สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เสนอการแก้ไขปัญหาอ้อยและน้ำตาลทราย โดยเสนอให้เพิ่มเงินช่วยให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย และแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอ้อยเพื่อให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์มากขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2562 เพื่อป้องกันการนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปสนับสนุนหรืออุดหนุนน้ำมันชีวภาพเอทานอลและไบโอดีเซล
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องอ้อย ขอขอบคุณท่านสมาชิก หลายท่านที่ได้ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านสมาชิกท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะเมื่อวานนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี มีประโยชน์ คณะกรรมาธิการกราบเรียนว่าเราได้เชิญพี่น้องเกษตรกรมาให้ข้อมูลและลงไปรับฟังข้อมูล เกี่ยวกับการยกเลิกสารกำจัดศัตรูพืช ๓ ชนิดดังกล่าว เกษตรกรมีความกังวลในเรื่อง ถ้ายกเลิกสารกำจัดศัตรูพืชแล้วจะมีสารตัวใดมาแทนและจะราคาค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากหรือไม่ ก็ดีครับว่าขณะนี้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบคณะกรรมาธิการได้ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวถึงแม้จะเป็นความกังวลของพี่น้องเกษตรกรแต่ขณะนี้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องนี้โดยตรง และขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาของศัตรูพืช ในภาพรวมแล้ว คณะกรรมาธิการจึงมีมติเห็นว่าขอตัดข้อสังเกตเรื่องอ้อยในข้อ ๗ ขอตัด ข้อสังเกตเรื่องอ้อยในข้อ ๗ ในหน้า ๓๖๒ ของเอกสารที่นำเสนอ แล้วก็ปรับเลื่อนข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ขึ้นมาแทนตามลำดับ อันนี้ก็กราบเรียนให้ท่านชวลิตและ ท่านที่เกี่ยวข้องได้รับทราบนะครับ สำหรับข่าวที่น่าจะเป็นข่าวดีหรือว่าจะพอใจหรือไม่ ไม่ทราบ เมื่อวานนี้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย เมื่อวานวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน เขามีมติว่าราคาอ้อยขั้นต้นปีนี้ที่พี่น้องเกษตรกรรอคอยมานานเมื่อไร จะประกาศจะเปิดหีบอ้อยอยู่แล้วยังไม่ประกาศสักที เมื่อวานนี้ตัวเลขที่ไม่เป็นทางการ ราคาอ้อยขั้นต้น ๗๒๐ บาทต่อตัน ที่ความหวานหรือที่ ๑๐ ซีซีเอส (CCS) ปีที่แล้ว ๗๐๐ บาท ปีนี้ ๗๒๐ บาทก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกัน ผมอธิบายเพิ่มเติมว่า ๗๒๐ บาทต่อตัน ที่ความหวาน ๑๐ ซีซีเอส (CCS) นั้นไม่รวมค่าความหวานที่เพิ่มขึ้น เพราะอ้อยส่วนใหญ่ อยู่ที่ ๑๒ ซีซีเอส (CCS) ๑๒.๕ ซีซีเอส (CCS) ราคาค่าความหวานต่าง ๆ นั้นจะนำมาคิดเพิ่ม โดยถือว่า ๖ เปอร์เซ็นต์ของ ๗๒๐ บาท ต่อ ๑ ซีซีเอส (CCS) ของความหวานต่อตัน คิดแล้วจะอยู่ที่ประมาณ ๔๓ บาท อันนี้เป็นสิ่งที่จะได้เพิ่มจาก ๗๒๐ บาท และเงินช่วย ค่าปัจจัยการผลิตปีที่แล้วอยู่ที่ ๗๐ บาทต่อตัน ๗๐ บาทต่อตัน ส่วนใหญ่ก็รับไปแล้ว เป็น ๒ งวด งวดแรก ๕๓ บาท งวดสอง ๑๗ บาท ปีนี้ก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ประมาณ ๕๐-๑๐๐ บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นอีกจากเดิมก็ประมาณ ๕๐-๑๐๐ บาทต่อตัน เพราะท่านวีระกร คำประกอบ ของเรานี่ละครับเป็นผู้ผลักดัน และคณะกรรมาธิการของเราก็ไปคุยกับ ท่านรัฐมนตรีว่าปีที่แล้วจัดเงินช่วยพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ๖,๕๐๐ บาท ปีนี้ขอเพิ่มเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แนวโน้มดีมากก็คงเป็นเรื่องนี้ทำให้เงินช่วยเพิ่มขึ้นอาจจะ ถึง ๑๐๐ บาทต่อตัน นอกจากนี้จะมีเงินช่วย เงินเพิ่มจากค่าอ้อยสด เพราะว่าอ้อยไฟไหม้ ที่เข้าไปสู่โรงงานจะถูกหักลดราคาลงตันละ ๓๐ บาท ๓๐ บาทไม่ได้ไปไหนเอามาเพิ่มให้กับ อ้อยสดเป็นรางวัลให้กับผู้ไปส่งอ้อยสด แต่ละโรงงานอาจจะไม่เท่ากันเพราะว่ายังมีค่าที่ ถ้าโรงงานซื้อเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์จะถูกตัดอีกตันละ ๑๒ บาท ๑๒ บาทที่ปรับนั้นก็จะนำมา เพิ่มให้กับเกษตรกร ก็กราบเรียนว่าอันนี้คือสิ่งที่เราจะได้รับเพิ่มขึ้น ก็คิดว่าในเรื่องของ คำถามอีกอันหนึ่งตอบสั้น ๆ ว่าการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอ้อยประชาชนได้ประโยชน์อะไร ผมกราบเรียนว่า พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย ปี ๒๕๒๗ นั้น ถ้ามีการแก้ไขเรื่องนิยาม คือสามารถที่จะเอาผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากระบบการผลิตน้ำตาลมาคิดคำนวณเป็น ผลประโยชน์ที่จะมาส่วนแบ่งระหว่างเกษตรกรกับโรงงาน พี่น้องเกษตรกรก็จะมีโอกาสได้รับ เงินส่วนแบ่งนี้เพิ่มขึ้นก็กราบเรียนว่าในส่วนนี้ยังมีรายละเอียดอีก เพราะว่าถ้ามีการแก้ไข ในเรื่องของส่วนแบ่ง ๗๐ ๓๐ ซึ่งจะต้องเป็นข้อตกลงร่วมกัน ปัญหาต่าง ๆ ไม่ง่ายครับ ก็คงเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรว่าถ้าเราแก้กฎหมายแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร กฎหมายฉบับนี้ อยู่ที่กฤษฎีกา ถ้าผ่านกฤษฎีกามาเข้าคณะรัฐมนตรีเสร็จแล้วจึงจะส่งถึงสภาก็เป็นหน้าที่ ของเราจะพิจารณาในรายละเอียดต่อไปครับ
อีกเรื่องหนึ่งการแก้ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี ๒๕๖๒ เนื้อหา ก็คือว่าไม่ให้นำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาสนับสนุนหรืออุดหนุนน้ำมันชีวภาพเอทานอล (Ethanol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) ถ้าเราแก้ตรงนี้ก็จะทำให้ราคาของเอทานอล (Ethanol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) ซึ่งแข่งขันอยู่ในตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงสู้กับเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil) ได้ ผลดีก็คือถ้าสู้ได้อ้อยจะนำมาผลิตเอทานอล (Ethanol) มาก ราคาอ้อยก็จะดีขึ้น พี่น้องเกษตรกร จะได้ตรงนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ