อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม หารือเรื่องการแปรรูปเกษตรกรรม โดยเฉพาะการแปรรูปข้าว ให้เป็นสหกรณ์ที่มีความพร้อมและสามารถเพิ่มมูลค่า โดยการแปรรูปข้าวให้เป็นชั้น ๑ หรือชั้นสูง เช่น สาโท สาเกต่าง ๆ เพื่อให้ได้ราคาข้าวไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท และสามารถจำหน่ายได้ไม่น้อยกว่า ๑๖๐,๐๐๐ บาท
จะสรุปให้เห็นว่าเมื่อวานนี้ มีสมาชิกได้อภิปรายเรื่องปัญหาเรื่องทุนไม่มี ดอกเบี้ยก็สูง ที่ถูกยึดเราก็แนะนำว่าวันนี้ เรามีกองทุนหลายกองทุน ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายหรือเกษตรกรที่ยังไม่เข้าถึงเราก็จะ ประชาสัมพันธ์ไปทุกจังหวัดอยู่แล้วครับ เพราะเรามีกลุ่มเกษตรกรอยู่ทั่วประเทศ มีสหกรณ์ อยู่ทั่วประเทศ เขาก็พอจะทราบดีอยู่แล้วยกเว้นเกษตรกรที่ไม่สังกัดก็ต้องไปหาแหล่งทุน ตามส่วนท้องถิ่นบ้างหรือสถาบันการเงินบ้าง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ให้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า เราจะแปรรูป วิธีการเราจะแปรรูปบูรณาการพืชผลทางการเกษตรข้าว เราจะแปรให้เป็น สหกรณ์ที่มีความพร้อม มียุ้ง มีฉาง มีลาน มีตาชั่ง สามารถจะเพิ่มมูลค่าว่าสหกรณ์ใด ที่มีความสนใจจะแปรรูปเป็นอย่างไร เราก็จะสนับสนุนตรงนั้นไปนะครับ ทุกอย่างเมื่อวาน ได้กราบเรียนแล้วอยู่ในเอกสารชี้แจงจากรายงานการประชุมว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น ข้าวนั้นสามารถแปรรูปได้ตั้งระดับขั้นต่ำ แล้วเมื่อวานได้ชี้แจงแล้วว่าเราจะทำอย่างไร ข้าวเกวียนหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ บาทนะครับ เมื่อวานอธิบายไปเรียบร้อยแล้วว่าทำได้ ไม่ต้องมาประกันหรือไม่ต้องมาจำนำ เพราะจากประสบการณ์ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ เป็นต้นมานั้น ผมรับผิดชอบกรรมการนโยบายข้าวและกรรมการ คจก. การช่วยเหลือเกษตรกรจึงเข้าใจตรงนี้ เอาบทเรียนทั้งหมดมากองมารวมว่าในอนาคตนี้เราจะพึ่งตัวเองได้อย่างไร ก็กราบเรียน ไปเบื้องต้น ปัญหาเรื่องจำนำยุ้งฉางนั้น ยุ้งฉางจะมีอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง จะไม่มีนะครับ เราก็มีโครงการสมัยก่อนเรามีการจำนำยุ้งฉาง มีช่องว่างช่องโหว่ทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้เราเห็นด้วยว่าในอนาคตข้างหน้านั้นผมกราบเรียนนิดหนึ่ง เครื่องมือ การเกษตรก็แพง วันนี้ทางรัฐบาลก็ห้ามเอาเครื่องจักรกลชั้น ๒ เข้ามา แต่ขณะเดียวกันนั้น ราคาต้องไปซื้อราคาของใหม่มันแพงมากเกษตรกรไม่มีกำลังจะซื้อ ผมกราบเรียนนิดหนึ่งว่า หลาย ๆ ประเทศนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่นชาวนาทั้งจังหวัดนั้นเขาไม่มีรถไถ รถเกี่ยว รถนวดเลย เขาไม่มีเครื่องมือการเกษตร รัฐ หน่วยงานตรงนั้นรับผิดชอบ เขาก็จะ มีองค์กรของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาจะเวียนกันไปเป็นเดือน ๆ ไถบ้างแล้วก็หว่านไปเรื่อย ๆ ข้าวของเขาจึงออกทุกเดือนทุกฤดูกาล แต่ของเรานั้นไม่ได้ทำพื้นที่หรือแบ่งพื้นที่เพาะปลูก หรือไม่ได้ทำโซนนิง (Zoning) ถ้าหากทำอย่างที่เราได้แนะนำไปแล้วนั้นพี่น้องเกษตรกร ก็จะเข้าออกทุกเดือน อำนาจการขายอยู่กับผู้ผลิต แต่ที่ผ่านมาเราทำพร้อมกันทีเดียว อำนาจการซื้ออยู่ที่ผู้ซื้อ เพราะฉะนั้นวันนี้การแปรรูปนั้นผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า เราจะพยายามผลักดันโครงการนี้และเมื่อวานนี้ผมก็ได้นำกราบเรียนไปแล้วว่าวันนี้ หลายหน่วยงานครับ ทางมหาวิทยาลัย หลายมหาวิทยาลัยก็มีการวิจัย วิเคราะห์ว่าแปรรูป อย่างไร เกือบทุกมหาวิทยาลัยเขาได้มาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการแล้ว ที่ผมยกตัวอย่างว่า ถ้าแปรรูปชั้น ๑ ข้าวจะได้ไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าหากว่าเราแปรรูปชั้นสูง เช่น เอาไป ทำสาโท สาเกต่าง ๆ นั้นก็สามารถจะจำหน่ายได้ไม่น้อยกว่า ๑๖๐,๐๐๐ บาท ที่ผมกราบเรียน เมื่อวานนี้และมีตัวอย่างให้เห็นแล้วที่อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เราก็พาคณะกรรมการ หลายคณะไปศึกษาดูข้อเท็จจริงว่าจริงหรือไม่ อันนี้ได้ประจักษ์ต่อทั้งสมาชิกของเรา และทั้งสื่อมวลชนที่นำไปศึกษาดูงานตรงนั้น เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า วิธีการแก้ที่ท่านถามว่าที่ผ่านมาทุกรัฐบาลมีความตั้งใจอยากจะช่วยชาวนา โครงการ ทุกโครงการดี แต่คนปฏิบัติก็หาช่องว่างช่องโหว่เพื่อฉกฉวยช่วงชิงโอกาส ตรงนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าวิธีการของเรานั้นถ้าแปรสภาพเพิ่มมูลค่า อย่างในเอกสารที่นำเรียนไปแล้วนั้น ผมมั่นใจว่าในอนาคตข้างหน้านั้นถ้าเราสามารถ ตั้งกระทรวงการข้าวได้ ผมเรียนเลยว่าชาวนาจะเป็นคนกำหนดราคาผลผลิตของตัวเองขึ้นมา ที่ผ่านมายอมรับกันว่าผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดราคาสินค้าทุกตัว แต่มีอาชีพเกษตรกรหรือชาวนา เท่านั้นผลิตได้แล้วต้องไปถามเถ้าแก่จะให้เท่าไร แต่ถ้าหากว่าท่านเชื่อมั่นว่าโครงการ ที่คณะกรรมาธิการไปศึกษาแล้ว หาแนวทางออกแล้ว เมื่อนั่นเรามีตลาดซื้อขายล่วงหน้า อยู่แล้วถ้าไปดูในระบบ เพราะฉะนั้นถึงเวลาจุดนั้นชาวนาจะเป็นผู้กำหนดราคาข้าวของตัวเอง ขอบคุณครับท่านประธาน