นริศ หารือเพิ่มบทบาทสถาบันพระปกเกล้า เสริมประชาธิปไตย-ลดข้อครหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

นริศ ขำนุรักษ์ หารือเกี่ยวกับการใช้งบประมาณและการดำเนินงานของสถาบันพระปกเกล้า โดยเสนอให้เพิ่มบทบาทสนับสนุนรัฐสภา ส่งเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตย ผลักดันการมีส่วนร่วมทางวิชาการในกระบวนการเมือง รวมถึงการจัดทำโพลล์ แสดงท่าทีต่อประเด็นรัฐธรรมนูญ การปรับปรุงเกณฑ์คัดเลือกผู้เข้าร่วมเพื่อลดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนส่งเสริมประชาธิปไตยในสถานศึกษา เน้นบทบาทของครูอาจารย์ในการคัดเลือกผู้เรียน และผลักดันการเผยแพร่และนำงานวิจัยของสถาบันไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายในวาระ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๑ ของสถาบันพระปกเกล้า ใช้เวลาไม่มากครับ โดยขออนุญาต เริ่มต้นที่งบประมาณที่ทางสถาบันได้รับ ๒๐๐ กว่าล้านบาท บวกกับดอกเบี้ยที่มาเป็น งบดำเนินการทั้งสิ้นในปี ๒๕๖๑ นั้น ผมเรียนท่านประธานว่างบก้อนนี้หากเปรียบเทียบกับ งานอื่น โครงการอื่นของรัฐบาลแล้วไม่มากครับ แล้วยิ่งจะเห็นว่าไม่มากหากเพื่อนสมาชิก ได้ไปเห็นบรรยากาศของการทำงานที่สถาบันพระปกเกล้า ผมเห็นว่าไม่มาก หากเพื่อนสมาชิก ได้ไปเห็นการเรียน การสอนอยู่ที่สถาบันพระปกเกล้า รวมทั้งสถาบันพระปกเกล้าที่ได้ ลงพื้นที่ทั้งต่างจังหวัดและตามสถาบันศึกษาต่าง ๆ แล้วก็ผมคิดว่าเงินก้อนนี้ไม่มากเลย สำหรับการทำงานของสถาบันที่ได้มอบรางวัล ได้สร้างแรงจูงใจให้กับพี่น้องประชาชน และองค์กรต่าง ๆ แต่ว่าที่เพื่อนสมาชิกเท่าที่คุยกันก็มีข้อสังเกตว่า สถาบันพระปกเกล้า ยังจะทำอะไรให้กับสังคมได้มากกว่านี้ ได้มากกว่าที่ทำอยู่ในขณะนี้

เรื่องที่ ๑ เชื่อว่าสถาบันพระปกเกล้าจะสนับสนุนงานของรัฐสภาได้มากกว่า ที่ทำอยู่ในขณะนี้ ขณะนี้แม้ว่าจะมีช่องทางให้สถาบันพระปกเกล้ากับรัฐสภาได้ทำงานร่วมกัน อยู่แล้วแต่ว่ายังไม่เพียงพอ เพราะเราคาดหวังว่าข้อมูลดี ๆ งานวิชาการดี ๆ ที่ทำเข้ามาสู่สมาชิก ป้อนเข้าสู่สมาชิกจะทำให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้จะได้ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรดีขึ้นไปได้ ทุกคนจึงคาดหวังว่าสถาบันพระปกเกล้ายังจะสนับสนุนงานของรัฐสภาได้มากกว่าที่เป็นอยู่

เรื่องที่ ๒ กระผมเห็นว่าจุดยืนของสถาบันพระปกเกล้ายังต้องมั่นคง และหนักแน่นได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ว่าบ้านเมืองจะอยู่ในสถานการณ์ใด ใครปกครอง สถาบันพระปกเกล้าต้องยืนอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตยอย่างมั่นคง อย่าเปลี่ยนแปลง อย่าหวั่นไหว แล้วเราเชื่อว่าสถาบันพระปกเกล้ายังจะต้องทำให้มั่นคงและหนักแน่นได้กว่าที่ผ่านมา

เรื่องที่ ๓ อยากให้สถาบันพระปกเกล้าสร้างอุดมการณ์ขึ้นมาใหม่ให้กับ สังคมไทยเป็นอุดมการณ์ประชาธิปไตย คนเครือข่ายของสถาบันพระปกเกล้าอยู่กระจาย ในสภาแห่งนี้ ในสภาท้องถิ่น รวมทั้งในมหาวิทยาลัยเต็มไปหมด แต่ว่าขาดอุดมการณ์ร่วมกัน ผมคิดว่าถ้าสมมุติสถาบันสร้างจนถึงขนาดว่าคนที่ผ่านสถาบันพระปกเกล้าไปลงเลือกตั้ง ไม่ซื้อเสียงได้ อันนี้จะประสบความสำเร็จ หรือคนจากสถาบันพระปกเกล้าจบจากสถาบัน พระปกเกล้าไปแล้วยืนพิงประชาธิปไตยโดยไม่วอกแวกกับระบอบการเมืองอื่น ผมว่านี่คือ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ผมคิดว่าเป็นเป้าหมายของสถาบันอยู่แล้ว สถาบันต้องพยายามอีก ให้บรรลุอุดมการณ์ร่วมกันให้ได้

เรื่องที่ ๔ สถาบันได้ทำโพลล์ (Poll) หลายครั้งแล้วเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อสถาบัน ผมคิดว่าทำเถอะครับ สถาบันคนมั่นใจในโพลล์ (Poll) ของสถาบัน แล้วก็อย่า หวั่นไหวกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนที่ได้รับผลกระทบจากโพลล์ (Poll) ตรงไปตรงมา ของสถาบันทำต่อไป แล้วถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้สถาบันให้ความเห็นต่อเรื่องต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น เช่น เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ขณะนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกมาแล้วว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน สถาบันพระปกเกล้า ไม่ควรรีรอ เพราะคนรอว่าสถาบันหลักนี้จะมีความเห็นต่อเรื่องรัฐธรรมนูญที่เราใช้อยู่อย่างไร เพราะสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้สมาชิกได้เก็บเกี่ยวเอาไว้และนำไปสู่การทำหน้าที่ของเพื่อนสมาชิก ผมยังอยากเห็น รวมทั้งการออกกฎหมายของสภา สถาบันช่วยทำโพลล์ (Poll) สถาบันช่วยทำ จุดยืนออกมาพวกเราจะได้รับรู้จากทางวิชาการของสถาบัน

เรื่องถัดมาที่มีการพูดกันว่าสถาบันอาจจะมีคนไปทำเครือข่ายคอนเนกชัน (Connection) กัน ผมคิดว่าข้อนี้แก้ไม่ยากครับ หากสถาบันได้คัดเลือกคนที่เข้าไปเรียน มีมาตรฐานพอสมควร คนที่มีมาตรฐานเขาไม่ไปพึ่งพากันในเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลหรอกครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรเข้าไปเรียน ผมก็ไม่เคยไปขออะไรอัยการ หรือศาล หรือเพื่อน ในห้องเรียนเพราะเราต่างมีมาตรฐานซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าการคัดเลือกจะทำให้ลด ข้อครหาเรื่องคอนเนกชัน (Connection) ลงไปได้

อีกเรื่องหนึ่งที่สถาบันจำเป็นจะต้องทำให้มากกว่าก็คือการสร้างประชาธิปไตย ในระดับโรงเรียน ระดับมหาวิทยาลัยให้มากยิ่งขึ้น สิ่งนี้สถาบันได้ทำแต่ว่าก็ยังไม่มากอยู่ และการคัดเลือกคนเข้าไปเรียนในสถาบันควรจะมีครู อาจารย์ ในมหาวิทยาลัยให้มากยิ่งขึ้น กว่านี้ ผมเชื่อว่าครูคนหนึ่งยืนพูดเรื่องประชาธิปไตยกับนักเรียนหน้าแถวโรงเรียนเล็ก ๆ อาจจะมีแรงบันดาลใจให้เด็กคนนั้นผูกพันกับระบอบประชาธิปไตย ไม่โอนอ่อนไปกับ ระบบอื่นได้ในวันต่อไป

ผมขออนุญาตกราบเรียนเป็นเรื่องสุดท้ายก็คืองานวิจัยของทางสถาบัน แม้บางเรื่องผมได้อ่านเฉพาะหัวข้อแต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจทั้งสิ้น ผมอยากให้ตีแผ่ ผมอยากให้ นำไปใช้ ผมอยากให้เผยแพร่งานวิจัยของปี ๒๕๖๑ ถึง ๓๘ เรื่องน่าสนใจทั้งสิ้น ให้ทุน วิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์ ๑๐ เรื่อง ผมอ่านแล้วน่าสนใจ ถ้าใครนำไปใช้แค่อ่านก็ได้ประโยชน์ นำไปใช้บ้านเมืองยิ่งจะได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า งบประมาณที่ทางสถาบันได้รับไปไม่มากเลย เพียงแต่ว่าพวกเราเพื่อนสมาชิกมีข้อกังวล อยู่อย่างเดียวว่าสถาบันพระปกเกล้ายังจะทำอะไรให้สังคมได้มากกว่าที่ทำอยู่ ให้กำลังใจ ทางสถาบันครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ