โกวิทย์ พวงงาม อภิปรายรายงานประจำปี 2561 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเน้นบทบาทสำคัญของกองทุนในการลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะนักเรียนยากจน พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานและส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับกระผม โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานประจำปี ๒๕๖๑ กองทุนเพื่อความ เสมอภาคทางการศึกษา อยากกราบเรียนท่านประธานว่ากองทุนนี้ได้แบกรับความสำคัญของ ชาติอยู่มาก ในเรื่องของการสร้างคน สร้างโอกาส สร้างความเสมอภาค แล้วก็แก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมพูดว่ามันเป็น เรื่องใหญ่เพราะว่าจริง ๆ แล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบทางการศึกษาในประเทศเรามีมาก สามารถที่จะพูดเป็นภาษาเดียวกันก็ได้ว่าส่วนหนึ่งต้องการให้โอกาสทางการศึกษากับพี่น้อง ประชาชนคนไทยอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย โรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญ ประกอบกับเงินที่กองทุนได้รับ ไปประมาณ ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาทกับการแบกรับภาระที่ยิ่งใหญ่ ผมคิดว่ามันยังต้องตอบ โจทย์อีกเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นผมเองรู้ดีว่าความไม่เสมอภาคมันมีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของทรัพย์สิน เงินทอง ความยากจน เรื่องของความไม่เท่าเทียมในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล เรื่องของการไม่สามารถสัมผัสได้ถึงแหล่งเรียนรู้ที่ควรจะได้เรียนรู้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผมเห็นโครงการ ๑-๗ โครงการที่ทางกองทุนพยายามจะทำก็คือเรื่องของนักเรียนยากจน พิเศษ ซึ่งก็ขอชมเชยว่ามันเป็นเงินที่ให้แก่นักเรียนที่ยากจนซึ่งก็เป็นประโยชน์
โครงการที่ ๒ เรื่องของเด็กปฐมวัยนะครับ ซึ่งสร้างคุณภาพชีวิตของเด็ก เรื่องของโครงการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของนักเรียนที่อยู่ไกล ห่างไกลพื้นที่ เรื่องของครู นักเรียนที่ต้องสร้างคุณภาพให้ครูอยู่กับพื้นที่ แล้วก็เรื่องของการสร้างความช่วยเหลือเยาวชน ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อจะให้เขาได้มีอาชีพเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว รวมทั้งเรื่องของแรงงาน เรื่องพัฒนาอาชีพ ผู้ประกอบการที่จะเป็นผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โครงการเหล่านี้ไล่เลียงแล้ว ผมคิดว่าอาจจะต้องไปดูสิ่งที่ผมพูดถึงความยิ่งใหญ่ อยากให้ท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง เปิดมาตรา ๓ ครับ ในมาตรา ๓ ได้อธิบายความเสมอภาคทางการศึกษาไว้ ความหมายว่า การที่ประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับและเข้าถึงการศึกษาและพัฒนาอย่างเสมอภาคและทั่วถึง ผมขีดเส้นใต้คำว่า ประชาชน นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายที่กองทุน จะต้องไปให้ถึงมันมีเยอะมาก มันไม่ใช่ ๗ โครงการที่ทางกองทุนได้นำเสนอ แต่ผมอยากจะ บอกว่าถ้าเราจะทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษามันมีวิธีการครับ ผมไปดูในหลักการ ของมาตรา ๒๓ ในมาตรา ๒๓ ได้เขียนเรื่องของ (๑) พูดถึงว่าให้สำนักงานโครงการมีหน้าที่ ที่จะต้องไปดำเนินการเรื่องของกองทุนที่ต้องประสานความร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กร ต่าง ๆ ผมจึงอยากเสนอว่ากองทุนที่มีเงินน้อยอยู่แล้วพันกว่าล้านบาทกับภาระที่ท่านแบกรับ ผมว่าในส่วนที่ท่านทำดีอยู่แล้วก็ขอชมเชย แล้วก็ขอชมเชยรายงานด้วยว่าทำได้ชัดเจน เพราะท่านพูดถึงตัววัตถุประสงค์และตัวกิจกรรม แล้วตัวผลที่ออกมาอันนี้ก็ขอชมเชยด้วย แต่อย่างไรก็ตามผมเป็นห่วงว่าต้นแบบต่าง ๆ ที่ท่านคิด สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ทำก็คือ ลองติดตามและประเมินดู สมมุติว่าเราให้ทุนกับเด็กที่ยากจน เราให้ทุนกับครูแล้วก็พัฒนาครู ให้อยู่กับพื้นที่ก็ลองดูว่าทั้งเด็กปฐมวัยก็ดี เด็กที่อยู่ในโรงเรียนที่ยากจนเป็นพิเศษก็ดี ว่ามีการพัฒนาและได้รับความเสมอภาคที่มีความเท่าเทียมกันอย่างที่กล่าวถึงหรือเปล่า ผมอยากนำเรียนว่าทุกวันนี้เราก็ยังพูดเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความไม่เสมอภาคทางการศึกษา อยู่มากเหมือนกัน มันไม่สามารถเยียวยาได้ครบหมด แต่วิธีการที่ผมพูดถึงมาตรา ๒๙ ที่พูดถึงความร่วมมือแล้วก็ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน และท่านก็ไปสนับสนุนกิจกรรมใน (๕) กิจกรรมของสถานศึกษาหรือของกองทุน สิ่งที่ผมพูด อย่างนี้ก็อยากจะเสนอโมเดล (Model) ว่าท่านจะต้องใช้ความร่วมมือกับองค์กรส่วนอื่น ผมคิดว่ามันมีตัวละครที่ช่วยเรื่องความเสมอภาค ที่ช่วยเรื่องการศึกษาอยู่แล้ว อย่างเช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนต่าง ๆ ที่ท่านไปสนับสนุนอยู่ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เรื่องของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ แล้วก็มาร่วมมือกับกองทุน กสศ. อย่างที่ผม กล่าวถึงแล้วก็วางหลักเกณฑ์ เพราะว่าคณะกรรมการมีสิทธิวางหลักเกณฑ์ มาวางวิธีการ ที่จะสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฝึกอาชีพ เมื่อสักครู่ผมอ้างถึงตัวประชาชน ผมว่า ยังมีประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการการเรียนรู้ด้วย อย่างเช่น ประชากรในวัยผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งสังคมของเราจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งต่อไปนี้ก็มีหลายล้านคนที่ท่านต้องดูแลเพื่อให้เกิด ความเสมอภาคกับเขาด้วยตามที่ผมอ้างในมาตรา ๓ เพราะฉะนั้นมันเขียนเรื่องยิ่งใหญ่ครับ ท่านแบกรับ แต่ท่านทำคนเดียวไม่ได้ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะผมอยากให้กองทุนพยายามหา พาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) พยายามหาคนที่มาร่วมมือกับท่าน แล้วก็ให้คณะกรรมการวาง กฎเกณฑ์ เพราะในกฎหมายให้อำนาจของคณะกรรมการไปวางกฎเกณฑ์ที่จะหาความร่วมมือ แล้วก็ไปให้ประเมิน ผมยกตัวอย่างเช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขามีโรงเรียนอยู่ผมว่า เขารู้ข้อมูลใครที่ยากจน ใครที่มีการขาดแคลนทุนทรัพย์ ใครที่มีปัญหา รวมถึงประชาชน ทุกเพศทุกวัยที่ควรจะไปร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่จะต้องมี ซึ่งมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็มีอาคาร มีอุปกรณ์ มีคนที่เชี่ยวชาญทางวิชาชีพอยู่แล้วไปส่งเสริมให้มีทักษะวิชาชีพต่าง ๆ และกองทุน ซึ่งให้ทางพาร์ตเนอร์ (Partner) ของที่ไปร่วมมือลองดูว่ามันจะมีการผสมผสานทุนทรัพย์กัน อย่างไรเพื่อจะลดรายจ่ายของท่านขึ้น ผมคิดว่าต้องหาวิธีการใหม่และมองมุมใหม่เรื่องใหม่ ๆ อันนี้ก็คืออยากจะฝากเรียนไปยังท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนว่าสิ่งที่ผม เสนอผมอยากให้มีการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่ เพราะผมคิดว่าองค์กรทุกองค์กรในประเทศนี้ก็อยากเห็นความเสมอภาคทางการศึกษา เพราะว่าการลงทุนทางการศึกษานั้นสำคัญที่สุดและเป็นการสร้างคนที่ดีที่สุดในประเทศนี้ เพราะฉะนั้นคนทุกเพศทุกวัยย่อมขาดโอกาสทางการศึกษาเช่นเดียวกัน เมื่อสักครู่ยกตัวอย่าง เรื่องของผู้สูงอายุที่ควรจะมีพื้นที่แหล่งเรียนรู้อย่างเสมอภาคกับเขาทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะ จัดการเรื่องโรงเรียนผู้สูงอายุ ร่วมมือกับท้องถิ่น ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สร้างโอกาสเด็ก รวมทั้งศูนย์เด็กเล็ก ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะนำเรียนว่า ให้จัดการในวิธีการของคณะกรรมการเพื่อเปิดกว้างให้ดำเนินการในสิ่งที่ผมได้กราบเรียน จึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องว่าให้พิจารณาดำเนินการสิ่งที่ผมเสนอ เพื่อทำให้ เป้าหมายสิ่งที่เราพูดถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้นไปสู่เป้าหมายให้มากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ