นั่งเป็นประธานโดยตำแหน่ง แล้วก็มีตัวแทนภาคประชาชนของชุมชนในท้องถิ่น แต่ในกรุงเทพมหานครสำหรับกองทุนพระนครเหนือท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่นั่งเป็นประธาน คือท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี แต่ต้องดูแลพื้นที่ทั้งจังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครนั้นท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็มาจากอีกระบบหนึ่งก็คือ ตาม พ.ร.บ. บริหารราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความแตกต่างจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นปัญหาก็เกิดขึ้นในการดำเนินงานก็คือว่า โดยระเบียบของกองทุนจะมีการแบ่งสัดส่วนที่ชุมชนจะเสนอโครงการเข้าไปพัฒนาท้องถิ่น ตัวเอง สัดส่วนก็จะเป็น ๗๐ : ๓๐ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ กับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี้ก็คืออนุญาตให้เป็นสัดส่วนที่ให้ภาคประชาชนที่เป็นท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่นั้นเสนอ โครงการเข้ามา ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีรายละเอียดอีกถ้าหากว่าเสนอรายละเอียดโครงการไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ทางชุมชนก็สามารถที่จะดำเนินการได้เองเลยโดยไม่ต้องผ่านหน่วยงาน ภาครัฐ เพียงแต่ว่ามีระเบียบกฎเกณฑ์ตามที่กองทุนได้กำหนดไว้ เช่น มีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจรับหรือพิจารณา แต่ถ้ามากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท จะต้องไปที่หน่วยงานภาครัฐ ในการบริหารจัดการ ซึ่งปัญหาก็เกิดขึ้นที่กองทุนแห่งนี้ที่ผมอภิปรายก็คือในกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าหน่วยงานของกรุงเทพมหานครซึ่งควรจะต้องเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินการ ตามข้อเสนอ อันนี้ผมพูดถึงโครงการที่ได้รับการอนุมัติโดยกองทุนเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมเห็นว่าหลายท่านที่ผ่านมาบางทีก็พูดในแง่ของบางโครงการ หรือความยุ่งยากในการขออนุมัติ โครงการจากกองทุน แต่ของผมเลยขั้นนั้นไปแล้ว คือพูดถึงงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ เรียบร้อยแล้วจากกองทุน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วปรากฏว่าถ้าเป็นโครงการที่มากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อเข้าสู่ระบบกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครอาจจะใช้คำว่า ไม่สะดวกที่จะรับเอา โครงการเหล่านั้นไปดำเนินการ ถ้าท่านไปดูในผลการดำเนินงานของกองทุนดังกล่าว ของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือท่านจะเห็นเลยว่าชุมชนในกรุงเทพมหานครจาก ๘ เขตปกครอง ที่ผมเอ่ยชื่อเมื่อสักครู่ตอนต้น เขาจะเป็นโครงการไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เป็นส่วนใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยง ไม่ใช่ว่าเพราะเขาอยากหลีกเลี่ยงจะไปบริหารจัดการเอง แต่ว่าถ้าเกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วต้องเข้าไปสู่การบริหารงานของกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่า หาเจ้าภาพไม่ได้ เนื่องจากกรุงเทพมหานครนั้นไม่ให้ความร่วมมือ ผมใช้คำนี้แล้วกัน ก็พยายามหาคำที่จะสะท้อนความเป็นจริง แต่ก็คิดว่าคำนี้น่าจะเหมาะ ไม่อยากเอาไปยุ่ง เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณตรงนี้ ทำให้ชุมชนอยากจะเสนอโครงการอะไรที่เป็นโครงการที่เป็น สิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งถาวรต่าง ๆ ที่จะเกิดประโยชน์กับชุมชนก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากว่า พอเสนอไปสูงกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท หาเจ้าภาพไม่ได้ ต่างกับคณะกรรมการชุดเดียวกัน อยู่ในกองทุนเดียวกัน แต่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี อันนั้นสามารถที่จะเสนอโครงการ มากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มีหน่วยงานของจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ทุกระดับรับลูกไปทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างกับชุดโครงการที่เสนอจากชุมชน ในกรุงเทพมหานครทั้ง ๘ เขตที่ผมเอ่ยไปเมื่อสักครู่ เท่าที่ได้รับเรื่องข้อเสนอแนะร้องเรียน จากทางชุมชนอย่างในพื้นที่ผมเองในเขตบางพลัด เราเป็นเขตเดียวเลยที่พื้นที่ทั้งเขตอยู่ใน พื้นที่บริการของโรงไฟฟ้าดังกล่าวก็ประสบปัญหาอย่างนี้ ต้องไปหาเจ้าภาพที่จะดำเนินการ งบประมาณที่มากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วหลายโครงการที่มากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านไปดูในรายละเอียดก็จะพบว่าทุกวันนี้ก็ยังค้างเติ่งไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง อะไรได้เลย ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาโรงเรียน โครงการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ที่เป็น สิ่งปลูกสร้างถาวรต่าง ๆ ทำให้ลักษณะโครงการก็จะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องใช้ไม้สอย ต่าง ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของกองทุน เพราะว่าถ้าเปรียบเทียบ กับพื้นที่ในคณะกรรมการชุดเดียวกันในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีก็จะพบว่ามีการอนุมัติโครงการ ที่มีลักษณะที่ใหญ่กว่า ยั่งยืนกว่า แล้วก็ส่งผลกระทบในทางบวกกับคุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชนได้มากกว่า อันนี้ผมก็คงจะต้องเรียนเพื่อเป็นข้อสังเกตไปยังท่านผู้บริหาร สำนักงาน กกพ. แล้วถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะรับฟังคำตอบหรือคำชี้แจงว่าท่านมีแนวทาง ในการแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร เพราะผมคิดว่าก็คงเป็นเรื่องไม่ดีถ้าหากว่าเราจะปล่อยให้ระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการดำเนินงานตามกองทุนนี้มันถูกบล็อก (Block) ถูกกันไว้ด้วยขั้นตอน ในการปฏิบัติราชการที่ทำให้การเสนอความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการ พัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเอง แล้วก็ตรงตามวัตถุประสงค์ของกองทุนมันทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก็คงขออนุญาตรบกวนเพียงประเด็นเดียวเพียงเท่านี้ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ