สาทิตย์ แจงปัญหาไร้เอกสารสิทธิ-เสนอแก้ทุจริตสวนยาง-เร่งอัปเดตข้อมูลแรงงานกรีดยาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือปัญหาโครงสร้างการผลิตยางพารา โดยเฉพาะเกษตรกรไร้เอกสารสิทธิและแรงงานกรีดยางที่ได้รับผลกระทบ ชื่นชมนโยบายประกันรายได้ที่ขยายสิทธิ์ให้ผู้ไม่มีเอกสารเป็นครั้งแรก แต่เสนอให้แก้ปัญหาทุจริตในโครงการสวนใหญ่ เร่งอัปเดตข้อมูล และสนับสนุนสถาบันเกษตรกรเพื่อปรับโครงสร้างราคาผลผลิตอย่างยั่งยืน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในรายงานของคณะกรรมาธิการ ที่ไปศึกษามาซึ่งทำมาเล่มใหญ่มากแล้วก็จับเฉพาะพืชที่สำคัญนี้ ผมให้ความสนใจในเรื่องของ ยางพารา เพราะเรื่องของยางพาราเรากำลังพูดถึงเกษตรกร ๑.๗ ล้านราย หรือถ้าคิดเป็นคน แต่ละครอบครัวตกอยู่ที่ประมาณ ๘ ล้านคน ใน ๘ ล้านคนนี้ ต้องยอมรับว่าที่มาของญัตติอันนี้ เนื่องจากปัญหาของยางพาราราคาตกต่ำ ในอดีตที่ผ่านมามีการแก้ไขปัญหาโดยลำดับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรัฐบาลซึ่งพรรคที่ผมสังกัดคือพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการ ในฐานะที่เป็นฝ่ายนโยบายนั้นก็มีลำดับของการแก้ปัญหามาโดยตลอด แต่ว่าในรายงานที่ คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปศึกษามานั้น เรื่องของยางพารา ซึ่งในระดับหนึ่งผมคิดว่าเราพูดถึง ตัวของระบบของการผลิตยาง เรื่องของการตลาดและการขายไว้อย่างค่อนข้างครอบคลุม แต่ผมก็ยังเห็นว่าเรายังไม่ได้ลงลึกไปถึงปัจจัยปัญหาของโครงสร้างของการผลิตยางพารา อย่างจริงจัง ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของเอกสารสิทธิของประชาชนที่ปลูกยางพารา ซึ่งถ้าตามตัวเลขแล้วคนซึ่งมีเอกสารสิทธิในที่ดินที่ปลูกยางมีอยู่ประมาณ ๑.๔ ล้านราย หรือประมาณ ๑๕ ล้านไร่ แต่ไม่มีเอกสารสิทธิมีอยู่ประมาณ ๒.๙ แสนราย หรือประมาณ ๔.๘ ล้านไร่ เกือบ ๆ ๕ ล้านไร่ครับ ในส่วนนี้เป็นประเด็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาของ โครงสร้างของการผลิตยางแล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงแหล่งทุนในการที่จะปรับปรุงยางพารา ของตนเองได้ แต่อย่างไรก็ตามใน ๒ ส่วนของรายงานที่ผมสนใจก็คือ ๑. คณะกรรมาธิการ ได้พูดถึงเรื่องของโครงการประกันรายได้ แต่ว่าในเอกสารของกรรมาธิการเอง หน้า ๒๒๔ เราเรียกชื่อโครงการผิดไปครับ เราเรียกว่าเรื่องของการประกันราคา ความจริงเรื่องของ การประกันรายได้นี้เป็นเรื่องของนโยบายในเชิงสวัสดิการที่จะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งราคาของยางพาราในราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ที่ผ่านมาการช่วยเหลือของรัฐไปถึงเฉพาะผู้มีเอกสารสิทธิเท่านั้น แต่เที่ยวนี้รัฐบาลภายใต้ การนำของท่านนายกรัฐมนตรีและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์ ที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแลพร้อมทั้งเพื่อนใน ครม. ทั้งหมดได้มีการประกันราคา ประกันรายได้ ครอบคลุมไปถึงเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิด้วย ผมถือว่าอันนี้เป็นครั้งแรก เป็นครั้ง ประวัติศาสตร์ แต่หลายคนมองเรื่องนี้ว่าจะมีปัญหาต่อไปในอนาคตหรือไม่ เพราะมองว่า เกษตรกรที่มาจากสวนยางพาราที่ไม่มีเอกสารสิทธินั้นไปรุกป่าหรือเปล่า แต่ความเป็นจริง ถ้ากรรมาธิการศึกษาลึกลงไปจะพบว่าการไม่มีเอกสารสิทธินั้นมันมาจากหลายสาเหตุครับ อุทยานทับที่ ประกาศป่าทับที่ชาวบ้านอย่างที่เคยเกิดขึ้นในหลายที่ในประเทศไทย หลายที่ รอการประกาศ ส.ป.ก. ลงหลักปักหมุดแล้ว แต่ ส.ป.ก. ไม่มีงบพอที่จะไปรังวัดแบ่งแปลง ให้เขา รอเป็น ๑๐ ปีเขาไม่มีเอกสารสิทธิ คนเหล่านี้ถูกตัดออกจากวงจรการช่วยเหลือ ของรัฐบาลมาโดยตลอดครับ นโยบายประกันรายได้ครั้งนี้ที่ทำขึ้นมาจึงไปช่วยเหลือเกษตรกร เหล่านี้ให้ลืมตาอ้าปากได้ นี่เป็นเรื่องที่เราในฐานะที่เป็นสมาชิกควรจะให้การสนับสนุนแล้วก็ ช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนโยบายประกันรายได้มีปัญหาซึ่งกรรมาธิการเขียนเอาไว้ ก็คือกรณีสวนรายใหญ่แล้วมีการแบ่งแปลงเช่าซึ่งเป็นลักษณะการทุจริต อันนี้เป็นประเด็น ที่การยางแห่งประเทศไทยจะต้องไปจัดการนะครับ

แต่มีอีกปัญหาหนึ่งซึ่งนโยบายประกันรายได้นี้ไปถึง คือการช่วยเหลือนั้น สวนยางจะมีเกษตรกรส่วนหนึ่งที่เป็นคนรับจ้างกรีดยาง ภาษาใต้ เรียกว่า คนกรีดยางหวะ คนจำนวนนี้มีกว่า ๓ ล้านคน อดีตที่ผ่านมานั้นการช่วยเหลือไปไม่ถึงลูกจ้างเหล่านี้ แต่เที่ยวนี้ประกันรายได้ไปถึงครับ แยกบัญชีจ่าย เจ้าของสวนยางบัญชีหนึ่ง ลูกจ้างกรีดยาง อีกบัญชีหนึ่ง แต่ปัญหาที่มันเกิดขึ้นขณะนี้คือ กยท. ไม่อัปเดต (Update) ข้อมูล ผมพบกับ ท่านผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยเมื่อวานนี้ผมก็แจ้งท่านบอกว่าต้องอัปเดต (Update) ข้อมูลนะครับ เพราะรายชื่อของลูกจ้างกรีดยางนั้นเป็นคนเก่าอยู่เขาได้เงิน เขาไม่ให้รายใหม่ จำเป็นจะต้องมีการปรับระบบนี้ขึ้นมา แต่ระยะยาวครับประกันรายได้มันช่วยได้แค่ชั่วคราว ที่เป็นสวัสดิการเท่านั้น แต่เรื่องใหญ่สุดคือการปรับเรื่องของโครงสร้างราคาของยางพารา ทั้งระบบ ท่านลืมไปเรื่องหนึ่งครับ ในนี้แตะไว้น้อยมากก็คือสถาบันเกษตรกรหมายถึง กลุ่มสถาบันเกษตรกรที่รวมตัว เช่น สหกรณ์โรงรมยางขนาดเล็ก ซึ่งเป็นนโยบายในสมัย ที่ท่านประธานรัฐสภาขณะนี้เป็นนายกรัฐมนตรี มีคุณบุญชู โรจนสเถียร ในขณะนั้น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะนี้มีจำนวนอยู่ ๓๐๐ กว่าราย แต่ถ้ารวมสถาบัน เกษตรกรทั้งหมดใน ๑,๐๐๐ กว่ารายนี้จะมีสมาชิกอยู่ถึง ๓๗๐,๐๐๐ กว่าราย การเข้าไป ช่วยเหลือของรัฐต่อเรื่องสถาบันเกษตรกรเหล่านี้ขณะนี้ถือว่าน้อยมากนะครับ ส่วนนี้ที่จะ ทำให้โครงสร้างราคาซึ่งเดิมอยู่ในมือของนายทุนรายใหญ่นั้นจะตกอยู่ในมือของเกษตรกร ตัวจริงแต่การช่วยเหลือของรัฐเข้าไปไม่ถึง ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ศึกษาไว้รวมถึง ข้อสังเกตไม่ได้เขียนเรื่องนี้อย่างชัดเจนนัก อันนี้ละครับคือการปรับโครงสร้างเรื่องของ ผลผลิตและราคายางพาราอย่างแท้จริง ถ้าเราศึกษาในส่วนนี้มีโครงการหลายตัวที่เข้าไปถึง ขณะนี้สถาบันเกษตรกรที่เป็นโรงรมยางขนาดเล็กก็ดีที่รวมตัวกันเป็นชุมนุมสหกรณ์ก็ดี กำลังจะล้มครับ เพราะการผันผวนของราคาพวกเขาเป็นชาวบ้านมารวมตัวกันทำงาน ไม่มีปัจจัยเรื่องทุนเข้าไปสนับสนุนเพียงพอขาดทุนมากครับ หลายที่พยายามจะเปลี่ยนวิธีการ ไปทำโรงงานจะผลิตแปรรูปขั้นต้น แต่การส่งเสริมของรัฐก็ไปเป็นในลักษณะที่ฉาบฉวยมาก ความจริงถ้ากรรมาธิการศึกษาลึกเรื่องนี้เราเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตได้ แต่เรื่องเดียว ที่ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการมากที่สุด ก็คือบอกว่าเกษตรกรต้องเปลี่ยนทัศนคติ จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นเรื่องผสมผสานอันนี้ถูกต้อง และควรที่จะศึกษาเรื่องนี้ ในลักษณะที่มีรายละเอียดมากกว่านี้ ซึ่งเป็นประเด็นเสนอในทางนโยบาย เสียดายนะครับ ๒-๓ เรื่องนี้ความจริงค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้มาก แต่เราแตะไม่ลึกนัก แต่โดยรวมผมก็ขอบคุณกรรมาธิการนะครับ ที่เราได้พูดถึงเรื่องยางพาราค่อนข้างจะครบถ้วน พอสมควร เพราะฉะนั้นประเด็นที่ฝากไปถึงรัฐบาลก็คงจะเป็นประเด็นที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว ขอบพระคุณครับ